- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1240 - ศัตรูทั้งหมดปรากฏตัว
1240 - ศัตรูทั้งหมดปรากฏตัว
1240 - ศัตรูทั้งหมดปรากฏตัว
1240 - ศัตรูทั้งหมดปรากฏตัว
“นี่คือผลงานของจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม แม้ว่ายากจะตรวจสอบได้แต่ข้ารู้ดีว่านี่เป็นผลงานของเขา เพราะหม้ออสูรกลืนสวรรค์มีปฏิกิริยาบางอย่าง” ต้วนเต๋อกล่าว
เขาเป็นผู้ที่ใช้งานหม้ออสูรกลืนสวรรค์บ่อยที่สุด มันทำให้เขามีปฏิกิริยาสัมพันธ์บางอย่างกับหม้อและทำให้รู้จักชายผู้โหดเหี้ยมมากกว่าคนอื่นๆ
“ถ้าเป็นเรื่องจริง จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเจ้าคนนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวและน่าเกรงขามจริงๆ ในตอนที่ข้าเกิดขึ้นมาสถานที่แห่งนี้มีสถานะสูงส่งไม่แตกต่างอะไรจากเหมืองโบราณต้นกำเนิด” วานรถอนหายใจด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง
“หากพูดถึงความลึกลับในโลกจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมคืออันดับหนึ่ง ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นชายหรือหญิง ในขณะเดียวกันทักษะของเขาก็แทบไม่มีการสืบทอดมาในยุคปัจจุบัน” เย่ฟ่านกล่าว
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาถึงบริเวณตอนกลางของเทือกเขาเทียนต้วน เย่ฟ่านเริ่มกระตุ้นทักษะปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อรวบรวมปราณมังกรอีกครั้ง แม้ว่าศัตรูจะยังไม่ปรากฏตัวขึ้นแต่เขาก็ต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ
“มีกลิ่นอายของผู้คนมากมายอยู่ทางด้านหน้า” ต้วนเต๋อจ้องไปในระยะไกล
ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าสถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นจุดชุมนุมที่ศัตรูวางกับดักไว้ แน่นอนว่าเมื่อเย่ฟ่านกังวลเรื่องความปลอดภัยของหลินเจี๋ยต่อให้เขาไม่อยากเดินเข้าไปติดกับก็ทำไม่ได้
บริเวณนี้ใหญ่เกินไป มีผู้คนมากมายซุ่มซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง
“ไม่จำเป็นต้องกังวล ในมือของพวกเรามีอาวุธเต๋าสุดขั้วหนึ่งชิ้น อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วอีกหลายชิ้น และยังมีค่ายกลของจักรพรรดิอีกมากมาย ต่อให้พวกมันมีมากกว่านี้หลายเท่าก็ไม่อาจรอดไปจากมือข้าได้!” เย่ฟ่านกล่าว
“สุนัขตัวนั้นแกะสลักค่ายกลจักรพรรดิให้เจ้ากี่ชิ้น?” ต้วนเต๋อกล่าว
“เดิมทีมีหก แต่ข้ากลัวว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นดังนั้นจึงบังคับให้มันทำค่ายกลตลอดทั้งคืนในที่สุดมันก็ทำสำเร็จสิบสองชิ้น” เย่ฟ่านกล่าว
ต้วนเต๋อและวานรศักดิ์สิทธิ์ตกใจในใจ! ค่ายสังหารทั้งสิบสองชิ้นล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ความสามารถของค่ายกลนี้ต่อให้เป็นเสมือนจักรพรรดิก็ยากที่จะหลบหนีอย่างปลอดภัยได้
ค่ายกลศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความต้องการวัสดุที่สูงมาก มิหนำซ้ำมันยังสามารถเก็บไว้ได้เพียงแค่สองสามวันและอำนาจของมันก็จะสลายไปในความว่างเปล่าโดยไม่อาจควบคุมได้
ไม่นานมานี้เย่ฟ่านได้กว้านซื้อสมบัติแห่งสวรรค์พิภพจำนวนมากเพื่อสร้างค่ายกลสังหาร การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยของเขาทำให้ฉีลั่วกรีดร้องด้วยความเศร้าโศก
“ปีศาจร้าย ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของปีศาจร้าย ร่างกายที่แท้จริงของเขาอยู่ที่นี่!”
ต้วนเต๋อกล่าว เขาบอกว่ามีโอกาสสูงที่ร่างกายที่แท้จริงของปีศาจลึกลับตอนนั้นจะถูกฝังอยู่ที่นี่
ในเวลาเดียวกันเย่ฟ่านก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนสองคนที่มีความคุ้นเคยอย่างมาก
“พวกเขาเอง หลิวอวิ๋นจื่อและหวังเอี๋ยน!”
ไม่ว่าเย่ฟ่านจะปรากฏตัวที่ไหนสถานที่แห่งนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นสนามรบทันที แม้กระทั่งตอนที่เขาเดินทางสู่ทุ่งดวงดาวโบราณจื่อเว่ยสถานการณ์ก็ไม่ได้แตกต่างจากในปัจจุบันเท่าใดนัก
“เลิกทำลับๆล่อๆ ได้แล้ว!?”
เสียงคำรามของเย่ฟ่านดังก้องไปทั่วภูเขาเทียนต้วน จากนั้นทั้งกลุ่มก็บินขึ้นไปรอที่ภูเขาซึ่งถูกตัดขาดโดยจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม
“เย่ฟ่าน ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณอยู่ที่นี่แล้ว”
เทือกเขาเทียนต้วนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ยอดฝีมือจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขา จิตสังหารของพวกเขาโหมกระหน่ำไปทั่วท้องฟ้าโดยไม่มีการปิดบังเจตนาของตัวเองอีกต่อไป
ท่ามกลางผู้คนมากมายนั้นมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากคนผู้หนึ่ง ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา และในบริเวณโดยรอบก็มียอดฝีมือหลายคนรุมล้อมเป็นชั้นๆ
ในขณะเดียวกันจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีร่างกายใหญ่โตกว่าหนึ่งหมื่นวาก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังของกลุ่มคนเหล่านั้น รอบตัวของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์มีจระเข้น้อยอีกหลายร้อยหลายพันตัวกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า
การปรากฏตัวของจระเข้จำนวนมากทำให้ดวงตาเย่ฟ่านและผังป๋อมีความดุร้ายปรากฏขึ้นทันที
“ไม่คิดว่าพวกมันจะแพร่พันธุ์ได้มากมายถึงขนาดนี้”
ผังป๋อกล่าวกับตัวเอง เหตุการณ์ที่เขาและเพื่อนฝูงหลบหนีจระเข้มากมายนับไม่ถ้วนในดาวอังคารผุดขึ้นมาในใจของเขาอีกครั้ง
“บูม!”
ในเวลาเดียวกันรัศมีที่เปล่งประกายแวววาวของอาวุธศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชิ้นก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นกดทับเข้าหาเย่ฟ่านและสหายทุกคนอย่างรุนแรง
หม้ออสูรกลืนสวรรค์บนหัวของต้วนเต๋อปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมาปกป้องทุกคน เย่ฟ่านกวาดสายตาไปรอบๆและกล่าวอย่างเย็นชาว่า
“พวกเจ้ามาครบแล้วหรือไม่ เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเลย!” น้ำเสียงของเขาก้องกังวาลไปทั่วโลก
จระเข้สีทองยาวหมื่นวานั้นดูเหมือนภูเขาขนาดใหญ่ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้วที่เย่ฟ่านพกพามามันก็ส่งเสียงกรีดร้องและกวาดหางขนาดใหญ่เข้าใส่ภูเขาที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงทำให้เกิดเสียงระเบิดดังก้องทันที
หม้ออสูรกลืนสวรรค์เปล่งประกายด้วยแสงสีดำและปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวเข้าหาจระเข้ยักษ์ กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายของหม้ออสูรกลืนสวรรค์ยังมีมากมายกว่าจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ
“ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณอยู่ที่นี่ ฆ่าเขาซะ!” จากนั้นนักฆ่าที่สวมชุดสีดำสนิทหลายพันคนก็ปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขา
ยิ่งกว่านั้น จระเข้ศักดิ์สิทธิ์นับพันนับหมื่นตัวได้พุ่งเข้าหากลุ่มของเย่ฟ่านราวกับห่าลูกศร
“เจ้ากล้าเย่อหยิ่งต่อหน้าอาวุธของจักรพรรดิหรือ?” สีหน้าของต้วนเต๋อเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
“ใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์ป้องกันตัว อย่าใช้พลังของมันโจมตีไม่เช่นนั้นเราจะพลาดโอกาสในการฆ่าปีศาจร้ายตัวนั้น”
วานรศักดิ์สิทธิ์กำชับก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าเพื่อโจมตีกลุ่มนักฆ่าจากวังพิภพและวังอเวจี
จระเข้ศักดิ์สิทธิ์พยายามทำให้ร่างกายของตัวเองมั่นคง มันส่งเสียงกรีดร้องและกระตุ้นให้จระเข้น้อยจำนวนมากพุ่งเข้าหากลุ่มของเย่ฟ่านอีกครั้ง
ในเวลาต่อมาหน้าผากของเย่ฟ่านแยกออกเล็กน้อย เขาเรียกดาบโลหิตที่มีความยาวประมาณหนึ่งนิ้วให้ปรากฏขึ้น เมื่อดาบโลหิตฟาดฟันไปข้างหน้าร่างกายของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์นับพันตัวก็ถูกทำลายล้างอย่างง่ายดาย
“แข็งแกร่งถึงขนาดนี้!” ต้วนเต๋ออุทานด้วยความอิจฉา
แสงโลหิตพุ่งออกมาจากดาบและกวาดเข้าหากลุ่มจระเข้ศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าร่างกายของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นจะแข็งแกร่งเหมือนเพชรแต่ร่างของจระเข้นับพันก็ยังถูกตัดขาดราวกับก้อนเต้าหู้
จระเข้ตัวเล็กๆ มากมายแม้ว่าจะถูกสังหารไม่หยุดหย่อนแต่พวกมันยังคงเต็มไปด้วยความดุร้ายและพยายามล้อมรอบกลุ่มเย่ฟ่านไว้ตรงกลาง
ในเวลาต่อมาวิหารโบราณสีทองปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า มันปลดปล่อยแสงสีทองออกมาเพื่อดูดกลืนโลหิตที่กระจายอยู่ทั่วพื้น
“นี่คือการสังเวยเลือดเพื่อต่อต้านอาวุธเต๋าสุดขั้ว!” สีหน้าของต้วนเต๋อเปลี่ยนสีทันทีที่มองเห็นสิ่งนี้
ไม่น่าแปลกใจที่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์กระตุ้นให้ทายาทของมันโจมตีกลุ่มของเย่ฟ่านโดยไม่มีความหวาดกลัว แท้ที่จริงแล้วมันต้องการสังเวยจระเข้น้อยเหล่านั้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับพลังอันแข็งแกร่งในการต่อต้านอาวุธเต๋าสุดขั้วชั่วคราว
จระเข้ยักษ์จ้องมองเย่ฟ่านด้วยความกระตือรือร้นก่อนที่ดวงตาของมันจะปลดปล่อยแสงสีทองขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสีทองเหล่านั้นควบแน่นเข้าหากันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์
จักรพรรดิดำมีลางสังหรณ์อันเลวร้ายเกิดขึ้นภายในใจ มันกระตุ้นค่ายกลสังหารของจักรพรรดิปราศจากจุดเริ่มต้นให้ปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกไปตัดร่างของสิ่งมีชีวิตร่างกายสีทองบนท้องฟ้าทันที
ปัง!
จระเข้ศักดิ์สิทธิ์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด การโจมตีจากค่ายกลนั้นทำให้ดวงตาข้างหนึ่งของมันได้รับความเสียหาย
“ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว ข้ารอเจ้ามานานแล้ว คืนชีวิตบุตรชายของข้ามา!”
มีเสียงอู้อี้เหมือนฟ้าร้องดังก้องอยู่ในสวรรค์พิภพ จากนั้นสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์สีดำสนิทก็ปรากฏตัวในความว่างเปล่า บนศีรษะของมันมีเขาที่แหลมคมเหมือนกับวัว เส้นผมสีดำของมันกำลังโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง
นี่คือราชาวัวขนาดใหญ่ พลังการต่อสู้ของมันเทียบได้กับเซียนเทียมขั้นสอง ดวงตาที่แดงก่ำของมันจ้องมองเย่ฟ่านอย่างโหดร้าย
นี่คือราชาแห่งเผ่าอสูรวัวผู้ทรงพลัง มันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นเย่ฟ่านซึ่งสังหารบุตรชายของมันไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนตอนที่เขาเข้าร่วมกับวังสวรรค์เป็นครั้งแรก
“อย่าฆ่าวัวตัวนี้ ในที่สุดข้าก็เห็นสัตว์พาหนะที่น่าพอใจแล้ว”
จักรพรรดิดำตะโกนด้วยความตื่นเต้น จากนั้นมันก็ควบคุมค่ายกลจักรพรรดิให้บีบรัดเข้าหาราชาวัวอย่างรวดเร็ว
…………