เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1204 - ความขัดแย้งที่รอการปะทุ

1204 - ความขัดแย้งที่รอการปะทุ

1204 - ความขัดแย้งที่รอการปะทุ


1204 - ความขัดแย้งที่รอการปะทุ

หลังจากเวลาผ่านไปนานเย่ฟ่านก็ฟื้นคืนสติกลับมา เมื่อหันไปรอบๆ เขาพบว่าเปลวไฟที่เกิดขึ้นเมื่อครู่รวมทั้งนกน้อยตัวนั้นเป็นเพียงนิมิตที่คัมภีร์โบราณเล่มนี้สร้างขึ้น

เขาหยิบคัมภีร์โบราณขึ้นมาจากพื้นและกล่าวคำว่า “เจ๋อ” ทันใดนั้นบาดแผลที่เคยปรากฏอยู่บนไหล่ของเขาก็เริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สิ่งนี้ทำให้เย่ฟ่านรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก หากเขาได้รับคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์มันจะทำให้ร่างกายของเขาอยู่ยงคงกระพันได้เลย

แต่ในไม่ช้าเขาก็หัวเราะอีกครั้ง ในฐานะมนุษย์เขาจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีอะไรเลย แต่การก้าวมาถึงขอบเขตปัจจุบันก็นับเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว

ทักษะโซ่อมตะของเขาแม้จะเป็นฉบับไม่สมบูรณ์แต่รับรองว่าทรงพลังไม่เป็นรองทักษะฟื้นคืนชีพของฮั่วอวิ๋นเฟยอย่างแน่นอน และเมื่อประกอบกับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เย่ฟ่านเชื่อมั่นว่าจะไม่มีใครในรุ่นเดียวกันที่สามารถเอาชีวิตเขาได้

เย่ฟ่านเก็บคัมภีร์โบราณครึ่งหน้าและเมล็ดโพธิ์ไว้อยากระมัดระวัง หัวใจของเขาว่างเปล่า และเขามีความรู้สึกแปลกๆ เกี่ยวกับเมล็ดโพธิ์ เขามีความรู้สึกว่าสมบัติชิ้นนี้จะสร้างโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เขาในอนาคต!

“มันทำให้ข้ากลัวอยู่นิดหน่อย” เขาพึมพำกับตัวเอง

ในเวลาเดียวกันกู่เฟยและกู่หลินกำลังทำนายดวงชะตา เย่ฟ่านหายตัวไปสองสามวันแล้ว หลี่เหอสุ่ย ตงฟางเย่และคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเทียนจื่อกลัวว่าเขาจะประสบอุบัติเหตุ

“ต้นโพธิ์ ศรัทธาอันเปี่ยมล้ำ ความเป็นอมตะ…”

เด็กน้อยทั้งสองคนกระอักเลือดออกมาและเป็นลมหมดสติทันที เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นทั้งสองคนยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เห็น

“เกิดอะไรขึ้น?”

ฉีลั่วและวานรศักดิ์สิทธิ์ต่างตื่นตระหนกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“อมตะ…” เสี่ยวเช่อเอ๋อกระพริบตากลมโตและเอ่ยทวนคำพูดของกู่เฟยและกู่หลิน

“อย่าปล่อยให้พวกเขาทำนายสิ่งไร้สาระมากเกินไป ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะประสบกับโชคร้ายในท้ายที่สุด” จักรพรรดิสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

เย่ฟ่านออกจากเขตเปลวไฟและเดินทางกลับสู่อาณาจักรเอี๋ยนซึ่งเป็นดินแดนแรกที่เขาก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ พื้นที่ส่วนกลางของมันคือดินแดนต้องห้ามโบราณ คราวนี้เขาไม่ได้คิดจะเข้าไปข้างใน

เย่ฟ่านเพียงเดินทางไปที่ร้านของลุงเจียงและเสี่ยวถิงถิงเท่านั้น

ลุงเจียงได้บอกเขาว่าเคยมีหญิงงามนามหลินเจี๋ยมาสอบถามที่อยู่ของเขา

เย่ฟ่านผลักเปิดประตูที่เต็มไปด้วยฝุ่นเข้าไปข้างใน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเพียงแต่มันถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรกค่อนข้างมาก

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็หยุดนิ่งไปบนผนังและเห็นคำสองสามคำที่สลักไว้ด้วยตัวหนังสือจีนสมัยใหม่

“อวี้ฮั่วเซียนเหอ…”

เย่ฟ่านอ่านออกแล้วยืนเงียบๆ เป็นเวลานาน เขาไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร หรือหลินเจี๋ยกำลังให้เขาตามไปยังสถานที่แห่งนั้น?

แต่สุดท้ายเย่ฟ่านก็ต้องตัดใจชั่วคราว เวลาของเขามีอยู่อย่างจำกัดและการต่อสู้แห่งชีวิตและความตายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เขาไม่อาจเสียเวลาไปมากกว่านี้ได้

……

สนามรบโบราณซีเซี่ยคือพื้นที่สีเขียวบนทะเลทรายอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่งของภาคเหนือ ในขณะนี้ผู้คนหลั่งไหลมาที่นี่ด้วยความกระตือรือร้น

โรงเตี๊ยมทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ถูกจับจองจนเต็ม ทำให้ผู้บ่มเพาะจำนวนมากจำเป็นต้องตั้งกระโจมอยู่ด้านนอกเพื่อรอคอยการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง

“การเผชิญหน้าระหว่างร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณและหยวนกู่ ไม่เพียงแต่เป็นการปะทะกันของสองอัจฉริยะที่สั่นสะเทือนโลกเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นตัวแทนของยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้งสองเผ่าพันธุ์อีกด้วย!”

จากใต้ไปเหนือ จากเหนือไปใต้ จากห้าภูมิภาคอันยิ่งใหญ่ ยอดฝีมือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์หรืออสูรล้วนมาชมการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจเย่ฟ่าน

การต่อสู้ครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ราวกับอุกกาบาตที่ตกลงในมหาสมุทร ก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ที่กวาดไปทั่วดวงดาวโบราณทั้งหมด

อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ทั่วทั้งโลกต่างให้ความสนใจเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นี้อย่างจดจ่อ

บรรยากาศในภาคเหนือเริ่มตึงเครียดทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออก อีกสามวันสงครามจะเริ่มขึ้นที่สนามรบโบราณซีเซี่ย!

เย่ฟ่านกลับมาแล้ว หลังจากนั่งสมาธิเป็นเวลานานและย่อยสลายสิ่งที่เขาได้รับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทั้งหมดเขาก็เริ่มศึกษาคัมภีร์สวรรค์ฉบับสมบูรณ์อีกครั้ง

เขาและฉีลั่วตั้งความหวังไว้ที่การฟื้นฟูวังสวรรค์อีกครั้ง ดังนั้นเย่ฟ่านจึงสามารถเข้าถึงคัมภีร์สวรรค์ฉบับสมบูรณ์โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ

เย่ฟ่านนั่งพิจารณาอย่างเงียบๆ เต๋าแห่งการฆ่านั้นขัดแย้งกับเต๋าของเขาอย่างยิ่ง แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเต๋าแห่งการฆ่าคือหนึ่งในเส้นทางการบ่มเพาะที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น

“เกิดอะไรขึ้นกับพิภพและในอเวจี? เหตุใดข่าวคราวของพวกเขาจึงหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย?”

ช่วงเวลานี้ทุกอย่างเงียบเกินไปซึ่งทำให้เย่ฟ่านตื่นตระหนกเล็กน้อย หากในระหว่างที่เขาทำการดวลกับหยวนกู่ นักฆ่าเหล่านั้นได้ปรากฏตัวขึ้นมันจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของเขาอย่างแน่นอน

“พิภพกำลังประสบปัญหาใหญ่…” หลี่เหอสุ่ยหัวเราะเบาๆ

จากนั้นเขาก็เปิดเผยว่าในระหว่างนี้ยอดฝีมือจากสันเขาเสิ่นคานและราชวงศ์โบราณหลายแห่งได้เปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของวังพิภพอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าเมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเผ่าพันธุ์โบราณหลายแห่งวังพิภพย่อมต้องหลบเลี่ยงความเสียหายโดยการไม่ปรากฏตัวขึ้น

ปรมาจารย์แห่งสันเขาเสิ่นคานใช้ทักษะลับในการ “ดึงไหมและลอกรังไหม” เพื่อติดตามและแกะรอยพิภพจนไปถึงรังใหญ่ของพวกเขา

“หนอนไหมเฒ่าลงมือเพียงลำพังและทำลายฐานที่มั่นของพิภพจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในไม่ช้าเรื่องนี้จะกระจายไปทั่วโลก”

หมู่บ้านเทียนจื่อมีช่องทางพิเศษและทำให้พวกเขาได้รับข่าวสารที่รวดเร็วที่สุด แม้ว่าข่าวจะยังไม่แพร่กระจายออกไปข้างนอกแต่พวกเขาก็รับรู้ได้ก่อนแล้ว

ไม่นานหลังจากนั้นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนโลกก็ถูกเปิดเผยออกมา แน่นอนว่าสันเขาเสิ่นคานได้นำศีรษะของนักฆ่าระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่มาขึ้นรางวัลกับเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านแจ้งให้พวกเขาไปรับรางวัลที่ลานพนันหินดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวน (หยกพลิกสวรรค์) ในเมืองศักดิ์สิทธิ์ได้ทันที

อย่างไรก็ตามในการต่อสู้ครั้งนี้ได้มีความลับอันยิ่งใหญ่บางอย่างถูกเปิดเผยออกมา ในวังพิภพมีนักฆ่าระดับเซียนซ่อนตัวอยู่ ข่าวนี้ทำให้โลกทั้งใบเกิดความปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด

นักพรตเฒ่าจากสันเขาเสิ่นคานไม่สามารถสังหารนักฆ่าระดับเซียนได้ แต่เขายังคงไม่คิดจะยอมแพ้ เขาเรียกระดมกำลังจากเผ่าพันธุ์โบราณหลายแห่งเพื่อออกตามล่าศีรษะของนักฆ่าระดับเซียนคนนั้นมาแลกเปลี่ยนกับยาเซียนของเย่ฟ่าน

ในขณะนี้ผู้คนมากมายเริ่มรวมตัวกันในซีเซี่ย ผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณเกิดการต่อสู้กันอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันของพวกเขา

“หยวนกู่ของพวกเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน เย่ฟ่านคือร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณคนแรกในรอบแสนปีที่ทำลายคำสาปได้ เว้นแต่จะเป็นจักรพรรดิโบราณในวัยหนุ่ม จะไม่มีคนรุ่นเดียวกันเอาชนะเย่ฟ่านได้อย่างเด็ดขาด!”

ผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มโต้เถียงและต่อสู้กับทายาทเผ่าพันธุ์โบราณ

“หยวนกู่คือทายาทของจักรพรรดิหยวน ต่อให้ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณทรงพลังมากเพียงใดความบริสุทธิ์ในสายเลือดของเขายังคงไม่เพียงพอ สุดท้ายเขาจะต้องตายในมือของหยวนกู่อยู่ดี”

การประลองระหว่างเย่ฟ่านและหยวนกู่ยังไม่ทันเริ่มต้นขึ้นก็มีการต่อสู้ยิบย่อยระหว่างมนุษย์กับเผ่าพันธุ์โบราณเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ภาคเหนือจมอยู่ในความโกลาหล หัวใจของผู้คนเต็มไปด้วยความกระสับกระส่าย ความบาดหมางระหว่างมนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณมีแต่จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และการต่อสู้ครั้งนี้ก็เปรียบเหมือนความอัดอั้นที่อยู่ในใจของผู้คนได้ปะทุออกมา

นี่ไม่ใช่การดวลกันระหว่างคนสองคนอีกต่อไป มีกองกำลังต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ไม่ว่าทายาทของจักรพรรดิหยวนหรือร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะ การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเพียงการต่อสู้ครั้งแรกระหว่างสิ่งมีชีวิตโบราณกับสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น

ทักษะลับของจักรพรรดิโบราณกับร่างกายที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ ใครจะเป็นผู้ชนะพรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง?

………….

จบบทที่ 1204 - ความขัดแย้งที่รอการปะทุ

คัดลอกลิงก์แล้ว