- หน้าแรก
- จอมทัพจักรกล วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 53: ตะลึงงัน
บทที่ 53: ตะลึงงัน
บทที่ 53: ตะลึงงัน
บทที่ 53: ตะลึงงัน
“เร็ว! ตามไป!”
“มันอยู่ข้างหน้านี่เอง!”
ขบวนของกองพลที่สามเพิ่งจะบุกมาถึงหัวมุมถนน ทหารที่นำหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ถึงกับหยุดกึกด้วยความตะลึงงัน
บนพื้นมีหลุมยักษ์ปรากฏอยู่ ขอบหลุมดำไหม้เกรียม ผนังด้านในแตกระแหง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรง
“ซี้ด...” ทหารนายนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ “ที่แท้ไอ้สัตว์ร้ายนั่นก็มุดลงไปซ่อนตัวอยู่ในนี้เพื่อหนีระเบิดนิวเคลียร์นี่เอง?”
ในใจของทุกคนสว่างวาบ เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที
จากนั้น เสียงคำรามต่ำ “วูม! วูม!” ก็ดังขึ้นจากก้นหลุม พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน
“คุณหลินฟานอยู่ในนั้น! เขากำลังสู้กับระดับราชาอยู่!”
“เร็ว! ล้อมปากหลุมไว้!”
“รถถังทุกคันตั้งป้อมปืนเตรียมพร้อม! ทันทีที่ไอ้สัตว์อสูรนั่นโผล่หัวออกมา!”
“ยิง!” ฉินหย่วนเชาตะโกนออกมาได้เพียงครึ่งคำ ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงดี!
“ฟิ้ว!!”
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากก้นหลุม พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
“ยิง! ยิงมันให้ตาย!”
“เปิดฉากยิง!!”
“ทุกหน่วยระดมยิงกดดัน!”
เมื่อเห็นชัดว่าสิ่งที่พุ่งออกมาไม่ใช่หุ่นยนต์เกราะ สีหน้าของฉินหย่วนเชาก็เปลี่ยนไปในทันที เสียงของเขาแหลมสูงจนผิดเพี้ยนด้วยความตระหนก
รถถังโดยรอบพร้อมใจกันหันปากกระบอกปืน “ปังๆๆ” ระดมยิงอย่างรวดเร็ว!
กระสุนปะทะเข้ากับร่างของสัตว์อสูร เกิดเป็นลูกไฟลุกโชน แม้จะไม่สามารถทะลวงเกราะป้องกันธรรมชาติของมันได้ แต่แรงกระแทกมหาศาลก็ทำให้มันเสียหลักเซไปหลายก้าว การเคลื่อนไหวชะงักงันไปชั่วขณะ
และเพียงชั่วพริบตาที่มันชะงักงันนั้นเอง!
“วูม!!!!”
เสียงหวีดแหลมยาวพลันดังขึ้นจากก้นหลุม!
ยูจิเฟิ่งหวงทะยานฝ่าพื้นดินออกมา ลอยตัวเด่นตระหง่านอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคงภายใต้แสงอรุณที่เริ่มสาดส่อง
แขนขวาของมันยกสูง ดาบแสงไอออนยาวกว่าสามเมตรก่อตัวขึ้นในฝ่ามืออย่างรวดเร็ว
ใบดาบสีฟ้าครามทอประกายแสงระยิบระยับ ราวกับดาบแห่งการพิพากษาที่เพิ่งถูกชักออกมาจากเตาหลอมอันศักดิ์สิทธิ์
ในขณะนี้ มันราวกับสวมเกราะแห่งแสงอรุณมาจุติ ยืนสงบนิ่งดุจเทพเจ้าผู้ควบคุมสงคราม
“ตูม!!”
เครื่องขับดันหลักคำรามขึ้นอีกครั้ง เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งส่งแรงขับมหาศาล หุ่นยนต์เกราะกลายร่างเป็นลำแสงพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหนือแสง!
ดาบแสงฟาดฟันออกไป วาดเป็นเส้นโค้งสีฟ้าที่เฉียบคมบาดตา!
“แคร็ก!”
ดาบเดียวปลิดชีพ!
สัตว์อสูรระดับราชาตัวนั้นถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างหมดจดตั้งแต่หัวจรดหว่างขา บาดแผลเรียบกริบจนอวัยวะภายในยังไม่ทันได้ทะลักออกมาด้วยซ้ำ
ในขณะนั้นเอง ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเพิ่งจะปรากฏแสงสีทองรำไรแรกของวัน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมา กระทบกับเกราะไหล่ของยูจิเฟิ่งหวงพอดี
หุ่นยนต์เกราะทั้งร่างส่องประกายสีทองและสีฟ้าสลับกันไปมา งดงามราวกับเทพสงครามที่หลุดออกมาจากภาพวาดในตำนาน
ภายใต้แสงอรุณรำไร
ข้อมือของยูจิเฟิ่งหวงพลิกกลับอย่างคล่องแคล่ว ดาบแสงวาดเงาสีฟ้าครามทิ้งไว้ในอากาศเป็นทางยาว
อี้สิงระดับราชาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยังคงพยายามยืนหยัดต้านทานห่ากระสุนปืนใหญ่อยู่ แต่ความเย็นเยียบแห่งความตายพุ่งเข้าสู่กระดูกสันหลังของมันอย่างรวดเร็ว
มันเพิ่งจะเอียงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันจะได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ! พรึ่บ! ร่างทั้งร่างก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีก แยกจากกันซ้ายขวาในทันที
ดวงตาของมันเบิกโพลง เต็มไปด้วยความงุนงงสับสนว่า “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่”
ในพริบตา ร่างของมันสลายกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในหุ่นยนต์เกราะยูจิเฟิ่งหวง แล้วหายวับไปจากตรงนั้น
...
“หยุดยิง! หยุดยิงเดี๋ยวนี้!”
“ทุกคนหยุดมือ!”
ฉินหย่วนเชาพอเห็นหลินฟานขับหุ่นยนต์เกราะพุ่งเข้าไปในระยะประชิด เสียงของเขาก็ดังขึ้นสูงขึ้นแปดระดับทันที เขาตะโกนก้องราวกับเสียงฟ้าร้องเพื่อสั่งการลูกน้อง
รถหุ้มเกราะทุกคันรีบเก็บอาวุธ ปากกระบอกปืนทั้งหมดเงยขึ้นฟ้า การระดมยิงหยุดลงทันที ผลปรากฏว่าทุกคนยังไม่ทันจะได้กะพริบตาให้ชัดเจน ก็เห็นยูจิเฟิ่งหวงชูดาบขึ้น และอี้สิงระดับราชาก็สิ้นใจลงในพริบตา
ทุกคนในสนามรบต่างตกอยู่ในอาการตะลึงงัน ปากอ้าค้างเล็กน้อย เหมือนปลาที่เพิ่งถูกจับขึ้นมาจากน้ำ
สัตว์ร้ายที่แม้แต่ระเบิดนิวเคลียร์ยังอาจจะเอาไม่อยู่... กลับตายลงง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ? ดาบเดียวจอดจริงๆ น่ะหรือ?
ยูจิเฟิ่งหวงค่อยๆ ร่อนลงจอด เสียงดัง “ตูม” เมื่อเท้าเหล็กกระแทกกับพื้นดิน
หวังฮ่าว หัวหน้าหมู่คนเก่า ติงเหล่ย... ทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ต่างเงียบกริบในวินาทีนั้น ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา บรรยากาศราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยความเหลือเชื่อ
ปัง!
เสียงประตูกลไกที่ปิดลงนี้ เหมือนก้อนอิฐที่ขว้างเข้าใส่กลางอกของทุกคน เรียกสติให้กลับมา
ทุกคนถึงเพิ่งเริ่มรู้สึกตัว
“เรา... ชนะแล้วจริงๆ หรือ?”
“สัตว์อสูรระดับราชา ตายแล้วจริงๆ หรือ?”
ใครบางคนพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงพึมพำนั้น!
“เฮ!!!”
“ล้มมันได้แล้ว!!”
“ชนะแล้วโว้ย!!!”
“สะใจจริงๆ!”
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีระเบิดออกมาดังลั่น ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขจนปิดไม่มิด
“บ้าไปแล้ว! หุ่นยนต์เกราะนี่มันจะโกงเกินไปไหม! ดาบเดียวส่งกลับบ้านเก่าเลย!”
“ฮ่าๆๆๆ ผมเพิ่งจะเล็งเป้าเสร็จ ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไกเลย มันก็ม่องเท่งไปซะแล้ว!”
“คราวนี้มีเรื่องไปคุยโม้ได้ยันลูกหลานแล้ว! ผมเห็นกับตาเลยว่าสัตว์อสูรระดับราชาถูกผ่าเป็นสองซีก!”
“พูดบ้าอะไรของแก! แกได้ยิงสักนัดไหม? เกี่ยวอะไรกับแกด้วยฮะ!”
หน่วยของหวังฮ่าวพากันหัวเราะครืน หัวหน้าหมู่คนเก่าพลางเช็ดเหงื่อพลางบ่นอุบว่า “สู้ไม่สะใจเลย” แต่ปากของเขากลับยกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงขมับ
ไม่ต้องเสียสละชีวิตใครเพิ่ม ก็สามารถจัดการกับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดได้!
ความรู้สึกแบบนี้ มันช่างยอดเยี่ยมจนขนลุกไปทั้งตัว!
...
ทางด้านหลินฟาน
โครม!
หุ่นยนต์เกราะลงจอดอย่างมั่นคง
【ติ๊ง! สังหารอี้สิงระดับราชา ได้รับค่าประสบการณ์ 30,000 แต้ม】
เสียงแจ้งเตือนในหัวเพิ่งจะดังจบ หางตาของหลินฟานก็เหลือบไปเห็น! ตรงจุดที่ร่างของอี้สิงระดับราชาสลายไป มีกลุ่มแสงเล็กๆ สามกลุ่มลอยอยู่ ส่องแสงระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อยในยามค่ำคืน
แคร้ง!
ประตูห้องนักบินเปิดออก หลินฟานพลิกตัวกระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าเพิ่งจะแตะพื้น เขาก็โบกมือเรียก
ลำแสงสามสายพุ่งเข้ามาในฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว
【ได้รับ: น้ำยาเสริมยีนจิตวิญญาณระดับสูง ×1】
【ได้รับ: ม้วนคัมภีร์ทักษะ·กัดกร่อนจิตวิญญาณ】
【ได้รับ: พิมพ์เขียวยานนักเก็บกวาดดวงดาว ×1】
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน
หลินฟานก้มลงมองรายละเอียดของสิ่งของทั้งสามชิ้น:
【น้ำยาเสริมยีนจิตวิญญาณระดับสูง: ดื่มเพียงอึกเดียว ค่าสถานะจิตวิญญาณ +30 ไม่ทำให้ท้องเสีย ไม่ร้อนใน ไม่ส่งผลต่อการนอนหลับ บริสุทธิ์จากธรรมชาติไร้สารปรุงแต่ง】
【ม้วนคัมภีร์ทักษะ·กัดกร่อนจิตวิญญาณ: เรียนรู้แล้วใช้งานได้ทันที ต่อไปเวลาใช้พลังจิตโจมตี จะเพิ่มเอฟเฟกต์การเผาไหม้ชั้นผิวภายนอกแถมไปด้วย】
【พิมพ์เขียวยานนักเก็บกวาดดวงดาว: พิมพ์เขียวยานบินภาคพื้นดินระดับดาวเคราะห์ รุ่นสเปกต่ำระดับเริ่มต้น พาหนะเฉพาะสำหรับการเก็บขยะของอารยธรรมในจักรวาล】
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ ความสงบนิ่งในใจของหลินฟานก็พลันมลายหายไป
โดยเฉพาะเมื่อเขาจ้องไปที่บรรทัดสุดท้าย! คำว่า “ยานบินภาคพื้นดินระดับดาวเคราะห์” ทำให้สมองของเขาสว่างวาบขึ้นมาทันที
นี่มันก็คือรถบินได้ไม่ใช่หรือ? เทคโนโลยีสุดเจ๋งในภาพยนตร์ไซไฟที่สามารถบินขึ้นฟ้าและมุดไปตามซอกตึกได้อย่างอิสระ!
เขาลองเปิดดูพิมพ์เขียวคร่าวๆ ก็เข้าใจข้อมูลเบื้องต้นทันที
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เทคโนโลยีบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันจะสามารถสร้างเลียนแบบได้! แค่ “แกนพลังงานต้านแรงโน้มถ่วง” ที่ระบุไว้ ดาวสีน้ำเงินก็ยังไม่สามารถสังเคราะห์ธาตุโลหะที่จำเป็นต้องใช้ตามพิมพ์เขียวได้เลยด้วยซ้ำ
หุ่นยนต์เกราะของเขาเอง ต่อให้จะซับซ้อนแค่ไหน ก็ยังพอจะใช้ระบบอุตสาหกรรมที่มีอยู่ค่อยๆ ศึกษาวิจัยและสร้างเลียนแบบขึ้นมาได้บ้าง
แต่พิมพ์เขียวแผ่นนี้... เต็มไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ไม่เคยเห็น” “สร้างไม่ได้” และ “ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใชยานอวกาศจริงๆ แต่เป็นรถบินขนาดใหญ่ที่เสริมด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค คล่องตัวกว่าเครื่องบินรบ ทนทานยิ่งกว่ารถบ้าน และบรรทุกของได้มากกว่ารถโดยสารประจำทาง! พูดง่ายๆ ก็คือมันคือ “อู่หลิงหงกวงกลางเวหาฉบับอนาคต” นั่นเอง
ตอนนี้เพียงแค่ดูจากพิมพ์เขียว เขายังไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพที่แท้จริงของมันได้ทั้งหมด
แต่เพียงแค่ “แกนขับเคลื่อนปฏิสสาร” ที่ระบุไว้นั้น หลินฟานก็กล้าฟันธงได้เลยว่า: ของชิ้นนี้ ไม่ใช่ของประดับเพื่อความสวยงามแน่นอน
น่าเสียดาย... ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ดูไปพลางๆ และรู้สึกร้อนใจอยากจะสร้างมันขึ้นมาเร็วๆ
เขาใช้ความคิดเพียงนิด พิมพ์เขียวก็ถูกเก็บเข้าไปในมิติหลอมจักรกลทันที
จากนั้น สายตาก็เลื่อนไปที่ม้วนคัมภีร์ “กัดกร่อนจิตวิญญาณ”
ของชิ้นนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้เอง
คนแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเขาก็คือ ซูโย่วม่าน
เธอเชี่ยวชาญพลังพิเศษสายจิตวิญญาณ ซึ่งสอดคล้องกับความสามารถนี้พอดี และเธอก็ครอบครองหัวใจจักรกลอยู่ ต่อให้เธอจะเก่งกาจขึ้นเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาไปได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมา การแสดงออกของเธอนั้นมั่นคง เชื่อถือได้ และไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาเลย
“เก็บไว้ก่อน ไว้ค่อยมอบให้เธอตอนกลับถึงฐานที่มั่นเพื่ออัปเกรด”
“อีกอย่าง ฐานที่มั่นควรจะเริ่มรับคนเพิ่มได้แล้ว”
“เมื่อเลเวลถึง 30 ภารกิจเลื่อนขั้นครั้งที่สองก็จะเริ่มต้นขึ้น”
“อาศัยแค่ค่าประสบการณ์จากเมืองเว่ยสุ่ยเพียงอย่างเดียว มันไม่พอใช้นานแล้ว”
หลังจากเก็บม้วนคัมภีร์เรียบร้อย หลินฟานก็หยิบน้ำยาเสริมยีนจิตวิญญาณขึ้นมาแล้วดื่มลงไปจนหมดขวดในอึกเดียว
ค่าสถานะจิตวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นพรวดพราดถึง 30 แต้ม ทะลุหลัก 200 ไปอยู่ที่ 202 ทันที
ตัวเลขนี้ ถือว่าสูงกว่าผู้ใช้พลังพิเศษสายจิตวิญญาณเก้าในสิบคนที่เขาเคยพบเจอในชาติก่อนเสียอีก
ต่อให้ตอนนี้หลินฟานไม่ได้ติดตั้งหัวใจจักรกล ซูโย่วม่านก็คงทำได้เพียงแค่สร้างความรำคาญใจเล็กน้อยให้เขาด้วยพลังพิเศษของเธอเท่านั้น
ค่าสถานะจิตวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้พลังจักรกลในร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย! ต่อไปเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับจักรกลได้มากขึ้น และใช้ทักษะต่างๆ ได้ถี่ขึ้น
“เยี่ยม การต่อสู้ครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ!”
“กำไรมหาศาล! และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ เราได้ธาตุพลังงานนิวเคลียร์มาจากกองทัพด้วย!”
มุมปากของหลินฟานยกขึ้น เขาเผยยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงรำพึง ฉินหย่วนเชา ติงเหล่ย และนายทหารอีกหลายนายก็พากันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขา ใบหน้าแต่ละคนยิ้มแย้มจนเกิดรอยย่น วิ่งไปตะโกนไปอย่างคึกคะนอง:
“คุณหลินฟาน!”
“ฮ่าๆๆๆ ยินดีด้วยครับคุณหลินฟาน! ดาบเดียวผ่าอี้สิงระดับราชาจนขาดกระจุย สุดยอดไปเลยครับ!”
“คุณหลินฟาน เมื่อกี้นี้มันเหนือคำบรรยายจริงๆ! ผมที่เป็นชายแก่วัยสี่สิบกว่า ดูแล้วยังเหงื่อตกใจเต้นระรัวเลยครับ! อยากจะสั่งจองหุ่นยนต์เกราะรุ่นนี้ไว้ใช้สักเครื่องจริงๆ!”
ตัวคนยังมาไม่ถึง แต่เสียงหัวเราะนำมาก่อนแล้ว ใบหน้าของฉินหย่วนเชาและคนอื่นๆ เปล่งประกายด้วยความเลื่อมใส ดวงตาสว่างไสวเหมือนกระจกที่เพิ่งได้รับการเช็ดถูมาอย่างดี
หลินฟานยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง เขาไม่ได้คุยโวเกินจริง แต่ก็พูดไปตามความจริงที่เกิดขึ้น
“หุ่นยนต์พลังงานนิวเคลียร์มีสมรรถนะเหนือกว่าระดับราชาอยู่แล้วครับ การฟันมันให้ตายในดาบเดียวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”
“ก็ใช่น่ะสิครับ! ตอนที่คุณขับหุ่นยนต์เกราะออกจากโกดังนั่นแหละ ผมก็คิดในใจแล้วว่า: ไอ้สัตว์ร้ายนี่ต้องจบเห่แน่ๆ!”
“เรื่องนี้ต้องให้พูดอีกหรือครับ? ใครๆ ก็มองออกกันทั้งนั้น!”
“ฮ่า! เอาเป็นว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของเมืองเว่ยหยาง ถือว่าถูกกำจัดไปได้เสียที! แต่ว่า...เฮ้อ ถ้ารู้จักเชิญคุณหลินฟานมาให้เร็วกว่านี้ก็คงจะดีกว่านี้มาก!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินหย่วนเชาก็จางลงเล็กน้อย เขามองทอดสายตาไปไกลยังซากปรักหักพังสีดำที่ราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นใจกลางของการระเบิดนิวเคลียร์
[จบตอน]