- หน้าแรก
- แฟรี่เทล ราชันเวทผู้ครองกิลด์
- บทที่ 22 ผีผมแดงผิวขาวซีด เสียงหวานเย้ายวนปีนขอบหน้าต่าง
บทที่ 22 ผีผมแดงผิวขาวซีด เสียงหวานเย้ายวนปีนขอบหน้าต่าง
บทที่ 22 ผีผมแดงผิวขาวซีด เสียงหวานเย้ายวนปีนขอบหน้าต่าง
บทที่ 22 ผีผมแดงผิวขาวซีด เสียงหวานเย้ายวนปีนขอบหน้าต่าง
"ใช่แล้ว" ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าอย่างหนักใจ "ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหน ขอเพียงก้าวออกพ้นเขตหมู่บ้านไปเกินห้าเมตร อีกไม่นานพวกเราก็จะกลับมาโผล่ที่ทางเข้าหมู่บ้านเหมือนเดิม"
เธอมองดูใบภารกิจในมือของโรเจอร์ "นั่นคือเหตุผลที่พวกเราไม่สามารถออกไปแก้ไขรายละเอียดของภารกิจได้"
"ก่อนหน้านี้เคยมีจอมเวทหลายคนที่อยากจะถอนตัวหลังจากได้ฟังความจริง… แต่ผลลัพธ์ก็ลงเอยเหมือนกับพวกเรา พวกเขาก็ต้องวนกลับมาที่นี่อยู่ดี"
เอลซ่าซักไซ้ต่อ "แล้วจอมเวทที่วนกลับมา ตอนนี้ยังอยู่ในหมู่บ้านหรือเปล่าคะ"
"ไม่อยู่แล้ว" ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้าอย่างจนใจ "พวกเขาล้วนหายตัวไปจากหมู่บ้านในคืนที่วนกลับมา เหมือนกับผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านของเรานั่นแหละ"
"ผู้ชายในหมู่บ้านหายตัวไปเองงั้นเหรอคะ แถมยังหายไปในคืนเดียวด้วย!?" เอลซ่าอุทานด้วยความตกใจ
"ใช่" เสียงของผู้ใหญ่บ้านสั่นเครือด้วยความสะเทือนใจ "ในเช้าวันที่สี่หลังจากที่พวกเราพบว่าตัวเองออกไปจากหมู่บ้านไม่ได้ ทุกคนก็ตื่นขึ้นมาพบว่าชายฉกรรจ์รอบตัวหายไปจนหมดสิ้น"
"ไม่ว่าจะเป็นพ่อ สามี หรือพี่น้อง"
"พวกเขาหายไปอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งลางบอกเหตุใดๆ พวกเราค้นหาทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านแล้ว แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลยแม้แต่น้อย"
"พวกเราถูกขังอยู่ที่นี่ มืดแปดด้าน และทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับภารกิจที่เคยส่งไปเท่านั้น"
"หมู่บ้านที่ออกไปไม่ได้… ผู้ชายที่หายตัวไป…" โรเจอร์ลูบปลายคางพลางปะติดปะต่อเบาะแสในหัวอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเสียงกรีดร้องของเด็กหญิงเมื่อครู่ขึ้นมาได้ จึงรีบเอ่ยถาม "แล้วเรื่องของ 'กูล' ล่ะครับ"
เมื่อได้ยินคำนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็สะดุ้งโหยงจนเห็นได้ชัด ใบหน้าของเธอซีดเผือดลง น้ำเสียงสั่นเครือ "ในวันที่สองหลังจากที่พวกเราออกไปจากหมู่บ้านไม่ได้… จู่ๆ ก็มีเพลงกล่อมเด็กชวนขนลุกแพร่กระจายไปในหมู่เด็กๆ"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก และท่องออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
"ปีศาจผมแดง ผิวขาวซีด"
"เสียงหวานล่อวิญญาณ ปีนขอบหน้าต่าง"
"ตะวันคล้อยจันทร์กระจ่าง"
"ขนงอกเงย! เสื้อผ้าขาดวิ่น!"
"เข็มเลือดนับหมื่นทิ่มแทงดิน"
"กรงเล็บแหลมคม! คมเขี้ยวสูบเลือด!"
"ปากแหลมฉีกกระชากบันไดตุ๊กตา!"
หลังจากท่องจบ ผู้ใหญ่บ้านก็ดูราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด เธอต้องพิงกรอบประตูพลางหอบหายใจ
"เวลาเพียงแค่วันเดียว เด็กแทบทุกคนในหมู่บ้านก็ร้องกันได้หมด! ฉันถามว่าใครเป็นคนสอน พวกเขาก็ตอบว่าไม่รู้ ราวกับว่า… ราวกับว่าจู่ๆ พวกเขาก็ร้องเป็นขึ้นมาเอง"
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ ในเย็นวันนั้น มีเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดของพวกสัตว์ดังมาจากนอกหมู่บ้าน! พอรุ่งสาง พวกเราก็ออกไปดู… สัตว์หลายตัวมีรูกลวงลึกชุ่มเลือดสองรูที่คอ สภาพศพของพวกมันแห้งกรังราวกับท่อนไม้แห้ง… ราวกับว่า… ราวกับว่ามีตัวอะไรบางอย่างสูบเลือดพวกมันไปจนหมด!”
"ชาวบ้านพากันหวาดผวา ทุกคนต่างอยากลงขันเพิ่มเงินรางวัลเพื่อจ้างจอมเวทที่เก่งกาจกว่านี้มาจัดการเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าใครที่ถือเงินเดินออกไป สุดท้ายก็จะวนกลับมาที่ทางเข้าหมู่บ้านพร้อมกับเงินก้อนนั้นอยู่ดี"
เอลซ่าขมวดคิ้วและเอ่ยถามขึ้นมาอีกประเด็น "ไม่สามารถแก้ไขรายละเอียดภารกิจได้… นั่นหมายความว่าแต่เดิมที่นี่เคยมีกลุ่มโจรป่าอาละวาดอยู่จริงๆ เหรอคะ"
"ใช่แล้ว ตอนแรกมีพวกโจรป่าคอยมาระรานพวกเราอยู่ตลอดเวลา นั่นคือเหตุผลที่เราส่งภารกิจปราบปรามไป" ผู้ใหญ่บ้านอธิบาย "แต่หลังจากส่งภารกิจไปได้ไม่นาน โจรพวกนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หายไปจนหมดเกลี้ยงภายในชั่วข้ามคืน!"
"ตอนแรกพวกเราคิดว่ามีจอมเวทผ่านมาช่วยจัดการพวกมันไปแล้ว ก็เลยตั้งใจจะไปที่กิลด์เพื่อยกเลิกภารกิจ… และในตอนนั้นเองที่พวกเราเพิ่งค้นพบว่าตัวเองไม่สามารถก้าวออกไปจากหมู่บ้านได้อีกแล้ว…"
ในหัวของโรเจอร์ เบาะแสต่างๆ เริ่มปะติดปะต่อเข้าด้วยกันราวกับจิ๊กซอว์ การหายตัวไปอย่างลึกลับของกลุ่มโจรป่า มันเป็นการหายตัวไปจริงๆ หรือการแฝงตัวกันแน่ ตามมาติดๆ ด้วยคำสาปกักบริเวณที่ทำให้ออกไปไหนไม่ได้ การแพร่กระจายอย่างกะทันหันของเพลงกล่อมเด็กชวนขนลุก การตายอย่างน่าสยดสยองของพวกสัตว์ และการหายตัวไปอย่างพร้อมเพรียงกันของเหล่าชายฉกรรจ์
"เรื่องทั้งหมดนี้… ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในตอนกลางคืนสินะ"
โรเจอร์หันไปหาผู้ใหญ่บ้าน "ผมจำเป็นต้องสำรวจพื้นที่รอบๆ เพื่อหาสาเหตุของเรื่องนี้นะครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่แตกต่างออกไปจากจอมเวทคนก่อนๆ ประกายแห่งความหวังก็ถูกจุดขึ้นในดวงตาของผู้ใหญ่บ้าน "ดีเลย! ดีเลย! พวกเราจะเตรียมอาหารกลางวันไว้ที่นี่ รอพวกคุณกลับมานะ"
โรเจอร์พยักหน้า ก่อนจะสบตากับเอลซ่าอย่างรู้ใจ แล้วทั้งสองก็เดินออกจากบ้านของผู้ใหญ่บ้านไป
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าหมู่บ้านซึ่งเป็นจุดที่พวกเด็กๆ มักจะรวมตัววิ่งเล่นกัน โรเจอร์ล้วงเอาลูกอมสีสันสดใสกำใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วส่งยิ้มพร้อมกับยื่นให้เด็กๆ สองสามคนที่อยู่ตรงหน้า "อยากกินลูกอมกันไหม"
สีสันอันสดใสและซองบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามของลูกอมราวกับมีมนตร์เสน่ห์ดึงดูดใจเด็กๆ อย่างรุนแรงโดยธรรมชาติ
แม้จะไม่ได้ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนอะไร แต่สายตาของเด็กๆ กลับจับจ้องไปที่ลูกอมอย่างตาไม่กะพริบ พวกเขาลอบกลืนน้ำลายตามสัญชาตญาณ แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง ทว่าสองมือกลับซ่อนอยู่ไกล่หลังด้วยความลังเลที่จะรับมันไป
หรือว่าพวกเขาจะกลัวโดนพ่อแม่ดุกันนะ โรเจอร์กำลังจะอ้าปากถาม ทว่าจู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังจ้องมองไปที่ด้านข้างของเขาด้วยความหวาดกลัว
เอลซ่างั้นเหรอ พวกเขาคงเข้าใจผิดคิดว่าเอลซ่าคือตัวกูล ถึงได้ไม่กล้าเดินเข้ามารับลูกอมสินะ
"พี่ไม่ใช่กูลจริงๆ เหรอคะ แต่เป็นจอมเวทงั้นเหรอ"
เด็กหญิงคนที่พวกเขาบังเอิญเจอตอนเดินเข้าหมู่บ้านชะโงกหน้ามาจากด้านข้าง เธอยืนอยู่ห่างจากเอลซ่าไม่ไกลนักพลางจ้องมองสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"แน่นอนว่าไม่ใช่" เอลซ่าถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์กิลด์ของเธอ "พี่เป็นมนุษย์นะ เธอคิดว่ากูลจะสามารถเข้าร่วมกิลด์จอมเวทได้หรือไงกัน"
เด็กหญิงเอียงคอ ครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "คงไม่ได้หรอกมั้งคะ แม่เคยบอกว่ากิลด์จอมเวทเต็มไปด้วยคนดีที่เก่งกาจมากๆ ซึ่งคอยต่อสู้กับพวกคนเลวแล้วก็สัตว์ประหลาด! กูลน่ะนิสัยไม่ดี ถ้าถูกจับได้จะต้องโดนอัดจนหนีกระเจิงแน่ๆ เลย!"
เธอเดินเข้าไปใกล้ หยิบลูกอมขึ้นมาหนึ่งเม็ด แกะห่อออกแล้วส่งเข้าปาก ทันทีที่ความหอมหวานของลูกอมแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ดวงตาของเธอก็ทอประกายขึ้นมาในทันที
"นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หนูได้กินลูกอมที่อร่อยขนาดนี้!"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ เด็กคนอื่นๆ ก็ทนต่อความอยากรู้อยากลองไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาพากันเดินเข้าไปต่อแถวรับลูกอมกันทีละคน
"หนูชื่อเคธี่ค่ะ" เด็กหญิงเอ่ยแนะนำตัว น้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อยเพราะกำลังอมลูกอมอยู่ "พวกพี่ก็มาถามเรื่องตัวกูลเหมือนกันใช่ไหมคะ"
เอลซ่าพยักหน้า แววตาแฝงความสงสัย "แล้วจอมเวทคนอื่นๆ ก็เคยมาถามเรื่องนี้ด้วยเหมือนกันเหรอ"
"อื้ม" เคธี่พยักหน้าพลางยู่ปาก แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง "แต่คนพวกนั้นถ้าไม่ทำหน้าตาดุๆ น่ากลัวใส่ ก็เอาแต่ยืนอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้พวกเราเลย ทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นสัตว์ประหลาดอย่างนั้นแหละ!"
"หนูไม่เคยเห็นใครที่เข้าไปคุยกับคุณยายผู้ใหญ่บ้านเสร็จ แล้วก็เดินส่งยิ้มพร้อมกับแจกลูกอมให้พวกเราแบบพี่สองคนมาก่อนเลย"
"สำหรับเรื่องเพลงกล่อมเด็กนั้น" เคธี่พยายามนึกทบทวนความทรงจำ "พวกเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนเริ่มร้อง จู่ๆ วันหนึ่ง ทุกคนก็ร้องกันเป็นขึ้นมาซะอย่างนั้น"
ในตอนนั้นเอง เด็กชายตัวเล็กที่อยู่ด้านหลังก็ยกมือขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ผะ... ผมจำได้! ผมฝันเห็นตอนกลางคืน! ในฝันมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคอยร้องเพลงนั้นอยู่ข้างหูผมตลอดเวลาเลย..."
"อ๊ะ! ฉันก็ฝันแบบนั้นเหมือนกัน!"
"ฉันด้วยๆ! ในฝันตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังร้องเพลง ผมของเธอก็ค่อยๆ ยาวขึ้น ยาวมากๆ จนสุดท้ายก็แทงทะลุเสื้อผ้าออกมา แถมฟันของเธอก็แหลมเปี๊ยบเลยล่ะ"
"ฉันก็ฝันเหมือนกัน แล้วก็โดนเด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งไล่ตามตั้งนานแน่ะ พอตื่นมาตอนเช้าฉันกลัวแทบแย่เลย"
"แต่ทำไมฉันถึงจำได้ว่าเป็นเด็กผู้ชายล่ะ แถมเสียงร้องก็ยังเป็นเสียงของเด็กผู้ชายอีกต่างหาก"
"ความฝันงั้นเหรอ" เคธี่พูดพลางขมวดคิ้ว "รู้สึกว่าหนูเองก็ได้ยินเพลงนั้นในความฝันเหมือนกันนะคะ เนื้อเพลงแต่ละท่อนมันตรงกับลักษณะของตัวกูลเป๊ะเลย นั่นเป็นเหตุผลที่หนูเข้าใจผิดว่าพี่เป็นกูลตอนที่เราเจอกันครั้งแรกน่ะค่ะ"
"ความฝันงั้นสินะ…" โรเจอร์พึมพำแผ่วเบา ข้อสันนิษฐานในใจของเขาได้รับการยืนยันแล้ว