- หน้าแรก
- เป็นซอมบี้แล้วไง ฉันเป็นลูกรักของทีมแล้วกัน
- บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว
บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว
บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว
บทที่ 8 พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว
สมแล้วที่เป็นต้นกล้าชั้นดีที่ฮั่วเหวินอู่หมายตาเอาไว้
สยงเจี๋ยรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
จากรายงานการเข้าเรียนของถูซานชีสามารถดูออกได้ว่า เนื่องจากประสบการณ์การหลบหนีก่อนหน้านี้ สภาพร่างกายของเธอจึงอยู่ในภาวะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน
นี่เพิ่งจะเข้าโรงเรียนมาได้แค่ครึ่งเดือนกว่าๆ เธอกลับแสดงลักษณะเด่นของพลังพิเศษออกมาให้เห็นลางๆ ซะแล้ว
อีกทั้งสีแดงฉานอันบริสุทธิ์แบบนี้... สยงเจี๋ยไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า ระดับพลังพิเศษของเธอจะสูงส่งขนาดไหน
ใช่ ระดับพลังพิเศษสามารถยกระดับขึ้นได้ แต่ของพรรค์นี้มันให้ความสำคัญกับพรสวรรค์มากกว่าต่างหาก!
สยงเจี๋ยรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เขตพิเศษที่ห้าของพวกเขาถึงเวลาที่จะมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาสักที!
"เอาล่ะ" เขาได้สติกลับมา ยื่นมือไปหยุดขาของถูซานชีที่กำลังจะเตะออกมาอีกครั้ง แววตาดูใจดีเป็นอย่างยิ่ง
"เธอไปตรวจร่างกายดูก่อนเถอะ"
ถูซานชีกำลังต่อสู้อย่างเมามัน เมื่อได้ยินดังนั้น หนังตากระตุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ตรวจอะไรเหรอคะ?"
สยงเจี๋ยหัวเราะร่าพลางเอารูปถ่ายที่เพิ่งถ่ายจากเครื่องมือสื่อสารเมื่อครู่ให้เธอดู "ถูซานชีสินะ พลังพิเศษของเธอกำลังจะตื่นขึ้นแล้วล่ะ"
ถูซานชีก้มหน้าลง มองปราดเดียวก็เห็นดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นของตัวเองในรูปถ่าย
พลังพิเศษตื่นขึ้นงั้นเหรอ?!
ถูซานชีทั้งดีใจและกระวนกระวาย "อาจารย์คะ จริงเหรอคะ?"
"วางใจได้เลยๆ" สยงเจี๋ยส่งสายตา "ชัวร์ป้าบ" ให้เธอ แล้วเรียกลู่เหยียนมาหาชั่วคราว
ลู่เหยียน ก็คืออาจารย์หญิงท่าทางกระฉับกระเฉงที่สอนวิชาทฤษฎีให้กับพวกเขานั่นเอง
สยงเจี๋ยส่งรูปถ่ายไปให้ลู่เหยียน ลู่เหยียนเองก็จำถูซานชีได้ พอเห็นรูปถ่าย ในแววตาของเธอก็ฉายแววประหลาดใจออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ปลอบใจถูซานชี
"ไม่ต้องตื่นเต้นไป เธอแค่คิดซะว่าไปตรวจสุขภาพร่างกายแบบชุดใหญ่ก็พอแล้ว"
ถูซานชีจะไม่ตื่นเต้นได้ยังไงล่ะ?!
ถ้าพลังพิเศษตื่นขึ้นมาจริงๆ ละก็... การที่ฟังภาษาซอมบี้รู้เรื่อง ก็คงจะเป็นพลังพิเศษของเธอนั่นแหละ
แต่ไม่เป็นไรหรอก! อย่างน้อยมันก็คือพลังพิเศษ!
แต่ถ้าไม่ใช่พลังพิเศษตื่นขึ้นมาล่ะ... แล้วดวงตาของเธอ...
ถูซานชีขยี้ตา ควักกระจกบานเล็กที่พกติดตัวออกมาส่องดู
รูม่านตากลับมาเป็นสีน้ำตาลอ่อนตามปกติแล้ว ประกายสีแดงฉานนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เธอพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เก็บกระจกให้เรียบร้อย แล้วเดินตามลู่เหยียนไปด้วยความรู้สึกตึงเครียด
การตรวจร่างกายครั้งนี้ไม่ได้ไปที่ห้องพยาบาล แต่เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ภายในเขตพิเศษ
เครื่องมือสื่อสารของถูซานชีไม่มีสิทธิ์ในการเข้าเขตพิเศษ แต่ลู่เหยียนได้ส่งรายงานขึ้นไปตั้งแต่ตอนออกเดินทางแล้ว เมื่อทั้งสองคนมาถึงทางเข้าเขตพิเศษ ถูซานชีก็ได้รับสิทธิ์ผ่านทางชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว
นี่เป็นครั้งที่สองที่ถูซานชีเข้ามาในเขตพิเศษ
ครั้งก่อนตอนที่ถูกถูอวี้มาส่งไปโรงเรียน พวกเขาเดินผ่านระเบียงทางเดินยาวแห่งหนึ่ง จึงมองเห็นสิ่งก่อสร้างสองสามตึกในเขตพิเศษได้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น
แต่ครั้งนี้ เธอได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงบรรยากาศภายในเขตพิเศษและโรงเรียนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนแต่งกายด้วยชุดรบคล้ายคลึงกับถูอวี้ ทุกคนพกอาวุธติดตัว ถึงแม้จะมีคนที่หัวเราะหยอกล้อกันบ้าง แต่บนใบหน้าของพวกเขากลับเผยให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวเสียมากกว่า
คนเหล่านี้คือผู้มีพลังพิเศษที่เติบโตขึ้นมา พวกเขามีโอกาสออกไปปฏิบัติภารกิจได้ทุกเมื่อ... ถูอวี้เองก็เป็นเช่นนั้น
พอถูซานชีเห็นพวกเขา เธอกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่คิดไว้ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกปลอดภัยมากๆ!
ภายในใจของเธอบังเกิดความคาดหวังสายหนึ่งลอยขึ้นมาลางๆ
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลู่เหยียนพาถูซานชีขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นห้า จากนั้นก็เดินตรงผ่านระเบียงทางเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูโลหะบานหนึ่ง
ไม่นาน ชายหนุ่มสวมแว่นตาสวมเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งก็เดินออกมาจากข้างใน
"อาจารย์ลู่" ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลู่เหยียน ระหว่างที่พูด สายตาก็ตกลงบนตัวถูซานชีเรียบร้อยแล้ว
"หมอเฉิง" ลู่เหยียนเปิดรูปถ่ายที่สยงเจี๋ยถ่ายไว้ให้อีกฝ่ายดู
"รบกวนคุณหมอช่วยตรวจร่างกายให้หน่อยนะคะ"
สายตากลับมาตกอยู่ที่รูปถ่ายอีกครั้ง หลังจากเฉิงสือดูจบ เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"นี่การันตีได้เลยว่าเป็นระดับเอแล้วนะ"
ลู่เหยียนหัวเราะออกมา แล้วตบหลังถูซานชีเบาๆ เพื่อปลอบใจ "นี่คือหมอเฉิงสือ เขาเชี่ยวชาญด้านการตรวจประเภทนี้โดยเฉพาะ ฉันจะรอเธออยู่ข้างนอกนะ"
ถูซานชีพยักหน้า แล้วเดินตามหมอเฉิงสือคนนี้ก้าวเข้าไปในประตูโลหะ
ผิดคาดที่ข้างในมืดมาก นอกจากแสงสว่างจากหน้าจอเครื่องมือที่กำลังทำงานแล้ว ห้องนี้ไม่ได้เปิดไฟดวงไหนเลย
ถูซานชีสามารถมองเห็นโครงร่างของสิ่งของเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน... แถมยังมองเห็นสายตาที่ตกตะลึงของเฉิงสือที่กำลังจ้องมองเธอได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
"...มีอะไรเหรอคะ?" เธอชะงักไปเล็กน้อย
เฉิงสือส่ายหน้า
สาเหตุที่ภายในห้องไม่เปิดไฟ ก็เพื่อความสะดวกในการสังเกตลักษณะของพลังพิเศษนั่นเอง——
อย่างเช่นในตอนนี้ เฉิงสือก็มองเห็นแสงสีแดงที่กะพริบวาบในดวงตาของถูซานชีเป็นระยะๆ ได้อย่างชัดเจน
เขาขยับแว่นตา น้ำเสียงไม่ได้แข็งกระด้างนัก "ลักษณะเด่นแบบนี้ของเธอเริ่มปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ถูซานชีชะงักไป หันไปมองหน้าจอสีดำบานหนึ่งตามสัญชาตญาณ และก็เห็นเงาสะท้อนดวงตาสีแดงของตัวเองจริงๆ
เธอถ่างเปลือกตาแล้วมองดูอย่างละเอียด ไม่ลืมที่จะตอบกลับเฉิงสือ "อาจารย์สยงเพิ่งพบเมื่อเช้านี้เองค่ะ"
เฉิงสือส่งสัญญาณให้เธอเดินไปนอนบนเครื่องมือ แล้วถามต่อ "ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?"
"รู้สึก?" ถูซานชีเพิ่งเอนตัวลงนอน เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
"ฉันควรจะรู้สึกอะไรเหรอคะ?"
เฉิงสือชะงักการเคลื่อนไหว ลุกขึ้นยืนแล้วควักไฟฉายกระบอกเล็กออกมาส่องดูที่เปลือกตาของเธอ
"อย่างเช่นปวดหัว วิงเวียน หรือว่ารู้สึกไม่สบายตรงไหนอะไรทำนองนี้น่ะ?" เฉิงสือเก็บไฟฉาย สายตาดูแปลกประหลาด
"เธอไม่มีอาการเลยเหรอ?"
ถูซานชีส่ายหน้า
"ตอนนี้ตาของเธอก็แดงอยู่ เธอรู้สึกยังไงบ้าง?" เฉิงสือถามต่ออย่างไม่ลดละ
ถูซานชีกะพริบตา ลองพยายามรับความรู้สึกดูอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังส่ายหน้าอยู่ดี
เฉิงสือ: "..."
เฉิงสือลูบคางตัวเอง กดปุ่มเริ่มต้น แล้วส่งตัวถูซานชีเข้าไปใต้เครื่องสแกน
เขากลับมาที่หน้าจอ แววตาดูมีความหมายแอบแฝง
กระบวนการที่พลังพิเศษตื่นขึ้นมา ไม่มากก็น้อยล้วนต้องมีความเจ็บปวดอยู่บ้าง...
ส่วนอีกด้านหนึ่ง โครงเตียงที่ถูซานชีนอนอยู่เริ่มเปลี่ยนรูปทรง เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองอยู่ใกล้กับของที่กำลังสแกนอยู่ด้านบนมากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน แขนขาทั้งสี่ก็ถูกสายรัดที่ยืดออกมาอย่างกะทันหันมัดเอาไว้จนแน่น เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
ท่ามกลางความมึนงง โครงเตียงค่อยๆ หมุน มุมมองของถูซานชีค่อยๆ เปลี่ยนจากท่านอนกลายเป็นท่ายืน แล้วก็กลายเป็นท่าหกสูง
จากนั้นความเร็วในการหมุนก็ค่อยๆ เร็วขึ้นจนตาเปล่ามองเห็นได้
ถูซานชี: "..."
ถูซานชี: "!!!"
หน้าจอทยอยส่งข้อมูลการตรวจร่างกายของถูซานชีมาเรื่อยๆ เฉิงสือคิดหาเหตุผลไม่ออก เมื่อได้สติกลับมาจึงเริ่มสังเกตข้อมูล
หลังจากข้ามข้อมูลพื้นฐานอย่างส่วนสูง น้ำหนัก และไขมันในร่างกายไป สิ่งแรกที่เฉิงสือมองดูก็คือช่องตัวเลขที่ชื่อว่าอนุภาคหลิงเสวียน
อนุภาคหลิงเสวียนคือองค์ประกอบของเซลล์ที่มีเฉพาะในตัวผู้มีพลังพิเศษ... ตราบใดที่เกิน 50 ก็หมายความว่าอีกไม่นานพลังพิเศษจะตื่นขึ้นแล้ว
แต่ตอนนี้ ดัชนีตัวชี้วัดรายการนี้ของถูซานชีกลับมีความผันผวนอย่างยากลำบากไปแตะอยู่ที่เลข 1
เฉิงสือ: "..."
เฉิงสือขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปมองเบสความเสถียรเอนโทรปี นี่คือดัชนีชี้วัดความแข็งแกร่งของสมรรถภาพทางกายของผู้มีพลังพิเศษ เบสความเสถียรเอนโทรปีของคนธรรมดาจะอยู่ระหว่าง 30~80 ส่วนของผู้มีพลังพิเศษจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 50~200
ส่วนใหญ่ผู้มีพลังพิเศษคลาสเอจะสูงกว่า และคลาสบีจะค่อนข้างต่ำ
ทว่าตัวเลขเบสความเสถียรเอนโทรปีของถูซานชีคือ 1
เฉิงสือ: "..."
เฉิงสือหนังตากระตุกอย่างแรง
สายตาข้ามข้อมูลไปสองสามบรรทัด แล้วไปหยุดอยู่ที่การตรวจเช็กรายการหนึ่งที่ชื่อว่าสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาท
สำหรับผู้มีพลังพิเศษแล้ว สมรรถภาพทางกายคือพื้นฐาน พลังจิตคือแกนกลางที่ขาดไม่ได้ที่สุด การใช้พลังพิเศษล้วนอยู่บนพื้นฐานของพลังจิตที่แข็งแกร่ง และสสารสำคัญที่ตัดสินความแข็งแกร่งของพลังจิต ก็คือสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาท
อย่างผู้มีพลังพิเศษคลาสบี เช่น พลังพิเศษสายจิต สายการรับรู้ เป็นต้น สารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทล้วนอยู่สูงกว่า 1,000 ขึ้นไป
ส่วนผู้มีพลังพิเศษคลาสเอจะค่อนข้างต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ต่ำสุดก็ไม่ต่ำกว่า 800 ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ทว่าสารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทของถูซานชี ตอนนี้หยุดนิ่งอยู่ที่เลข 1
เฉิงสือ: "..."
แม้แต่สารกระตุ้นการเจริญของเส้นประสาทของคนปัญญาอ่อนก็ยังไม่ต่ำตมจนหลุดโลกขนาดนี้เลย