- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมวิชามังกรข้าจะกลืนกินพวกเจ้าก้าวสู่ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
- บทที่ 13 - ป่าหมื่นอสูร
บทที่ 13 - ป่าหมื่นอสูร
บทที่ 13 - ป่าหมื่นอสูร
การทดสอบศิษย์สายนอกถูกจัดขึ้นภายในป่าหมื่นอสูร
"กฎการทดสอบของสำนักนั้นง่ายมาก โยนเจ้าเข้าไปในป่าหมื่นอสูร ขอเพียงเจ้าสามารถรอดชีวิตเดินออกมาได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ ทว่าข้าต้องขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่าภายในป่าหมื่นอสูรมีแม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับสาม เจ้าจงระวังตัวให้ดี!"
ผู้ดูแลชุดเทาผู้นั้นเอ่ยเตือนหลินเหยียนด้วยความหวังดี
เขาไม่ได้กำลังล้อเล่น ภายในป่าหมื่นอสูรนั้นมีคนตายจริงๆ
ในการทดสอบของสำนักแต่ละปี ภายในป่าหมื่นอสูรจะมีคนตกตายอย่างน้อยนับร้อยชีวิต บางคนดวงไม่ดีแม้อยู่ระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ หรือแม้แต่ขั้นที่ห้าก็ยังต้องมาทิ้งชีวิตไว้
ต่อให้เป็นบุคคลระดับผู้ดูแลก็ยังไม่อยากจะก้าวเท้าเข้าไปในป่าหมื่นอสูรง่ายๆ
"ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ แต่ข้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว"
หลินเหยียนประสานมือคารวะ
หากเขาเข้าร่วมการทดสอบและได้เป็นศิษย์สายนอกก็ยังพอมีทางรอด หากไม่เข้าร่วมการทดสอบ หลินสยงกับอินไห่จะยอมปล่อยให้เขามีชีวิตรอดกลับไปได้อย่างไร
เขาในตอนนี้ไม่มีทางให้ถอยแล้ว!
"ตกลง!"
ผู้ดูแลชุดเทาไม่สะดวกจะกล่าวสิ่งใดอีก เขาเปิดประตูกลและส่งตัวหลินเหยียนเข้าไปด้านใน
ภายนอกป่าหมื่นอสูรมีม่านแสงขนาดใหญ่แผ่นหนึ่ง นั่นคือค่ายกลอักขระยันต์ ผ่านค่ายกลนี้จะสามารถมองเห็นภาพเหตุการณ์ภายในป่าหมื่นอสูรได้
"ผู้ดูแลอินไห่ จะปล่อยให้เขาเข้าร่วมการทดสอบแบบนี้จริงๆ หรือ" ในเวลานี้หลินสยงมองดูเงาร่างของหลินเหยียนในม่านแสงด้วยความกังวลใจอยู่บ้าง
หลินอู่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะตายด้วยน้ำมือของหลินเหยียน นั่นก็หมายความว่าหลินเหยียนมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีพลังเทียบเท่าระดับสังหารปราณสมุทรขั้นที่สี่ได้ พลังฝึกตนระดับนี้ทำให้เขารู้สึกกังวล
ต้องรู้ไว้ว่าศิษย์ที่มีพลังฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สามขึ้นไป มีอัตราการผ่านการทดสอบสูงถึงเจ็ดส่วน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินเหยียนที่สามารถสังหารระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ได้เลย
"คิดจะเดินรอดชีวิตออกมาจากป่าหมื่นอสูรมันจะไปง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไร ต่อให้เขาจะอยู่ระดับปราณสมุทรขั้นที่เก้า หากข้าสั่งให้เขาตาย เขาก็ต้องตาย!"
มุมปากของอินไห่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
หากเขาไม่มีความมั่นใจ จะกล้าปล่อยให้หลินเหยียนเข้าไปในป่าหมื่นอสูรได้อย่างไร
ตามปกติระดับปราณสมุทรขั้นที่สามสามารถผ่านได้ หรือแม้แต่ระดับปราณสมุทรขั้นที่สองก็ยังมีอัตราการผ่านถึงห้าส่วน นั่นเป็นเพราะไม่มีผู้ดูแลเข้าไปแทรกแซง!
ทว่าตอนนี้ เขาไม่อยากให้หลินเหยียนผ่านการทดสอบ หลินเหยียนก็ไม่มีทางผ่านไปได้เด็ดขาด!
โฮก!
สาเหตุที่ป่าหมื่นอสูรถูกเรียกว่าป่าหมื่นอสูร ก็เป็นเพราะภายในป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมาก ทันทีที่หลินเหยียนก้าวเข้าไปในป่าหมื่นอสูร เขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังกึกก้องกังวาน
ดังสนั่นจนหูแทบหนวก!
"ขอเพียงสามารถรอดชีวิตเดินออกจากป่าหมื่นอสูรได้ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป ก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ!"
หลินเหยียนพุ่งทะยานตรงไปยังทิศทางของทางออกป่าหมื่นอสูร
เพิ่งจะเดินออกไปได้ไม่กี่สิบเมตร หลินเหยียนก็พบเจอเข้ากับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง
นั่นคือสัตว์อสูรระดับสอง ลิงยักษ์เหล็กไหล!
ความสูงแปดฉื่อ เมื่อยืนด้วยสองขาจะดูราวกับหอคอยเหล็กสีดำขนาดย่อม เขี้ยวของมันแหลมคมน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ในเวลานี้ ลิงยักษ์เหล็กไหลกำลังกอดซากศพร่างหนึ่งแทะกินอยู่ ศีรษะของซากศพร่างนั้นแหลกเละไปแล้ว ลิ้นของลิงยักษ์เหล็กไหลตวัดตักมันสมองสีเลือดแดงฉานขึ้นมาดูดกลืนราวกับช้อน ภายในปากยังส่งเสียงครางด้วยความสำราญใจอย่างต่อเนื่อง
"นี่คือ ... ผู้ฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ ดูจากเสื้อผ้าแล้วน่าจะเป็นคนที่มาเข้าร่วมการทดสอบของสำนัก! คงจะพบเจอเรื่องไม่คาดฝันเข้าเสียแล้ว!"
หลินเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย
"โฮก!"
ลิงยักษ์เหล็กไหลก็พบเห็นหลินเหยียนเช่นกัน มันรีบทิ้งซากศพในมือที่แทะกินจนเหลือเพียงครึ่งท่อนลงทันที ก่อนจะวิ่งตรงเข้ามาหาหลินเหยียนด้วยความตื่นเต้น
"เจ้าหนุ่มนี่ดวงซวยไปหน่อยนะ ดันถูกส่งตัวเข้าไปในอาณาเขตของลิงยักษ์เหล็กไหลพอดี"
ภายนอก ผู้ดูแลชุดเทามองดูภาพเหตุการณ์ในม่านแสงด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เขาลอบปรายตามองอินไห่ที่อยู่ข้างๆ อย่างลึกซึ้ง
ภายในป่าหมื่นอสูร การกระจายตัวของสัตว์อสูรนั้นมีกฎเกณฑ์อยู่ สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดล้วนอาศัยอยู่ในส่วนลึกที่สุดของป่าหมื่นอสูร
และตามปกติแล้ว ในการทดสอบของสำนัก ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบจะถูกส่งตัวไปไว้ที่บริเวณรอบนอกก่อน
ทว่าหลินเหยียนกลับถูกส่งตัวเข้าไปในส่วนลึกของป่าหมื่นอสูร
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก
"บางทีเขาอาจจะดวงไม่ดีเองกระมัง"
มุมปากของอินไห่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมโหด
ผู้ดูแลชุดเทาทอดถอนใจ ไฉนเขาจะมองไม่ออกว่านี่เป็นฝีมือการเล่นตุกติกอย่างลับๆ ของอินไห่
ทว่าแม้เขาจะรู้สึกชื่นชมหลินเหยียนอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่คุ้มค่าที่จะต้องไปล่วงเกินบุคคลระดับผู้ดูแลเหมือนกันเพียงเพื่อคนตายคนหนึ่ง
"โฮก!"
ภายในป่าหมื่นอสูร ลิงยักษ์เหล็กไหลวิ่งตะบึงเข้าหาหลินเหยียน ต้นไม้ขนาดเท่าปากชามตลอดเส้นทางที่มันวิ่งผ่านล้วนถูกชนจนหักสะบั้น กรงเล็บอันแหลมคมนั้นเพียงพอที่จะตบพังทลายร่างของผู้ฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ให้แหลกละเอียดได้
"ความแข็งแกร่งของลิงยักษ์เหล็กไหลตัวนี้อย่างน้อยก็เทียบเท่าระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ เมื่อบวกกับข้อได้เปรียบทางด้านร่างกายแล้ว คาดว่าต่อให้เป็นระดับปราณสมุทรขั้นที่ห้ามาเจอเข้าก็ยังต้องตกอยู่ในอันตราย!"
"หากเป็นเมื่อสิบวันก่อน ข้ามาเจอสถานการณ์แบบนี้คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย! ทว่าตอนนี้ล่ะก็!"
ภายในดวงตาของหลินเหยียนปรากฏความแหลมคมวาบผ่าน เขากำหมัดแน่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลิงยักษ์เหล็กไหลอย่างดุดัน
"โฮก!"
ภายในร่างกายของหลินเหยียน กลุ่มแสงสีทองกลุ่มหนึ่งระเบิดออกมา
นั่นคือรอยประทับหมัดมังกรโลหิต!
ทว่ารอยประทับหมัดมังกรโลหิตนี้ไม่ใช่สีเลือดอีกต่อไป แต่กลับเป็นสีทอง!
นี่คือลมปราณมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นหลังจากบ่มเพาะจนบรรลุระดับซ่อนเร้น ลมปราณเพียงหนึ่งสายก็แข็งแกร่งกว่าลมปราณสีเลือดก่อนหน้านี้เป็นสิบเท่าตัว
ตู้ม!
ชั่วพริบตานั้น ร่างของลิงยักษ์เหล็กไหลก็ถูกซัดจนแหลกละเอียด
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปทั่วฟ้าดิน
หลินเหยียนอ้าปากดูดกลืน พลังชีวิตและเลือดลมจำนวนมหาศาลก็ถูกสูบเข้าไปในร่างกาย
"ที่แท้ตรงนี้ก็มีทางลัดอยู่นี่เอง"
จากความทรงจำของลิงยักษ์เหล็กไหล หลินเหยียนได้รับรู้ว่าในตอนนี้ตนเองกำลังอยู่ในส่วนลึกที่สุดของป่าหมื่นอสูร ซึ่งอยู่ห่างจากทางออกไม่ไกลนัก สามารถเดินทางออกจากป่าหมื่นอสูรได้อย่างง่ายดาย
ทันใดนั้นเขาก็เดินตามความทรงจำของลิงยักษ์เหล็กไหล มุ่งหน้าไปยังทิศทางของภูเขาลูกย่อมๆ ลูกหนึ่งทันที
ภายนอก ผ่านทางค่ายกลอักขระยันต์ อินไห่และหลินสยงก็มองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในป่าหมื่นอสูรเช่นกัน
"อะไรนะ ลิงยักษ์เหล็กไหลยังไม่ใช่คู่มือของเขางั้นหรือ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอินไห่แข็งค้างไป ลิงยักษ์เหล็กไหลตัวนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างมาก ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับปราณสมุทรขั้นที่ห้ามาเจอเข้าก็ยังต้องตกอยู่ในอันตราย
นับว่าเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่ค่อนข้างแข็งแกร่งภายในป่าหมื่นอสูรอย่างแน่นอน
ทว่ากลับถูกหลินเหยียนซัดดับคาที่ด้วยหมัดเดียว ไอ้หนุ่มที่ชื่อหลินเหยียนคนนี้ตกลงมีความแข็งแกร่งระดับไหนกันแน่
"ผู้ดูแลอินไห่ สามารถไล่เขาออกมาได้หรือไม่"
หลินสยงมีสีหน้าวิตกกังวล คนอื่นอาจจะไม่รู้ ทว่าเขารู้ดีว่าเคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภาสามารถดูดกลืนพลังชีวิตของศัตรูมาบำรุงตนเองได้ ภายในป่าหมื่นอสูรมีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมาก หากหลินเหยียนยังคงไล่ล่าต่อไป ไม่แน่ว่าอาจจะใช้โอกาสนี้ทะลวงเข้าสู่ระดับปราณสมุทรได้เลย!
ป่าหมื่นอสูรแห่งนี้สำหรับหลินเหยียนแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่ใช่ลานประหาร แต่มันกลับเป็นดินแดนล้ำค่าสำหรับการฝึกฝนเสียด้วยซ้ำ!
"หากปล่อยเขาออกมาในตอนนี้ ก็เท่ากับปล่อยให้เขาผ่านการทดสอบป่าหมื่นอสูรน่ะสิ!"
อินไห่กล่าวเสียงต่ำ เขาจ้องมองค่ายกลอักขระยันต์เขม็งก่อนจะเอ่ยอย่างเย็นชาว่า
"ในเมื่อได้ล่วงเกินไปแล้ว ก็ต้องเดินหน้าให้ถึงที่สุด! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาลำพังตัวคนเดียวจะสามารถต่อกรกับกองทัพสัตว์อสูรได้!"
อินไห่ประสานอินในมือ จากนั้นก็ซัดตราประทับหลายสายเข้าไปในค่ายกลอักขระยันต์เบื้องหน้า
"อินไห่ การกระทำของเจ้ามันผิดกฎ! หากเรื่องนี้บานปลายขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ตามมาจะยากเกินคาดเดานะ!"
ผู้ดูแลชุดเทาผู้นั้นมีสีหน้าเปลี่ยนไป ในเวลานี้อินไห่กำลังควบคุมค่ายกลอักขระยันต์ที่จัดวางไว้ภายในป่าหมื่นอสูร ผ่านค่ายกลอักขระยันต์นี้จะสามารถดึงดูดสัตว์อสูรจำนวนมากให้มารวมตัวกันได้
เท่ากับการก่อให้เกิดคลื่นสัตว์อสูร
หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบภายในป่าหมื่นอสูรทั้งหมดจะต้องถูกคลื่นสัตว์อสูรกวาดล้างจนตายสิ้น
หากเป็นเช่นนั้น ทางสำนักจะต้องมาสืบสวนหาคนรับผิดชอบอย่างแน่นอน!
"เรื่องนี้ข้ารู้ขอบเขตดี ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์คนอื่นที่เข้าร่วมการทดสอบต้องตายหรอก ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เผลอฆ่าคนตายเพิ่มไปอีกสักสองสามคน อย่างมากก็แค่ให้ท่านปู่ของข้าออกหน้าก็สิ้นเรื่อง เจ้าอย่าแส่เรื่องชาวบ้านจะดีกว่า"
อินไห่ตวัดสายตาอันเย็นชามองผู้ดูแลชุดเทาพร้อมกับกล่าวเตือน
ผู้ดูแลชุดเทามีใบหน้าเขียวคล้ำ ทว่าในท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา
แม้เขาเองก็เป็นผู้ดูแลเช่นกัน อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าอินไห่ ทว่าท่านปู่ของอินไห่เป็นถึงผู้อาวุโสท่านหนึ่งของภูเขาสายนอก ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือความแข็งแกร่ง ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถล่วงเกินได้เลย