เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 สีแดงฉาน

บทที่ 7 สีแดงฉาน

บทที่ 7 สีแดงฉาน


บทที่ 7 สีแดงฉาน

คนที่ประหลาดใจยิ่งกว่าเหยียนซวง ก็คือหานเฟย

"เจ๊..." เขาหลุดปากออกมาตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น ถูซานชีก็หันกลับมา ลากเท้าของเขาแล้วเริ่มจับเหวี่ยงฟาดลงกับพื้น

ราวกับกำลังฟาดขยะก็ไม่ปาน

"นี่แน่ะชอบตีนักใช่ไหม! ชอบใช้พลังพิเศษนักใช่ไหม! ชอบรังแกคนซื่อนักใช่ไหม!" ถูซานชีตีไปด่าไป "ตอนนี้อยากจะมาเรียกเจ๊เหรอ? ต่อให้เรียกพ่อก็ไม่มีประโยชน์หรอกโว้ย!"

หานเฟย: "..."

เหยียนซวง: "..."

เหยียนซวงหนังตากระตุก มองดูถูซานชีตีจนเสร็จแล้วยังกระชากผมของหานเฟยหลุดติดมือมาอีกกำมือใหญ่อย่างแรง เธอถึงได้เดินเข้าไป แล้วถามหานเฟย "รู้ผิดหรือยัง?"

หานเฟยไม่อยากจะเชื่อความจริงที่ว่าหัวตัวเองล้านไปหย่อมหนึ่ง เขาถลึงตาใส่ถูซานชีอย่างดุร้าย "มีสิทธิ์อะไรที่ยัยนี่..."

เสียง "เพียะ" ดังขึ้น

เหยียนซวงตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วถามอีกครั้ง "รู้ผิดหรือยัง?"

หานเฟย: "..."

ในที่สุด หลังจากโดนตบหน้าติดต่อกันไปถึงแปดฉาด หานเฟยก็ยอมจำนน

"รู้ผิดแล้ว รู้ผิดแล้ว... เลิกตีเถอะ..." หานเฟยกุมหัว ไม่กล้าถลึงตาใส่ถูซานชีอีกต่อไป

ถูซานชีเบ้ปาก ถึงได้คืนผมสั้นกำนั้นในมือให้กับเขา

หานเฟยประคองผมกำนั้นเอาไว้ แล้วกลายเป็นหินไปตรงนั้นเลย

เหยียนซวงไม่ได้สนใจเขา เธอดึงถูซานชีให้เดินออกมาข้างนอกเล็กน้อย "พื้นที่ที่เขาทำลายมันกว้างเกินไป เดี๋ยวอาจารย์ก็จะมาแล้ว เธอไปก่อนเถอะ จัดการเสร็จแล้วฉันค่อยกลับไป"

ถูซานชีรู้ดีว่า เธอกำลังคิดเผื่อตัวเองอยู่

การแอบทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในโรงเรียน จะต้องถูกทำโทษ

"แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?" ถูซานชีเกาหัว แล้วเพิ่งจะรู้ตัวจึงถามขึ้น

"นี่ฉันก่อเรื่องวุ่นวายหรือเปล่าเนี่ย?"

เพิ่งจะมาโรงเรียนได้แค่อาทิตย์เดียวก็กล้ามีเรื่องกับผู้มีพลังพิเศษซะแล้ว... ถูซานชีนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าถูอวี้รู้เรื่องนี้จะมีปฏิกิริยายังไง

เหยียนซวงชะงักไปเล็กน้อย ทว่ากลับรู้สึกดีใจอยู่บ้าง

"เรื่องวุ่นวายนี้ฉันเป็นคนก่อขึ้นมาแท้ๆ"

"ขอบใจเธอมากนะ ถูซานชี"

แววตาของเธอเป็นประกายเล็กน้อย ทำเอาถูซานชีมองแล้วรู้สึกเขินอายขึ้นมานิดๆ

ตอนนี้เหยียนซวงก็มีพลังพิเศษแล้ว ถูซานชีจึงไม่กังวลว่าเธอจะถูกหานเฟยรังแกอีก ดังนั้นสุดท้ายแล้วเธอจึงยอมเชื่อฟังคำพูดของเหยียนซวงแต่โดยดี แล้วแอบหนีออกจากที่เกิดเหตุไป

และหลังจากถูซานชีจากไป เหยียนซวงถึงได้เดินกลับไป หานเฟยยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าโง่งม

"ยังไม่ลุกขึ้นมาอีก?" เมื่อปฏิบัติต่อหานเฟย อารมณ์บนใบหน้าของเหยียนซวงก็เจือจางลงไปมาก

หานเฟยดีดนิ้วดังเป๊าะ ปล่อยไฟจุดเผาผมกำนั้นของตัวเองทิ้งไป

ก่อนหน้านี้เขาถือดีที่ตัวเองปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ จึงคอยข่มเหยียนซวงไปซะทุกเรื่อง แต่ตอนนี้... พลังพิเศษของเหยียนซวงก็ตื่นขึ้นแล้วเหมือนกัน

แถมเมื่อดูจากสีของรูม่านตาแล้ว ระดับพลังพิเศษของเธอก็ยังอยู่เหนือกว่าเขาซะอีก

หานเฟยยึดคติที่ว่าลูกผู้ชายต้องรู้จักยืดหยุ่นหดได้ขยายได้ จึงสงบเสงี่ยมเจียมตัวเก็บหางตัวเองอย่างรู้สถานการณ์

"เจ๊..." เขาเปล่งเสียงออกมาอย่างแห้งแล้ง และหาเรื่องคุยไม่ได้ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงพูดถึงผู้หญิงคนที่กล้าพุ่งเข้าใส่เขาอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อครู่นี้

"เพื่อนเจ๊คนนี้ เป็นตัวประหลาดชัดๆ" หานเฟยเบ้ปาก

"มีใครที่ไหนเขากล้าสู้กับผู้มีพลังพิเศษแบบนี้บ้างล่ะ?"

เหยียนซวงกำลังรายงานข่าวกับอาจารย์ เมื่อได้ยินดังนั้น เธอก็หันไปเหล่มองเขาด้วยสายตาเหยียดๆ น้ำเสียงฟังดูพิลึก "แต่นายก็สู้เธอไม่ได้ไม่ใช่หรือไง?"

"ไม่รู้จักจำเอาซะเลย" เหยียนซวงเยาะเย้ยเล็กน้อย

หานเฟย: "..."

หานเฟยเตะก้อนหินด้วยความคับแค้นใจ แล้วแค่นเสียงเย็นชา "ฉันก็ไม่ได้ดูถูกเธอซะหน่อย ฉันแค่รู้สึกว่าเธอวู่วามมาก วู่วามยิ่งกว่าฉันซะอีก!"

เหยียนซวงไม่สนใจ

หานเฟยพูดพึมพำกับตัวเองอีกว่า "อีกอย่าง คนแบบเธอน่ะ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เข้าค่ายฝึกซ้อมอยู่ดี ฉันจะไปดูถูกเธอทำไมกัน..."

"นายแอบไปสืบเรื่องของเธอมางั้นเหรอ?" เหยียนซวงหันขวับมามองทันที ในแววตาเต็มไปด้วยการตักเตือน

คนที่ถูกหานเฟยหมายหัวเอาไว้ ไม่มีใครได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลยสักคน

ทว่าหานเฟยกลับทำหน้าซื่อตาใส

"ฉันจะไปสืบเรื่องของเธอทำไมล่ะ? ฉันไม่รู้จักเธอซะหน่อย!" เขายักไหล่ พลางนึกย้อนความหลัง

"ตอนที่เธอเพิ่งจะพุ่งเข้ามาเมื่อกี้ ฉันเห็นตาของเธอเข้าพอดี"

หานเฟยบอกว่า "มันเป็นสีแดงฉาน"

เหยียนซวงชะงักไปเล็กน้อย

หานเฟยกอดอกแล้ววิเคราะห์เอาเองว่า "ถ้าเมื่อกี้เจ๊ไม่ได้ช่วยรับการโจมตีนั้นแทนเธอเอาไว้ ไม่แน่ว่าคืนนี้พลังพิเศษของเธอก็อาจจะตื่นขึ้นมาได้เหมือนกัน"

"เฮอะ! ฉันบอกแล้วไงว่าวิธีของฉันมันได้ผล!" หานเฟยพูดไปพูดมา จู่ๆ ก็เกิดภาคภูมิใจขึ้นมาซะงั้น

เหยียนซวง: "..."

เหยียนซวงตบเขาไปหนึ่งฉาดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

"เจ๊!! เจ๊ตีฉันอีกทำไมเนี่ย!"

ถูซานชีกินข้าวเสร็จก็กลับหอพัก จนกระทั่งถึงเวลาปิดไฟก็ยังรอเหยียนซวงกลับมาไม่เจอ รอจนได้แค่ข้อความแจ้งว่าปลอดภัยดีจากเหยียนซวงเพียงข้อความเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้น ถูซานชีก็ได้รับข้อความที่สองจากเหยียนซวง

เธอบอกว่าตัวเองถูกส่งตัวเข้าไปในค่ายฝึกซ้อมแล้ว ถ้ามีเวลาจะกลับมาเยี่ยมเธอ และยังหวังว่าเธอจะปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ในเร็ววัน จะได้เจอกันในค่ายฝึกซ้อมวันหลัง

ถูซานชี: "..."

ความหวังนี้ช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน

แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่พลังพิเศษของเหยียนซวงปลุกขึ้นมาได้สมความปรารถนา ถูซานชีก็ยังคงรู้สึกดีใจไปกับเธอด้วย... เธอตัดสินใจว่าจะไปกินข้าวที่โรงอาหารสักสองกะละมังเพื่อเป็นการฉลองสักหน่อย

ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในตารางเรียนของถูซานชีก็มีการฝึกซ้อมต่อสู้เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งวิชา

อาจารย์แซ่สยง

อาจารย์สยงรูปร่างกำยำยิ่งกว่าอาจารย์ฮั่วเสียอีก ถูซานชีได้ยินจากปากของเพื่อนนักเรียนว่า อาจารย์สยงท่านนี้เป็นผู้มีพลังพิเศษสายดินผสมผสานกับสายพละกำลัง

อีกทั้ง การฝึกซ้อมต่อสู้ของอาจารย์สยงนั้นไม่เหมือนกับการฝึกสมรรถภาพทางกายของอาจารย์ฮั่ว เพราะไม่ใช้เครื่องมือช่วยเหลือใดๆ เลย... เขาจะลงมือชี้แนะนักเรียนแต่ละคนด้วยตัวเอง

ตอนนี้นักเรียนที่อยู่ในสนามล้วนถูกสุ่มแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว สยงเจี๋ยพูดเพียงคำเดียวว่า "ซัด"

ถูซานชีเพิ่งจะมาเรียนวิชานี้เป็นครั้งแรก จึงไม่รู้รูปแบบการเรียนการสอนเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากได้ยินคำว่า "ซัด" เธอก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วและพุ่งทะยานออกไป

การต่อสู้ก็คือการซัดกันไม่ใช่หรือไง?

ซัดใครน่ะเหรอ? แน่นอนว่าต้องซัดคู่ต่อสู้ในกลุ่มน่ะสิ!

แล้วถ้าเกิดให้ไปซัดคนอื่นล่ะ? ช่างมันประไร! ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ ซัดไปก่อนค่อยว่ากัน!

ถูซานชีออกตัวได้รวดเร็วมาก ในขณะที่พุ่งตัวไปข้างหน้าก็กำหมัดแน่นแล้ว ในเสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายยกศอกขึ้นมาป้องกัน ท่อนแขนทั้งท่อนของเธอก็ปรับองศาอย่างรวดเร็ว แล้วชกตรงไปยังหน้าท้องของอีกฝ่าย

และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า ถูซานชีไม่ได้เข้าใจอะไรผิด

กลุ่มอื่นๆ ในสนามก็เริ่มซัดกันเองภายในกลุ่มแล้วเช่นกัน

สยงเจี๋ยเดินทอดน่องไปมาอยู่ในสนาม ทุกครั้งที่กวาดสายตาไปเจอนักเรียนคนไหน เขาก็จะเข้าไปชี้แนะสักสองสามประโยค พูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถทำให้อีกฝ่ายพลิกสถานการณ์ได้... ทว่า พอเขาเดินไปถึงด้านหลัง ความสนใจของเขาก็ถูกคนคนหนึ่งดึงดูดไปอย่างรวดเร็ว

การกินข้าวได้มื้อละสองกะละมังมันมีประโยชน์แบบนี้นี่เอง ถูซานชีทอดถอนใจอยู่เงียบๆ ความเร็วในการออกหมัดของเธอนั้นรวดเร็วจนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่ทันได้สังเกต

แต่ในชั่วพริบตาหนึ่ง มือที่เงื้อขึ้นสูงก็ถูกแรงอันทรงพลังขุมหนึ่งจับเอาไว้

ถูซานชีชะงักไปเล็กน้อย หันหน้าไปมองอย่างงุนงง และสบเข้ากับแววตาครุ่นคิดของสยงเจี๋ย

"...อาจารย์?" ถูซานชีสงสัยเล็กน้อย

สยงเจี๋ยพูดเสียงขรึม "เธอมาสู้กับฉัน"

ถูซานชี: "???"

เดี๋ยวนะ เธอคู่ควรเหรอเนี่ย???

"เข้ามา!" สยงเจี๋ยตั้งท่าม้า กวักมือเรียกเธอ แววตาให้กำลังใจ

"เธอคิดไว้แค่อย่างเดียว ให้มองว่าฉันเป็นซอมบี้"

"ถ้าเธอซัดฉันไม่ตาย เธอก็มีแต่จะโดนฉันซัดจนตายนั่นแหละ"

ถูซานชี: "..."

ถูซานชีจำใจยืนอยู่ตรงข้ามกับสยงเจี๋ย เธอพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก แล้วมองว่าเขาเป็นซอมบี้ระดับต่ำตัวที่เธอเกลียดที่สุดอย่างที่เขาว่า

เป็นเพราะมันนั่นแหละ!

ความโกรธปะทุขึ้นจากในใจ ถูซานชีเม้มริมฝีปาก แล้วออกกระบวนท่าเข้าใส่สยงเจี๋ยอย่างไม่ปรานี

หลังจากเหยียนซวงจากไป ถูซานชีเองก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายาม นอกจากการฝึกซ้อมในคาบเรียนทุกวันแล้ว เธอยังไปฝึกซ้อมเพิ่มเติมในแคปซูลฝึกซ้อมด้วยตัวเองทั้งเช้าและเย็นอีกด้วย

ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยลงไปนอนในแคปซูลรักษามาแล้วหนึ่งครั้ง ตอนนี้ฝีไม้ลายมือของเธอจึงถือได้ว่าปราดเปรียวว่องไว พละกำลังก็สามารถตามได้ทัน

ในตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสยงเจี๋ย ถูซานชีจึงงัดเอาท่าไม้ตายที่ตัวเองเคยเรียนมาใช้จนหมด

ทว่าสิ่งที่สยงเจี๋ยต้องการสังเกตกลับไม่ใช่กระบวนท่าของเธอ

เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารขุมนั้นของถูซานชี... เด็กคนนี้เกลียดซอมบี้เข้าไส้จริงๆ!

สยงเจี๋ยนึกขำอยู่ในใจ แต่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม เขารับการโจมตีทั้งหมดของเธอเอาไว้ได้ และตอบโต้กลับไปอย่างหนักหน่วงเป็นระยะๆ เมื่อมองดูสีหน้าของเธอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับลงมือหนักหน่วงยิ่งขึ้น——

จนกระทั่งเสี้ยววินาทีหนึ่ง รูม่านตาของเธอก็ปรากฏสีแดงฉานวูบผ่านไป

จบบทที่ บทที่ 7 สีแดงฉาน

คัดลอกลิงก์แล้ว