เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1202 - คัมภีร์เฟิ่งหวงอมตะ

1202 - คัมภีร์เฟิ่งหวงอมตะ

1202 - คัมภีร์เฟิ่งหวงอมตะ


1202 - คัมภีร์เฟิ่งหวงอมตะ

ปราศจากจุดเริ่มต้น!

สิ่งนี้คือคัมภีร์ปราศจากจุดเริ่มต้นใช่ไหม?

หัวใจของเย่ฟ่านเต้นแรง นี่คือชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปได้ไกลมากเพียงใดในเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ แม้แต่จักรพรรดิดำก็ยังไม่รู้ว่าเขากลายเป็นอมตะไปแล้วหรือยัง!

น่าเสียดายที่เขายังคงหันหลังให้กับโลกนี้ ทำให้เย่ฟ่านไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของจักรพรรดิอู่ซือและทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่เสมอ

ในขณะนี้ กลิ่นอายของจักรพรรดิโบราณอบอวลไปทั่วอากาศ ราวกับว่าเขาเดินทางข้ามยุคสมัย มาปรากฏตัวที่นี่อีกครั้ง

“ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น?” เย่ฟ่านรู้สึกสงสัย!

“นี่คือทักษะของจักรพรรดิอู่ซือ เต๋าของเขาจะดำรงอยู่ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เมื่อใช้ทักษะนี้ช่วงเวลาทั้งหมดจะเชื่อมต่อกันทำให้เย่ฟ่านมีความรู้สึกราวกับหยิบยืมพลังของจักรพรรดิอู่ซือมาใช้ได้จริงๆ”

“บูม”

กลิ่นอายที่แข็งแกร่งครอบคลุมเข้าหาร่างกายของเย่ฟ่าน นี่คือรัศมีของจักรพรรดิอู่ซืออย่างแน่นอน มันมีความคล้ายคลึงกับรัศมีของฟิงเสินปั่งอย่างไม่ผิดเพี้ยน

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงทักษะเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เนื้อหาของคัมภีร์ทั้งหมด เพราะต่อให้เย่ฟ่านเรียนรู้คัมภีร์ปราศจากจุดเริ่มต้นทั้งหมดได้จริงๆ ก็ไม่มีทางที่เขาจะฝึกฝนมันให้สำเร็จด้วยเวลาเพียงสิบวัน

“มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่เหตุใดข้าจึงไม่สามารถคว้ามันไว้ได้”

หัวใจของเย่ฟ่านสงบราวกับผิวน้ำ ดวงตาของเขามองไปข้างหน้าในขณะที่หูก็รับฟังเสียงแห่งเต๋าที่ดังก้องสวรรค์พิภพ

“ข้าได้ยินเสียงแห่งเต๋า”

ระลอกคลื่นปรากฏขึ้นในใจของเย่ฟ่าน และมีเสียงพึมพำบางอย่างดังอยู่ในหู แน่นอนว่าแม้จะเป็นเสียงที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าใดแต่ก็ยังทำให้เย่ฟ่านสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่คลุมเครือ

ในขณะนี้เขาลืมเรื่องอื่นๆโดยสิ้นเชิง และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเขารู้สึกเพียงว่ามีร่างอันสง่างามของใครบางคนก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ในขณะที่ตัวเขากำลังวิ่งไล่ตามอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง

ความว่างเปล่าไร้ขอบเขต และเต๋าเป็นนิรันดร์ เย่ฟ่านลืมทุกสิ่ง มีเพียงเต๋าที่อยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังไล่ตามมันและคว้ามันไว้ในมือให้ได้

“ปัง”

ในขณะนั้นมีสายฟ้าเส้นใหญ่ฟาดลงมาด้านล่าง มันสั่นสะเทือนทั้งภูเขาและทำให้เย่ฟ่านหลุดออกจากสภาวะหลงลืมตัวตนไปโดยสิ้นเชิง

“ไอ้หนู เจ้าบ้าไปแล้ว!” อุ้งเท้าสีดำขนาดใหญ่วางอยู่บนไหล่เย่ฟ่านและพยายามปลุกเขาให้ตื่นขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงขัดจังหวะความคิดของข้า? ข้ากำลังจะได้ทุกอย่างไว้ในมือแล้ว”เย่ฟ่านถาม

“ไม่ใช่ เจ้ากำลังจะกลายเป็นเต๋าต่างหาก หากข้าปล่อยให้เจ้าทำเช่นนี้ต่อไปวิญญาณของเจ้าก็จะกลับคืนสู่เต๋าผู้ยิ่งใหญ่” สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม

คำพูดนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งและทำให้เย่ฟ่านเกิดความตกตะลึงทันที

“เป็นเช่นนั้นหรือ? แต่เห็นได้ชัดว่าข้ากำลังจะสัมผัสถึงเต๋าได้แล้ว เหตุไฉนจึงกลายเป็นว่าข้ากำลังจะกลับคืนสู่เต๋า?” เขาถามตัวเอง

“จักรพรรดิอู่ซือทรงพลังอย่างยิ่ง แน่นอนว่าหากเขาคว้าเต๋าไว้ในมือเขาก็ยังใช้อำนาจของตัวเองปราบปรามพวกมันได้ แต่เจ้าแตกต่างกันออกไป หากเจ้าสัมผัสได้ถึงตัวตนของมันวิญญาณของเจ้าจะกลับคืนสู่เต๋าทันที”

อย่างไรก็ตาม สุนัขสีดำตัวใหญ่ก็ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่าเย่ฟ่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงเต๋าผู้ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้

“สิ่งนี้ไม่สามารถสัมผัสได้ต่อให้เจ้ากลายเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แล้วก็ตาม สิ่งที่เจ้าต้องทำเพียงแค่ลอกเลียนทักษะของจักรพรรดิอู่ซือเท่านั้นอย่าพยายามเรียนรู้จิตใจของเขา เพราะระดับของเจ้ายังห่างชั้นเกินไป”

เย่ฟ่านพยักหน้าด้วยความเข้าใจ จากนั้นเมื่อกลับเข้าสู่สมาธิอีกครั้งเขาก็เพียงมองดูร่างอันสง่างามที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆโดยไม่ได้ไล่ตามอย่างสิ้นหวังอีก

เวลาหลายวันผ่านไปเย่ฟ่านยังคงนั่งสมาธิอย่างเงียบๆ อยู่บนยอดเขาภายใต้การกำกับดูแลของจักรพรรดิดำ

“เจ้าสอนอะไรเขา มันเป็นคัมภีร์ปราศจากจุดเริ่มต้นหรือไม่?” ต้วนเต๋อมีสีหน้าเร้นลับในขณะที่ขุดรูขึ้นมาจากพื้น

“เจ้ากล้าแอบฟังคำพูดของข้า!” จักรพรรดิดำคำรามด้วยความโกรธ

“เจ้าโง่ ทุกคนในโลกรู้ดีว่าเจ้าเป็นผู้ติดตามของจักรพรรดิอู่ซื่อสิ่งที่เจ้าสอนให้เขาหากไม่ใช่คัมภีร์ปราศจากจุดเริ่มต้นมันจะเป็นอะไรได้?” ต้วนเต๋อกล่าว

จักรพรรดิดำหยุดและกล่าวว่า “พรสวรรค์ของเขาสูงส่ง การเรียนรู้ก็เป็นไปด้วยดี น่าเสียดายที่เขามีเวลาน้อยเกินไป ไม่เช่นนั้นเหล่าลูกหลานจักรพรรดิทั้งหมดจะต้องตายอย่างแน่นอน”

“ใครเป็นคนขุดสุสานบรรพชนแห่งหมู่บ้านเทียนจื่อ” เสียงของฉีลั่วดังมาจากระยะไกล

“ข้าจะออกไปก่อน อย่างน้อยก็ต้องไปสำรวจสนามรบไม่ให้สิ่งมีชีวิตโบราณเล่นตลกได้!” ต้วนเต๋อหันกลับไปมองในทิศทางของฉีลั่วก่อนจะเริ่มขุดพื้นและหายตัวออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

หลายวันผ่านไปในที่สุดเย่ฟ่านก็ตื่นขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสดใสและพึมพำกับตัวเอง

“นี่คือทักษะของจักรพรรดิอู่ซือหรือ?”

จากนั้นมือซ้ายเย่ฟ่านก็คว้าไปที่อากาศและทำให้รอยแยกมิติสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา

“ข้าเข้าใจเต๋าแห่งจักรพรรดิอู่ซือแล้ว!” เย่ฟ่านมองดูมือของเขาด้วยอาการตกใจ

ในระยะไกล หัวใจของจักรพรรดิดำก็ตกตะลึงเช่นกัน เย่ฟ่านใช้เวลาสั้นมากๆ แต่กลับสามารถบรรลุทักษะอันยิ่งใหญ่นี้ได้แล้ว

“ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนให้สมบูรณ์แบบ แค่เพียงการบรรลุความสำเร็จเบื้องต้นเจ้าก็สามารถใช้มันฆ่าราชาผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนได้อย่างแน่นอน” สุนัขสีดำตัวใหญ่วิ่งไปข้างหน้าและตะโกนบอกเย่ฟ่าน

ในเวลานี้เวลาผ่านไปถึงเก้าวันแล้ว เหลือเวลาเพียงหกวันเท่านั้น บรรยากาศในหมู่บ้านเทียนจื่อจึงเต็มไปด้วยความกดดันอย่างยิ่ง

“บุตรศักดิ์สิทธิ์จะชนะ!” แม้แต่เสี่ยวเช่อเอ๋อยังรู้ นางถือขวดนมและโบกมือให้กำลังใจ

ในขณะนี้ผู้คนมากมายกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สนามรบซีเซี่ยในภาคเหนือ ยุคอันยิ่งใหญ่ที่สวรรค์พิภพจะฟื้นคืนสู่ความสมบูรณ์แบบได้มาถึงแล้ว

และการต่อสู้ระหว่างทายาทจักรพรรดิโบราณกับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณซึ่งได้ชื่อว่าเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ประเภทที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นเหมือนการประกาศให้เห็นว่ายุคที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะปรากฏตัวได้วนมาถึงอีกครั้ง

เย่ฟ่านออกจากหมู่บ้านเทียนจื่อและเดินคนเดียวในภูเขาที่แห้งแล้ง เขาเดินเล่นอยู่รอบๆ ภูเขาสีม่วง จากนั้นก็แวะไปที่ดินแดนต้องห้ามเหมืองโบราณต้นกำเนิด ก่อนจะเดินทางไปที่ผาอินทรีร่วงหล่น

หลี่เหอสุ่ย ตงฟางเย่และคนอื่นๆ ต้องการติดตามเขา แต่เย่ฟ่านไม่เห็นด้วย เขาเพียงต้องการใช้โอกาสนี้ในการปรับสภาพจิตใจของตัวเองให้อยู่ในความสมบูรณ์แบบที่สุดเท่านั้น

เย่ฟ่านเดินทางไปยังสถานที่หลายแห่งสุดท้ายเขาก็ข้ามความว่างเปล่ามุ่งหน้าไปที่ภาคใต้แห่งตงหวง

ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งต่างหลั่งไหลไปที่ภาคเหนือเพื่อรอชมการต่อสู้ของสองอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก

ท่ามกลางความเร่งรีบและวุ่นวายของภาคเหนือเย่ฟ่านกลับเดินอยู่ในเขตเปลวไฟชั้นซึ่งมีอุณหภูมิอันร้อนแรงเพียงพอที่จะเผาผลาญเซียนโบราณให้ตายได้ และในมือของเขาตอนนี้คือเมล็ดโพธิ์สีทอง

ในขณะนี้หม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเย่ฟ่านกำลังหมุนวนด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันกำลังดูดกลืนเปลวไฟอันร้อนแรงราวกับวาฬกลืนกินน้ำ

เปลวไฟนี้ร้อนแรงเพียงพอที่จะสังหารแม้แต่เซียนที่แท้จริง นับประสาอะไรกับเซียนเทียมขั้นสาม

แน่นอนว่าในการต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะไม่ใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์เข้าช่วยเหลือ เพราะไม่อย่างนั้นหากหยวนกู่นำอาวุธของจักรพรรดิหยวนออกมาเย่ฟ่านคงไม่มีทางรอดชีวิตได้

อย่างไรก็ตามเขายังคงจำเป็นต้องมีบางอย่างเพื่อปกป้องตัวเอง สิ่งมีชีวิตโบราณและเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ดังนั้นเย่ฟ่านจึงจำเป็นต้องมีสมบัติที่ใช้สังหารยอดฝีมือจำนวนมากที่อาจทำบางสิ่งบางอย่างหลังจากที่หยวนกู่ถูกฆ่าตาย

ในเขตเปลวไฟนี้เคยมีแม้กระทั่งซากศพของสิ่งมีชีวิตระดับเซียนถูกทิ้งไว้ ในขณะเดียวกันเขาเคยเห็นแม้กระทั่งยาเซียนอาศัยอยู่ที่นี่

“จิ๊บ จิ๊บ”

ภายใต้เปลวไฟที่แกว่งไปมานกน้อยสีแดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดเขา มันกำลังจ้องเย่ฟ่านจากเบื้องบนด้วยความสงสัย

“เฟิ่งหวงอมตะ!”

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีทายาทของเฟิ่งหวงอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ

เย่ฟ่านเริ่มรู้สึกไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเข้ามาที่นี่เพื่อขโมยเปลวไฟซึ่งควรจะเป็นสมบัติของนกน้อยตัวนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมไม่มีทางพอใจในการกระทำของเขา

แต่ก่อนที่เย่ฟ่านจะมีโอกาสขยับตัว นกน้อยตัวนั้นก็พ่นแสงสีแดงเรียบหรี่ออกมาพร้อมกับเสียงคำรามด้วยความโกรธ

แสงริบหรี่นี้มีความร้อนแรงอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นต้นกำเนิดของเขตเปลวไฟนี้ และทันทีที่แสงริบหรี่นั้นพุ่งเข้าหาเย่ฟ่าน เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้เมล็ดโพธิ์ปิดกั้นความร้อนที่แผดเผา

ปัง!

เปลวไฟเคลื่อนตัวเข้าใกล้เย่ฟ่านแต่ไม่สามารถสร้างอันตรายต่อเขาได้ เพราะในขณะนี้มีภาพธรรมของพระพุทธเจ้าร่างสีทองนั่งสมาธิอยู่ด้านหน้าของเย่ฟ่านและคอยปิดกั้นการโจมตีจากเปลวไฟสีแดงนั้น

ลมหายใจต่อมาเย่ฟ่านใช้ทักษะซิงจื่อและพยายามหลบหนีออกจากเขตเปลวไฟให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามเปลวไฟลูกเล็กๆ ยังคงไล่ล่าเขาอย่างต่อเนื่อง เย่ฟ่านหมดปัญญาที่จะหลบหนีแล้ว เขาทำได้เพียงขว้างหม้อปรานปฐพีต้นกำเนิดออกไปปะทะกับลูกไฟลูกนั้น

“บูม!”

เปลวไฟสีแดงสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า จากนั้นพวกมันควบแน่นกลายเป็นคัมภีร์สีแดงเล่มเล็กๆ ที่ตกลงไปบนพื้น!

คัมภีร์เฟิ่งหวงศักดิ์สิทธิ์!

นี่คือเสียงที่ดังขึ้นภายในใจของเย่ฟ่าน มันเป็นเศษคัมภีร์ที่มีเพียงครึ่งหน้า อย่างไรก็ตามมันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากเต๋าและไม่สามารถสัมผัสได้ เย่ฟ่านทำได้เพียงแค่จดจำตัวอักขระที่อยู่ในคัมภีร์เท่านั้น!!!

………….

จบบทที่ 1202 - คัมภีร์เฟิ่งหวงอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว