- หน้าแรก
- ข้าก็แค่อยากฝึกยุทธ์เงียบๆเท่านั้นเอง
- บทที่ 30 ผลัดกระดูก
บทที่ 30 ผลัดกระดูก
บทที่ 30 ผลัดกระดูก
บทที่ 30 ผลัดกระดูก
สิ้นเสียงร้องตะโกนของเฉินมู่ ผู้คนรอบข้างก็กรูเข้ามาล้อมรอบเขาทันที
"ลดราคาหน่อยได้ไหม?"
"นั่นสิ ปลาของเจ้านี่เริ่มมีกลิ่นตุๆ แล้วนะ..."
"ยี่สิบอีแปะ เต็มที่แค่นี้แหละ!"
"จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็ไสหัวไป!" เฉินมู่แสร้งทำเสียงห้าวตะโกนตอบกลับ
"เอาให้ข้าตัวหนึ่ง!"
"สามตัว! นี่เงิน!"
"เข้าแถวๆ ซื้อทีละคน! ไม่อย่างนั้นก็ไสหัวไปให้หมด!" เฉินมู่โบกไม้โบกมือพลางตะโกนดุดัน
ยี่สิบอีแปะตอนนี้ซื้อข้าวสาลีขาวได้เพียงสามชั่งเท่านั้น
แต่นี่คือเนื้อปลาที่เขาหมักเกลือมาอย่างดี ตัวหนึ่งหนักเกือบสองชั่ง
ราคาขายสามสิบอีแปะนับว่าถูกแสนถูก
แม้เขาจะตะโกนด่าอย่างไร ฝูงชนก็ยังคงล้อมรอบเขาด้วยความวุ่นวาย
"กล้าขโมยของเรอะ!" เฉินมู่ยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่ง เสียงกระดูกเคลื่อนดังกร๊อบ เขาหักข้อมือของอีกฝ่ายจนหลุดทันที
อ๊าก!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ทำเอาคนที่อยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งโหยง!
"เข้าแถวให้หมด! ใครกล้าก่อเรื่องอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!" เฉินมู่คำรามอย่างเหี้ยมเกรียม
คนที่ข้อมือหลุดเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมตัวดำ หน้าตาดูเจ้าเล่ห์
เขากุมข้อมือร้องโหยหวนพลางจ้องเขม็งมาที่เฉินมู่ แต่กลับไม่ยอมหนีไปไหน?!
"ทำไม คิดจะกรรโชกข้าหรือไง?" เฉินมู่ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใจ
เขาคว้าแขนมันไว้แล้วจัดการหักหัวไหล่จนหลุดไปอีกข้าง
ชายผอมตัวดำหน้าถอดสีด้วยความเจ็บปวด เมื่อสบสายตาอันดุดันของเฉินมู่ก็รีบหดหัวค้อมตัวแล้ววิ่งหนีไปทันที
คราวนี้คนรอบข้างไม่มีใครกล้าส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอีก
ต่างคนต่างเข้าแถวซื้อปลากันอย่างเป็นระเบียบ
ปลาเค็มรมควันเกือบครึ่งตะกร้าถูกขายหมดในพริบตา
"พรุ่งนี้จะมาขายอีกไหม?" มีคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"แล้วแต่อารมณ์ข้า" เฉินมู่ตอบอย่างไม่แยแส
เขาไม่สนใจคำถามของคนเหล่านั้น แบกตะกร้าก้าวเท้าเดินจากไป
พอเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ เขาก็เริ่มออกตัววิ่ง
เขาวิ่งซิกแซกไปมาหลายตลบเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม จากนั้นจึงรีบกลับบ้านทันที
"ครึ่งตะกร้า ปลาสามสิบกว่าตัว ได้เงินมาเก้าร้อยกว่าอีแปะ"
"เฮอะ เกือบจะได้เงินหนึ่งตำลึงแล้ว" เฉินมู่นั่งนับเงินอย่างอารมณ์ดี
นี่ต้องขอบคุณค่าครองชีพในชิงซานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าเป็นเวลาปกติ เนื้อปลาไม่มีทางขายได้ราคาสูงขนาดนี้แน่
"วันหลังถ้าจับปลามาได้ จะเก็บไว้เฉพาะตัวที่ยังเป็นๆ ส่วนตัวที่ตายแล้วค่อยเอาไปขายที่ย่านตลาดตะวันออกให้หมด" เฉินมู่ครุ่นคิด
ด้วยยาเมา ต่อจากนี้ไปอีกนานเขาก็คงไม่ขาดแคลนเนื้อปลาแน่นอน
"คงต้องซื้อโอ่งน้ำเพิ่มอีกสักสองใบ จะได้เก็บปลาเป็นไว้เยอะๆ"
......
มีเสบียงมีเนื้อ ใจย่อมไม่กระวนกระวาย
เฉินมู่ไม่สนใจความวุ่นวายจากโลกภายนอก
เขาปิดประตูบ้านเพื่อเก็บเกี่ยวค่าความชำนาญอีกครั้ง
เมื่อเรียกกำแพงสีเทาออกมา เฉินมู่ก็ไล่เรียงทักษะของตนเอง
การเขียน: 1532/10000/ระดับสอง
การวาดภาพ: 1402/10000/ระดับสอง
การขว้างปา: 4353/10000/ระดับสาม
วิชาฝึกกายเหยี่ยวแดง: 8539/10000/ระดับสอง
การทำอาหาร: 5626/10000/ระดับหนึ่ง
วิชาปรุงยา: 1152/10000/ระดับสอง
กระบี่ในแขนเสื้อ: 4059/10000/ระดับหนึ่ง;
"วิชาฝึกกายขาดอีกพันห้าร้อยกว่าแต้ม ใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่าวัน"
"กระบี่ในแขนเสื้อแม้จะขาดอีกหกพันแต้ม แต่มันอยู่แค่ระดับหนึ่ง น่าจะเลื่อนระดับได้เร็วกว่า"
"การขว้างปาระดับสามตอนนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว สามารถลดเวลาฝึกตั๊กแตนเหินในแต่ละวันลงได้บ้าง"
"เน้นวิชาฝึกกายเป็นหลัก กระบี่ในแขนเสื้อเป็นรอง ส่วนอย่างอื่นค่อยแบ่งเวลาไปตามความเหมาะสม"
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เฉินมู่ก็ก้มหน้าก้มตาฝึกฝนอย่างหนัก
......
เก้าวันต่อมา ปลาเป็นๆ ถูกกินจนเกลี้ยง
เฉินมู่เตรียมตัวออกไปจับปลาอีกครั้ง
คราวนี้เขาเปลี่ยนไปที่คุ้งน้ำลึก
เขาได้แอบมาโปรยเหยื่อล่วงหน้าไว้สองวันแล้วเพื่อดึงดูดปลาให้มารวมตัวกันมากขึ้น
เขาเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าเก่าสีเทาน้ำตาล ทาสีน้ำตาลที่มือและลำคอ
ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกทาทับด้วยน้ำยาสีเขียวครามที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษ
เขาส่องกระจกสำรวจใบหน้าที่มีสีผิวต่างกันซีกหนึ่งเป็นสีทองแดงจากการตากแดด อีกซีกเป็นรอยปานสีเขียว เฉินมู่ยิ้มอย่างพอใจ
"จากนี้จงเรียกข้าว่า หยางจื้อ อสูรหน้าเขียว"
เขามีนิสัยชอบปกปิดตัวตน
และไม่อยากให้ใครมาคอยจับจ้อง
"เสียดายที่ยังขาดดาบวิเศษคู่กาย"
"ช่างเถอะ ใช้กระบี่สั้นนี่แก้ขัดไปก่อนแล้วกัน"
เขาสะบัดข้อมือเพียงเบาๆ กระบี่สั้นยาวขนาดช่วงแขนท่อนล่างก็หายวับเข้าไปในแขนเสื้อ
ตอนนี้ค่าความชำนาญของกระบี่ในแขนเสื้อเกินครึ่งมาแล้ว
ทำให้เขาเชี่ยวชาญการซ่อนอาวุธมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ต่อให้มีคนมาจับแขนเขาไว้ ก็คงยากที่จะหาเจอว่าเขาซ่อนกระบี่ไว้ที่ไหน
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว เฉินมู่อุ้มยาเมา ใช้ไม้คานหาบตะกร้าสองใบแอบออกจากเมืองไปเงียบๆ
......
ยามเย็น
เฉินมู่หาบตะกร้าที่มีปลาเต็มปรี่กลับมาบ้าน
เขาโยนปลาเป็นลงในโอ่งน้ำเพื่อเลี้ยงไว้ก่อน
ส่วนปลาที่ตายแล้วเขานำไปที่ย่านตลาดตะวันออก
เพียงแค่ตะโกนขึ้นคำเดียวก็เปิดการขายได้ทันที
ยุคนี้ราคาสินค้าพุ่งสูง เนื้อสัตว์กลายเป็นของหายาก
ปลาสดตะกร้าเล็กๆ ถูกผู้คนรุมแย่งซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน
"เจ้าคนหาปลา พรุ่งนี้จะมาอีกไหม?"
"แล้วแต่อารมณ์ข้า!" เฉินมู่ยิ้มอย่างไม่แยแส แบกหาบตะกร้าเดินหายไปอย่างรวดเร็ว
......
เมื่อแก้ปัญหาเรื่องแหล่งอาหารได้แล้ว
บวกกับสถานการณ์ภายนอกที่ไม่ค่อยสงบ
เฉินมู่จึงยิ่งไม่อยากออกจากบ้าน
ครึ่งเดือนต่อมา พร้อมกับเสียงลั่นของกระดูกที่ดังราวกับเมล็ดถั่วคั่ว วิชาฝึกกายเหยี่ยวแดงก็บรรลุถึงระดับสามอย่างเป็นธรรมชาติ
กล้ามเนื้อทั่วร่างบิดม้วนและปรับสภาพอีกครั้ง
พละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน
ความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้นจนแข็งแกร่งราวกับก้อนหิน
จนน้ำหนักตัวของเขาเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
เขาคาดคะเนว่าอย่างน้อยก็น่าจะหนักประมาณสองร้อยสามสิบชั่ง
แต่ส่วนรูปลักษณ์ภายนอก เขายังคงดูเป็นชายหนุ่มร่างผอมเพรียวสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตรเหมือนเดิม
"นี่คือขอบเขตผลัดกระดูกงั้นหรือ?"
เฉินมู่เคลื่อนไหววูบเดียว ร่างก็หายไปจากที่เดิม
เขารู้สึกว่าไม่ได้ออกแรงมากมายอะไรเลย
แต่ตัวเขากลับเหมือนกงล้อขนาดใหญ่ที่มีแรงเหวี่ยงมหาศาล
เพียงพริบตาก็พุ่งไปไกลกว่าสิบจั้ง
หากเขาไม่ตั้งสติให้ทัน คงได้พุ่งชนกำแพงไปแล้ว
"ความเร็วมากกว่าเดิมอย่างน้อยหนึ่งเท่า!"
"ด้วยความเร็วขนาดนี้ คนธรรมดาไม่มีทางมองตามทันแน่"
นึกย้อนไปถึงตอนที่พบกับท่านมือปราบลู่ครั้งแรก
อีกฝ่ายก้าวเดียวไปได้ไกลห้าถึงหกจั้ง
แต่ตอนนี้เขาก็ทำได้ง่ายๆ แถมยังวิ่งได้เร็วและนานกว่าอีกด้วย
"เฮอะ! ด้วยร่างกายและความเร็วขนาดนี้ ข้าสามารถไปที่คุ้งน้ำที่ไกลกว่าเดิมเพื่อจับปลาให้มากขึ้นได้แล้ว!"
"ครึ่งหนึ่งเก็บไว้กินเอง อีกครึ่งหนึ่งเอาไปขายแลกเงิน สบายใจจริงๆ!"
ปลาชิ้นทอดกรอบ กระเพาะปลาผัดพริก หัวปลาต้มพริก และแกงจืดลูกชิ้นปลาสูตรลับ
เฉินมู่ทำเมนูปลาเต็มโต๊ะเพื่อฉลองให้ตัวเอง
เขากินมื้อเที่ยงอย่างละเมียดละไมจนถึงเวลาประมาณบ่ายสองโมง
หลังจากล้างถ้วยชามรามไหเสร็จสรรพก็นั่งพักผ่อนครู่หนึ่ง
ตอนแรกกะว่าจะฝึกเพิ่มค่าความชำนาญต่อ
เพราะวิชากระบี่ในแขนเสื้อเองก็ใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว
แต่คิดไปคิดมาก็ยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน
หมกมุ่นเกินไปก็ไม่ดี
เขาเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าสะอาดสีเทาขาว แล้วเดินทอดน่องไปยังหอเปาฟางในย่านอันเล่อ
เขาไม่ได้ออกจากบ้านมาเจ็ดแปดวันแล้ว
......
ขณะเดินผ่านย่านตลาดตะวันออก เขาก็ต้องแปลกใจที่เห็นกระดาษเงินกระดาษทองสำหรับงานศพตกอยู่ตามพื้นไม่น้อย
เมื่อสองเดือนก่อนมีคนถูกทหารแตกทัพและโจรป่าฆ่าตายไปมาก การจะมีกระดาษเงินกระดาษทองตามพื้นเพราะคนนำศพออกไปฝังทางประตูตะวันออกย่อมเป็นเรื่องปกติ
แต่หลังจากทหารเหล่านั้นกระจัดกระจายไปเป็นโจรป่าในป่าลึก เมืองชิงซานก็น่าจะสงบลงแล้ว
การที่บนถนนย่านตลาดตะวันออกมีกระดาษเงินกระดาษทองปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทำให้เฉินมู่มีความรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ที่หอเปาฟาง
เขาสั่งน้ำชาหนึ่งกาและเมล็ดแตงโมหนึ่งจานเหมือนเช่นเคย แล้วเลือกนั่งตรงมุมห้องเพื่อคอยฟังข่าวสาร
"เมื่อคืนมีคนซวยอีกแล้วรึ?"
"ใช่ ร่างกายเหี่ยวแห้งซูบซีด เหมือนกับปลาเค็มตากแห้งเลยละ!"
"มันพิลึกเกินไปไหมเนี่ย?!"
"ได้ยินมาว่าบางคนถึงกับบีบคอตัวเองตายเลยนะ!"
"ต้องเป็นพวกสิ่งชั่วร้ายออกมาอาละวาดแน่ๆ"
"เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวจะไปเรียกมันมาหรอก"
เฉินมู่แทะเมล็ดแตงโมด้วยรสชาติที่จืดชืด คิ้วขมวดมุ่น "สิ่งชั่วร้าย?!"
ของพรรค์นี้มันช่างหาทางป้องกันไม่ได้จริงๆ
ในความทรงจำของร่างเดิม ตั้งแต่เด็กจนโตเขามักจะได้ยินตำนานแปลกประหลาดแบบนี้อยู่บ้าง
แต่ไม่เคยเจอกับตัว จึงไม่ได้ใส่ใจนัก
"ไม่สิ บางทีอาจจะเคยเจอมานานแล้วก็ได้" สีหน้าของเฉินมู่พลันดูแย่ลง
ตอนที่เขาเข้ามาสวมร่างนี้ ร่างเดิมก็ได้ตายไปอย่างเป็นปริศนาแล้ว!
เป็นไปได้ว่านั่นอาจจะเป็นฝีมือของสิ่งชั่วร้ายเช่นกัน