เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1199 - ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน

1199 - ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน

1199 - ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน


1199 - ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน

หลังจากที่ผ่าหินออกมาเล็กน้อยก็ปรากฏแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สุกใสจะลอยออกมาทันที มันคือตนกำเนิดสวรรค์ขนาดใหญ่ เพียงต้นกำเนิดสวรรค์ก้อนนี้ก็เทียบได้กับสิ่งที่เย่ฟ่านจ่ายออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากนั้นเย่ฟ่านยังคงแกว่งมีดต่อไป ผิวหินหลุดร่วงอย่างต่อเนื่องและต้นกำเนิดสวรรค์ก็ถูกเปิดออก ไม่มีแสงพราวอยู่ข้างในอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์และนุ่มนวล ทำให้จิตใจของผู้คนสงบลง

“มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ หยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ชิ้นใหญ่ มันไม่ปรากฏขึ้นนานนับแสนปีแล้ว!” เมื่อหินถูกเปิดออกทุกคนที่อยู่ในบริเวณต่างอุทานด้วยความตื่นเต้น

หลายคนรีบมาที่นี่ ฝูงชนตื่นตะลึง มีหลายคนต้องการที่จะแย่งชิงมัน อย่างไรก็ตามในเมืองเทียนฟางแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ต่อสู้กัน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่คิดในใจ

เจ้าของกองหินนี้ตกตะลึงแล้วร้องด้วยความสิ้นหวังว่า “เจ้าคือปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์…”

หยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์นั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าดวงดาวดวงเล็กๆ หากไม่ได้ถูกห่อหุ้มอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์ก้อนนี้น้ำหนักของมันเพียงพอที่จะถล่มเทียนฟางให้ตกลงไปบนพื้นได้เลย

เจ้าของลานพนันหินตีอกชกหัวด้วยความเจ็บปวด เมื่อมองหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสประมาณศีรษะมนุษย์หลายก้อนซึ่งถูกห่อหุ้มอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์ขนาดใหญ่เขาไม่สามารถทำใจยอมรับได้เลย

“พี่เหอสุ่ยคราวนี้เจ้าจะมีอาวุธแห่งชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว” เย่ฟ่านยิ้ม

อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของหลี่เหอสุ่ยถูกทำลายในตอนที่พวกเขาเข้าสู่นรกใต้ดิน สาเหตุก็เพราะวัสดุที่ใช้สร้างอาวุธของเขาไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ

อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับสมบัติชิ้นนี้ขึ้นมาแล้ว ปริมาณของมันไม่เพียงจะสามารถนำไปสร้างอาวุธประจำตัวให้หลี่เหอสุ่ยได้แต่มันยังมีปริมาณเพียงพอที่จะทำอย่างอื่นอีกด้วย

เย่ฟ่านต้องการสิ่งนี้ให้กับหลี่เหอสุ่ย อย่างไรก็ตามหลี่เหอสุ่ยบอกว่ามันไม่มีทางที่เขาจะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ดังนั้นเขาจะไม่รับสมบัติชิ้นนี้ไว้แต่จะเลือกพัฒนาอาวุธประจำชีวิตด้วยสมบัติที่มีระดับรองลงมา

“จักรพรรดิคนนี้ยังขาดอาวุธประจำชีวิต เจ้าควรมอบมันให้ข้าดีกว่า!” สุนัขสีดำตัวใหญ่ตะโกน

“นักพรตผู้ยากไร้ก็เช่นกัน!” ต้วนเต๋อลูบมือของตัวเองด้วยความตื่นเต้น

อย่างไรก็ตามทุกคนต่างมองทั้งสองด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามทันที คนหนึ่งเป็นผู้ติดตามของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อู่ซือ เขาจะขาดแคลนอาวุธระดับเซียนได้อย่างไร

ในขณะเดียวกัน ต้วนเต๋อถือได้ว่าเป็นผู้ครอบครองสมบัติศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดในโลก มีแต่คนปัญญาอ่อนเท่านั้นถึงจะเชื่อว่าเขาไม่มีสมบัติอยู่กับตัว

“หยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์นี้มีขนาดใหญ่โตอย่างยิ่ง มันเพียงพอที่จะสร้างอาวุธได้หลายชิ้น!” วานรศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจ

“พี่เหอสุ่ยเจ้าควรสร้างอาวุธประจำตัวด้วยสมบัติชิ้นนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเจ้าก็นำอาวุธที่เจ้าไม่ได้ใช้แล้วมอบให้กับเสี่ยวเช่อเอ๋อและตงตงเพื่อที่อาวุธเหล่านั้นจะพัฒนาไปพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสองคน” เย่ฟ่านกล่าว

“ช่างหรูหราอะไรเช่นนี้!” ต้วนเต๋ออิจฉาเล็กน้อย

“นับตั้งแต่รู้จักกันมาเจ้าก็เห็นว่าข้าไม่เคยมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์เลย” จักรพรรดิดำประท้วงด้วยความไม่เต็มใจ

“เรานำส่วนหนึ่งของมันไปแลกเปลี่ยนกับบุปผาเซียนเถอะ” เย่ฟ่านเก็บหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์เอาไปอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของจี้จื่อเยว่เต็มไปด้วยความสุข ลักยิ้มที่หายไปหลายวันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง นางวิ่งไปข้างหน้าอย่างร่าเริงราวกับเทพธิดาตัวน้อย

“มันผิดปกติมากเกินไป จำนวนของหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ที่มีอยู่ในหินก้อนนั้นดูไม่สมเหตุสมผลเลย!”

ผู้คนยังคงตกตะลึงไม่หาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

เมื่อเย่ฟ่านและคนอื่นๆ กลับมา บุปผาเซียนก็ยังคงอยู่ตรงนั้น มันเติบโตอย่างงดงามภายในกระถางดิน ลักษณะของมันเห็นได้ชัดว่าอีกไม่กี่ปีก็จะเบ่งบานกลายเป็นบุปผาที่เจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว

ในเวลาต่อมาเย่ฟ่านหยิบเอาหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ขนาดเท่ากำปั้นของทารกออกมาเพื่อแลกกับบุปผาเซียน

“นี่...” เจ้าของร้านตกตะลึง ไม่คิดว่าจะมีคนส่งวัตถุศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ออกมาจริงๆ

“ตามกฎของเทียนฟางข้าสามารถเอาดอกไม้ออกไปได้หลังจากที่ข้าวางหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ลงไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้าที่จะต่อต้าน”

เย่ฟ่านทิ้งหยกก้อนนั้นลงไปบนแผงขายของก่อนจะหยิบเอาบุปผาเซียนมามอบให้จี้จื่อเยว่

“มันมีกลิ่นหอมมาก มันแทบจะทำให้ข้าโบยบินขึ้นไปบนฟ้าได้เลย” จี้จือเยว่สูดดมดอกไม้ที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าอ่อนโยน

“ช้าก่อน!” หยวนกู่และคนอื่นๆ ในที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

“น่าเสียดายที่เจ้ามาช้าเกินไป บุปผาเซียนกลายเป็นของเราแล้ว” เย่ฟ่านกล่าว

“มันยังไม่จบ ตามกฎแล้วตราบใดที่เรานำหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์มามากกว่าเจ้า ดอกไม้นี้ยังคงเป็นของเรา” หยวนกู่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เขาหยิบหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ชิ้นใหญ่ออกมาซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าชิ้นของเย่ฟ่านเกือบสองเท่า

“มันน่าปวดหัวจริงๆ” เย่ฟ่านกล่าว

“วางกระถางดอกไม้ดอกไม้ลงแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ ข้าจะประหารชีวิตเจ้าในอีกครึ่งเดือน” หยวนกู่ยิ้มเยาะ

“ข้าหมายความว่าเหตุใดเจ้าต้องลำบากขนาดนี้?”

เย่ฟ่านหยิบเรียกหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดออกมา จากนั้นเขาก็เปิดฝาหม้อและหยิบหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่กว่าของหยวนกู่ออกมามอบให้กับเจ้าของแผง

“อะไรนะ! นี่คือ…”

ไม่ต้องกล่าวถึงหยวนกู่ แม้แต่กลุ่มชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยังเกิดความตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อเห็นกองหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์มากมายมหาศาลภายในหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเย่ฟ่าน!

ต้องเข้าใจว่าหยกศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์นั้นไม่ใช่หัวกะหล่ำปลีที่จะดึงออกมาเมื่อใดก็ได้ นี่คือสมบัติแห่งสวรรค์พิภพที่ใช้ในการสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแม้ว่าเจ้าของจะตายไปแล้วอาวุธชิ้นนี้ยังคงจะตกทอดต่อไปอีกหลายแสนปี

“ไสหัวไปได้แล้วข้าจะให้โอกาสเจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เจ้า…”

สีหน้าของหยวนกู่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์นี้ปรากฏขึ้นต่อหน้าฮั่วหลินเฮ่อ

ในการปะทะกันยกแรกระหว่างหยวนกู่กับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ กลับเป็นฝ่ายของหยวนกู่ที่ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

“เมื่อเจ้าตายสมบัติทั้งหมดของเจ้าจะเป็นของข้า!” เขาสบถในใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้ นับว่าวันนี้ใบหน้าของหยวนกู่ถูกฉีกจนพังยับเยินแล้ว

“พี่เย่...”

องค์หญิงแห่งถ้ำโหวหลินออดอ้อนอย่างน่าเวทนา ไม่มีสตรีคนใดในโลกสามารถต้านทานอำนาจของบุปผาเซียนที่จะคงความงามของพวกนางไปได้ตลอดกาลได้

“ข้าให้คนอื่นไปแล้ว” เย่ฟ่านกล่าว

“พี่สาวฮั่วไม่ต้องกังวล เมื่อบุปผาต้นนี้เบ่งบานอย่างเต็มที่ข้าจะแบ่งปันให้เจ้าครึ่งหนึ่ง” จี้จื่อเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“จริงหรือ?” ฮั่วหลินเอ๋ออุทานด้วยความตกใจ

“มันเป็นเรื่องจริง คำพูดของพวกเราลูกหลานตระกูลจี้สามารถเชื่อถือได้อย่างแน่นอน” จี้จื่อเยว่ยิ้มสดใส

“ไม่ทราบว่าบ้านของน้องสาวอยู่ที่ไหนหรือ?”

ฮั่วหลินเอ๋อยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และเข้ามาสนทนากับกลุ่มของเย่ฟ่านพร้อมกับทอดทิ้งหยวนกู่โดยไม่แยแส

ผู้คนที่อยู่ด้านข้างล้วนมึนงง หญิงสาวทั้งสองคนสนทนากันอย่างสนุกสนานและมีเสียงหัวเราะคิดคักดังขึ้นตลอดเวลา

แน่นอนว่าคนที่หงุดหงิดที่สุดคือหยวนกู่ ในขณะนี้เขาจ้องมองเย่ฟ่านด้วยความโกรธแค้นและแค่นเสียงอย่างเย็นชา

“การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย ในพวกเราทั้งสองคนจะมีคนเดียวเท่านั้นที่สามารถก้าวออกจากสนามรบได้!”

“เจ้าพูดผิดแล้ว คนตายจะมีแค่เจ้าเท่านั้น!” เย่ฟ่านยิ้มตอบรับ

สายตาของพวกเขาทั้งคู่มองกันอย่างเย็นชา และทำให้บรรยากาศในเทียนฟางหนาวเหน็บลงทันที

“ครึ่งเดือนต่อจากนี้ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่สนามรบซีเซี่ย จงใช้เวลาครึ่งเดือนนี้แสวงหาความสุขครั้งสุดท้ายของเจ้าเถอะ!” หยวนกู่มองเย่ฟ่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังจากไป

“มันเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ข้าไม่สามารถตัดหัวของจักรพรรดิหยวนด้วยตัวเอง แต่อย่างน้อยการทำลายทายาทคนสุดท้ายของเขายังพอจะแก้ความเบื่อหน่ายให้ข้าได้บ้าง” เย่ฟ่านกล่าวอย่างสบายๆ

………

จบบทที่ 1199 - ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครึ่งเดือน

คัดลอกลิงก์แล้ว