เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว

บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว

บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว


บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว

สมแล้วที่เป็นต้นกล้าชั้นดีที่ฮั่วเหวินอู่หมายตาเอาไว้

สยงเจี๋ยรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

จากรายงานการเข้าเรียนของถูซานชีสามารถดูออกได้ว่า เนื่องจากประสบการณ์การหลบหนีก่อนหน้านี้ สภาพร่างกายของเธอจึงอยู่ในภาวะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน

นี่เพิ่งจะเข้าโรงเรียนมาได้แค่ครึ่งเดือนกว่าๆ เธอกลับแสดงลักษณะเด่นของพลังพิเศษออกมาให้เห็นลางๆ ซะแล้ว

อีกทั้งสีแดงฉานอันบริสุทธิ์แบบนี้... สยงเจี๋ยไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า ระดับพลังพิเศษของเธอจะสูงส่งขนาดไหน

ใช่ ระดับพลังพิเศษสามารถยกระดับขึ้นได้ แต่ของพรรค์นี้มันให้ความสำคัญกับพรสวรรค์มากกว่าต่างหาก!

สยงเจี๋ยรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

เขตพิเศษที่ห้าของพวกเขาถึงเวลาที่จะมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาสักที!

"เอาล่ะ" เขาได้สติกลับมา ยื่นมือไปหยุดขาของถูซานชีที่กำลังจะเตะออกมาอีกครั้ง แววตาดูใจดีเป็นอย่างยิ่ง

"เธอไปตรวจร่างกายดูก่อนเถอะ"

ถูซานชีกำลังต่อสู้อย่างเมามัน เมื่อได้ยินดังนั้น หนังตากระตุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

"ตรวจอะไรเหรอคะ?"

สยงเจี๋ยหัวเราะร่าพลางเอารูปถ่ายที่เพิ่งถ่ายจากเครื่องมือสื่อสารเมื่อครู่ให้เธอดู "ถูซานชีสินะ พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้วล่ะ"

ถูซานชีก้มหน้าลง มองปราดเดียวก็เห็นดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นของตัวเองในรูปถ่าย

พลังพิเศษตื่นขึ้นงั้นเหรอ?!

ถูซานชีทั้งดีใจและกระวนกระวาย "อาจารย์คะ จริงเหรอคะ?"

"วางใจได้เลยๆ" สยงเจี๋ยส่งสายตา "ชัวร์ป้าบ" ให้เธอ แล้วเรียกลู่เหยียนมาหาชั่วคราว

ลู่เหยียน ก็คืออาจารย์หญิงท่าทางกระฉับกระเฉงที่สอนวิชาทฤษฎีให้กับพวกเขานั่นเอง

สยงเจี๋ยส่งรูปถ่ายไปให้ลู่เหยียน ลู่เหยียนเองก็จำถูซานชีได้ พอเห็นรูปถ่าย ในแววตาของเธอก็ฉายแววประหลาดใจออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ปลอบใจถูซานชี

"ไม่ต้องตื่นเต้นไป เธอแค่คิดซะว่าไปตรวจสุขภาพร่างกายแบบชุดใหญ่ก็พอแล้ว"

ถูซานชีจะไม่ตื่นเต้นได้ยังไงล่ะ?!

ถ้าพลังพิเศษตื่นขึ้นมาจริงๆ ละก็... การที่ฟังภาษาซอมบี้รู้เรื่อง ก็คงจะเป็นพลังพิเศษของเธอนั่นแหละ

แต่ไม่เป็นไรหรอก! อย่างน้อยมันก็คือพลังพิเศษ!

แต่ถ้าไม่ใช่พลังพิเศษตื่นขึ้นมาล่ะ... แล้วดวงตาของเธอ...

ถูซานชีขยี้ตา ควักกระจกบานเล็กที่พกติดตัวออกมาส่องดู

รูม่านตากลับมาเป็นสีน้ำตาลอ่อนตามปกติแล้ว ประกายสีแดงฉานนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

เธอพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เก็บกระจกให้เรียบร้อย แล้วเดินตามลู่เหยียนไปด้วยความรู้สึกตึงเครียด

การตรวจร่างกายครั้งนี้ไม่ได้ไปที่ห้องพยาบาล แต่เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ภายในเขตพิเศษ

เครื่องมือสื่อสารของถูซานชีไม่มีสิทธิ์ในการเข้าเขตพิเศษ แต่ลู่เหยียนได้ส่งรายงานขึ้นไปตั้งแต่ตอนออกเดินทางแล้ว เมื่อทั้งสองคนมาถึงทางเข้าเขตพิเศษ ถูซานชีก็ได้รับสิทธิ์ผ่านทางชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว

นี่เป็นครั้งที่สองที่ถูซานชีเข้ามาในเขตพิเศษ

ครั้งก่อนตอนที่ถูกถูอวี้มาส่งไปโรงเรียน พวกเขาเดินผ่านระเบียงทางเดินยาวแห่งหนึ่ง จึงมองเห็นสิ่งก่อสร้างสองสามตึกในเขตพิเศษได้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น

แต่ครั้งนี้ เธอได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงบรรยากาศภายในเขตพิเศษและโรงเรียนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนแต่งกายด้วยชุดรบคล้ายคลึงกับถูอวี้ ทุกคนพกอาวุธติดตัว ถึงแม้จะมีคนที่หัวเราะหยอกล้อกันบ้าง แต่บนใบหน้าของพวกเขากลับเผยให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวเสียมากกว่า

คนเหล่านี้คือผู้มีพลังพิเศษที่เติบโตขึ้นมา พวกเขามีโอกาสออกไปปฏิบัติภารกิจได้ทุกเมื่อ... ถูอวี้เองก็เป็นเช่นนั้น

พอถูซานชีเห็นพวกเขา เธอกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่คิดไว้ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกปลอดภัยมากๆ!

ภายในใจของเธอบังเกิดความคาดหวังสายหนึ่งลอยขึ้นมาลางๆ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลู่เหยียนพาถูซานชีขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นห้า จากนั้นก็เดินตรงผ่านระเบียงทางเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูโลหะบานหนึ่ง

ไม่นาน ชายหนุ่มสวมแว่นตาสวมเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งก็เดินออกมาจากข้างใน

"อาจารย์ลู่" ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลู่เหยียน ระหว่างที่พูด สายตาก็ตกลงบนตัวถูซานชีเรียบร้อยแล้ว

"หมอเฉิง" ลู่เหยียนเปิดรูปถ่ายที่สยงเจี๋ยถ่ายไว้ให้อีกฝ่ายดู

"รบกวนคุณหมอช่วยตรวจร่างกายให้หน่อยนะคะ"

สายตากลับมาตกอยู่ที่รูปถ่ายอีกครั้ง หลังจากเฉิงสือดูจบ เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"นี่การันตีได้เลยว่าเป็นระดับเอแล้วนะ"

ลู่เหยียนหัวเราะออกมา แล้วตบหลังถูซานชีเบาๆ เพื่อปลอบใจ "นี่คือหมอเฉิงสือ เขาเชี่ยวชาญด้านการตรวจประเภทนี้โดยเฉพาะ ฉันจะรอเธออยู่ข้างนอกนะ"

ถูซานชีพยักหน้า แล้วเดินตามหมอเฉิงสือคนนี้ก้าวเข้าไปในประตูโลหะ

ผิดคาดที่ข้างในมืดมาก นอกจากแสงสว่างจากหน้าจอเครื่องมือที่กำลังทำงานแล้ว ห้องนี้ไม่ได้เปิดไฟดวงไหนเลย

ถูซานชีสามารถมองเห็นโครงร่างของสิ่งของเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน... แถมยังมองเห็นสายตาที่ตกตะลึงของเฉิงสือที่กำลังจ้องมองเธอได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

"...มีอะไรเหรอคะ?" เธอชะงักไปเล็กน้อย

เฉิงสือส่ายหน้า

สาเหตุที่ภายในห้องไม่เปิดไฟ ก็เพื่อความสะดวกในการสังเกตลักษณะของพลังพิเศษนั่นเอง——

อย่างเช่นในตอนนี้ เฉิงสือก็มองเห็นแสงสีแดงที่กะพริบวาบในดวงตาของถูซานชีเป็นระยะๆ ได้อย่างชัดเจน

เขาขยับแว่นตา น้ำเสียงไม่ได้แข็งกระด้างนัก "ลักษณะเด่นแบบนี้ของเธอเริ่มปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ถูซานชีชะงักไป หันไปมองหน้าจอสีดำบานหนึ่งตามสัญชาตญาณ และก็เห็นเงาสะท้อนดวงตาสีแดงของตัวเองจริงๆ

เธอถ่างเปลือกตาแล้วมองดูอย่างละเอียด ไม่ลืมที่จะตอบกลับเฉิงสือ "อาจารย์สยงเพิ่งพบเมื่อเช้านี้เองค่ะ"

เฉิงสือส่งสัญญาณให้เธอเดินไปนอนบนเครื่องมือ แล้วถามต่อ "ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?"

"รู้สึก?" ถูซานชีเพิ่งเอนตัวลงนอน เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง

"ฉันควรจะรู้สึกอะไรเหรอคะ?"

เฉิงสือชะงักการเคลื่อนไหว ลุกขึ้นยืนแล้วควักไฟฉายกระบอกเล็กออกมาส่องดูที่เปลือกตาของเธอ

"อย่างเช่นปวดหัว วิงเวียน หรือว่ารู้สึกไม่สบายตรงไหนอะไรทำนองนี้น่ะ?" เฉิงสือเก็บไฟฉาย สายตาดูแปลกประหลาด

"เธอไม่มีอาการเลยเหรอ?"

ถูซานชีส่ายหน้า

"ตอนนี้ตาของเธอก็แดงอยู่ เธอรู้สึกยังไงบ้าง?" เฉิงสือถามต่ออย่างไม่ลดละ

ถูซานชีกะพริบตา ลองพยายามรับความรู้สึกดูอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังส่ายหน้าอยู่ดี

เฉิงสือ: "..."

เฉิงสือลูบคางตัวเอง กดปุ่มเริ่มต้น แล้วส่งตัวถูซานชีเข้าไปใต้เครื่องสแกน

เขากลับมาที่หน้าจอ แววตาดูมีความหมายแอบแฝง

กระบวนการที่พลังพิเศษตื่นขึ้นมา ไม่มากก็น้อยล้วนต้องมีความเจ็บปวดอยู่บ้าง...

ส่วนอีกด้านหนึ่ง โครงเตียงที่ถูซานชีนอนอยู่เริ่มเปลี่ยนรูปทรง เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองอยู่ใกล้กับของที่กำลังสแกนอยู่ด้านบนมากขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกัน แขนขาทั้งสี่ก็ถูกสายรัดที่ยืดออกมาอย่างกะทันหันมัดเอาไว้จนแน่น เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลย

ท่ามกลางความมึนงง โครงเตียงค่อยๆ หมุน มุมมองของถูซานชีค่อยๆ เปลี่ยนจากท่านอนกลายเป็นท่ายืน แล้วก็กลายเป็นท่าหกสูง

จากนั้นความเร็วในการหมุนก็ค่อยๆ เร็วขึ้นจนตาเปล่ามองเห็นได้

ถูซานชี: "..."

ถูซานชี: "!!!"

หน้าจอทยอยส่งข้อมูลการตรวจร่างกายของถูซานชีมาเรื่อยๆ เฉิงสือคิดหาเหตุผลไม่ออก เมื่อได้สติกลับมาจึงเริ่มสังเกตข้อมูล

หลังจากข้ามข้อมูลพื้นฐานอย่างส่วนสูง น้ำหนัก และไขมันในร่างกายไป สิ่งแรกที่เฉิงสือมองดูก็คือช่องตัวเลขที่ชื่อว่าอนุภาคหลิงเสวียน

อนุภาคหลิงเสวียนคือองค์ประกอบของเซลล์ที่มีเฉพาะในตัวผู้มีพลังพิเศษ... ตราบใดที่เกิน 50 ก็หมายความว่าอีกไม่นานพลังพิเศษจะตื่นขึ้นแล้ว

แต่ตอนนี้ ดัชนีตัวชี้วัดรายการนี้ของถูซานชีกลับมีความผันผวนอย่างยากลำบากไปแตะอยู่ที่เลข 1

เฉิงสือ: "..."

เฉิงสือขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปมองเบสความเสถียรเอนโทรปี นี่คือดัชนีชี้วัดความแข็งแกร่งของสมรรถภาพทางกายของผู้มีพลังพิเศษ เบสความเสถียรเอนโทรปีของคนธรรมดาจะอยู่ระหว่าง 30~80 ส่วนของผู้มีพลังพิเศษจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 50~200

ส่วนใหญ่ผู้มีพลังพิเศษคลาสเอจะสูงกว่า และคลาสบีจะค่อนข้างต่ำ

ทว่าตัวเลขเบสความเสถียรเอนโทรปีของถูซานชีคือ 1

เฉิงสือ: "..."

เฉิงสือหนังตากระตุกอย่างแรง

สายตาข้ามข้อมูลไปสองสามบรรทัด แล้วไปหยุดอยู่ที่การตรวจเช็กรายการหนึ่งที่ชื่อว่าสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาท

สำหรับผู้มีพลังพิเศษแล้ว สมรรถภาพทางกายคือพื้นฐาน พลังจิตคือแกนกลางที่ขาดไม่ได้ที่สุด การใช้พลังพิเศษล้วนอยู่บนพื้นฐานของพลังจิตที่แข็งแกร่ง และสสารสำคัญที่ตัดสินความแข็งแกร่งของพลังจิต ก็คือสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาท

อย่างผู้มีพลังพิเศษคลาสบี เช่น พลังพิเศษสายจิต สายการรับรู้ เป็นต้น สารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทล้วนอยู่สูงกว่า 1,000 ขึ้นไป

ส่วนผู้มีพลังพิเศษคลาสเอจะค่อนข้างต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ต่ำสุดก็ไม่ต่ำกว่า 800 ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ทว่าสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทของถูซานชี ตอนนี้หยุดนิ่งอยู่ที่เลข 1

เฉิงสือ: "..."

แม้แต่สารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทของคนปัญญาอ่อนก็ยังไม่ต่ำตมจนหลุดโลกขนาดนี้เลย

จบบทที่ บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว