เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ผู้พิทักษ์ความรัก

บทที่ 4 ผู้พิทักษ์ความรัก

บทที่ 4 ผู้พิทักษ์ความรัก


ระบบผู้พิทักษ์ความรักเงียบไปนานแสนนาน ก่อนจะก่นด่าออกมาอย่างกระเง้ากระงอดและตัดพ้อ: "เจ้าคนสารเลว ข้าจะไม่เชื่อคำลวงของเจ้าอีกต่อไปแล้ว"

หลิงเฉิงเอินถามกลับอย่างใจเย็นยิ่ง: "งั้นเจ้าอยากจะปิดเครื่องต่อไปอย่างนั้นหรือ?"

ระบบ: "ข้าเกลียดเจ้า"

สำหรับหลิงเฉิงเอินแล้ว อารมณ์แง่งอนเพียงเท่านี้ของมันไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้านเลยสักนิด เธอเพียงเอ่ยถามเรียบ ๆ ว่า: "มียาไหม?"

พอระบบได้ยินคำขอของเธอ ก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันที: "เจ้ายังมีหน้ามาขอของจากข้าอีกหรือ?"

"ไม่อย่างนั้นเล่า? จะเก็บเจ้าไว้ทำประโยชน์อะไร?" หลิงเฉิงเอินใช้พลังจิตเปลี่ยนเป็นหนวดปลาหมึก จิ้มไปที่เจ้าก้อนกลม ๆ สีขาวนั่นทีหนึ่ง "เร็วเข้า พวกราร่วมเดินทางมาสู่โลกใหม่ด้วยกันแล้ว ที่นี่ขาดแคลนทั้งหมอและหยูกยา มีคนกำลังรอการรักษาอย่างเร่งด่วนอยู่"

"ข้าไม่มี ข้าไม่มีแม้กระทั่งพลังงานที่จะเปิดเครื่องเองด้วยซ้ำ ก็เพราะพลังจิตอันน้อยนิดที่เจ้าป้อนให้มานั่นแหละ ถึงทำให้ข้าเปิดเครื่องขึ้นมาได้ ข้าจะไปเอายามาจากไหนให้เจ้า เจ้าสู้ฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่า!" ระบบผู้พิทักษ์ความรักนอนแผ่หลาหมดอาลัยตายอยากอยู่ในทะเลความรู้ของเธอ พลางพูดจาประชดประชันประหนึ่งปลาเค็มพลิกตัว

หลิงเฉิงเอินฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ก็รู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างจะตึงมืออยู่บ้าง จิ้งจอกแดงรองหัวหน้าเผ่าเย่าหลัวที่ชื่อฉงเจินซึ่งนอนอยู่บนหลังของเธอนั้น อาการย่ำแย่มากจริง ๆ

"งั้นฟังก์ชันสแกนของเจ้ายังใช้ได้อยู่ไหม?" หลิงเฉิงเอินถาม

พอระบบผู้พิทักษ์ความรักได้ยินว่าเธอมีเรื่องจะอ้อนวอนให้มันช่วย มันก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนดีดดิ้นทันที ยกมือเท้าสะเอวหัวเราะร่า ฮ่า ๆ ๆ: "นึกไม่ถึงเลยล่ะสิ ว่าเจ้าจะมีวันมาอ้อนวอนให้ข้าช่วยทำเรื่องต่าง ๆ โขกศีรษะให้ข้าสักทีสิ แล้วข้าจะช่วยเจ้า"

หลิงเฉิงเอินหรี่ตาลงเล็กน้อย ทะเลความรู้พลันเกิดคลื่นลมบ้าคลั่งปั่นป่วน แผ่รังสีอำมหิตกรุ่นกระจายพลางเอ่ยว่า: "ข้าว่าเจ้าคงอยากตายจริง ๆ"

ระบบที่โดนคลื่นลมในทะเลความรู้ซัดสาดจนแทบจะยืนไม่อยู่ รีบเอ่ยปากขอความเมตตาทันที: "ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว ไม่ทำแล้วก็ได้ ฟังก์ชันสแกนใช้ได้ ข้าแค่สแตนด์บาย ไม่ได้เครื่องดับเสียหน่อย แต่ทว่าการเปิดใช้งานฟังก์ชันสแกนจำเป็นต้องใช้พลังงาน"

หลิงเฉิงเอิน: "ว่ามา พลังงานจะหามาจากไหน"

"สนับสนุนพระเอกนางเอก" ระบบตอบกลับอย่างกระปรี้กระเปร่าทันที

หลิงเฉิงเอินมองดูระบบสุดบื้อพลางพูดอย่างระอาใจ: "คำพูดที่ฉันเพิ่งพูดกับแกไปเมื่อกี้ แกไม่ได้เข้าหูเลยสักนิดใช่ไหม! พวกเราไม่ได้อยู่ในยุควันสิ้นโลกแล้ว วาร์ปมาอยู่โลกสัตว์อสูรแล้ว เข้าใจไหมฮะ? ไอ้ระบบเฮงซวย"

ระบบเงียบไปนานแสนนาน หลิงเฉิงเอินเดาว่ามันคงจะกำลังรีเฟรชหน้าต่างระบบอยู่เป็นแน่

และก็เป็นไปตามคาด ผ่านไปสองนาที ระบบก็กลิ้งกลับมาอย่างหดหู่ สลัดขนส่งเสียงร้องโวยวายอ๊ะ ๆ ๆ ๆ: "ภารกิจครั้งก่อนของข้าล้มเหลว ก็เพราะเจ้าแท้ ๆ! ระบบหลักหักโบนัสประจำไตรมาสของข้าไปตั้งเยอะ แถมยังลดระดับสิทธิ์ของข้าลงอีกด้วย"

"เอาล่ะ บ้าคลั่งพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็หยุดซะ แล้วรีบ ๆ เข้า"

หลิงเฉิงเอินอยากจะเกาหู แต่เพราะอยู่ในร่างสัตว์อสูรจึงทำได้ไม่สะดวก ทำได้เพียงกระดิกหูเสือกลม ๆ สั้น ๆ ไปมา

"รอข้าประเดี๋ยว ข้ากำลังรีเฟรชภารกิจใหม่"

ระบบไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดกับการวาร์ปมาสู่โลกต่างมิติด้วยกัน เพราะโฮสต์ที่มันผูกมัดด้วยคนนี้ มีการกระทำที่ชวนให้ปวดหัวอยู่บ่อยครั้งเหลือเกิน

คราวก่อนสั่งให้โฮสต์ช่วยสนับสนุนพระเอกนางเอกในยุควันสิ้นโลกให้ได้ครองคู่กัน และช่วยให้ทั้งสองคนได้เป็นหัวหน้าฐานที่มั่นของมนุษยชาติ เพื่อบรรลุฉากจบแบบมีความสุข

แต่ผลลัพธ์คือเธอเพียงตัวคนเดียวกลับกวาดล้างโลกใบนั้นจนราบคาบ กำจัดซอมบี้และสัตว์ซอมบี้จนหมดสิ้น สร้างจักรวรรดิใหม่ขึ้นมา และขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดินีเสียเอง

ส่วนพระเอกนางเอกน่ะหรือ... สองคนที่ไม่รักดีพวกนั้น ต่างพากันกลายมาเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเธอ แถมยังยอมทำตามคำสั่งของเธออย่างเคร่งครัด ชนิดที่ว่าสั่งให้ไปทางตะวันออกก็จะไม่ไปทางตะวันตก เชื่อฟังราวกับหุ่นยนต์ที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองสองตัว

ส่วนฉากจบแบบมีความสุขครองคู่กันน่ะหรือ... ย่อมไม่ได้บรรลุอยู่แล้ว พระเอกนางเอกต่างพากันเรียนรู้ตามโฮสต์ตัวแสบคนนี้ จนแทบจะตัดกิเลสละทิ้งความรักไปหมดสิ้นแล้ว

ในฐานะระบบผู้พิทักษ์ความรัก นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้ซาบซึ้งถึงความหมายของประโยคที่ว่า "ทำอาชีพไหนก็เกลียดอาชีพนั้น ทำจนสติแตกไปหมดทุกอาชีพ" อย่างแท้จริง!

หลังจากรีเฟรชเสร็จสิ้น ระบบก็วิ่งกลับมาอย่างกระตือรือร้น ไอคอกแคกทีหนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า: "พวกเรามาอยู่โลกใหม่ในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องไปสนับสนุนความรักของคนอื่นแล้วล่ะ"

"ครั้งนี้ ข้าจะสนับสนุนความรักของเจ้าผู้เป็นโฮสต์อย่างเต็มที่ตลอดเส้นทางเลย"

หลิงเฉิงเอินเงียบไปครู่ใหญ่: "พูดภาษาคน"

"ครั้งนี้มีเจ้าเป็นตัวเอกอย่างไรเล่า ช่วยเจ้าจีบและพิชิตใจบรรดาสัตว์อสูรเพศผู้ที่หล่อเหลาองอาจจากทุกสารทิศ ยิ่งค่าระดับการพิชิตสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับแต้มพลังงานเป็นรางวัลมากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังสามารถปลดล็อกหน้าต่างสินค้าในระบบร้านค้าได้มากขึ้นด้วย"

"ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์การแพทย์ที่เจ้ากำลังต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ ในหน้าแรกของร้านค้า กล่องปฐมพยาบาลใช้แต้มพลังงานเพียง 2 แต้ม ก็สามารถปลดล็อกซื้อได้แล้วนะ!"

"แล้วฟังก์ชันสแกนล่ะ?" หลิงเฉิงเอินถาม

"1 แต้มพลังงาน"

พอระบบได้ยินน้ำเสียงของเธอ ก็รู้ทันทีว่าไม่มีข้อยกเว้นให้ต่อรอง จึงทำได้เพียงตอบคำถามของเธออย่างกระเง้ากระงอด

"เรื่องจีบผู้ชายเอาไว้ก่อน ตอนนี้วิธีที่จะได้แต้มพลังงานเร็วที่สุดคืออะไร?"

"สกินชิปแนบชิดกับสามีสัตว์อสูรหมายเลขหนึ่งของเจ้าเป็นเวลาหนึ่งนาที รางวัลคือ 5 แต้มพลังงาน"

หลิงเฉิงเอินแค่นเสียงหัวเราะเยาะ: "ตอนนี้ข้าก็กำลังแบกแนบชิดกับเขาอยู่ไม่ใช่หรือไง? รีบ ๆ ส่งแต้มพลังงานมาให้ข้าซะดี ๆ"

ระบบมองดูชายหนุ่มที่นอนร่อแร่อยู่บนหลังของเธอ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าเส้นทางการพิทักษ์ความรักของมันช่างมีอุปสรรคยาวไกลเหลือกำหนด โฮสต์คนนี้ช่างสรรหาช่องว่างของกฎเกณฑ์เก่งเหลือเกิน!

"แต้มพลังงาน 5 แต้ม ถูกโอนเข้าบัญชีของเจ้าเรียบร้อยแล้ว"

ระยะเวลาขากลับใช้เวลาน้อยกว่าขาไป ราว ๆ สิบห้านาที หลิงเฉิงเอินก็พาร่างของเขากลับมาถึงเผ่าสือหลิน เธอยกลงจากหลังพลางกำชับกับหลิงเสี่ยวซีที่กำลังหน้ามุ่ยว่า: "เจ้าไปที่ลำธาร เอาหนังสัตว์ไปชุบน้ำให้เปียก แล้วเอามาแปะไว้ที่หน้าผากของเขา พอหนังสัตว์หายเย็นแล้ว ก็ไปเปลี่ยนใหม่อีกรอบ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าไข้ของเขาจะลดลง"

หลิงเสี่ยวซีนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ ใช้นิ้วเขี่ยเบาะฟางพลางถามว่า: "แล้วถ้าหากเขาตัวร้อนไม่ยอมหายล่ะ?"

"เจ้าก็ต้องทนทำต่อไปจนกว่าข้าจะกลับมา พี่เขยของเจ้าคนนี้จะรอดชีวิตหรือไม่ ในช่วงเวลานี้ต้องพึ่งพาเจ้าแล้วล่ะ" มือเรียวยาวของหลิงเฉิงเอินวางลงบนหัวของนางพลางขยี้เบาะ ๆ ไม่ได้กังวลเลยสักนิดว่ายัยหนูจะแอบอู้งาน

แม้หลิงเสี่ยวซีจะยังเด็ก แต่ทว่านิสัยกลับดูออกง่ายมาก เป็นพวกปากแข็งใจอ่อนตามแบบฉบับ

เมื่อเห็นหลิงเฉิงเอินหันหลังเตรียมเดินออกไป หลิงเสี่ยวซีก็ร้องตะโกนเรียกด้วยความร้อนรน: "พี่ใหญ่ พี่จะไปหาพ่อหมอหรือ? อย่าชักช้านะ รีบ ๆ กลับมาล่ะ ข้าคนเดียวรับมือไม่ไหวหรอก"

หลิงเฉิงเอินเผยรอยยิ้ม ออกวิ่งเข้าไปในตัวเผ่าอย่างรวดเร็ว เอ่ยปากถามคนในเผ่าถึงที่อยู่ของพ่อหมอ จากนั้นจึงเชิญพ่อหมอมาที่ถ้ำของตนเอง

หลิงเซียวพานักรบสัตว์อสูรหนุ่มฉกรรจ์คนอื่น ๆ ในเผ่าออกไปล่าสัตว์แล้ว กว่าจะกลับมาก็คงช่วงพลบค่ำ ในบ้านจึงไม่มีเหยื่อหลงเหลือพอที่จะมอบให้เป็นค่ารักษาแก่พ่อหมอ

หลิงเฉิงเอินจึงเอ่ยปากอธิบายกับพ่อหมอ พ่อหมอชราเผยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า: "ท่านรองหัวหน้าเผ่าโปรดวางใจ เรื่องเหยื่อไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้ข้าก็ไม่ได้ขัดสนอะไร ข้าจะช่วยดูแลสามีสัตว์อสูรของท่านก่อน สมุนไพรข้าก็พกติดตัวมาด้วย มีเพียงพออยู่"

หลิงเฉิงเอินพยักหน้ารับ หันหลังออกวิ่งมุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้ารกชัฏอันกว้างใหญ่ทันที

เมื่อเข้าสู่เขตแดนรอยต่อระหว่างทุ่งหญ้าและป่าดิบชื้น เธอจึงยอมสละแต้มพลังงาน 1 แต้มเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันสแกนและแยกแยะสิ่งของ

ฟังก์ชันสแกนและแยกแยะค่อนข้างจะซับซ้อน ทันทีที่เปิดใช้งาน ตรงหน้าของเธอก็ปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ เด้งขึ้นมาละลานตาเต็มไปหมด ทั้งยังไม่มีวิธีปิดกั้นได้อีกด้วย

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่ชอบไอ้ระบบเฮงซวยนี้เลยจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่วิธีการพูดจาดูคล้ายมนุษย์และดูเหมือนจะมีสติปัญญาขั้นสูงมาก แต่ทว่าอินเตอร์เฟซการแสดงผลขยะ ๆ ที่ไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขนี้ ไม่รู้ว่ามันจะดันทุรังเก็บไว้เพื่อประโยชน์อันใด

หน้าต่างเสมือนจริงปรากฏพืชพรรณและเห็ดป่าที่สามารถรับประทานได้มากมาย หลิงเฉิงเอินไม่ได้ปรายตตามองเลยสักนิด เธอพยายามค้นหาเฉพาะสมุนไพรที่มีสรรพคุณห้ามเลือดและดับพิษท่ามกลางหน้าต่างแจ้งเตือนนับไม่ถ้วนเหล่านั้น

เธอตั้งใจจะจัดเตรียมตำรับยา "หวงเหลียนเจี่ยตู๋ถัง" (ตำรับยาต้มแก้พิษหวงเหลียน) และ "อู่เว่ยเซียวตู๋อิิ่น" (ตำรับยาน้ำดับพิษห้ารส)

ในช่วงกลางและช่วงท้ายของยุควันสิ้นโลก เสบียงและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในยุคแรกเริ่มถูกใช้จนหมดสิ้น แต่ทว่าการบาดเจ็บจากการต่อสู้นั้นกลับเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ปริมาณการผลิตยาของฐานที่มั่นมนุษยชาติไม่สามารถไล่ตามปริมาณการใช้งานได้ทัน ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงศึกษาวิชาแพทย์แผนจีน

ในกลุ่มของเธอตอนนั้นมีหมอแพทย์แผนจีนอยู่ด้วย เธอจึงศึกษาตามอยู่หลายปี ถือว่าพอจะรับมือกับบาดแผลภายนอกและอาการเจ็บป่วยทั่วไปที่พบเจอได้บ่อย ๆ

เมื่อครู่ตอนที่ไปเชิญพ่อหมอ เธอได้แอบสำรวจสมุนไพรที่พ่อหมอจัดเตรียมไว้แล้ว มีบางส่วนที่เป็นสมุนไพรสำเร็จรูป สามารถนำมาใช้งานได้ทันที

แต่ทว่ายังไม่ครบถ้วนกระบวนความ ยังขาดสมุนไพรหลักอยู่อีกสองสามชนิด

ซึ่งชนิดที่สำคัญที่สุดในนั้นก็คือ "หวงเหลียน"

หลิงเฉิงเอินวิ่งวุ่นอยู่ในป่าอยู่นานสองนาน ระบบเห็นเธอวิ่งพล่านราวกับแมลงวันไม่มีหัว จึงเอ่ยปากเตือนว่า: "หวงเหลียนป่ามีความต้องการต่อสภาพแวดล้อมในการเติบโตค่อนข้างสูง โดยทั่วไปจะเป็นดินร่วนที่มีความชื้นสูง ทั้งยังชอบร่มเงาและกลัวแสงแดดจัด หากประเมินสภาพแวดล้อมของโลกสัตว์อสูรตามฐานข้อมูลของระบบ หวงเหลียนควรจะเติบโตอยู่บริเวณใต้ร่มไม้ตั้งแต่เชิงเขาไปจนถึงกึ่งกลางเขาด้านหน้า"

หลิงเฉิงเอินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่มันเอ่ยปากชี้แนะก่อน: "ขอบใจนะ คราวนี้ทำไมเจ้าถึงกระตือรือร้นนักล่ะ?"

"หากเจ้ายังหาไม่เจอต่อไป สามีสัตว์อสูรหมายเลขหนึ่งของเจ้าคงได้สิ้นลมแน่ ถึงตอนนั้นข้าจะต้องไปพิทักษ์ความรักของเจ้ากับวิญญาณคนตายหรืออย่างไร?"

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

หลิงเฉิงเอินเพียงเผยรอยยิ้ม ไม่ได้เอ่ยคำใดต่อ รีบออกวิ่งมุ่งหน้าสู่ภูเขาลูกใหญ่เบื้องหน้าทันที

และเป็นไปตามคาด ในป่าบริเวณใกล้เชิงเขา เธอได้พบกับหวงเหลียนป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่

หลังจากเก็บรวบรวมหวงเหลียนมาได้ส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งเด็ดสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ติดมือมาด้วย เธอถึงเพิ่งจะมีอารมณ์มาขบคิดถึงเรื่องอาหารกลางวัน

ใช่แล้ว หลังจากง่วนอยู่ตั้งนาน ตอนนี้ก็เลยเวลาเที่ยงวันมาแล้ว

แม้คนในโลกสัตว์อสูรจะกินอาหารวันละสองมื้อ แต่ทว่าการใช้พลังงานในแต่ละวันนั้นมหาศาลมาก ทั้งหลิงเฉิงเอินผู้คุ้นชินกับการกินอาหารสามมื้อ ย่อมไม่อยากปล่อยให้ท้องกิ่วเพื่อเฝ้ารอจนถึงช่วงพลบค่ำให้พ่อบังเกิดเกล้ากลับจากการล่าสัตว์แล้วค่อยเริ่มทำอาหาร

บริเวณเชิงเขามีสัตว์ป่าขนาดใหญ่ไม่มากนัก แต่ทว่าสัตว์ป่าขนาดเล็กกลับมีอยู่ไม่น้อย

ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของเธอ บวกกับร่างกายของมนุษย์สัตว์อสูรที่ยอดเยี่ยมนี้ ผ่านไปไม่นานเธอก็จับกระจงป่ามาได้สองตัว ไก่ป่าอีกสามตัว อย่างง่ายดาย ทั้งยังถือโอกาสล้วงรังไก่ป่ามาได้อีกสองรัง ได้ไข่ไก่ป่ามาทั้งหมด ยี่สิบแปดฟอง

สิ่งมีชีวิตภายใต้สภาพแวดล้อมของโลกสัตว์อสูร ให้ความรู้สึกแรกแก่เธอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเวอร์ชันพลัสทั้งสิ้น

ทั้ง ๆ ที่เป็นไข่ไก่ป่า แต่ทว่าขนาดฟองหนึ่งกลับใหญ่เท่ากับไข่ห่านก่อนการกลายพันธุ์ในยุควันสิ้นโลกเลยทีเดียว

ส่วนขนาดตัวของไก่ป่าย่อมไม่เล็กรวมถึงขนหางที่ยาวสลวย ไก่ป่าตัวหนึ่งมีความยาวอย่างน้อยสองเมตร

ส่วนกระจงป่านั้นยิ่งมีขนาดใหญ่เข้าไปใหญ่

แต่ทว่าสัตว์ป่าที่ล่าได้มีขนาดใหญ่ย่อมเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอและคนในบ้านกินอิ่มท้องได้

หลิงเฉิงเอินใช้กรงเล็บตัดเถาวัลย์ที่เหนียวแน่นดงหนึ่ง สานเป็นตาข่ายสำหรับใส่ไข่ไก่ไว้ข้างใน จากนั้นจึงมัดสัตว์ที่ล่าได้ที่เหลือเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา แบกขึ้นไว้บนหลังทั้งหมด ปากคาบตาข่ายใส่ไข่และสมุนไพร ออกวิ่งมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ร่างของเธอเลือนหายไปจากป่าทึบ บนต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ไม่ไกล สัตว์อสูรเพศผู้ผมสีม่วงในชุดกระโปรงหนังสัตว์คนหนึ่ง มือข้างหนึ่งถืออาวุธ กระโดดทะยานไปมาระหว่างกิ่งไม้ด้านบน ไม่นานนักก็ร่อนตัวลงสู่พื้นดินที่มีร่องรอยการขุดดินโคลนจนเปียกแฉะ

สัตว์อสูรผมม่วงย่อตัวลง ใช้นิ้วเขี่ยใบหวงเหลียนที่ยังเติบโตไม่เต็มที่พิจารณาดูด้วยความฉงนอยู่นาน จนกระทั่งมีเสียงดังมาจากข้างหลัง: "ชิงอวี่ เจ้าไปนั่งยอง ๆ ทำอะไรตรงนั้นน่ะ?"

ชายหนุ่มผมม่วงถอนหญ้าหวงเหลียนขึ้นมาต้นหนึ่ง หันกลับไปพูดว่า: "เมื่อครู่ข้าเห็นหลิงเฉิงเอินของเผ่าสือหลิน นางกำลังขุดหญ้าชนิดนี้อยู่ ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำประโยชน์อะไร"

เมื่อได้ยินชื่อของหลิงเฉิงเอิน ชายวัยกลางคนในชุดกระโปรงหนังสัตว์ชะงักฝีเท้าลง ขมวดคิ้วมองใบไม้ที่ไม่รู้จัก

"เด็กคนนั้นมักจะมีท่าทางแปลก ๆ อยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเอาแต่ตามตื้อวิ่งไล่ตามเจ้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน เพื่อให้เจ้าไปเป็นสามีสัตว์อสูรของนางหรอกหรือ? เจ้าปฏิเสธนางไปตั้งหลายครา ก็ไม่เห็นนางจะยอมตัดใจ เด็กคนนั้นช่างมีความปักใจมั่นเสียจริง"

"ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังสรรหาสิ่งของแปลก ๆ มามอบให้เจ้าอีกก็เป็นได้"

ไป๋ชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์กับคำหยอกล้อของชายคนนั้น ในหัวพลันนึกถึงปลาย่างสีดำสนิทที่หลิงเฉิงเอินเคยนำมามอบให้เขา สะบัดมือโยนใบไม้ในมือทิ้งลงพื้นทันที หยิบอาวุธบนพื้นขึ้นมาแล้วเดินมุ่งหน้าไปอีกทิศทางหนึ่ง

……

สำหรับเรื่องที่มีคนลอบสะกดรอยตามนั้น หลิงเฉิงเอินไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด

เธอตรวจพบตั้งนานแล้วว่ามีคนอยู่ในป่าบริเวณใกล้เคียง ร่างเดิมชอบสัตว์อสูรของเผ่าหานซาน เธอพอดีหลงเหลือความทรงจำส่วนนี้อยู่ จึงรู้ว่าป่าผืนนั้นอยู่ใกล้กับเผ่าหานซาน การจะพบเจอคนของพวกเขาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก

ขอเพียงไม่มาขัดขวางการถอนหญ้าหวงเหลียนของเธอ และไม่ลงมือทำร้ายเธอ ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร

หลิงเฉิงเอินหอบหิ้วสัตว์ที่ล่าได้และสมุนไพร วิ่งกลับมาถึงบ้านอย่างกระหืดกระหอบ พ่อหมอยังไม่ได้จากไป เธอจึงถือโอกาสแบ่งกระจงป่าตัวหนึ่งเพื่อแลกกับสมุนไพรบางส่วน จากนั้นจึงส่งพ่อหมอชรากลับบ้าน

หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลิงเฉิงเอินพลันตระหนักถึงปัญหาข้อหนึ่ง คือไม่มีหม้อสำหรับต้มยา

การต้มยาโดยทั่วไปแล้วสิ่งที่ดีที่สุดคือการใช้หม้อดินเผา แต่ทว่าในตอนนี้อย่าว่าแต่หม้อดินเผาเลย แม้กระทั่งหม้อหินก็ยังไม่มีสักใบ

แต่ทว่าการทำหม้อหินนั้นทำได้ง่ายมาก เธอพบหินแกรนิตสีแดงคุณภาพค่อนข้างดีสองสามก้อนตรงลานหินด้านนอก ในขณะที่กำลังจะใช้กรงเล็บขุดเจาะหิน พลันตระหนักถึงปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมาได้

หินแกรนิต... บริเวณใกล้เคียงนี้มีภูเขาไฟอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?

เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียด บนลานหินแห่งนี้ยังมีหินบะซอลต์ที่มีลักษณะเป็นรูพรุนอยู่ไม่น้อย

เป็นที่รู้กันดีว่า หินบะซอลต์เกิดจากลาวาที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟ หลังจากเย็นตัวและแข็งตัวบนพื้นผิวโลกจนกลายเป็นหินชนิดหนึ่ง

หลิงเฉิงเอินขมวดคิ้ว ในขณะที่ใช้กรงเล็บเสือขุดเจาะหิน เอ่ยปากถามระบบไปพลาง: "บริเวณใกล้เคียงนี้มีภูเขาไฟอยู่ใช่ไหม?"

ระบบให้คำตอบจากการตรวจวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว: "บริเวณต้นน้ำของลำธารสายนี้มีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอยู่ลูกหนึ่ง แต่ทว่าอยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก หินบะซอลต์บนลานหินล้วนถูกกระแสน้ำพัดพามาจากบริเวณใกล้ภูเขาไฟทางต้นน้ำในช่วงฤดูฝนทั้งสิ้น"

"ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ? จะปะทุครั้งต่อไปเมื่อไหร่?"

ระบบ: "ไม่ทราบ ปัจจุบันไม่มีพลังงานหลงเหลือพอที่จะคำนวณระยะเวลาการปะทุครั้งต่อไปของภูเขาไฟได้"

"คำนวณหนึ่งครั้ง ต้องใช้แต้มพลังงานเท่าไหร่?" หลิงเฉิงเอินรับรู้ถึงนิสัยหน้าเลือดหน้าเงินของมันได้เป็นอย่างดีแล้ว

"คำนวณหนึ่งครั้งใช้ 180 แต้มพลังงาน ความแม่นยำสูงถึงร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเลยนะจ๊ะ ต้องการกู้ยืมก่อนไหม? ดอกเบี้ยรายวันร้อยละ 50"

หลิงเฉิงเอินที่มีแต้มพลังงานเหลืออยู่เพียง 4 แต้ม ทำหน้าตายพลางกล่าวว่า: "ไสหัวไป"

"รับทราบจ้า! ข้าจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้แหละ"

ระบบรู้ดีว่าตอนนี้เธออารมณ์ไม่ค่อยดี ประสบการณ์จากการเผชิญหน้ากันหลายต่อหลายครั้งบอกมันว่า หากยังไม่รีบไสหัวไปคงได้โดนขังลืมในห้องมืดเป็นแน่

ตัวระบบเองเพิ่งจะพ้นโทษออกมาในวันนี้ ยังไม่ได้เสพสุขให้สำราญใจเลย จะต้องไม่โดนขังคุกรอบสองภายในวันเดียวกันเด็ดขาด!

หลังจากล้างทำความสะอาดหม้อหินเรียบร้อยแล้ว หลิงเฉิงเอินก็นำสมุนไพรลงแช่น้ำตรงจุดนั้น ใช้หินที่สะอาดก้อนหนึ่งทับสมุนไพรไว้ที่ก้นหม้อ จากนั้นถึงได้เริ่มลงมือทำอาหารกลางวัน

เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องครัวไม่มีอะไรเลยสักอย่าง จึงทำได้เพียงย่างสด ๆ เท่านั้น

แต่ทว่าเมื่อครู่เธอได้จัดเตรียมหม้อหินเพิ่มขึ้นมาอีกสองสามใบ เพื่อที่จะได้ทำอาหารที่ย่อยง่ายให้เจ้าจิ้งจอกตัวนั้นรับประทาน

หากต้องการให้อีกฝ่ายยอมทำตามคำสั่งของเธอในอนาคต ในตอนนี้จำเป็นต้องช่วยชีวิตคนให้รอดเสียก่อน ถือว่าเธอมีบุญคุณต่อเขา หากถึงเวลาแล้วสั่งการให้ทำสิ่งใดแล้วเจ้าเด็กนี่กล้าขัดขืน หึ ๆ เธอจะไม่เกรงใจแน่!

กลยุทธ์ตบหัวแล้วลูบหลังนี้ เธอเล่นจนชำนาญเรียบร้อยแล้ว

เปลวไฟสีส้มแดงเต้นระบำอยู่บนเศษไม้แห้ง เผาไหม้จนใบหน้าของหลิงเฉิงเอินแดงก่ำ เธอถือทัพพีด้ามยาวที่ขุดเจาะมาจากกระดูก ค่อย ๆ คนอาหารในหม้อหินไปพลาง ขยำผักใบเขียวที่ล้างจนสะอาดสะอ้านละเอียดยิบโยนลงไปในหม้อหิน

ไอความร้อนอบอวลพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหาร ลอยโชยเข้าไปในโพรงถ้ำ

หลิงเสี่ยวซีที่กำลังประคบเย็นให้พี่เขยจิ้งจอกอยู่ขยับจมูกดมกลิ่น วิ่งแจ้นมาที่ปากถ้ำราวกับลูกสุนัขตัวน้อย มองดูควันไฟที่ลอยกรุ่นอยู่บนลานหิน ดวตากลมโตพลันเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและยินดี

ฉงเจินที่นอนซมอยู่ภายในโพรงถ้ำก็ได้กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยเช่นกัน เขาพยายามพลิกตัวด้วยความยากลำบาก แต่ทว่าไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้จึงล้มลงไปนอนตามเดิม

หลิงเสี่ยวซีได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งกลับเข้าไป ประสาทเสียเอ่ยว่า: "ท่านจะลุกขึ้นมาทำไมกัน? นอนลงไป รีบ ๆ นอนลงไป บาดแผลของท่านเพิ่งจะพอกยาไปนะ ท่านปู่หมอบอกว่าท่านต้องนอนพักรักษาตัว ห้ามขยับตัวซี้ซั้ว"

ฉงเจินวางศีรษะลงบนเบาะฟางตามเดิม ริมฝีปากล่างเริ่มมีอาการแห้งแตก เขาเลียริมฝีปาก มองดูสัตว์อสูรวัยเยาว์หูกลมร่างผอมบาง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า: "รองหัวหน้าเผ่าของพวกเจ้าเล่า?"

"พี่สาวของข้ากำลังทำของอร่อยอยู่ข้างนอก พี่สาวข้าทำของอร่อยเก่งมาก ปลาย่างเมื่อเช้าหอมจนข้ากับอาป๋าแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงท้องไปเลย ท่านรอประเดี๋ยวเถิด พี่ใหญ่ใกล้จะทำเสร็จแล้ว..."

ฉงเจินเหลือบมองบาดแผลที่ถูกพอกยาเรียบร้อยแล้ว ตัวยาสมุนไพรกำลังออกฤทธิ์กระตุ้นให้บาดแผลมีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่บ้าง แต่ทว่าอยู่ในระดับที่ยังพอทนทานได้

"เจ้าชื่ออะไร?" เขาถาม

"ข้าชื่อเสี่ยวซี อาป๋าของข้าออกไปล่าสัตว์แล้ว กว่าจะกลับมาก็คงช่วงพลบค่ำ ในบ้านตอนนี้มีแค่ข้ากับพี่ใหญ่สองคนเท่านั้น"

"เสี่ยวซี ช่วยหาน้ำให้ข้าดื่มหน่อยได้ไหม?" ฉงเจินจับไข้สูงมาสองวันเต็ม ๆ ร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน เขา รู้สึกกระหายน้ำจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ

หลิงเสี่ยวซีกำลังจะวิ่งออกไปข้างนอก หลิงเฉิงเอินก็เลิกม่านฟางเดินเข้ามาพอดี ในมือยกรองหม้อหินที่มีน้ำบรรจุอยู่เต็มใบเข้ามาด้วย

จบบทที่ บทที่ 4 ผู้พิทักษ์ความรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว