- หน้าแรก
- หลังจากโดนพ่อสารเลวทิ้ง ฉันก็กลายเป็นลูกรักของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 9: ต่อให้ตีหนู หนูก็ไม่ไป
บทที่ 9: ต่อให้ตีหนู หนูก็ไม่ไป
บทที่ 9: ต่อให้ตีหนู หนูก็ไม่ไป
ซุ่ยซุ่ยงัวเงียลุกขึ้นจากเตียง และเดินตามทิศทางที่โม่หลานชี้บอก จนมาถึงห้องห้องหนึ่งที่ชั้นล่าง
เธอชะโงกหน้าเล็กๆ เข้าไปดู ก็เห็นเพียงความมืดมิดภายในห้อง
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง แล้วก็เห็นใครบางคนนอนอยู่ตรงนั้น ผิวของเขาซีดเผือด เครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบจนดูราวกับไม่ใช่คนจริงๆ ทว่าบนข้อมือของเขากลับมีรอยแผลถูกบาดลึกและมีเลือดไหลซึมออกมา
เหมือนกับร่างของลั่วซูไม่มีผิด
เมื่อมองดูเขา ม่านตาของซุ่ยซุ่ยก็หดเกร็ง น้ำตาร่วงเผาะลงมาทันที
เฮ่อจิ่งสิงเพิ่งจะจัดฉากการตายอันสมบูรณ์แบบเสร็จสรรพ และหามุมโพสท่าสวยๆ เพื่อเตรียมตัวตายอย่างสงบ จู่ๆ เขากลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้
เขาขมวดคิ้ว ก้มมองลงไปอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่ใกล้ๆ
"เธอเป็นใคร?"
ซุ่ยซุ่ยน้ำตาคลอเบ้า มองเขาแล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น "แม่คะ อย่าตายนะ!"
เฮ่อจิ่งสิง "..."
ใบหน้าหล่อเหลาของเขามืดครึ้มลง เขากดกริ่งเรียกคนรับใช้ที่อยู่ข้างอ่างอาบน้ำด้วยความรำคาญใจ
ไม่นานนัก คนตระกูลเฮ่อก็พากันตื่นขึ้นมาและแห่กรูกันเข้ามาในห้องจนแน่นขนัด เฮ่อหวยชวนก้าวฉับๆ เข้าไปอุ้มเขาขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ
นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อแทบจะเป็นลมเมื่อเห็นบาดแผลบนข้อมือของเขา
คนอื่นๆ ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดมุ่น
แต่คิ้วของเฮ่อจิ่งสิงกลับขมวดแน่นยิ่งกว่าใครเพื่อน
เขามองเด็กน้อยที่เกาะหนึบเป็นปลิงอยู่บนตัวเขาแล้วกัดฟันกรอด "นี่ลูกใคร?"
"ลูกฉันเอง" เฮ่อหวยชวนตอบพลางยืนพิงหน้าต่าง "ขอแนะนำให้รู้จัก นี่ลูกสาวฉัน หลานสาวของแก เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ก็อย่าลืมเตรียมของขวัญรับขวัญหลานด้วยล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของเฮ่อจิ่งสิงก็กระตุก เขาส่งเสียงเหอะในลำคอ "ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ลูกสาวนายโตขนาดนี้แล้วเหรอ? คลอดเองหรือไง?"
เฮ่อหวยชวน "..."
เขาปรายตามองนายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อ สองคนนี้เป็นแม่ลูกกันจริงๆ พูดจาเหมือนกันเป๊ะ
"เลิกร้องไห้ได้แล้ว" สีหน้าของเฮ่อจิ่งสิงดำทะมึนขณะมองเด็กน้อยที่ร้องไห้จนน้ำตาเปียกชุ่มเสื้อผ้าของเขาไปเป็นแถบ
ซุ่ยซุ่ยเงยหน้ามองเขาและยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างว่าง่าย แต่น้ำตาก็ยังคงไหลร่วงเป็นเผาะๆ ดูน่าสงสารจับใจยิ่งกว่าเดิม
คำพูดของเฮ่อจิ่งสิงจุกอยู่ที่คอหอย
นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อปาดน้ำตาแล้วกระซิบว่า "แม่ของเด็กดีฆ่าตัวตายน่ะ"
มิน่าล่ะถึงได้เป็นแบบนี้
เฮ่อจิ่งสิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างหงุดหงิดว่า "ฉันยังไม่ตายนี่นา"
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนในห้องก็พร้อมใจกันตวัดสายตามองเขา
ครั้งนี้เขาไม่ตาย แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย
มือเล็กๆ ของซุ่ยซุ่ยลูบคลำรอยแผลเป็นบนแขนของเขา ใบหน้าจิ้มลิ้มยับย่น "เจ็บไหมคะ"
พูดจบ เธอก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ พองลมที่แก้ม แล้วเป่าเพี้ยงเบาๆ ลงบนแผล คิ้วเล็กๆ ขมวดเข้าหากันราวกับว่าตัวเองเป็นคนเจ็บเสียเอง
ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนผิว ทว่าหัวใจของเฮ่อจิ่งสิงกลับรู้สึกราวกับถูกลวก
เขาเบือนหน้าหนี ก่อนจะใช้มือข้างเดียวหิ้วปีกซุ่ยซุ่ยออกไปด้านข้างด้วยสีหน้ารังเกียจ
"ผมไม่เป็นไรแล้ว ทุกคนออกไปเถอะ"
นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่ออ้าปากค้าง มีท่าทีลังเล
เธอไม่อยากไป
เธอไม่วางใจเขาเลย
แต่ถ้าพูดออกไป เขาจะต้องหงุดหงิดมากกว่าเดิมแน่ๆ
ในขณะที่เธอไม่กล้าพูด ก็มีคนอาสาพูดแทนเธอแล้ว
ซุ่ยซุ่ยกลิ้งตัวกลับไปหาเขาแล้วเกาะแขนข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บไว้แน่น "ไม่ไปค่ะ"
เฮ่อจิ่งสิงชูหมัดขึ้น "ถ้าไม่ไป ฉันจะตีนะ"
ท่าทางของเขาดูดุร้ายเอาเรื่อง
ซุ่ยซุ่ยหดคอด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณ แต่เธอก็ยังคงไม่ขยับไปไหน และพูดอย่างดื้อดึง "ต่อให้ตีหนู หนูก็ไม่ไปค่ะ"
ถ้าตอนนั้นเธออยู่กับแม่ แม่ก็คงไม่ตาย
พอคิดถึงเรื่องนี้ น้ำตาของซุ่ยซุ่ยก็ร่วงหล่นลงมาหนักกว่าเดิม
เฮ่อหวยชวนขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น "โตป่านนี้แล้วยังมารังแกเด็กอีก ไม่อายบ้างหรือไง? แกทำยัยหนูร้องไห้ ก็ปลอบเองแล้วกัน"
พูดจบ เขาก็อุ้มซุ่ยซุ่ยไปวางแหมะไว้ในอ้อมแขนของเฮ่อจิ่งสิง จากนั้นก็ดึงนายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อและคนอื่นๆ ออกไป โดยไม่หันกลับมามองเลยแม้ว่าเฮ่อจิ่งสิงจะตะโกนโวยวายแค่ไหนก็ตาม
เฮ่อจิ่งสิงก้มมองเด็กน้อยแล้วกัดฟันกรอด "ยัยเปี๊ยก กะจะเกาะฉันเป็นปลิงเลยใช่ไหมเนี่ย?"
ซุ่ยซุ่ยเอียงคอเล็กๆ มองเขาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
เฮ่อจิ่งสิงแค่นหัวเราะ "สองพ่อลูกนี่รวมหัวกันรังแกฉันชัดๆ"
เขาโกรธจัด แต่ก็รู้ตัวว่าคงไล่ซุ่ยซุ่ยไปไม่ได้ จึงหลับตาลง ไม่เห็นก็ไม่ปวดใจ แล้วเขาก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
วันรุ่งขึ้น เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา ก็สบเข้ากับดวงตาที่แดงก่ำคู่หนึ่ง
เขาชะงักไปชั่วครู่และเอ่ยถาม "นี่ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?"
ซุ่ยซุ่ยหยิกแขนตัวเองแรงๆ "ไม่ง่วงค่ะ"
เฮ่อจิ่งสิงมองดูแขนของเธอที่เต็มไปด้วยรอยหยิกแดงเถือก เดิมทีเขาอยากจะพูดประชดประชันเธอ แต่คำพูดที่ลอยมาจ่อถึงริมฝีปากกลับถูกกลืนหายไป
ทำไมเด็กคนนี้ถึงรับมือยากยิ่งกว่าเฮ่อหวยชวนเสียอีกเนี่ย?
นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อเคาะประตูเรียกให้ไปกินข้าวจากด้านนอก
เฮ่อจิ่งสิง "ไม่กิน"
ยังไม่ทันขาดคำ ซุ่ยซุ่ยก็กระโดดลงจากเตียงไปเปิดประตู ไม่นานเธอก็ค่อยๆ ยกนมอุ่นๆ แก้วหนึ่งเข้ามาวางบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างเงียบเชียบ
หลังจากทำเสร็จ เมื่อเห็นว่าห้องมืดทึบ มือเล็กๆ ของเธอก็เอื้อมไปดึงผ้าม่าน
เมื่อเห็นการกระทำของเธอ สีหน้าของเฮ่อจิ่งสิงก็เปลี่ยนไป "หยุดนะ!"
ทว่าสายไปเสียแล้ว ซุ่ยซุ่ยกระตุกผ้าม่านเปิดออกอย่างรวดเร็ว
เธอหันกลับมามองเขาด้วยความงุนงงเล็กน้อย ก่อนที่สายตาจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปยังขาของเขา ตรงนั้นมีเพียงหนังหุ้มกระดูกเนื่องจากกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ดูน่ากลัวไม่น้อย
และยังมีรถเข็นวีลแชร์จอดอยู่ที่มุมห้องด้วย
มือของเฮ่อจิ่งสิงกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากวาดแก้วนมตกแตกกระจายเต็มพื้นเสียงดังเพล้ง เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนกลาด พร้อมกับตวาดลั่น "ออกไป!"
ซุ่ยซุ่ยดูเหมือนจะตกใจอึ้งไป เธอมองดูเศษแก้วบนพื้น สลับกับมองเขา ก่อนจะเดินก้มหน้าออกไป
เฮ่อจิ่งสิงมองดูผ้าก๊อซบนมือตัวเอง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
เขาเป็นไอ้พิการไปแล้ว จะช่วยชีวิตเขาไว้ทำไมอีก?
วินาทีนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองและเห็นซุ่ยซุ่ยถือไม้กวาดกับที่ตักขยะเข้ามา เธอจัดการกวาดเศษแก้วบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว ไม่เว้นแม้แต่ตามซอกมุม เธอตรวจสอบจนแน่ใจว่าพื้นสะอาดเอี่ยมอ่องไร้เศษแก้วตกค้างแม้แต่ชิ้นเดียว
หลังจากกวาดเสร็จ เธอก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อก่อนตอนที่แม่เมาแล้วปาขวดเหล้าแตกก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ในสถานการณ์แบบนั้น แม่แค่อยากอยู่คนเดียวและไม่อยากเห็นหน้าซุ่ยซุ่ย
คุณอาเล็กก็คงเป็นเหมือนกัน
ที่หน้าประตู นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อรับไม้กวาดและที่ตักขยะมาจากเธอแล้วถอนหายใจ "เด็กดี ลำบากหนูแล้ว ไปนอนเถอะลูก"
ซุ่ยซุ่ยยิ้มให้เธอ "คุณย่าไม่ต้องกลัวนะคะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณอาเล็ก หนูจะรู้ทันทีเลยค่ะ!"
เมื่อกี้เธอแอบเอาดอกกุหลาบไปวางไว้ที่ข้างเตียงของเขาแล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น กุหลาบดอกนั้นจะร้องเรียกเธอเอง
นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อลูบหัวเล็กๆ ของเธอ "จ้ะ"
ซุ่ยซุ่ยไม่ได้นอน แต่เธอกลับอุ้มกระถางกล้วยไม้โม่หลานในห้องและเอ่ยถาม "พี่โม่หลานคะ ขาของคุณอาเล็กเป็นอะไรเหรอคะ?"
โม่หลานเองก็ถือเป็นข้ารับใช้เก่าแก่ของตระกูลเฮ่อ เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็ถอนหายใจ
"คุณอาเล็กของหนูเคยเป็นแพทย์นิติเวชและมักจะช่วยไขคดีอยู่บ่อยๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาเจอคดีที่เขาสรุปสาเหตุการตายว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่รายงานชันสูตรศพของเขากลับถูกรายงานว่ามีข้อผิดพลาด โดยกล่าวหาว่าเขารับสินบนจากฆาตกร ครอบครัวของผู้เสียชีวิตโกรธแค้นมากจึงขับรถพุ่งชนเขา"
"รอดชีวิตมาได้ แต่ขาก็ใช้งานไม่ได้อีก"
"เขาเคยเป็นคนที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีมาก จะทนรับความตกต่ำขนาดนี้ได้ยังไง? เขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างหนัก และวันนี้ก็เป็นการพยายามฆ่าตัวตายครั้งที่ห้าของเขาแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุ่ยซุ่ยก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย คิ้วเล็กๆ ขมวดเข้าหากันแน่น
รับเงินสินบนงั้นเหรอ?
จะเป็นไปได้ยังไงกัน? ครอบครัวเรารวยเสียขนาดนี้ คุณอาเล็กไม่มีความจำเป็นต้องไปรับเงินคนอื่นเลยสักนิด