เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ระดับซ่อนเร้น

บทที่ 11 - ระดับซ่อนเร้น

บทที่ 11 - ระดับซ่อนเร้น


"สัญชาตญาณการต่อสู้ของไอ้เด็กนี่แข็งแกร่งมาก มันมองจุดอ่อนของพวกเจ้าออกทะลุปรุโปร่ง!"

หลินอู่สามารถอยู่ข้างกายหลินเทียนฮ่าวมาได้ตั้งหลายปี ย่อมไม่ใช่พวกมีดีแค่ชื่อ เพียงปรายตามองก็รู้ถึงปัญหาแล้ว

"บัดซบ มิน่าล่ะถึงสามารถสังหารนายน้อยหลินหู่ได้ ไอ้เด็กนี่ปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด!"

ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากหลินเหยียน ขืนปล่อยให้หลินเหยียนเติบโตต่อไป เกรงว่าคงจะได้กลายเป็นอัจฉริยะของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์เข้าจริงๆ

"พวกเจ้าไม่คิดบ้างหรือ ว่าตอนนี้สิ่งที่พวกเจ้าควรจะพิจารณาให้มากที่สุดก็คือชีวิตของตัวเองต่างหาก"

หลินเหยียนเย้ยหยัน

โฮก!

มังกรศักดิ์สิทธิ์สีทองทั้งเก้าตัวคำรามก้อง เคล็ดวิชาหมัดที่เทียบเท่าระดับเร้นลับขั้นสมบูรณ์บวกกับพลังจิตของผู้ใช้วันต์ขั้นมหายาน ทำให้กระบวนท่าของหลินเหยียนดุดันไร้เทียมทาน องครักษ์ตระกูลหลินเหล่านั้นล้วนถูกซัดจนกระอักเลือด

องครักษ์หลายคนตื่นตระหนก ทำได้เพียงร้องขอความช่วยเหลือจากหลินอู่ "ท่านหลินอู่ ไอ้เด็กนี่เกรงว่าคงต้องรบกวนท่านลงมือเองแล้ว ... "

"ไอ้พวกโง่เขลา แค่เด็กรุ่นหลังคนเดียวยังเอาชนะไม่ได้ ไสหัวไปให้พ้น!"

หลินอู่ตวาดลั่นก่อนจะพุ่งทะยานเข้ามา

พลังฝึกตนของเขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่าองครักษ์ตระกูลหลินพวกนั้นมากนัก เขาอยู่เพียงระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม

ทว่ากระบวนท่าและวิสัยทัศน์ของเขากลับเหนือชั้นกว่าองครักษ์เหล่านั้นมากนัก ทุกกระบวนท่าแฝงไปด้วยจิตสังหารอันดุดันเหี้ยมโหด

ต่อให้เป็นหลินเหยียน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินอู่ก็ยังรู้สึกตึงมืออยู่บ้าง

"รอยประทับหมัดมังกรโลหิต!"

หลินเหยียนระเบิดไม้ตายออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนหลินอู่ก็งัดกระบวนท่าสังหารออกมาปะทะเช่นกัน การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือด

ปัง ปัง ปัง!

สิบกระบวนท่า สามสิบกระบวนท่า ห้าสิบกระบวนท่า ... ป่าเขารอบด้านล้วนถูกลมปราณทำลายจนย่อยยับ ทว่ายอดฝีมือทั้งสองกลับยิ่งสู้ยิ่งดุดัน

"สมแล้วที่เป็นท่านหลินอู่ ประสบการณ์การต่อสู้จริงเหนือชั้นกว่าพวกเรามากนัก!"

องครักษ์ตระกูลหลินเหล่านั้นต่างก็เผยสีหน้าเคารพยำเกรง

"ไอ้เด็กสารเลวนี่ก็ช่างเหลือเชื่อนัก ถึงกับอาศัยพลังระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าต่อกรกับท่านหลินอู่ได้ถึงขนาดนี้!"

ความแข็งแกร่งของหลินเหยียนก็ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงเช่นกัน

ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าปะทะระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม ห่างกันถึงสี่ขั้นย่อยเชียวนะ!

หลินเหยียนกลับสามารถข้ามระดับต่อสู้ได้ ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

หากเปลี่ยนเป็นอัจฉริยะคนอื่น คงพ่ายแพ้ไปตั้งนานแล้ว

ทว่าแม้จะทึ่งในฝีมือของหลินเหยียน แต่องครักษ์เหล่านี้กลับมีความมั่นใจในตัวหลินอู่อย่างเต็มเปี่ยม

"ไอ้เด็กนี่อย่างไรเสียก็เป็นแค่ระดับหล่อเลี้ยงปราณ อาศัยข้อได้เปรียบทางด้านเคล็ดวิชาต่อสู้ ช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะพอประมือกับท่านหลินอู่ได้ แต่นานไป ไอ้เด็กนี่จะต้องตายเพราะสูญเสียลมปราณจนหมดสิ้นอย่างแน่นอน!"

ในความเป็นจริงหลินเหยียนก็ตระหนักถึงจุดนี้เช่นกัน

เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณในร่างกายที่กำลังลดทอนลง ภายในใจร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง

"ระดับหล่อเลี้ยงปราณก็คือระดับหล่อเลี้ยงปราณอยู่วันยังค่ำ ลมปราณภายในร่างกายยังเบาบาง ต่อให้ชีพจรยุทธ์ของข้าจะเป็นชีพจรยุทธ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่ความหนาแน่นของลมปราณก็เทียบเท่าได้แค่ระดับปราณสมุทรขั้นที่หนึ่งเท่านั้น หลินอู่เป็นยอดฝีมือระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม ลมปราณของเขาหนาแน่นกว่าข้าถึงสามเท่า หากยืดเยื้อต่อไปข้าต้องแพ้แน่!"

"ต้องหาทางจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด!"

"ดูเหมือนคงต้องใช้เคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อยเสียแล้ว!"

หลินเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก มือประสานอิน ตราประทับแสงจางๆ พุ่งออกไปในทันที

"ตราประทับยันต์วิญญาณ!"

นี่คือวิชายันต์ที่ได้มาจากตัวลู่ซาน เคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อยสามารถกระตุ้นคลื่นพลังจิตได้

คลื่นพลังจิตสายนี้เป็นเพียงขั้นมหายานช่วงต้น ซึ่งสอดคล้องกับระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม แม้จะยังไม่สามารถสังหารหลินอู่ได้ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พลังจิตของหลินอู่ถูกสั่นคลอน

"นี่มันวิชาอะไรกัน"

ชั่วพริบตาหลินอู่ก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย ราวกับถูกใครเอาไม้กระบองลอบตีหัวอย่างไรอย่างนั้น

"ตอนนี้แหละ!"

หลินเหยียนฉวยโอกาสนี้ซัดหมัดออกไปอย่างแรง กระแทกเข้าที่ศีรษะของหลินอู่เต็มๆ

หากหลินอู่อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมสมบูรณ์ ย่อมสามารถใช้พลังฝึกตนต้านทานหมัดนี้ได้ ทว่าเวลานี้จิตวิญญาณของหลินอู่ได้รับความเสียหาย อาการเหมือนคนเมามาย เขาจึงไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที

ผัวะ!

ภายใต้หมัดนี้ ศีรษะของหลินอู่ก็ปริแตก เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด

"แย่แล้ว!"

แม้หลินอู่จะไม่รู้ว่าพลังจิตคืออะไร แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าวิชาของหลินเหยียนนั้นแปลกประหลาด มันทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะสับสน หากดันทุรังสู้ต่อไปต้องตายแน่

ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบถอยร่นหมายจะทิ้งระยะห่างจากหลินเหยียน

แต่ในเมื่อตอนนี้หลินเหยียนเป็นฝ่ายได้เปรียบ มีหรือจะยอมปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ

"หลินอู่ ไปตายซะ เคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อย!"

คลื่นพลังจิตโหมกระหน่ำซัดเข้ามาอีกหลายระลอกราวกับคลื่นน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง สมองของหลินอู่ยังไม่ทันจะแจ่มใสก็ต้องมาเผชิญกับอาการวิงเวียนอีกครั้ง ซ้ำร้ายยังรุนแรงกว่าเดิมเสียด้วย

เขาถึงกับรู้สึกโลกหมุนคว้าง สูญเสียการควบคุมพลังในร่างกายไปโดยสิ้นเชิง

"บัดซบ ข้าไม่ยอม ... "

ในท้ายที่สุด หลินอู่ก็ต้องส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา ก่อนจะถูกหลินเหยียนซัดจนตาย กะโหลกศีรษะระเบิด มันสมองสาดกระจาย

"ท่านหลินอู่ตายแล้ว ... "

องครักษ์ตระกูลหลินเหล่านั้นต่างก็ลนลาน แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าข้ามระดับสังหารปราณสมุทรขั้นที่สาม พลังต่อสู้นี้มันช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร!

เกรงว่าต่อให้อยู่ในสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ คนผู้นี้ก็คงถูกนับว่าเป็นอัจฉริยะแล้วกระมัง!

เมื่อไร้ซึ่งขวัญกำลังใจในการต่อสู้ องครักษ์ทั้งหมดก็ทิ้งอาวุธวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างลนลาน

"ราวกับทรายที่ไร้การเกาะกุม"

หลินเหยียนหัวเราะหยัน หากคนพวกนี้ร่วมมือกันต่อต้าน ต่อให้เขาอยากจะฆ่าก็คงต้องเปลืองแรงไม่น้อย แต่เมื่อพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้ มันก็เปิดโอกาสให้เขาไล่เก็บทีละคนได้อย่างง่ายดาย

"รอยประทับหมัดมังกรโลหิต!"

ไม่กี่นาทีต่อมา องครักษ์ตระกูลหลินทั้งหมดก็ถูกหลินเหยียนสังหารจนสิ้น

"เคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภา!"

จากนั้นหลินเหยียนก็เริ่มกลืนกินพลังของคนเหล่านี้เพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตนเอง

ความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้ เหนือกว่ายอดฝีมือทุกคนที่หลินเหยียนเคยกลืนกินมาก่อนหน้านี้มากนัก ทว่าไม่รู้ทำไม ไม่ว่าหลินเหยียนจะกลืนกินไปมากเท่าใด ร่างกายของเขาก็เป็นดั่งหลุมไร้ก้น ไม่อาจทะลวงเข้าสู่ระดับปราณสมุทรได้เสียที

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าการฝึกฝนของข้ามีปัญหา"

จนใจ หลินเหยียนทำได้เพียงปลุกท่านมังกรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

"เคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภาแตกต่างจากเคล็ดวิชาอื่น วิชานี้จำเป็นต้องฝึกฝนให้ถึงระดับซ่อนเร้น" ท่านมังกรศักดิ์สิทธิ์ตอบ

"ระดับซ่อนเร้นหรือ" หลินเหยียนเพิ่งจะเคยได้ยินคำกล่าวนี้เป็นครั้งแรก

"ถูกต้อง ระดับซ่อนเร้น อธิบายง่ายๆ ก็คือ คนอื่นมีระดับหล่อเลี้ยงปราณเก้าขั้น แต่เจ้ามีระดับหล่อเลี้ยงปราณสิบขั้น!"

ท่านมังกรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

ระดับหล่อเลี้ยงปราณมีชีพจรยุทธ์เก้าเส้น ส่วนระดับซ่อนเร้นก็คือการหลอมรวมชีพจรยุทธ์ทั้งเก้าเส้นให้กลายเป็นเส้นที่สิบ

ตู้ม!

ครึ่งชั่วยามต่อมา

เสียงมังกรคำรามดังก้องมาจากภายในร่างกาย หลินเหยียนลืมตาขึ้น

ภายในร่างกายของเขา ชีพจรยุทธ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าเส้นหายไปแล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือชีพจรยุทธ์มังกรแท้จริงสีทองหนึ่งเส้น

ทว่าแม้จะมีเพียงเส้นเดียว แต่หลินเหยียนกลับรู้สึกได้ว่าพลังในร่างกายของเขา แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่มีเก้าเส้นเสียอีก!

นอกจากนี้ รอยประทับหมัดมังกรโลหิตก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

รอยประทับหมัดมังกรโลหิตระดับที่เก้าเป็นเพียงระดับเร้นลับขั้นสมบูรณ์ ทว่ารอยประทับหมัดมังกรโลหิตระดับที่สิบ กลับเป็นถึงระดับเร้นลับขั้นสมบูรณ์แบบ!

แม้จะดูต่างกันแค่คำเดียว แต่อานุภาพกลับห่างกันราวฟ้ากับดิน!

"น่าเสียดาย ที่ยังคงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปราณสมุทรได้อยู่ดี!"

หลินเหยียนทอดถอนใจ

"นอกเสียจากจะมีเลือดบริสุทธิ์ธาตุมังกรระดับสอง มิฉะนั้นต่อให้เจ้าดูดซับทรัพยากรไปมากเพียงใด เจ้าก็ไม่มีทางทะลวงระดับได้หรอก นี่คือข้อจำกัดของตัวเคล็ดวิชาเอง"

ท่านมังกรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

"ดูเหมือนคงทำได้แค่ไปเสี่ยงดวงที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์เสียแล้ว!"

หลินเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก เขาไม่ได้เลือกกลับไปที่ตระกูลหลิน แต่กลับควบม้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์โดยตรง

ในขณะเดียวกัน ณ ตระกูลหลิน

หลินสยงกำลังฝึกวิชาอยู่ จู่ๆ ป้ายหยกที่เอวของเขาก็แตกสลาย หลินสยงมองป้ายหยกนั้นพร้อมกับมีสีหน้ามืดครึ้มลง

"หลินอู่หรือ ภารกิจล้มเหลวงั้นหรือ"

"ไอ้เด็กสารเลวนั่นดวงแข็งจริงๆ! ถึงกับขนาดที่หลินอู่ก็ยังไม่ใช่คู่มือของมัน!"

คำพูดนี้ของหลินสยง ทำให้บรรยากาศรอบด้านเกิดเสียงสูดลมหายใจด้วยความตื่นตะลึง "หลินเหยียนใช้เวลาเพียงสั้นๆ กลับเติบโตมาได้ถึงขั้นนี้แล้วเชียวหรือ"

พวกเขาล้วนรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของหลินอู่ดี ระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม แถมยังมีองครักษ์ตระกูลหลินคอยช่วยเหลือ หากร่วมมือกันเกรงว่าคงสามารถล้อมฆ่าผู้ฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สี่ได้เลยทีเดียว! ทว่ายอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้ กลับถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น!

ความแข็งแกร่งของหลินเหยียนนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ย่อมจินตนาการได้ไม่ยาก!

"ถ้ารู้แต่แรกว่าหลินเหยียนจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ พวกเราก็ไม่ควรกีดกันเขา ควรจะสนับสนุนเขาเสียมากกว่า ... "

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น

คำพูดนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสต่างก็พากันเงียบกริบ หากตอนนั้นพวกเขาเลือกที่จะสนับสนุนหลินเหยียน ในวันข้างหน้าเมื่อหลินเหยียนผงาดขึ้นมา พวกเขาก็ย่อมพลอยได้ดีไปด้วย

แต่ตอนนี้พวกเขากลับไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลินเหยียน ไปล่วงเกินอัจฉริยะที่มีศักยภาพ ช่างทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับเสียจริง!

"หึ มาพูดเอาป่านนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องหาทางกำจัดไอ้เด็กนั่นทิ้งเสีย! หากปล่อยให้มันรอดชีวิตไปได้ พวกเราทุกคนจะต้องตายกันหมด!" ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งแค่นเสียงเย็น

คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ต่างก็ใจสั่นสะท้าน หลินเหยียนอายุเพียงสิบกว่าปี ก็มีความแข็งแกร่งระดับสังหารหลินอู่ได้แล้ว ใครจะกล้าจินตนาการถึงอนาคตล่ะ

เกรงว่าอีกไม่กี่ปี หลินเหยียนก็คงสามารถบรรลุถึงระดับที่ทำให้ทั่วทั้งเมืองชิงสือต้องแหงนหน้ามองแล้ว!

และพวกเขาที่เคยล่วงเกินหลินเหยียน ย่อมไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่!

หลินสยงพยักหน้า "พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจะไปที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์เดี๋ยวนี้ เพื่อไปดักสังหารไอ้เด็กนั่นที่สำนัก"

"ผู้อาวุโสสูงสุด หรือว่าท่านยังมีคนรู้จักอยู่ในสำนักกระบี่มังกรสวรรค์อีกหรือ"

ผู้อาวุโสหลายท่านประหลาดใจ

"หลายปีมานี้ที่ข้าดำรงตำแหน่งนี้ ย่อมต้องมีการติดต่อกับผู้คนเบื้องบนบ้างอยู่แล้ว มีผู้ดูแลของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ผู้หนึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับข้า"

หลินสยงหัวเราะเยาะ

ปีนั้นที่เขาพยายามผูกมิตรกับผู้ดูแลของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ ก็เป็นเพียงเพราะกังวลว่าลูกชายของตนจะไม่มีปัญญาเข้าเป็นศิษย์สำนักด้วยความสามารถของตนเอง ถึงเวลานั้นก็จะได้ใช้เงินทองเพื่อเปิดทางให้

นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้กลับได้นำมาใช้ประโยชน์เข้าจริงๆ

จากนั้นหลินสยงก็ออกเดินทาง มุ่งหน้าไปยังสำนัก

...

ช่วงเวลาหลายวันหลังจากนั้น หลินเหยียนต้องใช้ชีวิตกินนอนกลางป่าเขาลำเนาไพร

จนกระทั่งเจ็ดวันต่อมา ในที่สุดหลินเหยียนก็เดินทางมาถึงสำนักกระบี่มังกรสวรรค์

"ดูเหมือนข้าจะโชคดีนะเนี่ย ที่มาประจวบเหมาะกับช่วงที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์กำลังคัดเลือกศิษย์พอดี"

เวลานี้ที่เชิงเขาของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ มีผู้ฝึกตนมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น

จากความทรงจำของหลินอู่ หลินเหยียนได้รับรู้ว่าสำนักกระบี่มังกรสวรรค์จะมีการจัดการทดสอบศิษย์ปีละหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็จะทำให้อัจฉริยะจากเมืองต่างๆ พากันคลุ้มคลั่ง

ท้ายที่สุดแล้วการเข้าร่วมสำนัก ก็เท่ากับการได้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในคราวเดียว!

"เอ๊ะ นั่นมันหลินสยงนี่!"

จู่ๆ รูม่านตาของหลินเหยียนก็หดแคบลง

เขามองเห็นว่าที่จุดลงทะเบียนหน้าประตูภูเขา หลินสยงผู้นำตระกูลหลิน กำลังยืนคุยกับผู้ดูแลหลายคนด้วยท่าทีนอบน้อม

"หลินสยงก็มาที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์ด้วย การที่เขามาที่นี่ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้ข้าได้เป็นศิษย์ของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์แน่ๆ"

ฐานะศิษย์สำนักกระบี่มังกรสวรรค์นั้นไม่ใช่แค่ชื่อเสียงจอมปลอม ภายในอาณาเขตของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ หากใครกล้าล่วงเกินศิษย์ของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ จะต้องถูกลงโทษจากทางสำนัก!

เคยมีตระกูลระดับเจ้าเมืองตระกูลหนึ่งเผลอสังหารศิษย์ของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ไปโดยไม่รู้ตัว ภายหลังผู้อาวุโสของสำนักก็ลงมือลบตระกูลระดับเจ้าเมืองนั้นทิ้งไปในทันที

หลินสยงคงกังวลว่าเขาจะได้เป็นศิษย์ของสำนัก จึงได้จงใจเดินทางมาดักสังหารที่นี่

ในขณะที่หลินเหยียนกำลังมองไปที่หลินสยง หลินสยงก็คล้ายจะสัมผัสได้ จึงหันมามองทางหลินเหยียนเช่นกัน

หลินสยงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้านั้นจะเผยความดีใจออกมา เขารีบกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของผู้ดูแลชุดเขียวคนหนึ่ง จากนั้นผู้ดูแลชุดเขียวคนนั้นก็เดินมาทางหลินเหยียนพร้อมกับหลินสยง

"แย่แล้ว พวกมันเห็นข้าแล้ว!"

หลินเหยียนใจหายวาบ สบถในใจว่าแย่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 11 - ระดับซ่อนเร้น

คัดลอกลิงก์แล้ว