เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!

บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!

บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!


"ไอ้หนุ่มนี่ถึงกับบีบให้อินไห่ต้องงัดดาบสะบั้นนภาออกมาใช้ได้เชียวหรือ!"

ภายนอก หวังหลินเผยสีหน้าตื่นตระหนก

ดาบสะบั้นนภาเป็นกระบวนท่าไม้ตายของเคล็ดวิชาดาบโลหิต เปรียบเสมือนไพ่ตายก้นหีบ มันสามารถทำให้พลานุภาพรังสีดาบของอินไห่เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวในระยะเวลาสั้นๆ

ต่อให้เป็นผู้ดูแลระดับปราณสมุทรขั้นที่หกอย่างเขา ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถบีบให้อินไห่งัดพลังระดับไม้ตายออกมาใช้ได้เลย

"ผู้ดูแลอินไห้งัดไม้ตายออกมาใช้ ไอ้หนุ่มนี่คงหนีไม่พ้นความตายในครั้งนี้แน่!"

หลินสยงมีสีหน้าบ้าคลั่ง

"ไอ้เด็กสารเลว ดาบสะบั้นนภาของข้าทุกครั้งที่ใช้ จะผลาญเลือดลมไปถึงแปดส่วนของทั้งร่างกาย อีกทั้งหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ข้ายังต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปอีกสามเดือน การที่เจ้าได้ตายภายใต้วิชานี้ ก็นับว่าเป็นบุญวาสนามาสามชาติของเจ้าแล้ว!"

อินไห่สำแดงดาบนภาสีเลือดออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย

"รังสีดาบช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!"

หลินเหยียนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว สัมผัสที่หกบอกเขาว่า หากไม่ระวังเพียงนิดเดียว ดาบโลหิตที่ฟันลงมานี้จะสับเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี

"หากใช้เพียงพลังต่อสู้ธรรมดา ข้าคงรับมือกับวิชานี้ไม่ไหวอย่างแน่นอน! คงต้องงัดไพ่ตายออกมาใช้แล้ว!"

สิ่งที่เรียกว่าไพ่ตาย ก็คือระดับซ่อนเร้น

แม้เขาจะฝึกฝนจนบรรลุระดับซ่อนเร้นแล้ว ทว่าพลังที่ใช้ตามปกตินั้นล้วนเป็นเพียงระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าเท่านั้น สาเหตุที่พลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ก็เป็นเพราะการแปรเปลี่ยนคุณภาพของลมปราณที่มาจากระดับซ่อนเร้นล้วนๆ

ทว่าเขายังไม่ได้ใช้พลังของระดับซ่อนเร้นอย่างแท้จริงเลย

"โฮก!"

วินาทีที่เปิดใช้งานระดับซ่อนเร้น กลิ่นอายของหลินเหยียนก็พุ่งทะยานขึ้นกว่าสิบเท่าตัวในพริบตา ความยิ่งใหญ่ตระการตาของลมปราณนั้น ถึงขั้นทะลุขีดจำกัดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณสมุทรขั้นที่สามไปแล้ว

เมื่อใช้วิชารอยประทับหมัดมังกรโลหิตอีกครั้ง อานุภาพก็พุ่งสูงขึ้นกว่าสิบเท่าเช่นกัน

หมัดเดียวกันนี้ เดิมทีสามารถต้านทานได้เพียงรังสีดาบธรรมดาของเคล็ดวิชาดาบโลหิตเท่านั้น ทว่าในตอนนี้ต่อให้เป็นรังสีดาบระดับไม้ตายก็ยังถูกมังกรศักดิ์สิทธิ์สีทองกระแทกจนแหลกสลาย

พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้ากระแทกร่างของอินไห่ อินไห่ถูกซัดจนกระอักเลือด กระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ สภาพดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง เขาจ้องมองหลินเหยียนด้วยความหวาดผวา

"ความแข็งแกร่งของเจ้าทำไมถึงได้พุ่งทะยานขึ้นมากขนาดนี้ในคราวเดียว หรือว่าเจ้ากินโอสถเข้าไป เจ้าโกงนี่!"

"รับมือกับเจ้ายิ่งต้องใช้โอสถอีกหรือ เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว"

หลินเหยียนส่ายหน้า เขาไม่ได้อธิบายอะไรกับอินไห่ เพียงแต่เงื้อหมัดขึ้น เตรียมจะปลิดชีพของอินไห่

"ไอ้เด็กสารเลว ต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าข้าแล้วจะทำไม เจ้าก็ยังฆ่าข้าไม่ได้หรอก!"

อินไห่คำรามเสียงต่ำ เขาพลิกฝ่ามือ ป้ายคำสั่งสีทองแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

รูปลักษณ์ของป้ายคำสั่งสีทองแผ่นนี้ดูคล้ายคลึงกับป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์อยู่หลายส่วน ทว่าลวดลายที่สลักอยู่บนนั้นกลับแผ่ซ่านคลื่นพลังจิตออกมา

"ค่ายกลอักขระยันต์หรือ"

รูม่านตาของหลินเหยียนหดแคบลง

"เจ้าก็พอจะมีสายตาอยู่บ้าง ถูกต้อง ของสิ่งนี้ก็คือป้ายคำสั่งมังกรทอง ล้ำค่ายิ่งกว่าป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์ทั่วไป มีเพียงบุคคลระดับผู้อาวุโสเท่านั้นถึงจะมีไว้ในครอบครองได้ มันสามารถเปิดใช้งานค่ายกลมากมายในสายนอกของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้!"

อินไห่หัวเราะเยาะพร้อมกับอัดพลังฝึกตนสายสุดท้ายเข้าไปในป้ายคำสั่งมังกรทอง

ตู้ม!

ลานประลองที่พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่เกิดเสียงดังกึกก้องกังวานในทันที จากนั้นรอบด้านของลานประลองก็มีค่ายกลผุดขึ้นมา

"อินไห่ผู้นี้ช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว ฝีมือสู้ไม่ได้ ยังจะดึงเอาพลังของค่ายกลมาใช้อีก!"

ภายนอก หวังหลินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา

แม้แต่หม่าเป่ากั๋วก็ยังเบ้ปาก "ตาเฒ่าอินหลงนั่นตามใจอินไห่มากเกินไปแล้ว ถึงกับมอบป้ายคำสั่งมังกรทองให้อินไห่เชียวหรือ"

"ผู้อาวุโสหม่า โปรดลงมือช่วยเหลือหลินเหยียนด้วยเถิด"

หวังหลินเอ่ยปาก

"ไม่ต้องให้ข้าลงมือหรอก ไอ้หนุ่มนั่นไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า"

หม่าเป่ากั๋วส่งยิ้มบาง

...

ตู้ม!

ภายในลานประลอง อักขระยันต์อันเจิดจ้าถักทอประสานกัน พลังขุมนี้มันก้าวข้ามขอบเขตความแข็งแกร่งของหลินเหยียนและอินไห่ไปไกลลิบ คาดว่าต่อให้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลหลินอย่างหลินสยงมาเจอเข้า ก็คงหนีไม่พ้นต้องหลั่งเลือด

เมื่อมีค่ายกลคอยหนุนเสริม อินไห่ก็ฟื้นคืนความมั่นใจกลับมาได้ แววตาของเขาดุร้ายน่าเกลียดน่ากลัวขณะจ้องมองหลินเหยียน "ต่อให้เจ้าจะยอดเยี่ยมเพียงใดแล้วจะทำไม สุดท้ายก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือข้าอยู่ดีมิใช่หรือ คนตระกูลอินของข้าทั้งสามรุ่นล้วนเป็นคนของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า"

"ก็แค่ป้ายคำสั่งอักขระยันต์แผ่นเดียว เจ้าคิดว่ากำชัยชนะไว้ในมือแล้วหรือ"

หลินเหยียนมีสีหน้าแปลกประหลาดใจ

"แน่นอน หรือว่าเจ้ายังจะแข็งแกร่งกว่าค่ายกลของที่นี่ได้อีกล่ะ ค่ายกลพิทักษ์ลานประลองแห่งนี้เป็นฝีมือการจัดวางของบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์ยันต์วิญญาณด้วยตนเอง ต่อให้เป็นระดับวิญญาณสมุทรคิดจะใช้กำลังทำลาย ก็ยังต้องเปลืองแรงอยู่ไม่น้อย!"

อินไห่กล่าวอย่างหยิ่งผยอง

"ความแข็งแกร่งของข้าสู้ค่ายกลอักขระยันต์นี้ไม่ได้จริงๆ แต่ใครบอกล่ะว่าข้าต้องทำลายค่ายกลถึงจะเอาชนะเจ้าได้"

หลินเหยียนประสานอินในมือ จากนั้นก็ปรากฏตราประทับยันต์วิญญาณสายหนึ่งขึ้นมา

นี่คือเคล็ดวิชาลับแขนงหนึ่งที่บันทึกไว้ในเคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อย มันสามารถแทรกแซงค่ายกลยันต์วิญญาณในบริเวณใกล้เคียงได้

แม้การแทรกแซงค่ายกลกับการทำลายค่ายกลจะห่างชั้นกันถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นลี้ ทว่าถึงอย่างไรอินไห่ก็เป็นเพียงคนนอก ไม่ใช่ผู้ใช้อักขระยันต์ที่แท้จริง เขาไม่รู้จักวิธีการใช้งานค่ายกลอักขระยันต์ ดังนั้นเพียงแค่ทำการแทรกแซงก็เพียงพอแล้ว

วูบ!

ฟ้าดินล้วนสั่นสะเทือน ค่ายกลที่เดิมทีดุดันน่าเกรงขาม กลับสั่นคลอนไม่มั่นคง อินไห่คิดจะควบคุม ทว่ากลับพบว่าอิทธิพลระหว่างป้ายคำสั่งกับค่ายกลนั้นอ่อนกำลังลงแล้ว

"ตอนนี้แหละ!"

หลินเหยียนอาศัยโอกาสนี้ลงมือ ซัดหมัดกระแทกอินไห่จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะช่วงชิงป้ายคำสั่งมังกรทองมาได้อย่างแข็งกร้าว

"แย่แล้ว!"

อินไห่ลนลาน รีบคิดจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ทันที

ทว่าน่าเสียดาย ลานประลองแห่งนี้อยู่ในสภาวะปิดผนึก อีกทั้งป้ายคำสั่งมังกรทองของอินไห่ก็ถูกหลินเหยียนแย่งไปแล้ว จึงทำได้เพียงเบิกตาโพลงมองดูเท่านั้น

"ไอ้เด็กสารเลว ท่านปู่อินหลงของข้าเป็นถึงผู้อาวุโสสายนอก เป็นบุคคลระดับเดียวกับหม่าเป่ากั๋ว เจ้ากล้าฆ่าข้าเชียวหรือ ท่านปู่ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!"

เมื่อเห็นว่าไร้หนทางหนี อินไห่ก็ทำได้เพียงตวาดขู่หลินเหยียนเสียงหลง

"เจ้าคิดว่าพูดแบบนี้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ น่าขันสิ้นดี!"

หลินเหยียนซัดหมัดออกไป

อินไห่สิ้นหวัง

ในขณะที่อินไห่กำลังจะถูกสังหาร ทันใดนั้นค่ายกลที่ถูกปิดผนึกอยู่แต่เดิมก็ถูกเปิดออก จากนั้นก็มีมือยักษ์ข้างหนึ่งยื่นเข้ามาช่วยชีวิตอินไห่เอาไว้

"ผู้อาวุโสหม่า!"

หลินเหยียนเงยหน้ามอง ผู้ที่ลงมือก็คือหม่าเป่ากั๋วที่รับหน้าที่ควบคุมการประลองนั่นเอง

"หากเจ้าฆ่าเขา ตาเฒ่าอินหลงนั่นจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อกำจัดเจ้า ต่อให้เป็นกฎระเบียบของสำนักก็คงปกป้องเจ้าเอาไว้ไม่ได้หรอก"

หม่าเป่ากั๋วกล่าวเสียงเรียบ

ตามปกติแล้ว ด้วยสถานะของเขาไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเด็กรุ่นหลังเลยสักนิด แค่ออกคำสั่งไปตรงๆ อีกฝ่ายก็ไม่กล้าขัดขืนแล้ว

ทว่าการแสดงออกของหลินเหยียนนั้นไม่ธรรมดา ทำให้เขารู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงแสดงความเคารพในระดับหนึ่ง โดยการบอกเหตุผลของตนเองให้ฟัง

"ทว่า ต่อให้ข้าปล่อยเขาไป ตระกูลอินก็คงไม่ยอมละเว้นข้าอยู่ดี ... "

หลินเหยียนบอกเล่าถึงความกังวลของตนเอง

"มีข้าอยู่ทั้งคน อย่างน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้า พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่! หากอินไห่ยังใช้อำนาจมาข่มเหงเจ้าอีก เจ้าสามารถมาหาข้าได้โดยตรง"

หม่าเป่ากั๋วหยิบป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งออกมา บนนั้นแฝงไปด้วยกลิ่นอายวิญญาณของหม่าเป่ากั๋ว นับว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่เขามีต่อหลินเหยียน

"ในเมื่อผู้อาวุโสกล่าวเช่นนี้แล้ว ผู้น้อยก็ย่อมต้องปฏิบัติตาม"

หลินเหยียนประสานมือคารวะ พร้อมกับรั้งรังสีอำมหิตบนร่างกลับคืน

หม่าเป่ากั๋วพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็หยิบป้ายคำสั่งสีเงินแผ่นหนึ่งออกมา ส่งให้หลินเหยียนแล้วกล่าวว่า "นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์ดีเด่น หากครอบครองป้ายคำสั่งนี้ นับตั้งแต่นี้ไปเจ้าก็คือศิษย์ดีเด่นของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์เราแล้ว!"

"ไอ้หนุ่มนี่ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์เลยนี่!"

หวังหลินอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง

ศิษย์สายนอกเองก็มีการแบ่งระดับชนชั้นเช่นกัน ระดับล่างสุดคือศิษย์ระดับใช้แรงงาน จากนั้นก็เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ศิษย์ดีเด่น และศิษย์แกนนำ

ศิษย์ดีเด่นในสายนอกนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว สถานะสามารถเทียบเคียงกับผู้ดูแลได้เลย

อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้อาวุโสหม่ารู้สึกชื่นชมหลินเหยียนเป็นอย่างมาก! เพิ่งจะเข้าร่วมสำนัก ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ยิ่งใหญ่ระดับวิญญาณสมุทรแล้ว เพียงแค่จุดนี้ก็มากพอที่จะทำให้ศิษย์ดีเด่นคนอื่นๆ ต้องอิจฉาแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - ศิษย์ดีเด่น!

คัดลอกลิงก์แล้ว