- หน้าแรก
- เป็นซอมบี้แล้วไง ฉันเป็นลูกรักของทีมแล้วกัน
- บทที่ 7 สีแดงฉาน
บทที่ 7 สีแดงฉาน
บทที่ 7 สีแดงฉาน
บทที่ 7 สีแดงฉาน
คนที่ประหลาดใจยิ่งกว่าเหยียนซวง ก็คือหานเฟย
"เจ๊..." เขาหลุดปากออกมาตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น ถูซานชีก็หันกลับมา ลากเท้าของเขาแล้วเริ่มจับเหวี่ยงฟาดลงกับพื้น
ราวกับกำลังฟาดขยะก็ไม่ปาน
"นี่แน่ะชอบตีนักใช่ไหม! ชอบใช้พลังพิเศษนักใช่ไหม! ชอบรังแกคนซื่อนักใช่ไหม!" ถูซานชีตีไปด่าไป "ตอนนี้อยากจะมาเรียกเจ๊เหรอ? ต่อให้เรียกพ่อก็ไม่มีประโยชน์หรอกโว้ย!"
หานเฟย: "..."
เหยียนซวง: "..."
เหยียนซวงหนังตากระตุก มองดูถูซานชีตีจนเสร็จแล้วยังกระชากผมของหานเฟยหลุดติดมือมาอีกกำมือใหญ่อย่างแรง เธอถึงได้เดินเข้าไป แล้วถามหานเฟย "รู้ผิดหรือยัง?"
หานเฟยไม่อยากจะเชื่อความจริงที่ว่าหัวตัวเองล้านไปหย่อมหนึ่ง เขาถลึงตาใส่ถูซานชีอย่างดุร้าย "มีสิทธิ์อะไรที่ยัยนี่..."
เสียง "เพียะ" ดังขึ้น
เหยียนซวงตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วถามอีกครั้ง "รู้ผิดหรือยัง?"
หานเฟย: "..."
ในที่สุด หลังจากโดนตบหน้าติดต่อกันไปถึงแปดฉาด หานเฟยก็ยอมจำนน
"รู้ผิดแล้ว รู้ผิดแล้ว... เลิกตีเถอะ..." หานเฟยกุมหัว ไม่กล้าถลึงตาใส่ถูซานชีอีกต่อไป
ถูซานชีเบ้ปาก ถึงได้คืนผมสั้นกำนั้นในมือให้กับเขา
หานเฟยประคองผมกำนั้นเอาไว้ แล้วกลายเป็นหินไปตรงนั้นเลย
เหยียนซวงไม่ได้สนใจเขา เธอดึงถูซานชีให้เดินออกมาข้างนอกเล็กน้อย "พื้นที่ที่เขาทำลายมันกว้างเกินไป เดี๋ยวอาจารย์ก็จะมาแล้ว เธอไปก่อนเถอะ จัดการเสร็จแล้วฉันค่อยกลับไป"
ถูซานชีรู้ดีว่า เธอกำลังคิดเผื่อตัวเองอยู่
การแอบทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในโรงเรียน จะต้องถูกทำโทษ
"แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?" ถูซานชีเกาหัว แล้วเพิ่งจะรู้ตัวจึงถามขึ้น
"นี่ฉันก่อเรื่องวุ่นวายหรือเปล่าเนี่ย?"
เพิ่งจะมาโรงเรียนได้แค่อาทิตย์เดียวก็กล้ามีเรื่องกับผู้มีพลังพิเศษซะแล้ว... ถูซานชีนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าถูอวี้รู้เรื่องนี้จะมีปฏิกิริยายังไง
เหยียนซวงชะงักไปเล็กน้อย ทว่ากลับรู้สึกดีใจอยู่บ้าง
"เรื่องวุ่นวายนี้ฉันเป็นคนก่อขึ้นมาแท้ๆ"
"ขอบใจเธอมากนะ ถูซานชี"
แววตาของเธอเป็นประกายเล็กน้อย ทำเอาถูซานชีมองแล้วรู้สึกเขินอายขึ้นมานิดๆ
ตอนนี้เหยียนซวงก็มีพลังพิเศษแล้ว ถูซานชีจึงไม่กังวลว่าเธอจะถูกหานเฟยรังแกอีก ดังนั้นสุดท้ายแล้วเธอจึงยอมเชื่อฟังคำพูดของเหยียนซวงแต่โดยดี แล้วแอบหนีออกจากที่เกิดเหตุไป
และหลังจากถูซานชีจากไป เหยียนซวงถึงได้เดินกลับไป หานเฟยยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าโง่งม
"ยังไม่ลุกขึ้นมาอีก?" เมื่อปฏิบัติต่อหานเฟย อารมณ์บนใบหน้าของเหยียนซวงก็เจือจางลงไปมาก
หานเฟยดีดนิ้วดังเป๊าะ ปล่อยไฟจุดเผาผมกำนั้นของตัวเองทิ้งไป
ก่อนหน้านี้เขาถือดีที่ตัวเองปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ จึงคอยข่มเหยียนซวงไปซะทุกเรื่อง แต่ตอนนี้... พลังพิเศษของเหยียนซวงก็ตื่นขึ้นแล้วเหมือนกัน
แถมเมื่อดูจากสีของรูม่านตาแล้ว ระดับพลังพิเศษของเธอก็ยังอยู่เหนือกว่าเขาซะอีก
หานเฟยยึดคติที่ว่าลูกผู้ชายต้องรู้จักยืดหยุ่นหดได้ขยายได้ จึงสงบเสงี่ยมเจียมตัวเก็บหางตัวเองอย่างรู้สถานการณ์
"เจ๊..." เขาเปล่งเสียงออกมาอย่างแห้งแล้ง และหาเรื่องคุยไม่ได้ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงพูดถึงผู้หญิงคนที่กล้าพุ่งเข้าใส่เขาอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อครู่นี้
"เพื่อนเจ๊คนนี้ เป็นตัวประหลาดชัดๆ" หานเฟยเบ้ปาก
"มีใครที่ไหนเขากล้าสู้กับผู้มีพลังพิเศษแบบนี้บ้างล่ะ?"
เหยียนซวงกำลังรายงานข่าวกับอาจารย์ เมื่อได้ยินดังนั้น เธอก็หันไปเหล่มองเขาด้วยสายตาเหยียดๆ น้ำเสียงฟังดูพิลึก "แต่นายก็สู้เธอไม่ได้ไม่ใช่หรือไง?"
"ไม่รู้จักจำเอาซะเลย" เหยียนซวงเยาะเย้ยเล็กน้อย
หานเฟย: "..."
หานเฟยเตะก้อนหินด้วยความคับแค้นใจ แล้วแค่นเสียงเย็นชา "ฉันก็ไม่ได้ดูถูกเธอซะหน่อย ฉันแค่รู้สึกว่าเธอวู่วามมาก วู่วามยิ่งกว่าฉันซะอีก!"
เหยียนซวงไม่สนใจ
หานเฟยพูดพึมพำกับตัวเองอีกว่า "อีกอย่าง คนแบบเธอน่ะ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เข้าค่ายฝึกซ้อมอยู่ดี ฉันจะไปดูถูกเธอทำไมกัน..."
"นายแอบไปสืบเรื่องของเธอมางั้นเหรอ?" เหยียนซวงหันขวับมามองทันที ในแววตาเต็มไปด้วยการตักเตือน
คนที่ถูกหานเฟยหมายหัวเอาไว้ ไม่มีใครได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลยสักคน
ทว่าหานเฟยกลับทำหน้าซื่อตาใส
"ฉันจะไปสืบเรื่องของเธอทำไมล่ะ? ฉันไม่รู้จักเธอซะหน่อย!" เขายักไหล่ พลางนึกย้อนความหลัง
"ตอนที่เธอเพิ่งจะพุ่งเข้ามาเมื่อกี้ ฉันเห็นตาของเธอเข้าพอดี"
หานเฟยบอกว่า "มันเป็นสีแดงฉาน"
เหยียนซวงชะงักไปเล็กน้อย
หานเฟยกอดอกแล้ววิเคราะห์เอาเองว่า "ถ้าเมื่อกี้เจ๊ไม่ได้ช่วยรับการโจมตีนั้นแทนเธอเอาไว้ ไม่แน่ว่าคืนนี้พลังพิเศษของเธอก็อาจจะตื่นขึ้นมาได้เหมือนกัน"
"เฮอะ! ฉันบอกแล้วไงว่าวิธีของฉันมันได้ผล!" หานเฟยพูดไปพูดมา จู่ๆ ก็เกิดภาคภูมิใจขึ้นมาซะงั้น
เหยียนซวง: "..."
เหยียนซวงตบเขาไปหนึ่งฉาดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"เจ๊!! เจ๊ตีฉันอีกทำไมเนี่ย!"
ถูซานชีกินข้าวเสร็จก็กลับหอพัก จนกระทั่งถึงเวลาปิดไฟก็ยังรอเหยียนซวงกลับมาไม่เจอ รอจนได้แค่ข้อความแจ้งว่าปลอดภัยดีจากเหยียนซวงเพียงข้อความเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น ถูซานชีก็ได้รับข้อความที่สองจากเหยียนซวง
เธอบอกว่าตัวเองถูกส่งตัวเข้าไปในค่ายฝึกซ้อมแล้ว ถ้ามีเวลาจะกลับมาเยี่ยมเธอ และยังหวังว่าเธอจะปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ในเร็ววัน จะได้เจอกันในค่ายฝึกซ้อมวันหลัง
ถูซานชี: "..."
ความหวังนี้ช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่พลังพิเศษของเหยียนซวงปลุกขึ้นมาได้สมความปรารถนา ถูซานชีก็ยังคงรู้สึกดีใจไปกับเธอด้วย... เธอตัดสินใจว่าจะไปกินข้าวที่โรงอาหารสักสองกะละมังเพื่อเป็นการฉลองสักหน่อย
ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในตารางเรียนของถูซานชีก็มีการฝึกซ้อมต่อสู้เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งวิชา
อาจารย์แซ่สยง
อาจารย์สยงรูปร่างกำยำยิ่งกว่าอาจารย์ฮั่วเสียอีก ถูซานชีได้ยินจากปากของเพื่อนนักเรียนว่า อาจารย์สยงท่านนี้เป็นผู้มีพลังพิเศษสายดินผสมผสานกับสายพละกำลัง
อีกทั้ง การฝึกซ้อมต่อสู้ของอาจารย์สยงนั้นไม่เหมือนกับการฝึกสมรรถภาพทางกายของอาจารย์ฮั่ว เพราะไม่ใช้เครื่องมือช่วยเหลือใดๆ เลย... เขาจะลงมือชี้แนะนักเรียนแต่ละคนด้วยตัวเอง
ตอนนี้นักเรียนที่อยู่ในสนามล้วนถูกสุ่มแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว สยงเจี๋ยพูดเพียงคำเดียวว่า "ซัด"
ถูซานชีเพิ่งจะมาเรียนวิชานี้เป็นครั้งแรก จึงไม่รู้รูปแบบการเรียนการสอนเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากได้ยินคำว่า "ซัด" เธอก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วและพุ่งทะยานออกไป
การต่อสู้ก็คือการซัดกันไม่ใช่หรือไง?
ซัดใครน่ะเหรอ? แน่นอนว่าต้องซัดคู่ต่อสู้ในกลุ่มน่ะสิ!
แล้วถ้าเกิดให้ไปซัดคนอื่นล่ะ? ช่างมันประไร! ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ ซัดไปก่อนค่อยว่ากัน!
ถูซานชีออกตัวได้รวดเร็วมาก ในขณะที่พุ่งตัวไปข้างหน้าก็กำหมัดแน่นแล้ว ในเสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายยกศอกขึ้นมาป้องกัน ท่อนแขนทั้งท่อนของเธอก็ปรับองศาอย่างรวดเร็ว แล้วชกตรงไปยังหน้าท้องของอีกฝ่าย
และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า ถูซานชีไม่ได้เข้าใจอะไรผิด
กลุ่มอื่นๆ ในสนามก็เริ่มซัดกันเองภายในกลุ่มแล้วเช่นกัน
สยงเจี๋ยเดินทอดน่องไปมาอยู่ในสนาม ทุกครั้งที่กวาดสายตาไปเจอนักเรียนคนไหน เขาก็จะเข้าไปชี้แนะสักสองสามประโยค พูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถทำให้อีกฝ่ายพลิกสถานการณ์ได้... ทว่า พอเขาเดินไปถึงด้านหลัง ความสนใจของเขาก็ถูกคนคนหนึ่งดึงดูดไปอย่างรวดเร็ว
การกินข้าวได้มื้อละสองกะละมังมันมีประโยชน์แบบนี้นี่เอง ถูซานชีทอดถอนใจอยู่เงียบๆ ความเร็วในการออกหมัดของเธอนั้นรวดเร็วจนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่ทันได้สังเกต
แต่ในชั่วพริบตาหนึ่ง มือที่เงื้อขึ้นสูงก็ถูกแรงอันทรงพลังขุมหนึ่งจับเอาไว้
ถูซานชีชะงักไปเล็กน้อย หันหน้าไปมองอย่างงุนงง และสบเข้ากับแววตาครุ่นคิดของสยงเจี๋ย
"...อาจารย์?" ถูซานชีสงสัยเล็กน้อย
สยงเจี๋ยพูดเสียงขรึม "เธอมาสู้กับฉัน"
ถูซานชี: "???"
เดี๋ยวนะ เธอคู่ควรเหรอเนี่ย???
"เข้ามา!" สยงเจี๋ยตั้งท่าม้า กวักมือเรียกเธอ แววตาให้กำลังใจ
"เธอคิดไว้แค่อย่างเดียว ให้มองว่าฉันเป็นซอมบี้"
"ถ้าเธอซัดฉันไม่ตาย เธอก็มีแต่จะโดนฉันซัดจนตายนั่นแหละ"
ถูซานชี: "..."
ถูซานชีจำใจยืนอยู่ตรงข้ามกับสยงเจี๋ย เธอพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก แล้วมองว่าเขาเป็นซอมบี้ระดับต่ำตัวที่เธอเกลียดที่สุดอย่างที่เขาว่า
เป็นเพราะมันนั่นแหละ!
ความโกรธปะทุขึ้นจากในใจ ถูซานชีเม้มริมฝีปาก แล้วออกกระบวนท่าเข้าใส่สยงเจี๋ยอย่างไม่ปรานี
หลังจากเหยียนซวงจากไป ถูซานชีเองก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายาม นอกจากการฝึกซ้อมในคาบเรียนทุกวันแล้ว เธอยังไปฝึกซ้อมเพิ่มเติมในแคปซูลฝึกซ้อมด้วยตัวเองทั้งเช้าและเย็นอีกด้วย
ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยลงไปนอนในแคปซูลรักษามาแล้วหนึ่งครั้ง ตอนนี้ฝีไม้ลายมือของเธอจึงถือได้ว่าปราดเปรียวว่องไว พละกำลังก็สามารถตามได้ทัน
ในตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสยงเจี๋ย ถูซานชีจึงงัดเอาท่าไม้ตายที่ตัวเองเคยเรียนมาใช้จนหมด
ทว่าสิ่งที่สยงเจี๋ยต้องการสังเกตกลับไม่ใช่กระบวนท่าของเธอ
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารขุมนั้นของถูซานชี... เด็กคนนี้เกลียดซอมบี้เข้าไส้จริงๆ!
สยงเจี๋ยนึกขำอยู่ในใจ แต่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม เขารับการโจมตีทั้งหมดของเธอเอาไว้ได้ และตอบโต้กลับไปอย่างหนักหน่วงเป็นระยะๆ เมื่อมองดูสีหน้าของเธอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับลงมือหนักหน่วงยิ่งขึ้น——
จนกระทั่งเสี้ยววินาทีหนึ่ง รูม่านตาของเธอก็ปรากฏสีแดงฉานวูบผ่านไป