เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1198 - ลานพนันหิน

1198 - ลานพนันหิน

1198 - ลานพนันหิน


1198 - ลานพนันหิน

สภาวะของหยวนกู่ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงกลัวเป็นอย่างมาก ผมสีดำหนาของเขาโบกสะบัดในความว่างเปล่า รัศมีแห่งความยิ่งใหญ่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบ

“หยวนกู่!” วานรศักดิ์สิทธิ์ตะโกนขณะเคลื่อนที่เข้าหาศัตรูพร้อมกับฟาดด้วยกระบองอันแข็งแกร่ง

ทั้งสองเคยเผชิญหน้ากันเมื่อหลายปีก่อน เมื่อพบกันอีกครั้งจึงถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องชำระความแค้นแล้ว

“เจ้าเอง!”

หยวนกู่เงยหน้าขึ้นและกล่าวอย่างเย็นชา ร่างสูงใหญ่ของหยวนกู่ปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้คนเกิดความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด

เย่ฟ่านหยุดวานรศักดิ์สิทธิ์และกล่าวว่าเขาจะเป็นคนเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ข้างหน้าด้วยตนเอง จากนั้นอักขระเต๋าที่หนาแน่นปรากฏขึ้นระหว่างคนทั้งสอง

“เฉียง”

ทันใดนั้นกระบี่เต๋าก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่าและฟาดฟันไปข้างหน้าทำให้เกิดรอยแยกสีดำสนิทขวางกั้นไม่ให้คนทั้งสองเข้าปะทะกันได้

ค่ายกลปิดผนึกของเทียนฟางไม่อนุญาตให้มีการต่อสู้ภายในสถานที่แห่งนี้ ไม่เช่นนั้นมันจะลงมือสังหารผู้กระทำการต่อสู้โดยไม่เลือกข้าง

ทั้งสองคนต่างถอยกลับและหยุดการต่อสู้ทันที ในขณะที่สถานะการณ์สงบลง แต่เกลียดชังของทั้งสองคนกลับเพิ่มมากขึ้น

“หยวนกู่ เจ้าจะซ่อนตัวอีกนานแค่ไหน?” วานรศักดิ์สิทธิ์ถาม

“ที่แท้ก็เป็นองค์ชายศักดิ์สิทธิ์นี่เอง ในเมื่อเจ้ารนหาที่ ข้าจะสนองความต้องการของเจ้าก็แล้วกัน หลังจากฆ่าเจ้าแล้ว จะเป็นคราวของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ!” หยวนกู่กล่าวอย่างไม่แยแส

หยวนกู่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง ความมั่นใจในตนเอง หลังจากเขาเข้าสู่อาณาจักรเซียนเทียมขั้นสาม เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะสามารถเอาชนะศัตรูทั้งหมดได้

เย่ฟ่านกล่าว “ข้ารอเจ้ามานานแล้ว ในที่สุดเจ้าก็กล้าออกมาสักที”

“แม้แต่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันยังไม่สามารถทำอะไรข้าได้ นับประสาอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า ตอนนี้ข้าอยู่ยงคงกระพัน คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะต่อต้านการโจมตีของข้าได้นานเพียงใดแต่สุดท้ายเจ้ายังคงไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้อยู่ดี!”

คำพูดของหยวนกู่ดังก้องไปทั่วลานกว้างและดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างรวดเร็ว

การเผชิญหน้าระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่ในเทียนฟางทำให้ผู้คนมากมายตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และมีดวงตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องพวกเขาทั้งสอง การต่อสู้ที่ทรงพลังที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

“อีกครึ่งเดือนหลังจากนี้ เราจะต่อสู้กันจนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตาย ไม่พบไม่เลิกรา!” เย่ฟ่านกล่าว

“ตกลง อีกครึ่งเดือนข้าจะไปเจอเจ้าที่สนามรบโบราณในซีเซี่ย” หยวนกู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายพูดจบเทียนฟางก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ผู้คนต่างพูดคุยกันและรอคอยการมาถึงของการต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง

ในขณะนี้ข่าวการประลองที่จะเกิดขึ้นอีกครึ่งเดือนข้างหน้าแพร่กระจายไปทุกที่อย่างรวดเร็ว ผู้คนให้ความสนใจในการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงเป็นอย่างมาก

ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะต่อสู้กับทายาทจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ นี่เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การชุมนุมที่ทะเลสาบหยกจบลง

“ข้าต้องการบุปผาเซียนอมตะนี้ ข้าต้องใช้อะไรเพื่อแลกกับมัน?” หยวนกู่กล่าวกับเจ้าของร้าน เห็นได้ชัดว่าต้องการมอบมันให้กับองค์หญิงแห่งถ้ำโหวหลิน

ในเวลานี้แผงขายของถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนและผู้คนทุกประเภทก็ให้ความสนใจบุปผาเซียนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเจ้าของจึงค่อนข้างรู้สึกอึดอัดไม่น้อย

คนอย่างฮั่วหลินเอ๋อและหยวนกู่พยายามปลดปล่อยแรงกดดันเพื่อให้เย่ฟ่านถอยกลับไป เพราะพวกเขารู้ดีว่าเย่ฟ่านคือคนที่ต้องการบุปผาเซียนเช่นกัน

“สิ่งต่างๆ ล้วนมีขั้นมีตอนของมัน ข้ามาก่อน ข้าคือคนแรกที่มีสิทธิ์ในบุปผาเซียนชิ้นนี้” เย่ฟ่านกล่าว

“พี่เย่ ทุกคนที่มีความสามารถในการจ่ายย่อมมีสิทธิ์เช่นกัน มาแข่งขันกันอย่างยุติธรรมจะดีกว่า” ฮั่วหลินเอ๋อกล่าวและยิ้มมุมปาก เส้นผมสีฟ้าของนางเปล่งประกายราวกับม่านน้ำตก

“เอาล่ะ มาแข่งขันกันอย่างยุติธรรมเถอะ” จี้จือเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมก้าวไปข้างหน้า ดวงตากลมโตของนางโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

“บุปผาเซียน…” เจ้าของร้านรู้สึกเขินอาย ผู้คนจากถ้ำโหวหลินและทะเลสาบหยวนหูถูกดึงดูดโดยบุปผาเซียน เขาจึงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยภายในใจ

“อย่ากลัวเลย จะไม่มีใครซื้อหรือขายด้วยกำลัง เจ้าต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน?” ชายชราจากถ้ำโหวหลินกล่าวโดยที่ืยืนอยู่ด้านหลัง นี่คือชายที่ทำหน้าที่ปกป้ององค์หญิงของพวกเขา

“สิ่งที่สิ่งที่เราต้องการคือราชาหยกเก้าสวรรค์” เจ้าของร้านกล่าว

“เจ้าไม่คิดว่ามันเกินไปหรือ?” หยวนกู่กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ราชาหยกเก้าสวรรค์เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้างอาวุธเต๋าสุดขั้ว เป็นสิ่งที่ล้ำค่าและหายากในโลก เช่นเดียวกับทองคำโลหิตหงส์

“ราคานี้ออกจะมากเกินไปแล้ว!” ชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหลังฮั่วหลินเอ๋อกล่าว

ผู้คนที่มีสถานะต่ำต้อยแม้จะมีอำนาจในการจ่ายก็ไม่มีใครแย่งชิงบุปผาเซียนต้นนี้ได้ เมื่อมันเป็นที่ต้องการของทายาทของราชวงศ์โบราณถึงสองแห่ง ผู้ใดจะมั่นใจว่าหากพวกเขาซื้อมันไปจะไม่ถูกทั้งพวกเขาปล้นชิงภายหลัง

เย่ฟ่านถอนหายใจ บุปผาเซียนอาจจะถูกขายให้ผู้อื่น แม้ว่าเขาจะมีปราณปฐพีต้นกำเนิดและทองคำโลหิตหงส์ แต่เขาไม่มีราชาหยกเก้าสวรรค์ที่อีกฝ่ายต้องการ

ดังนั้นเย่ฟ่านจึงกล่าวว่า “ไปที่อื่นกันเถอะในอนาคตข้าจะหาบุปผาเซียนให้เจ้าอีกต้น ย้อนกลับไปตอนนั้นเย่ฟ่านเคยมอบบุปผาที่จะคงความเยาว์วัยให้กับสตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกไปแล้วต้นหนึ่ง บางทีเขาอาจจะมีโชควาสนาพบบุปผาประเภทนี้อีกครั้ง”

เห็นได้ชัดว่าหยวนกู่ ฮั่วหลินเอ๋อและผู้พิทักษ์ของพวกเขาก็ไม่มีราชาหยกเก้าสวรรค์เช่นกัน สุดท้ายพวกเขาจึงได้แต่ถอยกลับด้วยความเสียดาย

“เจ้าต้องเก็บมันไว้ให้เรา ข้าจะส่งราชาหยกเก้าสวรรค์ให้เจ้าเร็วๆ นี้!” หยวนกู่กล่าวเมื่อเขาจากไป

เทียนฟางเป็นสถานที่อุดมไปด้วยพยับหมอบมังกรซ่อน แน่นอนว่าในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่ขายสินค้าอยู่ที่นี่ย่อมมีใครบางคนที่มีราชาหยกเก้าสวรรค์เช่นกัน สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่หาคนคนนั้นให้เจอและเสนอราคาที่ดึงดูดใจเพียงพอ

แน่นอนว่าหยวนกู่ไม่คิดว่าบุปผาเซียนต้นนี้จะมีคุณค่าถึงขนาดนั้น เขาไม่ต้องการจ่ายออกไปด้วยราคามากมายมหาศาลเพียงเพื่อต้นไม้ที่ไม่มีค่าอะไร

แต่ในเมื่อฮั่วหลินเอ๋อต้องการสมบัติชิ้นนี้ กลุ่มราชวงศ์โบราณแห่งทะเลสาบหยวนหูซึ่งกำลังสู่ขอนางไปเป็นสะใภ้จึงจำเป็นต้องซื้อหามาให้ได้

“ตอนที่พวกเราอยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์และร่วมค้นหาหินต้นกำเนิดในลานพนันหินยังคงน่าประทับใจอย่างยิ่ง ข้าคิดถึงเหตุการณ์นั้นอยู่เสมอ” หลี่เหอสุ่ยถอนหายใจ

ในตอนนั้น เขาและเย่ฟ่านร่วมกันค้นหาต้นกำเนิดสวรรค์ภายในลานพนันหินของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้

“เมื่อข้าเป็นปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ ข้าต้องไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์เพื่อจับราชาหินตัวนั้นให้ได้” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อพวกเขาเข้าไปในถนนหินแปลกๆ นี้ พวกเขาเห็นลานพนันหินขนาดใหญ่ซึ่งกินพื้นที่มากกว่าหนึ่งในห้าของอาณาเขตของเทียนฟาง

แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญเช่นกัน โดยมีผู้คนมากมายเข้าออก รวมถึงวีรบุรุษรุ่นเยาว์ผู้มีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่หลายคน

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หินเหล่านี้ถูกผนึกมานานนับพันปี พวกมันมีค่ามากกว่าลานพนันหินในเมืองศักดิ์สิทธิ์หลายเท่า นั่นก็เพราะหินบางส่วนเป็นกลุ่มเผ่าพันธุ์โบราณนำออกมาด้วยตัวเอง

ในโลกนี้มีผู้คนมากมายที่ฝึกฝนดวงตาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ แต่เย่ฟ่านซึ่งเป็นทายาทของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ย่อมมีดวงตาที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

“นี่มันหลอกลวงเกินไป”

เย่ฟ่านเดินไปไม่กี่ร้อยวาและพบว่าหินจำนวนมากที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นขยะ แม้ว่าภายนอกของมันจะมีลักษณะเก่าแก่ แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริงซึ่งอยู่ภายในนั้นก็มีจำนวนน้อยเกินไปไม่คุ้มค่ากับราคาที่จะซื้อ

“หินเหล่านี้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยให้สมบัติระดับสูงหลุดเอาไปภายนอกได้” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขายเหล่านี้ยังไม่ต้องการต้นกำเนิดในการแลกเปลี่ยนกับหิน สิ่งที่พวกเขาต้องการมีเพียงสมบัติล้ำค่าเท่านั้น

หลังจากที่เย่ฟ่านเดินไปได้ครึ่งถนน ในที่สุดเขาก็พบของดีๆ โชคไม่ดีที่เจ้าของจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนมันด้วยสิ่งของหายากซึ่งมีราคาสูงอย่างยิ่ง

หลังจากมาถึงที่นี่ เย่ฟ่านก็สงบลง หลังจากเลือกหินสีน้ำตาลเขียวขนาดหนึ่งตารางวา เขาก็เจรจาหลายครั้ง ก่อนจะจ่ายให้อีกฝ่ายด้วยต้นกำเนิดสวรรค์ขนาดเท่าศรีษะแล้วจึงเริ่มตัดหินก้อนนี้

………

จบบทที่ 1198 - ลานพนันหิน

คัดลอกลิงก์แล้ว