เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1203 - โซ่อมตะที่หายไป

1203 - โซ่อมตะที่หายไป

1203 - โซ่อมตะที่หายไป


1203 - โซ่อมตะที่หายไป

คัมภีร์ครึ่งหน้าสีแดงราวกับเลือดสั่นไหวอยู่บนพื้น ในตอนนี้มันยังคงมีเสียงกรีดร้องของเฟิ่งหวงดังออกมาเป็นระยะๆ

เปลวไฟเล็กๆ ที่กระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าควบแน่นกลายเป็นอักษรมากมายนับไม่ถ้วน เย่ฟ่านก้าวถอยหลังด้วยความระมัดระวังและไม่กล้าเข้าใกล้คัมภีร์สุ่มสี่สุ่มห้า

“กรี๊ดดดด!”

ในส่วนลึกสุดของเขตไฟ นกน้อยยังคงกรีดร้องด้วยความโกรธเกี้ยวอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ออกจากต้นไม้ต้นเดิมคล้ายกับมีความเกรงกลัวต่อเมล็ดโพธิ์อย่างยิ่ง

“นี่คือแก่นแท้ของไฟอมตะ?” สีหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

เปลวไฟที่แผดเผาลงมาจากด้านบนนั้นร้อนแรงมากที่สุดเท่าที่เย่ฟ่านเคยสัมผัส พลังของมันยังเหนือกว่าเปลวไฟระดับเก้าหลายสิบเท่า

แสงของพุทธะที่กระจายออกมาจากเมล็ดโพธิ์ยังคงปิดกั้นบริเวณที่เย่ฟ่านยืนอยู่ เปลวไฟจากนกตัวน้อยไม่สามารถทำอันตรายต่อเย่ฟ่านได้

อย่างไรก็ตามเปลือกของเมล็ดโพธิ์เริ่มสั่นไหว เห็นได้ชัดว่ามันแทบจะทนอำนาจของนกน้อยตัวนี้ไม่ได้แล้ว

ภาพธรรมของพุทธองค์ขนาดใหญ่ซึ่งปิดกั้นอยู่ด้านหน้าของเย่ฟ่านในตอนแรกยังสามารถปลดปล่อยแสงสีทองออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้แสงสีทองเริ่มหม่นหมองลงทุกขณะ

ถึงอย่างนั้นเย่ฟ่านก็ยังรู้สึกประหลาดใจอย่างถึงที่สุด เขาไม่เคยคิดเลยว่าเมล็ดโพธิ์จะมีอำนาจถึงขนาดนี้!

ในเวลาต่อมามีเสียงกร๊อบแก๊บดังขึ้น นกน้อยกรีดร้องอยู่บนยอดผาพร้อมกับปลดปล่อยเปลวไฟให้เผาผลาญเย่ฟ่านอย่างรุนแรงมากกว่าเดิม

หนังศีรษะของเย่ฟ่านชาด้าน ในที่สุดเขาก็ตระหนักแล้วว่าเหตุใดจึงมีบันทึกกล่าวไว้ว่าในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตเปลวไฟแม้แต่เซียนยังถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซียนผู้นั้นจะต้องถูกนกน้อยตัวนี้ฆ่าตายอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้คือเฟิ่งหวงอมตะหรือไม่ ถ้ามันบินลงมาข้างล่างต่อให้มีเมล็ดโพธิ์คอยปกป้องเย่ฟ่านเชื่อว่าเขายังคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายได้อยู่ดี

“ข้าต้องรีบแล้ว!”

เย่ฟ่านรีบหยิบเมล็ดโพธิ์ขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น ในขณะนี้เมล็ดโพธิ์ของเขาเริ่มอ่อนนุ่มเห็นได้ชัดว่ามันอาจจะละลายกลายเป็นของเหลวได้ตลอดเวลา

เย่ฟ่านหวาดกลัวอย่างมาก หากไม่ได้รับการคุ้มครองจากเมล็ดโพธิ์นี้เขาจะต้องถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างแน่นอน

และในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเย่ฟ่านจึงได้แต่กดเมล็ดโพธิ์ที่อ่อนนุ่มเข้าไปในทะเลศักดิ์สิทธิ์กลางหน้าผากของตัวเอง

บูม!

ทันใดนั้นเย่ฟ่านดูเหมือนจะก้าวเข้าสู่สภาวะแปลกๆ บางอย่าง ร่างกายของเขาปลดปล่อยแสงสีทองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ในขณะเดียวกันพระพุทธรูปที่นั่งอยู่ด้านหน้าเขาก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

เย่ฟ่านนั่งสมาธิอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าราวกับเทพอสูร เส้นผมสีดำของเขาโบกสะบัดอย่างวุ่นวายและมีแสงสีทองบานสะพรั่งออกมาอยู่ตลอดเวลา

“นี่คือ…”

เย่ฟ่านตกตะลึง ร่างของพระพุทธเจ้าหายไปแล้ว ในตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับเปลวไฟของเฟิ่งหวงศักดิ์สิทธิ์อย่างตรงไปตรงมา ความร้อนที่แผดเผานั้นทำให้เย่ฟ่านเกิดความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก

“เกิดอะไรขึ้น?”

ถึงแม้ว่าจะเผชิญกับความร้อนไม่มีที่สิ้นสุด แต่เย่ฟ่านไม่ได้มีความรู้สึกว่าร่างกายของเขาจะถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ในทางตรงกันข้ามอารมณ์ของเขากลับสงบมากขึ้น

เมื่อรู้ว่าเปลวไฟที่อยู่บนท้องฟ้าไม่สามารถเผาผลาญเขาจนตายได้เย่ฟ่านจึงเลิกให้ความสนใจกับการปกป้องตัวเองและเริ่มสำรวจเมล็ดโพธิ์อย่างจริงจัง

ในขณะนี้เมล็ดโพธิ์ล่องลอยอยู่ในทะเลศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่าน หลังจากสำรวจอย่างระมัดระวังเขาก็ค้นพบอักขระโบราณเล็กๆมากมายซึ่งถูกสลักด้วยภาษาสันสกฤต

เย่ฟ่านศึกษาตัวอักขระเหล่านั้นอย่างจริงจังจนกระทั่งหลงลืมตัวตนของตัวเองโดยสิ้นเชิง

ไม่มีใครรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เมื่อเมล็ดโพธิ์เคลื่อนตัวออกจากทะเลศักดิ์สิทธิ์ เย่ฟ่านก็ตื่นขึ้น จิตวิญญาณที่เคยล่องลอยไม่เป็นตัวของตัวเองในที่สุดก็ฟื้นคืนสติกลับมา

“เฮ้อ...”

เย่ฟ่านทอดถอนใจเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่าพระพุทธเจ้าตัวจริงหายสาบสูญไปที่ใด ตอนนี้เขาพระสุเมรุของพระองค์ถูกใครบางคนยึดครองและประกาศตัวว่าเป็นพระพุทธเจ้าคนใหม่!

สถานการณ์นี้สร้างความกดดันให้กับเย่ฟ่านเป็นอย่างมาก แม้ว่าพระพุทธเจ้าโต้วจ้านจะมีความแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นมิตรต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทัศนคติที่เขาแสดงออกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“เมล็ดพันธุ์นี้วิเศษมากมันสามารถทำให้ผู้คนเกิดความรู้แจ้งในเต๋าได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้มันเป็นของข้าโดยสมบูรณ์แล้ว”

เย่ฟ่านถือเมล็ดโพธิ์ไว้ในมือและรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าหลังจากผ่านประสบการณ์เมื่อครู่เมล็ดโพธิ์นี้ได้หลอมรวมกับจิตวิญญาณของเขาโดยสมบูรณ์

“คัมภีร์อมตะครึ่งหน้า!”

เปลวไฟที่โอบล้อมสถานที่แห่งนี้หายไปแล้ว อย่างไรก็ตามนกตัวน้อยยังคงเกาะอยู่บนหน้าผาและจ้องมองคัมภีร์สีแดงฉานอยู่ตลอดเวลา!

เย่ฟ่านถือโพธิไว้ในมือและเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ดวงตาของเขามองคัมภีร์สีแดงที่อยู่บนพื้นและเฝ้าจับตาปฏิกิริยาของนกตัวน้อยด้วยความระมัดระวัง

นี่คือคัมภีร์อมตะ?

ในโลกนี้ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีผู้อมตะที่แท้จริง แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังต้องแสวงหาความอมตะในโลกอื่น แต่หากเย่ฟ่านได้รับมันจริงๆ มันจะเป็นความโชคดีมากเพียงใด?

เย่ฟ่านไม่กล้าหยิบคัมภีร์บนพื้นขึ้นมาเพราะกลัวว่านกน้อยตัวนั้นจะคลุ้มคลั่ง เขาเพียงอ่านเนื้อหาบนคัมภีร์ด้วยความระมัดระวังและทำความเข้าใจต่อความลับของเฟิ่งหวงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอสูรอมตะโบราณ

แต่น่าเสียดายที่คัมภีร์นี้มีเพียงครึ่งหน้าเท่านั้น การที่เนื้อหาส่วนใหญ่ของมันหายสาบสูญไปย่อมส่งผลกระทบต่อเย่ฟ่านเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มศึกษามันอย่างไร

สิ่งนี้ทำให้เย่ฟ่านขมวดคิ้วและรู้สึกทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าโพธิในมือจะมีความสอดคล้องกับจิตวิญญาณของเขามากกว่าเดิมและช่วยให้เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น

แต่คัมภีร์เฟิ่งหวงมีระดับสูงอย่างยิ่ง อย่างมากสุดเขาก็ทำได้แค่ใช้มันจับร่องรอยของเต๋าที่อยู่ในคัมภีร์ได้เล็กน้อยเท่านั้น

“กรี๊ด กรี๊ด!”

นกน้อยที่อยู่ในอากาศสัมผัสได้ว่าเย่ฟ่านดูเหมือนจะได้รับบางสิ่งบางอย่างจากคัมภีร์เฟิ่งหวงสีเลือดดังนั้นมันจึงเริ่มกรีดร้องด้วยความโกรธ และทำให้อุณหภูมิโดยรอบร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม

“ปัง!”

มีเสียงระเบิดดังกึกก้อง โลกทั้งใบสั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้นประกายไฟสีแดงฉานได้ระเบิดออกมาจากคัมภีร์อมตะครึ่งเล่มและย้อมเขตเปลวไฟทั้งหมดให้จมอยู่ในโลกสีแดง

“ลวดลายเต๋าที่สมบูรณ์แบบ!” เย่ฟ่านจ้องมองตรงไปในอากาศ

แสงสีแดงเลือดที่กระจายออกมานั้นเริ่มควบแน่นกลายเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีแดงขนาดใหญ่ที่พาดผ่านท้องฟ้า โซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้มีอักขระตัวเล็กๆ ถูกสลักไว้เต็มไปหมด

ดวงตาของเย่ฟ่านจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรเหล่านั้นและรีบจดจำมันไว้อย่างรวดเร็ว

“ฟู่”

จิตสำนึกของเย่ฟ่านดูเหมือนจะล่องลอยออกจากร่างอีกครั้ง เขานั่งสมาธิอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและมีเพียงภาพของโซ่สีแดงฉานเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขา

“มันเป็นความลับของความเป็นอมตะหรือเปล่า?” เย่ฟ่านรวบรวมจิตวิญญาณทั้งหมดของตัวเองเพื่อศึกษาโซ่ขนาดใหญ่ซึ่งถูกควบแน่นขึ้นจากเต๋า

น่าเสียดายที่ครึ่งหน้าของคัมภีร์เฟิ่งหวงโลหิตมีขนาดเล็กมากและมันก็บรรจุอักขระเต๋าได้เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ต่อให้เย่ฟ่านใช้สมาธิมากเพียงใดมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถอนุมานทักษะเต๋าที่ถูกซ่อนอยู่ในโซ่เส้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม เย่ฟ่านยังคงรู้สึกซาบซึ้งใจกับความจริงที่ว่านี่คือหนึ่งในเก้าญาณวิเศษลึกลับ “โซ่อมตะ” นั่นเอง!

นี่คือทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเก้าญาณวิเศษลึกลับ ขอเพียงทำความเข้าใจทักษะนี้ได้เท่านั้นจึงจะสามารถเชื่อมโยงญาณวิเศษอีกแปดประเภทเข้าด้วยกันได้

มันเป็นเหมือนโซ่ที่ใช้เชื่อมต่อญาณวิเศษทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว หากไม่มีมันต่อให้เย่ฟ่านสามารถรวบรวมเก้าญาณวิเศษลึกลับทั้งหมดได้สำเร็จเขาก็ไม่สามารถทำให้มันกลายเป็นคัมภีร์ที่สมบูรณ์แบบได้อยู่ดี

แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทักษะนี้ก็คือ “ความเป็นอมตะ” ของมัน

ยิ่งทำการศึกษามากเท่าใดเย่ฟ่านก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าวิญญาณจะแตกสลาย แต่ก็สามารถซ่อมแซมกลับมาเป็นปกติได้

เมื่อฝึกฝนสำเร็จต่อให้เหลือเลือดเพียงหยดเดียวเย่ฟ่านยังสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับคืนสู่จุดสูงสุดในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้เย่ฟ่านเสียใจมากที่สุดก็คือ โซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้ควรจะมีทั้งหมดเก้าเส้น แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขากลับมีเพียงเส้นเดียว ซึ่งทำให้พลังที่แท้จริงของมันอ่อนแอลงเกือบสิบเท่า

แน่นอนว่าต่อให้ฝึกฝนคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์เย่ฟ่านยังไม่มีทางเข้าใกล้ขอบเขตที่เรียกว่าความเป็นอมตะได้จริงๆ นั่นก็เพราะพลังของทักษะนี้เป็นเพียงการฟื้นฟูร่างกายและไม่เกี่ยวข้องกับการยืดอายุขัยของสิ่งมีชีวิต!

……

จบบทที่ 1203 - โซ่อมตะที่หายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว