เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1241 - คทาแห่งสวรรค์

1241 - คทาแห่งสวรรค์

1241 - คทาแห่งสวรรค์ 


1241 - คทาแห่งสวรรค์

“มอออออ...”

วัวตัวนั้นปลดปล่อยเสียงคำรามให้กลายเป็นพายุกวาดไปด้านหน้า เท้าขนาดใหญ่ของมันกดลงไปบนพื้นทำให้ยอดเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

จากนั้นมันก็เริ่มต่อสู้กับจักรพรรดิดำอย่างบ้าคลั่ง

ในเวลาเดียวกันนั้นยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์โบราณและกลุ่มนักฆ่าจากวังพิภพและวังอเวจีก็พุ่งเข้าหากลุ่มของเย่ฟ่านโดยไม่หวั่นเกรงต่อความตายแม้แต่น้อย

“บูม”

ไม่รู้ว่าสายฟ้าสีเลือดถูกยิงออกไปกี่ครั้ง แต่ละเส้นเป็นเหมือนตาข่ายศักดิ์สิทธิ์ที่ฉีกกระชากร่างของผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนออกจากกัน

เย่ฟ่านโยนค่ายกลสังหารจักรพรรดิอู่ซือที่จักรพรรดิดำสร้างขึ้นออกไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ถูกเตรียมขึ้นมาเพื่อสังหารยอดฝีมือระดับเซียนโดยเฉพาะ

พวกเขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้เพราะไม่ต้องการใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์มากเกินไป สาเหตุหนึ่งก็เพราะปีศาจตัวนั้นยังไม่ปรากฏตัวขึ้น หากมันมองเห็นพลังของหม้ออสูรกลืนสวรรค์มันอาจจะหลบหนีออกจากที่นี่ทันที

“ฆ่า!”

ในเทือกเขาเทียนต้วนเสียงตะโกนและกรีดร้องดังขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยอดฝีมือระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวอยู่ทุกที่ วังพิภพส่งนักฆ่าระดับราชาให้ปรากฏตัวขึ้นสามคนในขณะที่วังอเวจีก็มีราชาถึงสี่คนเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้

วานรศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวรับมือการโจมตีจากราชาทั้งเจ็ดคนโดยไม่เป็นรอง เขาคือทายาทของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านซึ่งได้ชื่อว่าชื่นชอบการต่อสู้มากที่สุดในโลก

ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับกลุ่มนักฆ่าจากวังพิภพและวังอเวจี แต่ยอดฝีมือทั้งเจ็ดคนก็ไม่สามารถช่วงชิงความได้เปรียบแต่อย่างใด

ในกระบวนการทั้งหมดนี้เย่ฟ่านยังไม่ได้ลงมือโจมตีด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว สายตาของเขากวาดไปรอบๆ เพื่อมองหาปีศาจตนนั้นรวมทั้งหลิวอวิ๋นจื่อและหวังเอี๋ยน

“ค่ายกลนี้น่ากลัวจริงๆ สุนัขตัวนั้นต้องการค่าจ้างเท่าใด ข้าจะให้มันสร้างให้ข้าสักสิบชิ้น” ต้วนเต๋อรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก

เย่ฟ่านถอนหายใจ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ค่ายกลเหล่านี้จะสูญสิ้นอำนาจทันทีหลังจากผ่านไปสองสามวัน หากพลังของมันคงอยู่ได้ตลอดไปเขาคงไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงต่อผู้ใดแล้ว

“วู้...”

แสงเลือดจากคิ้วของเย่ฟ่านส่งเสียงหวีดแหลม ดาบที่เคยมีขนาดเพียงฝ่ามือในตอนนี้ได้กลายเป็นดาบยักษ์ซึ่งมีความยาวไม่ต่ำกว่าสองพันวา

ทุกครั้งที่มันกวาดออกไปจะมีวิญญาณอนาถาถูกทำลายมากมายนับไม่ถ้วน!

ทันใดนั้น ก็มีแผ่นหินตกลงมาจากท้องฟ้า โดยมีอักขระโบราณแปดตัวสลักอยู่บนนั้น มันกำลังเบ่งบานด้วยความสดใสพร้อมกับปลดปล่อยเสียงกรีดร้องที่เหมือนเสียงปีศาจจากขุมนรกออกมา

คนที่ลงมือครั้งนี้เป็นยอดฝีมือซึ่งอยู่ห่างจากระดับเซียนเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

“นี่คือตราประทับแปดอสูร!” วานรศักดิ์สิทธิ์ตกใจเป็นอย่างมาก

ตามตำนานจักรพรรดิอมตะ เทพที่ทุกเผ่าพันธุ์นับถือเคยต่อสู้กับอสูรผู้ยิ่งใหญ่แปดตน เมื่อเขาสังหารพวกมันได้แล้วเขาจึงนำกระดูกหน้าผากของอสูรเหล่านั้นออกมาทำเป็นป้ายวิญญาณแปดชิ้นเพื่อปิดผนึกวิญญาณของพวกมันไปตลอดกาล

และการที่ตราประทับแปดอสูรถูกเรียกออกมาก็เพื่อปิดผนึกรัศมีการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของค่ายกลจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

แน่นอนว่าหินที่ตกลงมานั้นไม่ใช่สมบัติที่จักรพรรดิอมตะสร้างขึ้นด้วยตัวเอง แต่มันได้รับการสืบทอดวิธีการของเขามาอย่างไม่ต้องสงสัย และการที่มันมาปรากฏตรงนี้ได้ย่อมหมายความว่าแผนการนี้มีเทียนหวงจื่อร่วมมืออยู่ด้วยอย่างแน่นอน

บนแผ่นศิลามีอักษรแปดตัวกำลังเปล่งประกายหลากสีสัน อักษรแต่ละตัวเป็นตัวแทนของกฎอันยิ่งใหญ่ ทันทีที่แผ่นป้ายนี้ปรากฏขึ้นภูเขาเทียนต้วนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เย่ฟ่านไม่เปิดโอกาสให้ตราประทับแปดอสูรนี้มีโอกาสแสดงพลังแม้แต่น้อย ดาบศักดิ์สิทธิ์สีแดงเลือดของเขาสับลงมาจากท้องฟ้าโดยต้องการจะผ่าแผ่นหินนี้ให้ขาดเป็นสองท่อน

“ปีศาจตัวนั้นกำลังมา!” แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดต้วนเต๋อก็กรีดร้องเพื่อตักเย่ฟ่าน

ทันใดนั้นฝนสีเลือดสาดลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับปราณอสูรอันชั่วร้ายที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งสนามรบ ในเวลาต่อมาเงาสีดำสนิทได้ควบแน่นขึ้นกลางอากาศในระยะไกล สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว

“วิญญาณเทพ!” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง

“รากฐานเต๋าของเขาไม่ได้ถูกทำลายไปเก้าในสิบส่วนแล้วหรือ เหตุใดกลิ่นอายของเขายังน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดนี้?” ต้วนเต๋อกล่าวกับตัวเอง ตามข้อมูลที่เขาได้รับมาปีศาจตนนี้ไม่น่าจะแข็งแกร่งมากนัก

“ต่อให้มันเป็นวิญญาณเทพมันก็เป็นเพียงยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงเรามีความมุ่งมั่นย่อมต้องฆ่ามันได้อย่างแน่นอน” วานรเตือนสติทุกคน

ในเวลาต่อมามีคนสองคนสวมชุดเกราะสีเงินปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของเงาดำนั้น หนึ่งในนั้นตะโกนอย่างเย็นชา

“เย่ฟ่าน เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?”

“หลิวอวิ๋นจื่อผ่านมาหลายปีแล้วเจ้ายังไม่มีพัฒนาการใดๆ เลย วันนี้ข้าจะส่งเจ้าลงนรกอีกครั้ง” เย่ฟ่านกล่าวอย่างสบายๆ

ต่อหน้าร่างอสูรสีดำตัวใหญ่ หลิวอวิ๋นจื่อส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว เขาถอดหมวกออกและกล่าวด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

“เป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วที่ข้าอยากจะฉีกร่างของเจ้าเป็นชิ้นๆ วันนี้เจ้าจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตไปได้”

“ขอโทษที่เจ้าต้องผิดหวังแล้ว เจ้าจะไม่มีโอกาสนั้นอย่างแน่นอน!” เย่ฟ่านกล่าวอย่างเย็นชา

“อา…” หวังเอี๋ยนกรีดร้อง นางโยนหมวกลงไปบนพื้นแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว เจ้าจะต้องถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ต่อให้พระเจ้ามาที่นี่ด้วยตัวเองก็ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้!”

“คนชั่วอย่างพวกเจ้ายังกล้าพูดถึงพระเจ้าอีกหรือ?” เย่ฟ่านคำรามเหมือนเสียงฟ้าร้อง “ข้าคือพระเจ้าและข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด!”

“ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว!”

ในขณะนี้ยอดฝีมือสี้คนของวังอเวจีได้ปิดล้อมวานรศักดิ์สิทธิ์ไว้เพื่อเปิดโอกาสให้ยอดฝีมือสามคนของวังพิภพมีโอกาสพุ่งเข้าหาเย่ฟ่าน

“ทุกสิ่งควรจบได้แล้ว!”

ในเวลาต่อมาบุตรศักดิ์สิทธิ์พิภพและสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีพร้อมทั้งผู้พิทักษ์ของพวกเขาอีกหลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นในความว่างเปล่า

กลิ่นอายของพวกเขานั้นรุนแรงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คนเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับปีศาจร้ายจากขุมนรกก็ไม่ปาน

ในมือของสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีนั้นมีเจดีย์ห้าชั้นที่มีสีขาวนวลเนียนราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากหยกขาว อย่างไรก็ตามกลิ่นอายของมันกลับแข็งแกร่งราวกับอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้ว!

“สมบัตินี้ถูกสร้างขึ้นจากกะโหลกหน้าผากของราชาเซียนห้าคน เราจะต้องเอามันมาให้ได้!” ฉีลั่วซึ่งซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่ากระซิบกับเย่ฟ่าน

“ในเมื่อทุกคนที่ควรมาก็มาถึงแล้ว เช่นนั้นพวกเจ้าก็ตายซะเถอะ!”

เย่ฟ่านกล่าวอย่างสงบ จากนั้นเขาก็โยนแผ่นหยกซึ่งบรรจุค่ายกลสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเก้าชิ้นออกไปพร้อมกัน

“บูม!”

รัศมีสังหารอันกว้างใหญ่ปะทุออกมาราวกับทะเล ในเวลาต่อมาสายฟ้าสีแดงเข้มข้นได้สาดส่องออกไปทุกทิศทางและบดขยี้ผู้คนทั้งหมดที่ถูกกักขังไว้บนยอดเขา!

“อะไรนะ?”

ศัตรูทั้งหมดกรีดร้อง กลิ่นอายของจักรพรรดิโบราณอบอวลไปทั่วอากาศ นี่คือค่ายกลสังหารของจักรพรรดิเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทุกคนต่างหวาดกลัว และไม่เข้าใจว่าเย่ฟ่านไปรวบรวมค่ายกลระดับนี้มาได้อย่างไรตั้งมากมาย

“ไม่ต้องกังวล ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถสร้างค่ายกลจักรพรรดิได้นอกจากตัวจักรพรรดิเอง สิ่งนี้ดูเหมือนจะบรรจุแค่เศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิเท่านั้น” องครักษ์ของบุตรศักดิ์สิทธิ์พิภพกล่าวอย่างเย็นชา

“ใช่แล้ว หากไม่มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ใครจะสามารถสร้างค่ายกลจักรพรรดิได้ ถึงอย่างนั้นเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็สามารถสังหารพวกเจ้าได้อย่างเหลือเฟือ”

เย่ฟ่านกล่าวอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็ควบคุมดาบโลหิตให้ฟันศีรษะองครักษ์ของบุตรศักดิ์สิทธิ์พิภพคนนั้นโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายส่งเสียงร้องได้

“ปกป้องตัวเองก่อน รอจนกว่าค่ายกลนี้จะหมดพลังเราค่อยร่วมมือกันสังหารร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ”

หลังจากการสิ้นพระชนม์ขององค์จักรพรรดิ มันเป็นไปไม่ได้ที่ค่ายกลที่สมบูรณ์แบบของจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะดำรงอยู่ในโลก ดังนั้นทุกคนไม่เชื่อว่าค่ายกลที่เย่ฟ่านใช้งานจะคงอยู่ได้นานนัก

“ข้าจะรับหน้าที่ถ่วงเวลาเขาเอง!”

สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีควบคุมเจดีย์ห้าชั้นให้กดไปข้างหน้า พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ท่วมท้นของอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วระเบิดออกมาอย่างรุนแรงและทำให้ยอดฝีมือทุกคนโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น

“เจดีย์นี้งดงามเหลือเกินมอบมันให้เป็นของสะสมของข้าเสียเถอะ” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นก็มีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายอันท่วมท้นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเจดีย์ห้าชั้นในมือของสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีหลายเท่า

มันกลืนกินรัศมีที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากเจดีย์ห้าชั้นทั้งหมด จากนั้นกลิ่นอายที่ครอบงำก็ปกคลุมไปทั่วสนามรบในเวลาอันรวดเร็ว

“แย่แล้ว! นั่นมันคทาแห่งสวรรค์!”

มีเสียงกรีดร้องดังมาจากความมืด มันเป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด

……………..

จบบทที่ 1241 - คทาแห่งสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว