เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: คุณอากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว

บทที่ 8: คุณอากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว

บทที่ 8: คุณอากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว


ลั่วหยวนโจวฟังบทสนทนาของพวกเขา แล้วก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวคร่าวๆ ได้

สายตาของเขาตวัดมองรอยแผลบนศีรษะของฟู่หลิง คิ้วขมวดเข้าหากันอีกครั้ง

เขามองซุ่ยซุ่ยพลางแค่นเสียงหยัน "ประธานเฮ่อ คุณไปเก็บเด็กเหลือขอมารยาททรามแบบนี้มาจากไหนเนี่ย? สู้กันหยั่งกับพวกผู้หญิงปากตลาด"

ทั้งดึงผม ทั้งหยิกคน นี่มันสไตล์พวกสถุลชัดๆ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หูของซุ่ยซุ่ยก็ขยับยุกยิก เธอรีบชำเลืองมองเขาก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง

เธอจำเสียงของเขาได้ เขาคือคุณลุงที่บอกให้เธอไปตายซะ

เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเฮ่อหวยชวนด้วยความกลัวว่าเขาเองก็จะรังเกียจเธอเช่นกัน

เฮ่อหวยชวนไม่คิดเลยว่าซุ่ยซุ่ยจะมีลูกไม้แบบนี้ด้วย เขาเหยียดยิ้ม มองแม่หนูน้อยที่กำลังกระสับกระส่าย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ "ทำได้ดีมาก"

ดวงตาของซุ่ยซุ่ยเป็นประกาย เธอเงยหน้าขวับขึ้นมองเขาทันที

เฮ่อหวยชวนยื่นมือออกไปหยิกแก้มเธออีกครั้ง "ตั้งแต่นี้ไปก็ทำแบบนี้แหละ ถ้ามีใครหน้าไหนกล้าตีหนู ก็ตีมันกลับไปซะ ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวฉันจัดการเอง"

ซุ่ยซุ่ยกะพริบตาปริบๆ สายตาที่มองเขาเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ แผ่นหลังน้อยๆ ยืดตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ลั่วหยวนโจวก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เขาปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปว่าเป็นเพราะไม่ชอบวิธีสั่งสอนเด็กของเฮ่อหวยชวน ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาแล้วพูดจาถากถาง "คุณจะจัดการเองเหรอ? เท่าที่ผมรู้ หุ้นของเครือบริษัทเฮ่อตกฮวบ ความพยายามตลอดครึ่งปีต้องสูญเปล่า เงินทองก็ละลายแม่น้ำไปหมด ในเมื่อเครือบริษัทเฮ่อตกอยู่ในสภาพนี้ ประธานเฮ่อยังมีเวลามานั่งกังวลเรื่องเด็กตีกันอีกเหรอ?"

เมื่อได้ยินเขาพูดถึงเรื่องนี้ สายตาของเฮ่อหวยชวนก็เย็นชาลง เขากวาดตามองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ผมคงไม่หน้าหนาเท่าคนตระกูลลั่วของคุณหรอก แอบขโมยความลับทางการค้าแท้ๆ แต่ทำเป็นวางมาดพูดจาหน้าตาเฉย"

บริษัทเทคโนโลยีเซิ่งฮ่าวเป็นธุรกิจของตระกูลลั่วจริงๆ และโครงการหุ่นยนต์การแพทย์ของพวกเขาก็อยู่ภายใต้การดูแลของลั่วเหยียนซิว น้องชายคนที่สามของลั่วหยวนโจว

เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ลั่วหยวนโจวก็ขมวดคิ้ว "ขโมยความลับทางการค้าอะไรกัน? นั่นมันผิดกฎหมายนะ ประธานเฮ่อ อย่ามาใส่ร้ายกันสิ"

"ผมจะใส่ร้ายหรือไม่ใส่ร้าย คุณก็กลับไปถามน้องชายสุดที่รักของคุณเอาเองก็แล้วกัน เดี๋ยวก็รู้"

"อ้อ แล้วก็ฝากบอกเขาด้วยนะ ในเมื่อชอบเก็บขยะขนาดนั้น สู้ไปเป็นขอทานซะเลยดีกว่า"

"แก!" ลั่วหยวนโจวโกรธจัด เขาขมวดคิ้วแน่นแล้วรีบเดินหนีไป

เขาต้องไปถามให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ลั่วอวี่กับลั่วเซียวร้องเรียก "พ่อครับ" แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

เฮ่อเย่ชูหมัดใส่พวกนั้น "ยังอยากมีเรื่องอีกไหม?"

ทั้งสองคนเจ็บใจจนพูดไม่ออก ได้แต่รีบวิ่งตามหลังผู้เป็นพ่อไป

"ขยะเอ๊ย" เฮ่อเจายกยิ้มเยาะ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาของเฮ่อหวยชวน สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อและเงียบกริบลงทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก

พวกเขาซวยแน่แล้ว คุณอาสามน่ะน่ากลัวที่สุด และเขาจะต้องโดนซ้อมแน่ๆ

เฮ่อหวยชวนไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พาเด็กแสบทั้งสามคนกลับบ้าน

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อตกใจเมื่อเห็นสภาพมอมแมมของพวกเขา "ไปทำอะไรกันมาเนี่ยเด็กๆ?"

พวกเด็กแสบไม่กล้าปริปาก

ทว่าเฮ่อหวยชวนกลับทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วบอกว่า "พวกนี้ไปมีเรื่องกับเด็กบ้านลั่วแล้วก็บ้านฟู่มาครับ"

เฮ่อเย่กระซิบเสียงแผ่ว "พวกนั้นตีน้องสาวก่อน พวกเราก็เลยสู้กลับครับ"

"มีเรื่องงั้นเหรอ?" นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะโพล่งออกมาว่า "แล้วใครชนะล่ะ?"

ซุ่ยซุ่ยกะพริบตาปริบๆ มองเธอด้วยความประหลาดใจ

เธอไม่ควรจะดุพวกเขาก่อนเหรอ?

ปกติแล้วก็ควรจะเป็นแบบนั้น แต่ในเมื่อพวกเขาไปตีกับเด็กบ้านลั่วและบ้านฟู่ นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อจึงสนับสนุนเต็มที่

เธอยังจำคำพูดของฟู่อี้เฉินกับลั่วหยวนโจวได้ดี และเธอก็ไม่รู้สึกประทับใจอะไรในตัวพวกเขาสักนิด

ต่อให้ลั่วซูจะทำผิดพลาดไปจริงๆ แต่เมื่อคนตายไปแล้ว ทุกอย่างก็จบลงแล้ว การที่ไม่ยอมแม้แต่จะเก็บอัฐิ แถมยังพูดจาแบบนั้นต่อหน้าเด็ก มันเลือดเย็นเกินไปแล้ว

เฮ่อหวยชวนพยักพเยิดไปทางซุ่ยซุ่ย "ยัยหนูนี่ดึงผมฟู่หลิงจนหัวล้านไปหย่อมหนึ่งเลยครับ"

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อมมองซุ่ยซุ่ยอย่างประหลาดใจ ภายใต้สายตาหวาดหวั่นของเด็กน้อย เธอกลับรวบตัวซุ่ยซุ่ยเข้ามากอด หอมแก้มฟอดใหญ่ แล้วหัวเราะร่วน "เก่งมากเลยลูกรัก"

ซุ่ยซุ่ยถึงกับมึนงงไปชั่วขณะจากการโดนหอมแก้ม เมื่อได้ยินคำชม ใบหน้าเล็กๆ ก็แดงระเรื่อ นัยน์ตาทอประกายวิบวับ

นายท่านผู้เฒ่าเฮ่อเองก็พยักหน้าให้เฮ่อเจากับเฮ่อเย่เล็กน้อย "รู้จักปกป้องน้องสาว ไม่เลวเลย"

เฮ่อเจากับเฮ่อเย่ยืดอกขึ้นทันที

แน่นอนสิ พวกเขาเป็นพี่ชายคนโตนี่นา!

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาได้รับคำชมจากการชกต่อย พวกเขาภูมิใจจนแทบจะบินได้อยู่แล้ว

พวกเขาจูงมือเล็กๆ ของซุ่ยซุ่ยแล้วพาเธอไปต่อเลโก้อย่างมีความสุข

การมีน้องสาวนี่มันดีจริงๆ เลย

เฮ่อหวยชวนกลับไปทำงานล่วงเวลาต่อ

ซุ่ยซุ่ยมองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป แล้วกระซิบถามเฮ่อเจากับเฮ่อเย่ว่า "ครอบครัวเมื่อกี้คือคนที่ขโมยธุรกิจของคุณพ่อไปใช่ไหมคะ?"

เฮ่อเจาไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก ตอบเพียงว่า "ก็น่าจะใช่นะ คุณอารองของลั่วอวี่เปิดบริษัทแล้วก็ชอบตั้งตนเป็นศัตรูกับคุณอาสามอยู่เรื่อยเลย"

เฮ่อเย่แค่นเสียง "ถ้าคุณอาเล็กอยู่ที่นี่ล่ะก็ พวกมันไม่มีโอกาสมาทำหน้าบานแบบนี้หรอก"

เมื่อได้ยินดังนั้น ซุ่ยซุ่ยก็ประหลาดใจเล็กน้อย "มีคุณอาเล็กด้วยเหรอคะ?"

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฮ่อเจาก็นึกขึ้นได้ทันที "อ้อ ใช่แล้ว เธอยังไม่เคยเจอคุณอาเล็กเลยนี่นา ตอนนี้เขาอยู่ที่โรงพยาบาล อีกสองสามวันถึงจะกลับ เขา..."

เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงส่ายหน้าและไม่พูดต่อ "ไม่เจออาจจะดีกว่านะ คุณอาเล็กน่ะน่ากลัวกว่าคุณอาสามอีก"

ซุ่ยซุ่ยขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเบิกกว้าง "คุณพ่อของหนูไม่น่ากลัวสักหน่อย คุณพ่อใจดีจะตายไป"

ใจดีเนี่ยนะ?

เฮ่อเจากับเฮ่อเย่มองหน้ากัน แววตาสิ้นหวังวาบผ่านเข้ามา พวกเขาจบเห่แล้ว น้องสาวของพวกเขาสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ยกเว้นแต่สายตาที่ไม่ค่อยจะดีเอาเสียเลย

คุณอาสามใจดีตรงไหน?! เขาน่ะน่ากลัวจะตายไป!

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ

เธอจะปล่อยให้เจ้าสามได้ยินไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหมอนั่นคงได้เหลิงแน่

ทว่าพอพวกเขาพูดถึงเฮ่อจิ่งสิงเมื่อครู่นี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็จางหายไป พร้อมกับถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

สองวันที่ผ่านมาหิมะตกอีกแล้ว ซุ่ยซุ่ยเลยไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอก เธอเลือกที่จะอยู่บ้าน เป็นเพื่อนคุณย่าทำสวน และพูดคุยกับดอกไม้ ไม่นานนัก เธอก็ทำความรู้จักกับทุกคนในบ้าน แถมยังรู้ความลับทั้งหมดในรัศมีสิบไมล์อีกด้วย

อย่างเช่น เด็กบ้านข้างๆ สอบตกแล้วก็โดนตีอีกตามเคย

หรือสามีฝั่งตรงข้ามแอบพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้านลับหลังภรรยา

และพี่รองก็แอบมุดโปงเล่นเกมเมื่อคืนนี้

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อเห็นซุ่ยซุ่ยกำลังกอดกระถางต้นไม้แล้วพูดคุยกับมันอีกแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา

แม่หนูน้อยทำหน้าจริงจัง พยักหน้าหงึกๆ เป็นระยะราวกับกำลังคุยกับใครสักคนอยู่จริงๆ

เธอรู้สึกขบขันและเดินเข้าไปใกล้ๆ เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม "เด็กดี กำลังคุยเรื่องอะไรอยู่ลูก?"

ซุ่ยซุ่ยโพล่งออกมาว่า "พี่กุหลาบบอกว่าเมื่อคืนคุณปู่ทำให้คุณย่าโกรธ คุณย่าก็เลยไม่ยอมให้คุณปู่นอนด้วย คุณปู่ก็เลยต้องไปนอนบนโซฟาค่ะ"

นายท่านผู้เฒ่าเฮ่อที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมถึงกับชะงักไป "..."

ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำ เขาแอบชำเลืองมองนายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อ

ทำไมเธอถึงได้เอาทุกเรื่องไปบอกเด็กหมดเลยล่ะ?

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อเองก็งุนงง เธอไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อย

"ซุ่ยซุ่ย หนูรู้ได้ยังไงลูก?"

ซุ่ยซุ่ยกะพริบตาปริบๆ แล้วชูดอกไม้ในมือขึ้น "พี่กุหลาบเป็นคนบอกหนูค่ะ"

นายหญิงผู้เฒ่าเฮ่อหัวเราะร่วนพลางขยี้ผมเด็กน้อย

เธอมองดูดอกไม้ที่ซุ่ยซุ่ยรดน้ำ ดวงตาก็เป็นประกาย "สวยจังเลย แถมยังหอมมากด้วย"

แม้แต่ต้นสิบแปดบัณฑิตกระถางนั้นที่ใกล้จะตายเต็มที ตอนนี้กลับออกดอกสวยงามและดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

"เด็กดี หนูทำได้ยังไงลูก?"

ซุ่ยซุ่ยตอบ "หนูก็แค่รดน้ำนิดหน่อยเองค่ะ"

แต่เธอก็รดน้ำเหมือนกันนี่นา

เมื่อมองดูใบหน้าไร้เดียงสาของซุ่ยซุ่ย เธอก็ปัดความสงสัยทิ้งไปและจ้องมองต้นสิบแปดบัณฑิตอย่างมีความสุข

เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ ซุ่ยซุ่ยก็พลันตระหนักได้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง

เธอจะดูแลดอกไม้พวกนี้ให้ดีเพื่อให้คุณย่ามีความสุข

เธอขลุกอยู่ในเรือนกระจกจนดึกดื่น จากนั้นก็ยกกระถางดอกไม้สวยๆ ไปวางไว้ในห้องของทุกคนในบ้าน ก่อนจะกลับเข้าห้องของตัวเอง

คืนนั้น ขณะที่เธอกำลังหลับสนิท จู่ๆ เธอก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงของกล้วยไม้โม่หลานที่ระเบียง

"อ๊ากกก ซุ่ยซุ่ย ตื่นเร็ว! คุณอาของเธอกรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 8: คุณอากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว