- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมวิชามังกรข้าจะกลืนกินพวกเจ้าก้าวสู่ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
- บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!
บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!
บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!
"ไอ้หนุ่มนี่ถึงกับบีบให้อินไห่ต้องงัดดาบสะบั้นนภาออกมาใช้ได้เชียวหรือ!"
ภายนอก หวังหลินเผยสีหน้าตื่นตระหนก
ดาบสะบั้นนภาเป็นกระบวนท่าไม้ตายของเคล็ดวิชาดาบโลหิต เปรียบเสมือนไพ่ตายก้นหีบ มันสามารถทำให้พลานุภาพรังสีดาบของอินไห่เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวในระยะเวลาสั้นๆ
ต่อให้เป็นผู้ดูแลระดับปราณสมุทรขั้นที่หกอย่างเขา ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถบีบให้อินไห่งัดพลังระดับไม้ตายออกมาใช้ได้เลย
"ผู้ดูแลอินไห้งัดไม้ตายออกมาใช้ ไอ้หนุ่มนี่คงหนีไม่พ้นความตายในครั้งนี้แน่!"
หลินสยงมีสีหน้าบ้าคลั่ง
"ไอ้เด็กสารเลว ดาบสะบั้นนภาของข้าทุกครั้งที่ใช้ จะผลาญเลือดลมไปถึงแปดส่วนของทั้งร่างกาย อีกทั้งหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ข้ายังต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปอีกสามเดือน การที่เจ้าได้ตายภายใต้วิชานี้ ก็นับว่าเป็นบุญวาสนามาสามชาติของเจ้าแล้ว!"
อินไห่สำแดงดาบนภาสีเลือดออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย
"รังสีดาบช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!"
หลินเหยียนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว สัมผัสที่หกบอกเขาว่า หากไม่ระวังเพียงนิดเดียว ดาบโลหิตที่ฟันลงมานี้จะสับเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี
"หากใช้เพียงพลังต่อสู้ธรรมดา ข้าคงรับมือกับวิชานี้ไม่ไหวอย่างแน่นอน! คงต้องงัดไพ่ตายออกมาใช้แล้ว!"
สิ่งที่เรียกว่าไพ่ตาย ก็คือระดับซ่อนเร้น
แม้เขาจะฝึกฝนจนบรรลุระดับซ่อนเร้นแล้ว ทว่าพลังที่ใช้ตามปกตินั้นล้วนเป็นเพียงระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าเท่านั้น สาเหตุที่พลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ก็เป็นเพราะการแปรเปลี่ยนคุณภาพของลมปราณที่มาจากระดับซ่อนเร้นล้วนๆ
ทว่าเขายังไม่ได้ใช้พลังของระดับซ่อนเร้นอย่างแท้จริงเลย
"โฮก!"
วินาทีที่เปิดใช้งานระดับซ่อนเร้น กลิ่นอายของหลินเหยียนก็พุ่งทะยานขึ้นกว่าสิบเท่าตัวในพริบตา ความยิ่งใหญ่ตระการตาของลมปราณนั้น ถึงขั้นทะลุขีดจำกัดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณสมุทรขั้นที่สามไปแล้ว
เมื่อใช้วิชารอยประทับหมัดมังกรโลหิตอีกครั้ง อานุภาพก็พุ่งสูงขึ้นกว่าสิบเท่าเช่นกัน
หมัดเดียวกันนี้ เดิมทีสามารถต้านทานได้เพียงรังสีดาบธรรมดาของเคล็ดวิชาดาบโลหิตเท่านั้น ทว่าในตอนนี้ต่อให้เป็นรังสีดาบระดับไม้ตายก็ยังถูกมังกรศักดิ์สิทธิ์สีทองกระแทกจนแหลกสลาย
พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้ากระแทกร่างของอินไห่ อินไห่ถูกซัดจนกระอักเลือด กระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ สภาพดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง เขาจ้องมองหลินเหยียนด้วยความหวาดผวา
"ความแข็งแกร่งของเจ้าทำไมถึงได้พุ่งทะยานขึ้นมากขนาดนี้ในคราวเดียว หรือว่าเจ้ากินโอสถเข้าไป เจ้าโกงนี่!"
"รับมือกับเจ้ายิ่งต้องใช้โอสถอีกหรือ เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว"
หลินเหยียนส่ายหน้า เขาไม่ได้อธิบายอะไรกับอินไห่ เพียงแต่เงื้อหมัดขึ้น เตรียมจะปลิดชีพของอินไห่
"ไอ้เด็กสารเลว ต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าข้าแล้วจะทำไม เจ้าก็ยังฆ่าข้าไม่ได้หรอก!"
อินไห่คำรามเสียงต่ำ เขาพลิกฝ่ามือ ป้ายคำสั่งสีทองแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
รูปลักษณ์ของป้ายคำสั่งสีทองแผ่นนี้ดูคล้ายคลึงกับป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์อยู่หลายส่วน ทว่าลวดลายที่สลักอยู่บนนั้นกลับแผ่ซ่านคลื่นพลังจิตออกมา
"ค่ายกลอักขระยันต์หรือ"
รูม่านตาของหลินเหยียนหดแคบลง
"เจ้าก็พอจะมีสายตาอยู่บ้าง ถูกต้อง ของสิ่งนี้ก็คือป้ายคำสั่งมังกรทอง ล้ำค่ายิ่งกว่าป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์ทั่วไป มีเพียงบุคคลระดับผู้อาวุโสเท่านั้นถึงจะมีไว้ในครอบครองได้ มันสามารถเปิดใช้งานค่ายกลมากมายในสายนอกของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้!"
อินไห่หัวเราะเยาะพร้อมกับอัดพลังฝึกตนสายสุดท้ายเข้าไปในป้ายคำสั่งมังกรทอง
ตู้ม!
ลานประลองที่พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่เกิดเสียงดังกึกก้องกังวานในทันที จากนั้นรอบด้านของลานประลองก็มีค่ายกลผุดขึ้นมา
"อินไห่ผู้นี้ช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว ฝีมือสู้ไม่ได้ ยังจะดึงเอาพลังของค่ายกลมาใช้อีก!"
ภายนอก หวังหลินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา
แม้แต่หม่าเป่ากั๋วก็ยังเบ้ปาก "ตาเฒ่าอินหลงนั่นตามใจอินไห่มากเกินไปแล้ว ถึงกับมอบป้ายคำสั่งมังกรทองให้อินไห่เชียวหรือ"
"ผู้อาวุโสหม่า โปรดลงมือช่วยเหลือหลินเหยียนด้วยเถิด"
หวังหลินเอ่ยปาก
"ไม่ต้องให้ข้าลงมือหรอก ไอ้หนุ่มนั่นไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า"
หม่าเป่ากั๋วส่งยิ้มบาง
...
ตู้ม!
ภายในลานประลอง อักขระยันต์อันเจิดจ้าถักทอประสานกัน พลังขุมนี้มันก้าวข้ามขอบเขตความแข็งแกร่งของหลินเหยียนและอินไห่ไปไกลลิบ คาดว่าต่อให้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลหลินอย่างหลินสยงมาเจอเข้า ก็คงหนีไม่พ้นต้องหลั่งเลือด
เมื่อมีค่ายกลคอยหนุนเสริม อินไห่ก็ฟื้นคืนความมั่นใจกลับมาได้ แววตาของเขาดุร้ายน่าเกลียดน่ากลัวขณะจ้องมองหลินเหยียน "ต่อให้เจ้าจะยอดเยี่ยมเพียงใดแล้วจะทำไม สุดท้ายก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือข้าอยู่ดีมิใช่หรือ คนตระกูลอินของข้าทั้งสามรุ่นล้วนเป็นคนของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า"
"ก็แค่ป้ายคำสั่งอักขระยันต์แผ่นเดียว เจ้าคิดว่ากำชัยชนะไว้ในมือแล้วหรือ"
หลินเหยียนมีสีหน้าแปลกประหลาดใจ
"แน่นอน หรือว่าเจ้ายังจะแข็งแกร่งกว่าค่ายกลของที่นี่ได้อีกล่ะ ค่ายกลพิทักษ์ลานประลองแห่งนี้เป็นฝีมือการจัดวางของบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์ยันต์วิญญาณด้วยตนเอง ต่อให้เป็นระดับวิญญาณสมุทรคิดจะใช้กำลังทำลาย ก็ยังต้องเปลืองแรงอยู่ไม่น้อย!"
อินไห่กล่าวอย่างหยิ่งผยอง
"ความแข็งแกร่งของข้าสู้ค่ายกลอักขระยันต์นี้ไม่ได้จริงๆ แต่ใครบอกล่ะว่าข้าต้องทำลายค่ายกลถึงจะเอาชนะเจ้าได้"
หลินเหยียนประสานอินในมือ จากนั้นก็ปรากฏตราประทับยันต์วิญญาณสายหนึ่งขึ้นมา
นี่คือเคล็ดวิชาลับแขนงหนึ่งที่บันทึกไว้ในเคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อย มันสามารถแทรกแซงค่ายกลยันต์วิญญาณในบริเวณใกล้เคียงได้
แม้การแทรกแซงค่ายกลกับการทำลายค่ายกลจะห่างชั้นกันถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นลี้ ทว่าถึงอย่างไรอินไห่ก็เป็นเพียงคนนอก ไม่ใช่ผู้ใช้อักขระยันต์ที่แท้จริง เขาไม่รู้จักวิธีการใช้งานค่ายกลอักขระยันต์ ดังนั้นเพียงแค่ทำการแทรกแซงก็เพียงพอแล้ว
วูบ!
ฟ้าดินล้วนสั่นสะเทือน ค่ายกลที่เดิมทีดุดันน่าเกรงขาม กลับสั่นคลอนไม่มั่นคง อินไห่คิดจะควบคุม ทว่ากลับพบว่าอิทธิพลระหว่างป้ายคำสั่งกับค่ายกลนั้นอ่อนกำลังลงแล้ว
"ตอนนี้แหละ!"
หลินเหยียนอาศัยโอกาสนี้ลงมือ ซัดหมัดกระแทกอินไห่จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะช่วงชิงป้ายคำสั่งมังกรทองมาได้อย่างแข็งกร้าว
"แย่แล้ว!"
อินไห่ลนลาน รีบคิดจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ทันที
ทว่าน่าเสียดาย ลานประลองแห่งนี้อยู่ในสภาวะปิดผนึก อีกทั้งป้ายคำสั่งมังกรทองของอินไห่ก็ถูกหลินเหยียนแย่งไปแล้ว จึงทำได้เพียงเบิกตาโพลงมองดูเท่านั้น
"ไอ้เด็กสารเลว ท่านปู่อินหลงของข้าเป็นถึงผู้อาวุโสสายนอก เป็นบุคคลระดับเดียวกับหม่าเป่ากั๋ว เจ้ากล้าฆ่าข้าเชียวหรือ ท่านปู่ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!"
เมื่อเห็นว่าไร้หนทางหนี อินไห่ก็ทำได้เพียงตวาดขู่หลินเหยียนเสียงหลง
"เจ้าคิดว่าพูดแบบนี้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ น่าขันสิ้นดี!"
หลินเหยียนซัดหมัดออกไป
อินไห่สิ้นหวัง
ในขณะที่อินไห่กำลังจะถูกสังหาร ทันใดนั้นค่ายกลที่ถูกปิดผนึกอยู่แต่เดิมก็ถูกเปิดออก จากนั้นก็มีมือยักษ์ข้างหนึ่งยื่นเข้ามาช่วยชีวิตอินไห่เอาไว้
"ผู้อาวุโสหม่า!"
หลินเหยียนเงยหน้ามอง ผู้ที่ลงมือก็คือหม่าเป่ากั๋วที่รับหน้าที่ควบคุมการประลองนั่นเอง
"หากเจ้าฆ่าเขา ตาเฒ่าอินหลงนั่นจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อกำจัดเจ้า ต่อให้เป็นกฎระเบียบของสำนักก็คงปกป้องเจ้าเอาไว้ไม่ได้หรอก"
หม่าเป่ากั๋วกล่าวเสียงเรียบ
ตามปกติแล้ว ด้วยสถานะของเขาไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเด็กรุ่นหลังเลยสักนิด แค่ออกคำสั่งไปตรงๆ อีกฝ่ายก็ไม่กล้าขัดขืนแล้ว
ทว่าการแสดงออกของหลินเหยียนนั้นไม่ธรรมดา ทำให้เขารู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงแสดงความเคารพในระดับหนึ่ง โดยการบอกเหตุผลของตนเองให้ฟัง
"ทว่า ต่อให้ข้าปล่อยเขาไป ตระกูลอินก็คงไม่ยอมละเว้นข้าอยู่ดี ... "
หลินเหยียนบอกเล่าถึงความกังวลของตนเอง
"มีข้าอยู่ทั้งคน อย่างน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้า พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่! หากอินไห่ยังใช้อำนาจมาข่มเหงเจ้าอีก เจ้าสามารถมาหาข้าได้โดยตรง"
หม่าเป่ากั๋วหยิบป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งออกมา บนนั้นแฝงไปด้วยกลิ่นอายวิญญาณของหม่าเป่ากั๋ว นับว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่เขามีต่อหลินเหยียน
"ในเมื่อผู้อาวุโสกล่าวเช่นนี้แล้ว ผู้น้อยก็ย่อมต้องปฏิบัติตาม"
หลินเหยียนประสานมือคารวะ พร้อมกับรั้งรังสีอำมหิตบนร่างกลับคืน
หม่าเป่ากั๋วพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็หยิบป้ายคำสั่งสีเงินแผ่นหนึ่งออกมา ส่งให้หลินเหยียนแล้วกล่าวว่า "นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์ดีเด่น หากครอบครองป้ายคำสั่งนี้ นับตั้งแต่นี้ไปเจ้าก็คือศิษย์ดีเด่นของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์เราแล้ว!"
"ไอ้หนุ่มนี่ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์เลยนี่!"
หวังหลินอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง
ศิษย์สายนอกเองก็มีการแบ่งระดับชนชั้นเช่นกัน ระดับล่างสุดคือศิษย์ระดับใช้แรงงาน จากนั้นก็เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ศิษย์ดีเด่น และศิษย์แกนนำ
ศิษย์ดีเด่นในสายนอกนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว สถานะสามารถเทียบเคียงกับผู้ดูแลได้เลย
อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้อาวุโสหม่ารู้สึกชื่นชมหลินเหยียนเป็นอย่างมาก! เพิ่งจะเข้าร่วมสำนัก ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ยิ่งใหญ่ระดับวิญญาณสมุทรแล้ว เพียงแค่จุดนี้ก็มากพอที่จะทำให้ศิษย์ดีเด่นคนอื่นๆ ต้องอิจฉาแล้ว!
[จบแล้ว]