เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 วิญญาณหยิน

บทที่ 31 วิญญาณหยิน

บทที่ 31 วิญญาณหยิน


บทที่ 31 วิญญาณหยิน

"ต้องหาคนไปสอบถามดูหน่อย"

วงสังคมของเฉินมู่นั้นแคบมาก

หากจะสืบข่าวลับ เขาคิดออกเพียงแค่เจี้ยเจี่ยเท่านั้น

ตาแก่นี่เป็นถึงสุดยอดนักฆ่า เบื้องหลังมีองค์กรลึกลับหนุนหลัง ข่าวสารย่อมรวดเร็วและแม่นยำที่สุด

...

ตลาดตะวันตก เฉินมู่เดินทางมาถึงร้านเทียนอีไจ๋ด้วยความคุ้นเคย

พอเดินเข้าไป เขาก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง

เขาเดินถอยหลังออกมาเงยหน้ามองป้ายชื่อร้าน…เทียนอีไจ๋

ก็ถูกแล้วนี่นา

แต่ทว่าตอนนี้ในร้านไม่มีทั้งโลงศพหรือของโบราณวางโชว์อยู่เลย

บนเพดานห้องมีเชือกสามเส้นขึงเอาไว้ บนนั้นแขวนยันต์คุ้มครองภัยที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมไว้เต็มไปหมด

ด้านซ้ายมีชั้นวางของห้าชั้น มีทั้งกระจกทองเหลืองขึ้นสนิม กระบี่ไม้ที่มีรอยแตกเหมือนสายฟ้าสีดำ เจดีย์จำลองประณีตที่แขวนกระดิ่งเล็กๆ...

ทุกชิ้นล้วนเป็นของขลังสำหรับขับไล่สิ่งอัปมงคลและเฝ้าบ้านทั้งสิ้น

ในเมืองเพิ่งจะมีเรื่องปิศาจอาละวาด เจ้าก็เริ่มวางขายของปราบภูตผีทันทีเลยเชียวหรือ?

เฉินมู่เหลือบมองเจี้ยเจี่ยที่กำลังหรี่ตานั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้านขวาด้วยสายตาเรียบเฉย

"ข้าไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดจริงๆ"

"มีธุระอะไร?" เจี้ยเจี่ยเอ่ยถามเสียงเรียบ

เฉินมู่มองซ้ายมองขวาตามสัญชาตญาณ

เขากระเถิบเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์แล้วกระซิบถามว่า "เรื่องปิศาจอาละวาดในเมืองมันเป็นยังไงกันแน่?"

ลูกตาของเจี้ยเจี่ยค่อยๆ เคลื่อนมองเฉินมู่ แววตาประหลาดใจพาดผ่านไปวูบหนึ่ง

ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม เขาใช้นิ้วชี้ขวาดีดออกไปทางอากาศ

เฉินมู่มองตามนิ้วนั้นไป ก็เห็นยันต์คุ้มครองภัยที่แกว่งไกวไปมาอย่างช้าๆ

เฉินมู่มองด้วยความมึนตึน

เจี้ยเจี่ยไม่พูดจา ลูกตาเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้ปรายตาไปทางแขนเสื้อซ้ายของเฉินมู่

เฉินมู่หน้ามืดครึ้มลงทันที

"ทำไมเจ้าถึงรู้ตลอดเลยว่าข้าซ่อนถุงเงินไว้ตรงไหน?"

เฉินมู่เข้าใจความหมายแล้ว

"จะให้ข้าซื้อของใช่ไหม? ได้!"

เฉินมู่กัดฟันกรอด ยื่นมือไปกระชากยันต์คุ้มครองภัยลงมาหนึ่งแผ่น

"พูดได้หรือยัง?"

"ห้าตำลึง" เจี้ยเจี่ยหงายมือขวายื่นมาตรงหน้าเฉินมู่พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

เฉินมู่: "..."

หน้าเลือดชะมัด!

เขาทำได้เพียงจำใจจ่ายเงินไป

ก็ใครใช้ให้ตาแก่นี่ผูกขาดข้อมูลข่าวสารอยู่คนเดียวล่ะ

เจี้ยเจี่ยคว่ำมือลง เงินห้าตำลึงก็อันตรธานหายไปทันที

"ที่ว่าการอำเภอชิงซานมีคันฉ่องสยบมารอยู่ ไม่เป็นไรหรอก" เจี้ยเจี่ยกล่าวอย่างใจเย็น

เฉินมู่รู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง

คันฉ่องสยบมาร? ที่ว่าการมีของวิเศษแบบนี้ด้วยหรือ?

แต่แล้วเขาก็เกิดความสงสัย "ไม่ถูกสิ ช่วงนี้ปีศาจอาละวาดในเมือง มีคนตายไปตั้งหลายคนนะ"

"ย่อมมีปลาที่เล็ดลอดอวนไปได้บ้าง" เจี้ยเจี่ยตอบนิ่งๆ

เฉินมู่ถึงกับชะงัก

"แล้วถ้าข้าไปเจอมันเข้าล่ะจะทำยังไง?"

เจี้ยเจี่ยปรายตามองเฉินมู่ "ก็ถือว่าซวยไป"

เฉินมู่รู้สึกจุกที่หน้าอกทันที

"แล้วไอ้ปิศาจนั่นมันคือตัวอะไรกันแน่?" เฉินมู่ถามอย่างหงุดหงิด "มีวิธีรับมือบ้างไหม?"

ปิศาจไม่ได้เพิ่งจะมีวันนี้วันแรก

แคว้นต้าเหลียงอยู่ร่วมกับปิศาจมาไม่รู้กี่ร้อยปีแล้ว

ย่อมต้องมีวิธีรับมือแน่นอน

เจี้ยเจี่ยกรอกตาไปมา จ้องเขม็งไปที่แขนเสื้อซ้ายของเฉินมู่

เฉินมู่: "..."

...

ย่านผิงอัน บ้านเลขที่สามทางทิศตะวันตก

เฉินมู่นั่งอยู่ในห้องที่มืดมิดพลางพึมพำกับตัวเอง

"วิญญาณหยิน..."

เจี้ยเจี่ยบอกเขาว่า ปิศาจส่วนใหญ่ล้วนเป็นวิญญาณหยินที่คอยก่อกวน

พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีตัวตนแต่ไร้รูปลักษณ์ คนธรรมดามองไม่เห็นพวกมัน นอกจากพวกมันจะอยากให้เห็นเอง

วิญญาณหยินถนัดการแปลงกายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวต่างๆ

เพื่อหลอกหลอนคนจนเสียสติ จากนั้นก็อาศัยจังหวะนั้นเข้าสิงร่าง สูบวิญญาณและกลืนกินจิตใจ

ตำนานภูตผีปิศาจในหมู่ชาวบ้านส่วนใหญ่ ก็คือสิ่งที่พวกมันแปลงกายขึ้นมาทั้งสิ้น

คนธรรมดาถ้าเจอเข้า ส่วนใหญ่ก็มีแต่ตายกับตาย

โชคยังดีที่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีต่อกรกับวิญญาณหยินเลย

อย่างแรก คือต้องมีของขลังขับไล่สิ่งชั่วร้าย อย่างเช่นคันฉ่องสยบมารของที่ว่าการ

แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มี

ส่วนของที่เจี้ยเจี่ยวางขายพวกนั้น... อย่าไปพูดถึงมันเลยจะดีกว่า

อย่างที่สอง คือฝึกวิชาฝึกกายให้ถึงขั้นความสำเร็จขั้นสูง

วิชาฝึกกายที่บรรลุขั้นสูงจะมีอานุภาพที่น่าเหลือเชื่อ พอจะมีความสามารถต่อกรได้บ้างสักหนึ่งหรือสองส่วน

แต่เขานั้นเพิ่งจะอยู่แค่ขั้นผลัดกระดูก

อย่างที่สาม คือฝึกวรยุทธวิชาพิเศษ

วรยุทธบางอย่างจะมีฤทธิ์สะกดวิญญาณหยินได้บ้าง

แต่ต่อให้พลิกแผ่นดินอำเภอชิงซานหา ก็ใช่ว่าจะเจอสักวิชา

"เจี้ยเจี่ยดูไม่ทุกข์ร้อนขนาดนั้น เขาไม่กลัววิญญาณหยินหรือไง?"

ของวิเศษ? เคล็ดวิชา? หรือว่าเขาฝึกวิชาฝึกกายจนบรรลุขั้นสูงแล้ว?

...

วันต่อมา

เฉินมู่น้อยนึกที่จะไม่ฝึกยุทธ

หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ เขาก็รีบไปที่หอเปาฟางเพื่อฟังข่าวสารตั้งแต่เช้าตรู่

ได้ยินมาว่าเมื่อคืนที่ตรอกกู่หลัวทางทิศใต้มีคนตาย ดวงตาทั้งสองข้างถูกควักออก ขาทั้งสองข้างถูกบิดจนผิดรูปเหมือนปาท่องโก๋ สภาพอเนจอนาถจนไม่อาจทนดูได้

มือปราบจากที่ว่าการได้สั่งปิดล้อมตรอกกู่หลัวทางทิศใต้ไปเรียบร้อยแล้ว

เฉินมู่ฟังแล้วใจคอไม่ดี

ตอนบ่ายเขาจึงวิ่งไปที่ร้านเทียนอีไจ๋เพื่อถามหาวิธีรับมืออีกครั้ง

ตาแก่นี่เห็นแก่เงินก็จริง แต่ขอแค่มีเงินก็คุยกันได้

ถ้าเขามีเคล็ดวิชาพิเศษ ไม่แน่อาจจะยอมขายให้สักชุด

"แล้วแต่โชคชะตาเถอะ" เจี้ยเจี่ยกล่าวเสียงเรียบ

เฉินมู่รู้สึกสิ้นหวังทันที

ความรู้สึกที่ชีวิตไม่ได้อยู่ในกำมือตัวเองแบบนี้มันช่างทรมานเหลือเกิน

พอคิดว่าคืนนี้กลับไปบ้าน ไม่แน่ว่าใต้เตียงอาจจะมีวิญญาณหยินซ่อนอยู่ เฉินมู่ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ไม่มีวิธีจริงหรือ?" เฉินมู่ยังไม่ยอมแพ้

เจี้ยเจี่ยไม่แม้แต่จะสนใจเขา

"คราวก่อนข้าเห็นในตลาดมืดมีคนขายยันต์ปราบมาร เห็นว่าเป็นของที่นักพรตในอารามชิงเฟิงเขียนขึ้นมา" เฉินมู่แกล้งถามหยั่งเชิง

"เอาไหมล่ะ? ลดให้เจ้าเก้าส่วน" เจี้ยเจี่ยตอบ

เฉินมู่: "..."

สรุปว่านั่นก็ของที่เจ้าขายเหมือนกันสินะ!

"มันได้ผลจริงไหม?" เฉินมู่ถามด้วยความหวังเล็กๆ

"ที่ผ่านมายังไม่มีใครมาขอคืนเงินนะ" เจี้ยเจี่ยตอบอย่างใจเย็น

เฉินมู่: "..."

ทำไมข้ารู้สึกว่าประโยคนี้มันฟังดูแปลกๆ วะ?

ถ้าได้ผลก็ย่อมไม่มีใครมาคืนของ

แต่ถ้ามันไม่ได้ผล...

พวกนั้นมันจะยังมีชีวิตกลับมาคืนของได้ยังไงกันเล่า?!

เฉินมู่ได้แต่เดินคอตกกลับบ้านด้วยความหดหู่

"ข้าก็แค่ชาวบ้านธรรมดา ต่อให้ไม่ยินยอมแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้"

"อำเภอชิงซานกว้างใหญ่ขนาดนี้ คงไม่บังเอิญขนาดที่ข้าจะต้องไปเจอสิ่งอัปมงคลนั่นหรอกมั้ง?" เฉินมู่ปลอบใจตัวเอง

"ช่างเถอะ ทางที่ดีอย่าออกจากบ้านบ่อยนักเลย"

"ที่ไหนคนเยอะไม่ไปรวมกลุ่ม ที่ไหนคนน้อยไม่กล้าเหยียบ ส่วนที่ที่ปิศาจอาละวาดนี่ยิ่งต้องหนีไปให้ไกลที่สุด"

"เฮ้อ แล้วแต่โชคชะตาแล้วกัน..."

...

ตลาดตะวันตก ร้านเทียนอีไจ๋

เช้ามืดเจี้ยเจี่ยก็เปิดประตูร้าน

เขาปัดกวาดเช็ดถูทั้งในและนอกร้านจนสะอาดสะอ้านเหมือนเช่นทุกวัน

จากนั้นก็นั่งตัวตรงแน่วอยู่หลังเคาน์เตอร์

ช่วงไม่กี่วันมานี้ เรื่องปิศาจอาละวาดในเมืองกลายเป็นที่เล่าลือกันหนาหู

ของขลังปราบมารของเขาจึงพลอยขายดีไปด้วย

ส่วนจะใช้ได้ผลหรือไม่? เรื่องนั้นต้องรอให้เจอเข้ากับตัวจริงๆ ถึงจะรู้

ตลอดช่วงเช้ามีลูกค้าแวะเวียนมาหลายกลุ่ม

ยังมีเศรษฐีคนหนึ่งมาเช่าบูชาเจดีย์หลิงหลงไปจากเขา

ฟันกำไรไปได้ถึงหกสิบหกตำลึง!

ความยินดีทำให้เปลือกตาของเจี้ยเจี่ยเลิกขึ้นสูงกว่าปกติอีกนิดหน่อย

เมื่อถึงยามเที่ยง เขากำลังเตรียมตัวจะออกไปหาอะไรกิน

พลันมีกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอโชยมาแตะจมูก

น้ำลายในปากเริ่มหลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

รสเลิศระดับนี้ มีเพียงตอนที่เขาอยู่ที่หออันดับหนึ่งในใต้หล้า ณ เมืองหลวงแคว้นต้าเหลียงเท่านั้น ถึงจะได้กลิ่นที่หอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้

แถวนี้ไม่มีเหลาอาหารหรือร้านข้าวเลยนี่นา บ้านไหนกันที่ทำกับข้าว ถึงได้มีฝีมือขนาดนี้

เขาส่ายหน้าเตรียมจะเดินจากไป

แต่แล้วก็ฉุกใจคิด กลิ่นหอมนี้ทำไมมันถึงดูคุ้นเคยนัก?

เขาเดินตามกลิ่นออกจากร้านเทียนอีไจ๋ไปตามสัญชาตญาณ

อ้อมมุมถนนมุ่งหน้าไปยังย่านที่พักอาศัยด้านหลังร้านเทียนอีไจ๋

ยิ่งเดินไปพลางดมไปพลาง ก็ยิ่งรู้สึกว่ากลิ่นนี้มันคุ้นเคยเหลือเกิน

ไม่รู้เพราะเหตุใด ในหัวของเขาพลันมีภาพร่างที่คุ้นตาแวบขึ้นมา

พอมองดูบ้านตรงหน้า บ้านหลังนี้กลับอยู่ติดกับกำแพงหลังร้านเทียนอีไจ๋พอดี?!

เจี้ยเจี่ยกระโดดพรวดเดียวเข้าไปในลานบ้าน

เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นร่างที่คุ้นเคยคนหนึ่งกำลังผูกผ้ากันเปื้อน ในมือถือจานอาหาร

เฉินมู่: "..."

"ช่างบังเอิญนัก สนใจมาล้อมวงกินด้วยกันสักมื้อไหม?"

เจี้ยเจี่ย: "..."

กลิ่นนี้มันเริ่มจะคุ้นเกินไปแล้วนะ

"ท่านอย่าเข้าใจผิดนะ คราวนี้ข้าไม่ได้ใส่เครื่องปรุงพิเศษลงไปในกับข้าวหรอกจริงๆ" เฉินมู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" เจี้ยเจี่ยถามด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

เฉินมู่อธิบายอย่างจริงจัง "ข้าให้ซินแสมาดูให้แล้ว ที่นี่เป็นชัยภูมิฮวงจุ้ยชั้นเลิศ อยู่แล้วจะช่วยปัดเป่าเคราะห์ภัย อายุยืนหมื่นปี"

เจี้ยเจี่ยมองเฉินมู่อย่างพูดไม่ออก

เจ้าหาเหตุผลที่มันดูน่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?

"เจ้าคงไม่ได้คิดจะใช้ข้ามาคอยขับไล่วิญญาณหยินหรอกนะ?" เจี้ยเจี่ยนึกถึงท่าทีของอีกฝ่ายในช่วงสองวันที่ผ่านมา ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง

เดาว่าข้าไม่กลัววิญญาณหยิน ก็เลยมานอนเฝ้าอยู่ข้างหลังข้าเลยงั้นรึ?

เห็นข้าเป็นตัวอะไร? ศิลาสะกดบ้านหรือไง?!

"ท่านผู้เฒ่าเจี้ย พูดจริงๆ นะ ท่านเข้าใจข้าผิดไปไกลมากเลย!" เฉินมู่ถอนหายใจด้วยใบหน้าสุดแสนจะอัดอั้น

ใบหน้าของเจี้ยเจี่ยมืดลงทันที

จบบทที่ บทที่ 31 วิญญาณหยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว