- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1092 - การดวลกับจื่อเทียนตู
1092 - การดวลกับจื่อเทียนตู
1092 - การดวลกับจื่อเทียนตู
1092 - การดวลกับจื่อเทียนตู
เย่ฟ่านเดินเข้าไปพร้อมกระบี่ในมือ ทุกครั้งที่สะบัดกระบี่ร่างของผู้คนมากมายจะถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ การโจมตีของเขาเย็นชาและน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
มีสิ่งมีชีวิตโบราณหลายสิบตัวพุ่งเข้าหาเขาด้วยความดุร้าย พวกมันก็คือองครักษ์ของจื่อเทียนตูนั่นเอง ในบรรดาสิ่งมีชีวิตหลายสิบตัวนี้ไม่มีใครอ่อนแอแม้แต่น้อย บางตัวอยู่ในระดับเซียนเทียมขั้นสองด้วยซ้ำ
พวกมันคำรามด้วยความโกรธจากนั้นก็ปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ให้โหมกระหน่ำเข้าหาเย่ฟ่าน
นี่คือกลุ่มของสิ่งมีชีวิตโบราณที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางกองกระดูกพวกมันล้วนมีแรงผลักดันที่ไม่ย่อท้อและก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะศัตรู
เย่ฟ่านเหวี่ยงกระบี่ของเขา ทำลายเวลาและพื้นที่ ตัดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่โจมตีเข้ามา จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าหาสิ่งมีชีวิตโบราณตัวแรกพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ทำลายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กลางหน้าผากของมันทันที
ปัง!
สิ่งมีชีวิตโบราณหลายสิบตัวรู้สึกหนาวเย็นราวกับตกลงไปในหล่มน้ำแข็ง อย่างไรก็ตามภายใต้อำนาจของจื่อเทียนตู พวกมันยังพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตายและต้องการจะฉีกเย่ฟ่านออกเป็นชิ้นๆ
เย่ฟ่านสะบัดกระบี่ของเขา และลงมือสังหารยอดฝีมือหลายสิบคนอย่างไร้ความปรานี
เฉินหยวน หลิวอวิ๋นเจี๋ย กงหลิงฮั่ว เซี่ยจื่อหยวนล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเหล่าไข่มุกแห่งหนานหลิงซีดขาวไร้สีเลือด ชายคนนี้เหมือนเทพมารที่ปรากฏตัวขึ้นในโลก ทุกการเคลื่อนไหวของเขาจะทำให้ชีวิตถูกปลิดปลงอย่างง่ายดาย
ในจำนวนนั้นมีสิ่งมีชีวิตโบราณที่ทรงพลังมากมายแต่พวกเขากลับไม่สามารถต้านทานการโจมตีของชายคนนี้ได้แม้แต่ครั้งเดียว
ต่อให้ทุกคนไม่เคยเห็นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้แม้แต่ครั้งเดียวแต่พวกเขาก็ไม่มีความสงสัยอย่างแน่นอนว่าคนคนนี้จะเป็นใคร
มีเพียงร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณเท่านั้นถึงจะกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์โบราณ และตอนนี้เขาได้กลับสู่หนานหลิงอีกครั้งแล้ว
แม้ว่ายอดฝีมือเผ่าพันธุ์โบราณจะเกลียดชังต่อเย่ฟ่านเป็นอย่างมาก แต่ตำนานที่เย่ฟ่านสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนกลับทำให้พวกเขาหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ในตอนที่เขายังไม่ปรากฏตัวขึ้น มีผู้คนไม่น้อยที่พูดจาดูถูกเหยียดหยามเขาคล้ายกับเย่ฟ่านไม่คู่ควรที่จะหิ้วรองเท้าให้กับจื่อเทียนตูด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเย่ฟ่านปรากฏตัวขึ้นจริงๆ แม้แต่จื่อเทียนตูยังไม่สามารถเอ่ยวาจาได้ ทุกความเคลื่อนไหวของเย่ฟ่านจะทำให้ยอดฝีมือล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ผู้คนนับร้อยที่นั่งอยู่ในสวนเกิดความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด
อู๋เฟยหนึ่งในสี่เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานหลิงค่อนข้างสงบ แม้ว่าจะมีความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของนางเล็กน้อย แต่นางก็ยังเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดโดยไม่ได้กล่าววาจาอะไร
ในทางตรงกันข้ามเซี่ยจื่อหยวนและเฉินหยวนไม่สามารถทำใจสงบนิ่งได้ พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณราวกับเป็นเศษสวะ พวกเขาไม่รู้ว่าเย่ฟ่านจะได้ยินคำพูดก่อนหน้านี้ของพวกเขาหรือไม่
ไข่มุกหนานหลิงบางส่วนสามารถปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ได้อย่างง่ายดาย
นั่นก็เพราะพวกนางเป็นทายาทของมหาอำนาจเผ่าพันธุ์มนุษย์และไม่ได้เป็นศัตรูกับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ต้องตายวันนี้มีเพียงสิ่งมีชีวิตโบราณเท่านั้น
จื่อเทียนตูยังคงนั่งดื่มสุราอยู่ด้านหลังโต๊ะงาช้างสีขาวด้วยท่าทางสงบ การปรากฏตัวของเย่ฟ่านไม่ทำให้เขาเกิดความตกใจแต่อย่างใด
เมื่อสิ่งมีชีวิตโบราณที่ทรงพลังสองสามตัวสุดท้ายพุ่งไปข้างหน้า เย่ฟ่านสะบัดกระบี่เหล็กออกไป 2-3 ครั้งและฉีกกระชากร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆอย่างง่ายดาย
เย่ฟ่านเดินเข้าไปในสวนและสะบัดเลือดออกจากกระบี่ ในขณะนี้ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์โบราณถูกสังหารจนหมดสิ้น แม้จะยังมีคนที่ไม่มีโอกาสลงมืออยู่เล็กน้อย แต่รับรองว่าหากใครกระโดดออกไปตอนนี้รังแต่จะเป็นการเอาชีวิตของตัวเองไปทิ้งอย่างไร้ประโยชน์
บรรยากาศในสวนเงียบสนิท การปรากฏตัวของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณทำให้ผู้คนมากมายเกิดความหวาดหวั่นและไม่มีใครต้องการสร้างความขัดแย้งกับเขา
ยอดฝีมือหลายคนของวังจักรพรรดิอสูรที่ถูกส่งมาคุ้มครองความปลอดภัยสถานที่แห่งนี้ยังคงนิ่งเฉยไม่ได้ลงมือ
พวกเขาเคยเห็นเย่ฟ่านกวาดล้างยอดฝีมือตระกูลหวังและยอดฝีมือแห่งหุบเขาเทพมาแล้ว เทพอสูรเช่นนี้ฆ่าคนราวกับผักปลา การสร้างความขัดแย้งกับเขาไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดอย่างแน่นอน
ร่างกายสูงโปร่งของเย่ฟ่านยืนอยู่ในสวนอย่างสง่างาม เขาสวมชุดสีเขียว ใบหน้าของเขาสงบ แต่คลื่นพลังที่ปะทุออกมาจากร่างนั้นสร้างความกดดันให้กับผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้อย่างถึงที่สุด
เย่ฟ่านยืนอยู่ในสวนทำให้บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ต่อให้รู้ว่าไม่ใช่ศัตรูของเขาแต่ผู้คนจำนวนมากก็ยังรู้สึกกดดันและไม่อาจขยับตัวได้
“ฟิ้ว”
เย่ฟ่านโยนกระบี่เหล็กลงบนพื้นจากนั้นเขาก็หยิบชายเสื้อของตัวเองขึ้นมาเช็ดเลือดออกจากมือด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมกับกล่าวด้วยท่าทางสงบ
“จื่อเทียนตูนี่คือเจ้าตัวจริงสินะ เจ้าตัวปลอมที่ข้าฆ่าเมื่อเดือนก่อนอ่อนแอเกินไปจริงๆ อย่างไรก็ตามการที่เจ้าเดินทางมาถึงหนานหลิงข้ายังคงต้องขอบคุณเจ้าอย่างมาก ไม่เช่นนั้นหากข้าต้องดั้นด้นไปที่ตงหวงเพื่อฆ่าเจ้ามันออกจากเสียเวลาเกินไป”
คำพูดที่สงบและเป็นธรรมชาติทำให้อุณหภูมิในสวนลดลงอย่างรวดเร็ว เย่ฟ่านพูดแบบสบายๆ แต่ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถสังหารจื่อเทียนตูได้อย่างแน่นอน
“เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้จริงๆ?”
จื่อเทียนตูลุกขึ้นยืน สายเลือดที่สืบทอดมาจากราชวงศ์โบราณทำให้เขามีรูปร่างที่เต็มไปด้วยความสง่างาม
“หากข้าไม่มีปัญญาฆ่าเจ้า ในอนาคตข้าจะสังหารบิดาของเจ้าได้อย่างไร”
เย่ฟ่านวางมือไว้ด้านหลังและเผชิญหน้ากับนายน้อยจากราชวงศ์โบราณด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย่ฟ่านมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าในบรรดาคนรุ่นเดียวกันทั้งหมดเขาสามารถฆ่าทุกคนได้อย่างแน่นอน
เบื้องหลังพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นอู๋เฟยเทพธิดาแห่งหนานหลิงหรือไข่มุกที่งดงามคนอื่นๆ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างแรงเมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ของชายหนุ่มทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าปะทุออกมา
เฉินหยวน หลิวอวิ๋นเจี๋ย กงหลิงฮั่ว และคนอื่นๆ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันนี้พวกเขายิ่งไม่สามารถหายใจได้อย่างสะดวก
“ช่างเป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เผ่าพันธุ์ของข้านอนหลับไปนานหลายล้านปี นั่นทำให้พวกเจ้าหลงลืมไปแล้วว่าในอดีตเราเคยยิ่งใหญ่เพียงใด ตัวเจ้าที่เป็นเพียงแค่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณคู่ควรที่จะยืนอยู่ต่อหน้าเราผู้เป็นองค์ชายหรือ?”
สิ้นเสียงของจื่อเทียนตูสิ่งมีชีวิตโบราณสองตัวที่ร่างกายโอบล้อมไปด้วยเกล็ดอันแข็งแกร่งคล้ายกับจระเข้ได้ปรากฏตัวขึ้นในความว่างเปล่าพวกมันพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“ไสหัวไป!”
เย่ฟ่านกระแทกกำปั้นซ้ายที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองเข้าหาสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองด้วยท่าทางสบายๆ ในทันใดนั้นหมัดหกสังสารวัฏของเขาได้ระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่
ปัง
ปัง!
ภายใต้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่กวาดออกไปรอบทิศทาง สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองถูกทุบเป็นชิ้นๆ ซากศพและเศษกระดูกของเขากระจัดกระจายไปทั่วสวนกว้าง
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ แม้แต่ดวงตาของจื่อเทียนตูก็ยังหดตัวลงเล็กน้อย ความแข็งแกร่งที่เย่ฟ่านแสดงออกมานั้นดูเหมือนจะมากกว่าที่เขาคาดคำนวณไว้หลายเท่า
ทุกคนอ้าปากค้าง สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองตัวก่อนหน้านี้ทรงพลังอย่างยิ่ง พวกมันเป็นถึงเซียนเทียมระดับสองขั้นสูงสุดแต่กลับไม่มีอะไรเลยเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเย่ฟ่าน
ในเวลานี้ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้สีทองโอบล้อมร่างกายของเย่ฟ่านอย่างแน่นหนา เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามพร้อมกับแรงกดดันที่ปะทุออกมาอย่างไม่สิ้นสุด
ในเวลานี้หลี่เทียนและเอี๋ยนอี้ซีปรากฏตัวขึ้นในสวนด้วยรอยยิ้ม พวกเขาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีโดยไม่ปล่อยให้ผู้ใดออกจากสวนโบราณแห่งนี้ได้
“ร่างศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ข้าตามหาเจ้ามาหลายปีแล้ว ไม่คิดว่าสุดท้ายเจ้าจะรนหาที่ตายด้วยตัวเอง!” ในที่สุดจื่อเทียนตูก็ลงมือ
เหนือศีรษะของเขา มีเจดีย์สีม่วงโบราณปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า สายฟ้านับพันนับหมื่นเส้นถูกยิงออกไปรอบทิศทางและแสดงให้เห็นว่าเจดีย์สีม่วงโบราณนี้มีความสามารถในการควบคุมสายฟ้า
“ดูเจ้าภาคภูมิใจต่ออาวุธชิ้นนี้อย่างยิ่ง!”
เย่ฟ่านมีสีหน้าเย็นชา ในเวลาเดียวกันกำปั้นที่แข็งแกร่งของเขาก็กระแทกเข้าหาจื่อเทียนตูอย่างรุนแรง นี่คืออำนาจแห่งหมัดหกสังสารวัฏ
ประตูมิติหกบานปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากโลกอื่นไหลเข้าสู่สวนกว้างและทำให้ผู้คนมากมายต้องถอยห่างจากสนามรบด้วยความหวาดหวั่น
………..