- หน้าแรก
- ข้าก็แค่อยากฝึกยุทธ์เงียบๆเท่านั้นเอง
- บทที่ 6 วาดภาพเหมือน
บทที่ 6 วาดภาพเหมือน
บทที่ 6 วาดภาพเหมือน
บทที่ 6 วาดภาพเหมือน
ทักษะบนกำแพงเทานั้น ทันทีที่เข้าสู่ระดับสองก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ
เหมือนอย่างการเขียนพู่กัน หากดูเพียงโครงสร้างตัวอักษร ระดับสองเริ่มต้นกับระดับหนึ่งช่วงปลายอาจดูไม่ต่างกันนัก
แต่หากมองภาพรวมทั้งแผ่น ตัวอักษรระดับสองจะมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่างแฝงอยู่
ยามที่เขาคัดคัมภีร์ให้อารามชิงเฟิง ในหนังสือเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่ามีกลิ่นอายอันลุ่มลึกพริ้วไหว เพียงแค่มองตัวอักษรก็ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความลี้ลับของคัมภีร์เต๋าได้ทันที
เช่นเดียวกัน เมื่อทักษะการวาดภาพเข้าสู่ระดับสอง ในหัวของเขาก็มีความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย
ยามวาดรูปหน้า รูปทรงพื้นฐานของใบหน้าผู้คนที่แตกต่างกันจะปรากฏขึ้นในใจ
ยามวาดดวงตา ไม่ว่าจะเป็นตาหงส์ ตาหยาดเยิ้ม ตาสามเหลี่ยม หรือดวงตาฉ่ำน้ำ ล้วนผุดขึ้นมาให้เลือกสรร
เพียงร่างสันจมูก ข้อมูลเรื่องสัดส่วนใบหน้าและตำแหน่งอวัยวะทั้งห้าก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ขอเพียงใครสักคนอธิบายได้ชัดเจนพอ ต่อให้ไม่เห็นตัวจริง เขาก็สามารถวาดออกมาให้เหมือนได้ถึงเจ็ดแปดส่วน
มิใช่เพียงเท่านั้น เรื่องการผสมสียังแจ่มแจ้งอยู่ในอก
กระทั่งสีสูตรพิเศษที่กันแมลงกันผุกร่อน เก็บรักษาได้ถาวร หรือแม้แต่สีล่องหนเปลี่ยนสีได้ เขาก็เริ่มที่จะมีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง
เขารวบผมให้เรียบร้อย จัดการโกนหนวดเครา ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน แล้วโอบอุ้มพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก พร้อมกับภาพวาดที่เขาตั้งชื่อว่าเสี่ยวเชี่ยน มุ่งหน้าออกจากบ้านตรงไปยังย่านอันเล่อทันที
ถังข้าวสารอยู่ก้นถังแล้ว หากวันนี้ยังเปิดร้านไม่ได้ เขาคงไม่มีข้าวจะกินจริงๆ!
...
ย่านอันเล่อ ร้านหรูอี้ไจ๋
เฉินมู่ไปพบหลงจู๊แล้วมอบเงินสามอีแปะสุดท้ายให้อีกฝ่าย เพื่อขอเช่าโต๊ะเก้าอี้และพื้นที่ว่างหน้าประตูร้านเป็นเวลาหนึ่งวัน
หรูอี้ไจ๋คือหนึ่งในสี่ภัตตาคารชั้นนำของย่านอันเล่อ
เน้นอาหารมังสวิรัติรสเลิศ และเชี่ยวชาญด้านสำรับยาบำรุงล้างพิษเป็นพิเศษ
นอกจากเหล่านักสำราญกระเป๋าหนักแล้ว บรรดานางคณิกาจากสำนักต่างๆ ก็นิยมสั่งอาหารจากที่นี่
เหล่านางคณิกามักไม่ค่อยปรากฏตัวในที่สาธารณะ แต่พวกนางย่อมมีบ่าวรับใช้คอยวิ่งวุ่นจัดการธุระให้
เฉินมู่ยังไม่มีชื่อเสียง หากต้องการสร้างตัวให้เร็วที่สุด ก็ต้องทำให้ลูกค้าเห็นผลงานของเขาโดยเร็ว
เป้าหมายของเขาก็คือบ่าวรับใช้ของเหล่านางคณิกาเหล่านี้นั่นเอง
ในขณะที่เขากำลังจัดวางโต๊ะเก้าอี้อยู่นั้น เงาร่างของชายชราที่คุ้นตาก็เดินทอดน่องเข้ามาในร้านหรูอี้ไจ๋
ทว่าพอเดินเข้าประตูไปได้ก้าวเดียวก็ถอยหลังกลับมา เขามองสำรวจเฉินมู่อยู่สองปราดก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “พ่อหนุ่มคิดดีแล้วหรือ? จะมาขายภาพวาดที่นี่จริงๆ รึ”
นี่คือช่างวาดภาพชราที่เฉินมู่พบเมื่อคราวก่อนนั่นเอง
หลังจากนั้นเฉินมู่ได้ลองสืบหาข้อมูลดู จึงรู้ว่าอีกฝ่ายแซ่เหยียน และมีชื่อเสียงพอตัว เขาวนเวียนอยู่ในย่านอันเล่อมาทั้งชีวิต นางคณิกาชื่อดังหลายต่อหลายรุ่นล้วนเคยผ่านมือเขาให้วาดภาพเหมือนมาแล้วทั้งสิ้น
“แค่หาข้าวประทังท้องขอรับ” เฉินมู่ตอบอย่างสงบ
“รู้จักไหมว่าข้าเป็นใคร?” อาจารย์เหยียนถามต่อ
“ท่านผู้เฒ่าเหยียนยอดฝีมือเชิงศิลป์ เป็นแขกผู้มีเกียรติของเหล่านางคณิกาชั้นสูงข้ารู้จักดีขอรับ” เฉินมู่ตอบกลับ
“ดูท่าเจ้าจะยังไม่รู้ว่าข้าเป็นใครจริงๆ” อาจารย์เหยียนหัวเราะหึๆ “ไม่เป็นไร อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้เอง”
พูดจบเขาก็เดินมาดกรุ่นเข้าไปในร้านหรูอี้ไจ๋เพื่อกินข้าว
เฉินมู่ทำหน้าฉงนสงสัย
เขาก็คืออาจารย์เหยียนช่างวาดภาพไม่ใช่หรือ? ยังจะมีฐานะพิเศษอะไรอีก?
เมื่อเห็นว่าผู้คนในร้านหรูอี้ไจ๋เริ่มหนาตาขึ้น เฉินมู่จึงเก็บความสงสัยไว้ในใจ
เขาจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้จนเสร็จสิ้น กางภาพวาดเสี่ยวเชี่ยนแผ่ลงบนโต๊ะ ใช้แท่นฝนหมึกทับขอบกระดาษไว้ แล้วนั่งลงหลังโต๊ะด้วยความมั่นใจเพื่อรอคอยลูกค้า
ความจริงควรจะนำภาพนี้ไปใส่กรอบแล้วแขวนขึ้นจะดึงดูดสายตาได้มากกว่านี้
ฉ๖๋น่าเสียดายที่เฉินมู่ไม่มีเงินเหลือแล้ว
ยามนี้เป็นช่วงเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลาที่เหล่านางคณิกาเริ่มตื่นขึ้นมาอาบน้ำกินข้าวและเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ
สาวใช้และบ่าวรับใช้เริ่มเดินออกจากสำนักนางโลม มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประทิ่นโฉม ร้านขายผ้า และร้านเครื่องประดับ ร้านหรูอี้ไจ๋เองก็มีคนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย
คนเหล่านี้เพียงปราดเดียวก็มองเห็นเฉินมู่ที่หน้าประตูรวมถึงภาพวาดบนโต๊ะ
เทคนิคการวาดภาพสามมิติที่ดูราวกับมีชีวิตบวกกับความเหมือนที่แทบไม่ต่างจากภาพถ่าย ดึงดูดสายตาผู้คนได้ในพริบตา
ไม่นานนัก รอบโต๊ะของเฉินมู่ก็มีคนมายืนล้อมวงอยู่กลุ่มหนึ่ง
คนที่เป็นงานหน่อยก็รีบรับปิ่นโตอาหารแล้ววิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว
เฉินมู่มองตามแผ่นหลังของสาวใช้คนหนึ่งที่รีบจากไป ในใจเริ่มพองโตด้วยความสุข
ดูเหมือนว่าเขาคงจะเปิดร้านได้ในเร็วๆ นี้แล้ว
จะว่าไป สาวใช้เมื่อครู่ก็นับว่าหน้าตาสะสวยทีเดียว
ถ้าสาวใช้ยังดูดีขนาดนี้ นางคณิกาที่เป็นนายคงจะงดงามไม่แพ้กัน
นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้มองสาวงามเจริญหูเจริญตาอีกด้วย
“เส้นทางนี้ข้ามาถูกทางแล้วจริงๆ!”
ทว่ายังไม่ทันที่สาวใช้คนงามจะกลับมา ชายชราคนหนึ่งกลับเดินตรงเข้ามาหาเขาก่อน
“พ่อบ้านหลี่?” เฉินมู่ถามด้วยความแปลกใจ
“เจ้าเป็นคนวาดรึ?” พ่อบ้านหลี่ถามด้วยสีหน้าเย็นชาและคำพูดที่สั้นกระชับเช่นเดิม
“ข้าเป็นคนวาดเองขอรับ” เฉินมู่ตอบตามตรง
“ตามข้ามา” พ่อบ้านหลี่เหลือบมองภาพวาดที่ดูราวกับมีชีวิตบนโต๊ะอีกครั้งก่อนจะเอ่ยเรียบๆ
นี่มัน... มีงานเข้าแล้วรึ?!
เฉินมู่ดีใจอย่างยิ่ง รีบม้วนภาพวาดเก็บพู่กันหมึกทันที เขาตะโกนบอกเสี่ยวเอ้อในร้านหรูอี้ไจ๋ให้ช่วยยกโต๊ะเก้าอี้ไปเก็บข้างใน แล้วรีบก้าวเท้าตามพ่อบ้านหลี่ไป
ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องไปวาดภาพให้ใคร
หรือว่าพ่อบ้านหลี่จะแอบซุกกิ๊กไว้ในย่านอันเล่อ?
ไม่สิ น่าจะเป็นสาวงามที่นายน้อยตระกูลหวังแอบเลี้ยงไว้ข้างนอกมากกว่า
...
เมื่อเฉินมู่ถือภาพเสี่ยวเชี่ยนจากไป ผู้คนที่มุงดูก็สลายตัว
อาจารย์เหยียนที่เดินออกมาจากร้านหรูอี้ไจ๋อีกครั้ง ยืนนิ่งงันอยู่หน้าโต๊ะที่ว่างเปล่า
“ท่านผู้เฒ่าเหยียน เอาตามกฎเดิมไหมขอรับ?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขา
“ไอ้หนูนี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มาขายภาพที่นี่โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักเมี่ยวฮว่าของเรา มันต้องโดนสั่งสอนเสียบ้าง” ชายร่างผอมแห้งอีกคนหัวเราะหึๆ เสริมขึ้น “ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องห่วง ไอ้พวกมือใหม่ไฟร้อนแบบนี้ ต่อยมันสักยกเดี๋ยวก็รู้กฎเองแหละขอรับ”
อาจารย์เหยียนวนเวียนอยู่ในย่านอันเล่อมาทั้งชีวิต
ตั้งแต่ยังหนุ่มเขาก็รับวาดภาพเหมือน และเพราะฝีมือโดดเด่นทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว
สำนักเมี่ยวฮว่าเล็งเห็นความสามารถของเขา จึงใช้สารพัดวิธีบีบบังคับให้เขาเข้าร่วม
หลังจากฝีมือแก่กล้าขึ้น เขาก็เริ่มมีอำนาจในสำนักเมี่ยวฮว่า
เมื่อได้รับผลประโยชน์จนอิ่มตัว เขาก็ร่วมมือกับสำนักเมี่ยวฮว่าควบคุมธุรกิจหนังสือและภาพวาดในย่านอันเล่อทั้งหมด
เหล่าบัณฑิตที่หาเลี้ยงชีพด้วยการขายภาพ หากไม่ถูกบีบให้เข้าสำนักเพื่อทำงานรับใช้ ก็จะถูกใช้วิธีต่างๆ ขับไล่ไปจนหมด
อาจารย์เหยียนจ้องมองโต๊ะยาวที่เคยมีภาพวาดวางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ไปสืบภูมิหลังมันมา ถ้าไม่มีเบื้องหลังอะไรใหญ่โต ก็หาโอกาสหักมือมันทั้งสองข้างเสีย”
ชายร่างสูงและร่างเตี้ยสบตากัน นี่กะจะเอามันให้พิการเลยรึ!
“ขอรับ” ทั้งสองรีบพยักหน้ารับคำ
อาจารย์เหยียนพยักหน้าอย่างพอใจ พลางนึกถึงภาพวาดที่เหมือนจริงจนน่าขนลุกนั่นแล้วแค่นเสียงในลำคอ
ภาพวาดน่ะดี แต่มันดีเกินไป!
ดีเสียจนเขาไม่สามารถเลียนแบบได้เลย
คนพรรค์นี้หากเข้ามาอยู่ในสำนักวาดภาพ ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งของเขา
เขาคลุกคลีอยู่กับสำนักวาดภาพมาครึ่งค่อนชีวิต เสวยสุขมานาน ไม่อยากจะมาถูกใครเขี่ยกระเด็นตอนแก่
“เช่นนั้นก็คงต้องทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการแล้วล่ะนะ”
...
เฉินมู่รีบก้าวตามพ่อบ้านหลี่ไป
เดินไปเดินมากลับกลายเป็นว่าออกจากย่านอันเล่อมาเสียอย่างนั้น
“ไม่ได้อยู่ในย่านอันเล่อรึ? หรือว่านายน้อยตระกูลหวังจะแอบสร้างรังรัก เลี้ยงเมียน้อยไว้ข้างนอก?”
ทั้งสองขึ้นรถม้า มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองตามถนนสายหลักของตลาดตะวันออก
ขณะนั่งอยู่บนรถ พ่อบ้านหลี่เอาแต่หลับตาพักผ่อนไม่ยอมเอ่ยปาก เฉินมู่จึงไม่กล้าชวนคุย ได้แต่เหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถม้าไปพลางๆ
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ สิ่งก่อสร้างสองข้างทางก็เริ่มดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น ผู้คนที่สัญจรไปมาก็แต่งกายดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พื้นถนนปูด้วยหินสีเขียว บ้านเรือนจากที่เป็นบ้านหลังเล็กๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคฤหาสน์ใหญ่โตลึกลับ
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ ทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่สีแดงชาด
เฉินมู่จำที่นี่ได้ นี่คือคฤหาสน์ตระกูลหวัง เป็นเจ้าของบ้านที่เขาเช่าอยู่เสียนี่
หรือว่าจะเป็นคุณหนูตระกูลหวังคนไหนต้องการวาดภาพเหมือน?
อาจจะเป็นเพราะถึงวัยออกเรือน ทางบ้านเลยเตรียมวาดภาพไว้สำหรับไปดูตัว
และพ่อบ้านหลี่ก็คงตั้งใจจะไปตามตัวอาจารย์เหยียนแต่แรก
“เหะๆ อย่างนี้ข้าก็นับว่าแย่งงานตาแก่นั่นมาน่ะสิ?” เฉินมู่คิดอย่างร่าเริง
เขาเดินตามพ่อบ้านหลี่เข้าทางประตูข้าง
ตลอดทางเต็มไปด้วยภูเขาจำลอง สระน้ำ ศาลาพักผ่อนที่สร้างอย่างวิจิตร ทำให้เฉินมู่ได้แต่ทอดถอนใจในความรุ่มรวย สมกับเป็นตระกูลผู้ดีมีอันจะกินจริงๆ
จากนั้นเขาก็ถูกนำตัวไปยังเรือนชั้นใน มีสาวใช้และบ่าวรับใช้เจ็ดแปดคนยืนรออยู่ในลานบ้าน
บางคนถืออ่างน้ำ บางคนถือผ้าเช็ดตัว บางคนถือกล่องอาหาร
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง กลิ่นยาสมุนไพรฉุนกึกก็พุ่งเข้าใส่จมูกทันที
คุณหนูบ้านนี้ป่วยด้วยหรือนี่?
“นายน้อย ช่างวาดภาพมาแล้วขอรับ” พ่อบ้านหลี่เดินไปหาชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปีแล้วเอ่ยอย่างนอบน้อม
“เขาหรือ?” ชายวัยกลางคนมองเฉินมู่อย่างสงสัย
พ่อบ้านหลี่หยิบภาพวาดจากมือเฉินมู่ไป แล้วคลี่ออกครึ่งหนึ่งให้ชายวัยกลางคนดู
“ไม่เลว เอาคนนี้แหละ” ชายวัยกลางคนตาเป็นประกาย พยักหน้าอย่างพอใจ
“ตามข้ามาสิ” พ่อบ้านหลี่กวักมือเรียกเฉินมู่ให้เข้าไปในห้องนอนชั้นใน
“นี่คือนายท่านของบ้านเรา รบกวนคุณชายหลี่วาดภาพเหมือนให้สักภาพ” พ่อบ้านหลี่บุ้ยปากไปทางเตียงนอนแล้วกระซิบเบาๆ “นายท่านอาการหนัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จะได้มีภาพลักษณ์ไว้ให้ลูกหลานได้กราบไหว้ระลึกถึง”
เฉินมู่มองตามไปอย่างเหม่อลอย ชายชราคนหนึ่งใบหน้าซีดเผือด ลมหายใจรวยรินดั่งเส้นด้าย กำลังนอนหงายหน้าไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“พู่กันและหมึกอย่างดีเตรียมไว้พร้อมแล้ว ลงมือเถอะ”
เฉินมู่: “...”
นี่... นี่มันให้ข้ามาวาดรูปหน้าศพชัดๆ!
ไหนล่ะคุณหนูแสนสวยที่ข้าฝันไว้?