เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 : มือมืดเบื้องหลังปรากฏกาย

บทที่ 22 : มือมืดเบื้องหลังปรากฏกาย

บทที่ 22 : มือมืดเบื้องหลังปรากฏกาย


บทที่ 22 : มือมืดเบื้องหลังปรากฏกาย

"สถานการณ์ไม่สู้ดี! ตาแก่บัดซบคนนั้นคิดจะหลบหนีไปแล้ว!"

ทุกคนต่างมองเห็นว่าเซี่ยเมี่ยเจวี่ยกำลังควบคุมโลงศพเพื่อหลบหนีไปจากที่นี่

ในวินาทีนี้ สุ้มเสียงอันทรงพลังและน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุดก็ดังขึ้นในหูของทุกคน

"เจ้าคิดว่าตนเองจะสามารถจากไปได้งั้นหรือ?!"

ราชันศึกค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากหมู่เมฆ แววตาของเขาเย็นชา และฝ่ามืออันยิ่งใหญ่ของเขาก็สะบัดตรงไปยังห้วงมิตินั้นโดยตรง

"ตูม……"

พร้อมกับสุ้มเสียงอันดังกึกก้อง ห้วงมิติทั้งหมดถูกแช่แข็งไว้โดยตรงด้วยวิธีการของขอบเขตระดับราชัน

"ท่านอาวุโสไร้เทียมทานอย่างแท้จริง!"

เมื่อเห็นราชันศึกปรากฏกาย ฉินหยวนและทหารคนอื่นๆ จำนวนนับมิถ้วนต่างพากันร้องตะโกนขึ้นพร้อมกัน โดยประกาศว่าราชันศึกไร้เทียมทาน

ในวินาทีนี้ วิธีการของขอบเขตระดับราชันได้รับการแสดงออกอย่างชัดเจน สิ่งที่เรียกว่าห้วงมิตินั้นกลับเปราะบางดุจดั่งกิ่งไม้ในกำมือของยอดฝีมือระดับนี้ และสามารถถูกควบคุมได้ตามอำเภอใจ

"ตูม! ตูม! ตูม!"

ในเวลานี้

ทุกคนได้ยินเสียงกระแทกอันดังสนั่นหลายครา จากนั้นจึงได้เห็นโลงศพหลังนั้นกำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง

ปรารถนาจะสลัดหลุดจากพันธนาการของราชันศึก ทว่าไม่ว่ามันจะกระแทกเยี่ยงไร ก็มิอาจหลบหนีไปจากห้วงมิตินี้ได้อีกต่อไปแล้ว

"เจ็บใจนัก! ข้ามิยินยอมพร้อมใจเลย!"

สุ้มเสียงอันเกรี้ยวกราดของเซี่ยเมี่ยเจวี่ยแว่วออกมาจากภายในโหลงศพ และอารมณ์ของเขาก็ยิ่งควบคุมมิได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าต่อให้เขาจะร้อนรนเพียงใด กายเนื้อที่แท้จริงก็มิกล้าที่จะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับราชันศึกเลยแม้แต่น้อย

ล้อเล่นน่ะสิ เขามิมีความกังขาเลยว่า หากเขาจับกล้าก้าวออกมาจริงๆ ราชันศึกย่อมสามารถบดขยี้เขาให้ตายได้อย่างง่ายดายดุจดั่งการบดขยี้ลูกไก่ตัวหนึ่งแน่นอน

"หึ! เจ้าช่างเลือกโลงศพมาได้ดีแท้!"

ราชันศึกแค่นเสียงเย็นชา พลางตบลงบนพื้นผิวของโลงศพหลังนั้นคราแล้วคราเล่า

และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ แม้กระทั่งแรงตบของยอดฝีมือระดับราชันที่ฟาดฟันลงบนโลงศพเยี่ยงนี้

โลงศพหลังนั้นกลับยังคงนิ่งสนิท โดยมิปรากฏรอยขีดข่วนใดๆ บนพื้นผิวเลยแม้แต่น้อย

"โลงศพหลังนี้... ช่างแปลกประหลาดเกินไปแล้ว เหตุใดท่านอาวุโสจึงมิอาจทุบทำลายมันได้?"

"มิต้องกล่าวอันใดมากความ ข้าคิดว่าโหลงศพหลังนี้ย่อมเหมาะสมอย่างยิ่งให้ท่านนำกลับไปใช้สอยในยามเกษียณอายุนะ!"

"ยายมันเถอะ ตาแก่บัดซบคนนั้นไปเสาะหาโลงศพเยี่ยงนี้มาจากที่ใดกัน เหตุใดจึงได้ทนทานถึงเพียงนี้?"

"ข้าคิดว่ากระดองของเต่าพันปีก็คงมิได้แข็งแกร่งเท่าโลงศพหลังนี้หรอกใช่หรือไม่?"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตามที่เจ้ากล่าวมา นั่นมิได้หมายความว่าตาแก่ที่อยู่ข้างในนั้น เป็นเต่าเฒ่าพันปีหรอกรึ?"

……

ฉากเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของทหารแว่นแคว้นฉินทั้งหมด และบันดาลให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบเห็นโลงศพอันแปลกพิศวงถึงเพียงนี้ และมันสร้างความสั่นสะเทือนใจให้แก่พวกเขาอย่างแท้จริง

"ท่านอาวุโสราชันศึก เกิดสิ่งใดขึ้นกับโลงศพหลังนี้กันแน่?"

ในเวลานี้ เต้าอู๋หยาผู้ซึ่งตระหนักถึงความผิดปกติบางประการ ก็มองไปยังราชันศึกด้วยสีหน้าสับสน

"อืม……"

"หากข้าคาดการณ์มิผิด วัสดุของโลงศพหลังนี้คงจะถูกหลอมรวมเข้ากับสิ่งของที่น่าเหลือเชื่อบางประการ เป็นต้นว่า สมบัติล้ำค่า!"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ราชันศึกก็กล่าวช้าๆ

"สมบัติล้ำค่า?"

เต้าอู๋หยาที่ได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก บังเกิดความฉงนใจอยู่บ้าง และกำลังจะเอ่ยถามสืบต่อ

ทว่าเขากลับถูกขัดจังหวะโดยราชันศึกที่ยกมือขึ้น พลางกล่าวว่า: "เจ้ามิต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยามนี้หรอก บัดนี้ตามสถานการณ์แล้ว ในระยะเวลาสั้นๆ ข้าเกรงว่าข้าคงมิอาจทำอันใดกับมันได้ ทำได้เพียงกักขังมันไว้ ณ ที่แห่งนี้เท่านั้น"

"เอาเยี่ยงนี้ดีหรือไม่ อู๋หยา เจ้าจงดำเนินตามกองทัพของแคว้นฉินเพื่อเปิดฉากกวาดล้างกองทัพศัตรูต่อไป ส่วนข้าจะขอตั้งตารออยู่ ณ ที่แห่งนี้เพื่อรอคอยการกลับมาอย่างผู้ชนะของพวกเจ้า"

กล่าวจบ

ราชันศึกส่งกระแสจิตเพื่อแจ้งความคิดของตนแก่หลิวเหอและฉินหยวน

"ตกลง! เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอาวุโสแล้ว!"

ฉินหยวนและคนอื่นๆ ที่ได้รับคำแนะนำจากราชันศึกรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงออกคำสั่งให้กองทัพแคว้นฉินเปิดฉากไล่ล่ากองทัพพันธมิตรของทั้งสามแว่นแคว้นที่กำลังหลบหนีไปอย่างต่อเนื่อง

……

ในเวลานี้ เซี่ยหลินไห่ องค์เหนือหัวแห่งแคว้นเซี่ย และคนอื่นๆ กำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง

ในยามนี้เขามิกล้าแม้แต่จะหันกลับมามองเบื้องหลัง ด้วยหวาดกลัวว่ายอดฝีมือระดับราชันลึกลับผู้นั้นจะสะบัดมือจับกุมเขากลับไป

"ท่านบรรพบุรุษ ข้าต้องขออภัย ลูกหลานคนรุ่นหลังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำเช่นนี้ โปรดท่านมิต้องกังวล ยามเมื่อท่านก้าวเดินออกจากปรโลก พวกเราย่อมต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองให้แก่ท่านให้มากขึ้นแน่นอน..."

เมื่อหวนนึกถึงฉากเหตุการณ์เมื่อครู่ เซี่ยหลินไห่ลอบไว้อาลัยในใจอย่างเงียบเชียบ

เขา สงสัยอยู่บ้างว่าเซี่ยเมี่ยเจวี่ยจะกระโดดออกมาจากโลงศพด้วยความโกรธแค้นและทุบตีเขาหลังจากได้ยินคำกล่าวนี้หรือไม่

สมกับเป็นสืบสายเลือดแห่งราชวงศ์แท้ๆ ความกตัญญูช่างทรงพลังยิ่งนัก

"นายท่าน พวกเราใกล้จะถึงแล้ว! เบื้องหน้าคือสถานที่นัดพบที่พวกเราได้ตกลงกันไว้กับอีกสองแว่นแคว้นก่อนจะออกศึกขอรับ!"

ในจังหวะที่เซี่ยหลินไห่กำลังบังเกิดความรู้สึกผิด สุ้มเสียงรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชาก็ดึงเขากลับคืนสู่ความเป็นจริงในทันที

ยามเมื่อเขาได้สติกลับคืนมา มองดูฉากเหตุการณ์อันคุ้นตาตรงหน้า เซี่ยหลินไห่บังเกิดความตื่นเต้นอย่างที่สุด

"ข้ากลับมาแล้ว ในที่สุดข้าก็กลับมาจนได้!"

เมื่อหวนนึกถึงยามที่ตนเองเปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณในการนำทัพกองทัพพันธมิตรสามแว่นแคว้นเพื่อบุกโจมตีกองทัพแคว้นฉินในคราแรก

เขานึกว่าทุกอย่างย่อมต้องดำเนินไปด้วยดี ทว่าเขากลับมิเคยคาดคิดเลยว่าจะมียอดฝีมือระดับระดับราชันสอดมือเข้าแทรกแซงกลางคันเยี่ยงนี้

มันได้ทำลายล้างความฝันทั้งหมดของเขาลงในพริบตาโดยตรง!

"บัดซบนัก เกิดสิ่งใดขึ้นกับตาแก่แคว้นฉู่และแคว้นมู่ทั้งสองคนนั้นกันแน่! ข้ามิเคยพบเห็นพวกเขาเดินทางมาช่วยเหลือตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าจักต้องไปทวงคำอธิบายจากพวกเขาในภายหลังให้จงได้"

เซี่ยหลินไห่กล่าวด้วยความโกรธแค้น

การศึกครานี้เดิมทีถูกวางแผนขึ้นโดยสามแว่นแคว้นของพวกตน

แม้ว่าพวกตนจะถูกยุยงโดยท่านผู้นั้นที่อยู่ในเงามืดจริง ทว่าไม่ว่าจะเยี่ยงไร การทำลายล้างแคว้นฉินก็คือสิ่งที่พวกตนปรารถนาจะทำมาโดยตลอดอยู่แล้ว

ตราประทับสมบัติทั้งสี่ชิ้น แต่ละแว่นแคว้นถือครองอยู่คนละหนึ่งชิ้น ขอเพียงรวบรวมพวกมันได้จนครบ ขุมทรัพย์มังกรใหญ่ในตำนานย่อมต้องถูกเปิดออกแน่นอน!

"ไม่ถูกต้อง เหตุใดข้าจึงได้กลิ่นอายคาวโลหิตอันเข้มข้นลอยล่องอยู่ในอากาศเยี่ยงนี้?"

"เหตุใดจึงมิมีผู้ใดอยู่ ณ ที่แห่งนี้เลย? เกิดเรื่องราวอันใดขึ้นงั้นหรือ?"

"นายท่าน พวกเราเดินทางมาผิดสถานที่ใช่หรือไม่ขอรับ?"

……

ในวินาทีนี้ สถานการณ์อันแปลกประหลาดตรงหน้าของพวกเขาบันดาลให้คนจำนวนมากต้องขมวดคิ้วลงกะทันหัน

มันช่างแปลกประหลาดเกินไป จนทำให้คนจำนวนมากถึงกับบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในใจของพวกตน

ราวกับมีสิ่งอันน่าสะภรึงกลัวอย่างที่สุดกำลังตั้งตารอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า

"อย่าขยับ! ข้าจะขอไปดูเองว่าเกิดสิ่งใดขึ้น!"

ในเวลานี้ แม้แต่เซี่ยหลินไห่เองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางประการ และในฐานะผู้นำ เขาย่อมมิอาจแสดงท่าทีหวาดกลัวให้ผู้อื่นเห็นได้มากกว่าปกติ

"ตูม!"

ในวินาทีนี้เอง

สุ้มเสียงอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้หัวใจของทุกคนต้องสั่นสะท้านก็ดังขึ้น:

"ข้า เฝ้ารอคอยพวกเจ้ามาเนิ่นนานแล้ว..."

ระหว่างฟ้าดิน ร่างผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ โดยมีกระบี่ยาวสีโลหิตแขวนอยู่ ณ บริเวณเอวของเขา

"ท่าน... ท่านผู้นั้นงั้นหรือ?"

เมื่อได้เห็นร่างนี้ ฝ่าเท้าของเซี่ยหลินไห่พลันหยุดชะงักลง แววตาของเขาบังเกิดความตื่นตระหนกเล็กน้อย เขาย่อมล่วงรู้ดีว่าบุคคลเบื้องหน้าตนคือผู้ใด

นั่นคือตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังสามแว่นแคว้นของพวกตนในครานี้นั่นเอง

"หึ! เดิมทีข้าปรารถนาจะพึ่งพาพวกเจ้าเพื่อทำลายล้างสิ่งที่เรียกว่าแคว้นฉินในคราเดียว ทว่าข้ามิคาดคิดเลยว่าพวกเจ้าจะเป็นเพียงเศษขยะถึงเพียงนี้ ในท้ายที่สุด ข้าก็ต้องลงมือด้วยตนเองอยู่ดี!"

ร่างในชุดคลุมสีดำแค่นเสียงเย็นชา พลางจ้องมองเซี่ยหลินไห่ด้วยสายตาอันเย็นยะเยือก

ทันใดนั้น ลางสังหรณ์อันเลวร้ายก็พุ่งทะลักเข้าสู่หัวใจของเขา

"ช่างเถอะ กล่าวโดยสรุป ในท้ายที่สุดพวกเจ้าก็มิได้เป็นสิ่งใดมากไปกว่าอาหารอันโอชะแห่งโลหิตหรอก ตัวเบี้ยที่ไร้ประโยชน์ ก็จงมลายหายไปเสียเถิด!"

ตูม!

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา เซี่ยหลินไห่รู้สึกเพียงว่าสมองของตนส่งเสียงคำรามลั่น เขาได้ยินสิ่งใดกันแน่?

อาหารแห่งโลหิต? ตัวเบี้ย? ทำลายล้าง?

"ฮิฮิ สหายเก่า ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าช่างใจกว้างเกินไป มันมิเหมาะสมหรอกที่เจ้าจะรั้งอยู่ข้างกายบุคคลผู้นั้น!"

ในเวลานี้

สุ้มเสียงอันน่าสยดสยองและน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งดังระเบิดขึ้นในหูของทุกคน

"หึ! กุ่ยเมี่ย จงเร่งฟื้นตัวโดยเร็วเถิด พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นโลหิตของเจ้า และในภายหลังพวกเราจะร่วมกันสังหารรูปสลักระดับราชันที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันตนนั้นซะ"

จบบทที่ บทที่ 22 : มือมืดเบื้องหลังปรากฏกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว