เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - เหตุพลิกผัน

บทที่ 10 - เหตุพลิกผัน

บทที่ 10 - เหตุพลิกผัน


"เฮ้อ!"

ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"เหยียนเอ๋อร์ เจ้าช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก ถึงกับกล้าสังหารหลินหู่ เจ้าก็รู้ดีว่าการทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการล่วงเกินหลินสยงอย่างถึงที่สุด!"

หลินเทียนฮ่าวทอดถอนใจ

"เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะปล่อยข้าไปอยู่แล้ว แล้วข้าจะไว้หน้าเขาไปทำไมกันล่ะ รอให้ข้าเข้าร่วมสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้ หลินสยงจะทำอะไรข้าได้"

หลินเหยียนยิ้มบางๆ

"ก็จริง ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า การเข้าร่วมสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ก็คงไม่ใช่ปัญหา"

การสามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของผู้ฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่เจ็ดด้วยพลังฝึกตนเพียงระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้าได้ เพียงแค่วิธีการนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ในเมืองชิงสือเหล่านั้นจะเทียบเคียงได้แล้ว มีเพียงศิษย์ของสำนักใหญ่เท่านั้นถึงจะทำได้

หลินเหยียนบรรลุมาตรฐานของศิษย์สำนักใหญ่ไปแล้วอย่างแน่นอน

"นี่คือโองการของบรรพชน ท่านปู่สาม ท่านเก็บเอาไว้เถอะขอรับ"

หลินเหยียนส่งป้ายคำสั่งที่หยิบมาจากร่างบรรพชนให้กับหลินเทียนฮ่าว

ทว่าหลินเทียนฮ่าวกลับผลักมันกลับมา

"หลินเหยียน นี่คือป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์ และยังเป็นของแทนใจที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์ทิ้งเอาไว้ ผู้ที่ครอบครองสิ่งนี้จะสามารถเดินทางไปยังสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้!"

"ป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์หรือ มันต่างอะไรกับโควตาตัวแทนล่ะขอรับ"

หลินเหยียนประหลาดใจ

"โควตาตัวแทนคือสิ่งที่เปิดโอกาสให้เจ้าสามารถเข้าร่วมงานประลองศิษย์ที่สำนักกระบี่มังกรสวรรค์จัดขึ้นได้ ส่วนป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์นั้น สามารถทำให้เจ้ากลายเป็นศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้โดยตรง!"

หลินเทียนฮ่าวยิ้มพร้อมกับอธิบาย

เดิมทีเขาก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าหลินเหยียนจะสามารถนำป้ายคำสั่งมังกรสวรรค์ออกมาได้

ของสิ่งนี้คือสิ่งที่บรรพชนตระกูลหลินได้รับประทานมาจากการทำภารกิจให้กับสำนักเมื่อร้อยปีก่อน ทั่วทั้งเมืองชิงสือมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง แบบนี้ไม่ได้แปลว่าข้าไม่ต้องเข้าร่วมงานประลองตัวแทนแล้วหรอกหรือ!"

ดวงตาของหลินเหยียนเป็นประกาย

"ถูกต้อง เจ้าเก็บของสิ่งนี้ไว้ให้ดี คืนนี้เจ้าก็ออกเดินทางได้เลย"

หลินเทียนฮ่าวกล่าว

"ไปไหนหรือขอรับ" หลินเหยียนชะงักไปเล็กน้อย

"สำนักกระบี่มังกรสวรรค์"

หลินเทียนฮ่าวกล่าว

"รีบร้อนขนาดนี้เลยหรือขอรับ"

หลินเหยียนไม่เข้าใจ

เขาเพิ่งจะได้กลายเป็นผู้นำตระกูลหลิน ยังไม่ทันได้กุมอำนาจให้มั่นคงก็ต้องจากไปแล้ว เขากังวลว่าหลินสยงจะกลับมาก่อกบฏอีกหรือไม่

"ไม่ทันแล้ว ข้าไม่มีเวลาแล้วล่ะ!"

หลินเทียนฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง

เขาเลิกเสื้อคลุมขึ้น ภายใต้เสื้อผ้านั้นปรากฏกลิ่นอายแห่งความตายจางๆ แผ่ซ่านออกมา

"ท่านปู่สาม ท่าน ... "

สีหน้าของหลินเหยียนเปลี่ยนไป

"การออกจากวาระเก็บตัวของข้าในครั้งนี้ ความจริงแล้วก็เพื่อพยุงลมหายใจเฮือกสุดท้ายมาคอยหนุนหลังเจ้าเท่านั้น"

หลินเทียนฮ่าวยิ้มขื่น

ครั้งก่อนเขาเก็บตัวฝึกฝนขั้นเด็ดขาดเพื่อหมายจะทะลวงเข้าสู่ระดับวิญญาณสมุทรทว่ากลับไม่สำเร็จและถูกตีกลับ ทำให้อายุขัยสูญสิ้นไปถึงเก้าส่วนเก้าในพริบตา

หากไม่ใช่เพราะต้องทนฝืนเพื่อปกป้องหลินเหยียน เขาคงละสังขารไปตั้งนานแล้ว

แต่ตอนนี้ เขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว อย่างมากก็คงอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่วันก่อนจะละสังขาร

ถึงเวลานั้นเมื่อไม่มีใครในตระกูลสามารถต่อกรกับหลินสยงได้ หลินเหยียนก็ต้องพบกับทางตัน

"หากข้าจากไป ตระกูลหลินจะไม่ตกไปอยู่ในมือของหลินสยงหรอกหรือ"

หลินเหยียนเอ่ยเสียงขรึม

"เจ้าคือผู้นำตระกูลหลินที่ชอบธรรม ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ วันข้างหน้าเจ้าก็สามารถกลับมากอบกู้สถานการณ์ได้ แต่หากเจ้าตาย ทุกอย่างก็สิ้นหวังแล้วจริงๆ"

หลินเทียนฮ่าวกล่าว

"ตกลง! เช่นนั้นข้าจะทำตามที่ท่านปู่สามบอก คืนนี้ข้าจะออกเดินทาง"

หลินเหยียนพยักหน้า

"อืม คืนนี้ข้าจะให้หลินอู่เป็นคนไปส่งเจ้า"

หลินอู่คือคนสนิทของหลินเทียนฮ่าว เขาเป็นหัวหน้าหน่วยคุมกฎตระกูลหลินและเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก มีพลังฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สาม

อีกด้านหนึ่ง หลินสยงได้กลับมาถึงจวนของตนเองแล้ว

ในขณะเดียวกันก็มีผู้อาวุโสในสายเลือดของหลินสยงอีกหลายท่านติดตามมาด้วย

บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างก็มีสีหน้าอึดอัดใจ "พี่ใหญ่ หรือว่าท่านคิดจะยอมแพ้แล้วจริงๆ"

"หึ ยอมแพ้งั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร อีกไม่นานตระกูลหลินทั้งตระกูลก็จะเป็นของข้าอยู่แล้ว ทำไมข้าถึงต้องยอมแพ้ด้วย"

หลินสยงหัวเราะเยาะ

"แล้วทำไมวันนี้ท่านถึงยอมล่าถอยไปเองล่ะ"

ทุกคนไม่เข้าใจ

"พวกเจ้ามองไม่ออกเลยหรืออย่างไร อายุขัยของหลินเทียนฮ่าวใกล้จะหมดลงแล้ว เขาอยู่ได้อีกไม่กี่วันหรอก การที่ข้าทำในตอนนี้ก็แค่ยอมถอยเพื่อรุกก้าวต่อไป ทำให้เขาตายใจก็เท่านั้นเอง"

หลินสยงทำหน้าตาราวกับว่าสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือได้

สำหรับอาการของหลินเทียนฮ่าว เขาคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าอีกฝ่ายจะซ่อนเร้นไว้ได้ดีเพียงใด แต่เขาก็มองออกว่าหลินเทียนฮ่าวนั้นภายนอกดูแข็งแกร่งทว่าภายในอ่อนแอ

"แต่หลินเหยียนก็ได้เป็นผู้นำตระกูลคนใหม่ไปแล้ว ... ต่อให้รอจนหลินเทียนฮ่าวตาย พวกเราก็เข้ายึดครองตระกูลหลินได้ยากอยู่ดีนะ"

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งขมวดคิ้ว

"ตระกูลหลินจะตกไปอยู่ในมือของใคร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบธรรม แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งต่างหาก! ต่อให้สวมมงกุฎให้กับมดปลวก มันก็ไม่สามารถเป็นกษัตริย์ที่ปกครองทุกสรรพสิ่งได้หรอก!"

หลินสยงเอ่ยเสียงเรียบ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสต่างก็พากันนับถืออย่างหมดใจ "ท่านผู้อาวุโสสูงสุดช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลินเทียนฮ่าวตาบอดจริงๆ ที่ไปเลือกเด็กรุ่นหลัง ลำพังแค่มันจะไปปกครองตระกูลหลินได้อย่างไร"

"ถูกต้อง!"

ทุกคนพากันพูดสนับสนุน

"แต่ถ้าสมมติว่าไอ้เด็กนั่นเข้าร่วมสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้ล่ะจะทำอย่างไร รอจนหลินเทียนฮ่าวตาย ไอ้เด็กนั่นก็ได้กลายเป็นศิษย์สำนักกระบี่มังกรสวรรค์ไปแล้ว ถึงเวลานั้นหากพวกเราอยากจะยึดตระกูลหลินคืนก็คงยากอยู่ดี ... "

มีคนตั้งคำถาม

"พวกเจ้าคิดว่ามันจะมีชีวิตรอดไปถึงสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ได้งั้นหรือ สิ่งที่ข้าเตรียมการเอาไว้ ไม่ได้มีเพียงแค่แผนเดียวหรอกนะ!"

หลินสยงยิ้มเยาะ

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสหลายท่านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ใจสั่นสะท้าน คล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาได้ พวกเขาพากันเผยสีหน้าตกตะลึง "หรือว่าแม้แต่เขาคนนั้นก็ถูก ... "

คืนนั้นเอง ก็มีขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากตระกูลหลิน

รถมาคันนี้คือขบวนคุ้มกันที่ผู้นำตระกูลเฒ่าหลินเทียนฮ่าวเป็นคนจัดเตรียมเอาไว้ โดยมีหลินอู่เป็นผู้นำ มีหน้าที่คุ้มครองหลินเหยียนเดินทางไปยังสำนักกระบี่มังกรสวรรค์

กุบกับ กุบกับ!

หลังจากออกจากเมืองชิงสือ รถม้าก็ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางของสำนักกระบี่มังกรสวรรค์ ทว่ากลับมุ่งตรงไปยังภูเขาต้าหลงนอกเมืองชิงสือแทน

"ผู้อาวุโสหลินอู่ ท่านมาผิดทางแล้วมั้ง"

หลินเหยียนเลิกม่านขึ้น เมื่อมองเห็นทิวเขาที่มืดมิดทอดยาวสลับซับซ้อน เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

ภูเขาต้าหลงคือดินแดนรกร้างนอกเมืองชิงสือ มันอันตรายอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็นสำนักคุ้มภัยภายใต้สังกัดของจวนเจ้าเมืองก็ยังไม่กล้าบุกเข้าไปง่ายๆ

"ไม่ผิดหรอก ก็เส้นทางนี้แหละ"

หลินอู่ที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าหันขวับกลับมา ภายใต้เสื้อคลุมสีดำนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเย็นชาและโหดเหี้ยม ทำให้หลินเหยียนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

"หยุดรถ ข้าจะกลับ!"

หลินเหยียนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงตวาดลั่นทันที

ทว่ารถม้าของหลินอู่ไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่มันกลับเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น หลินเหยียนไม่สามารถนั่งเฉยอยู่ได้อีกต่อไป เขากระโจนลงมาจากรถม้าทันที

"ฮี้ๆ!"

ม้าศึกส่งเสียงร้อง หลินอู่กระโดดลงมาจากรถม้าเช่นกัน ในขณะเดียวกันก็มียอดฝีมือของตระกูลหลินอีกหลายคนพากันกระจายกำลังเข้าปิดล้อมหลินเหยียนเอาไว้

"ผู้อาวุโสหลินอู่ ท่านกำลังทำอะไร หรือว่าท่านคิดจะทรยศผู้นำตระกูลเฒ่าอย่างนั้นหรือ" หลินเหยียนหรี่ตาลงพร้อมกับตั้งท่าระวังตัว เพราะเขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากตัวหลินอู่และพรรคพวก!

คนพวกนี้ต้องการเอาชีวิตเขา!

"ทรยศงั้นหรือ พูดรุนแรงเกินไปแล้ว เดิมทีข้าก็เป็นคนของผู้อาวุโสสูงสุดอยู่แล้ว ตอนที่ข้ายังไม่ได้เข้าร่วมตระกูลหลิน ผู้อาวุโสสูงสุดมีบุญคุณช่วยชีวิตข้าเอาไว้ หลายปีมานี้ที่ข้าคอยอยู่เคียงข้างผู้นำตระกูลเฒ่า ก็เพื่อจับตาดูเขาเท่านั้นเอง"

หลินอู่ส่ายหน้า

"นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่พ่อข้าก็ยังถูกพวกเจ้าหลอกลวง ไอ้พวกสวะเอ๊ย ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าคงจะต้องชำระล้างตระกูลหลินเสียแล้ว"

หลินเหยียนมีสีหน้ามืดครึ้ม

"ลำพังแค่เจ้าระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เก้า ยังจะคิดชำระล้างตระกูลอีกหรือ ตอนนี้เจ้าควรจะคิดดีกว่าว่าจะตายยังไง"

องครักษ์ชุดดำหลายคนที่อยู่ข้างกายหลินอู่พูดเยาะเย้ย

พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือที่หลินอู่คัดเลือกมากับมือ ความแข็งแกร่งย่อมไม่ธรรมดา อย่างน้อยก็อยู่ระดับปราณสมุทรขั้นที่หนึ่งทั้งนั้น ส่วนคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าก็บรรลุระดับปราณสมุทรขั้นที่สองไปแล้ว

เมื่อยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้ผนึกกำลังกัน เกรงว่าต่อให้ผู้ฝึกตนระดับปราณสมุทรขั้นที่สามมาเจอเข้าก็ยังต้องรู้สึกตึงมือ

แม้หลินเหยียนจะสังหารหลินหู่ไปแล้ว แต่เมื่อเทียบกับระดับนี้แล้ว เขาก็ยังห่างชั้นอยู่อีกมาก

"เอาล่ะ เลิกพูดพร่ำทำเพลงกับมันได้แล้ว รีบส่งมันไปลงนรกเสียที"

หลินอู่เร่งเร้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแทรกซ้อน

"ขอรับ!"

ทันใดนั้น องครักษ์ชุดดำเหล่านั้นก็พากันลงมือและพุ่งเข้าสังหารหลินเหยียน

ฉับ ฉับ!

รังสีดาบสีเงินอันดุดันฟาดฟันเข้าใส่หลินเหยียน

หากเป็นหลินเหยียนคนก่อนเมื่อต้องเผชิญกับการลอบสังหารเช่นนี้ ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ยอดฝีมือมีมากเกินไป อีกทั้งการโจมตียังรัดกุมไร้ช่องโหว่ นอกเสียจากว่าพลังฝึกตนของเขาจะทะลวงขึ้นไปอีกขั้น

ทว่าหลินเหยียนกลับฝึกฝนเคล็ดวิชายันต์วิญญาณน้อยมา

นี่ไม่ได้เพียงแค่ทำให้หลินเหยียนมีวิธีการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างเท่านั้น แต่มันยังทำให้สติสัมปชัญญะและสติปัญญาของหลินเหยียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

สัญชาตญาณในการต่อสู้อันแข็งแกร่ง ทำให้หลินเหยียนสามารถมองเห็นช่องโหว่ในกระบวนท่าของคนเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

ปัง ปัง!

เขาซัดฝ่ามือออกไปหลายฝ่ามืออย่างง่ายดาย รังสีดาบและรังสีกระบี่ที่โหมกระหน่ำเข้ามาก็พลันสลายไปจนหมดสิ้น

"เจ้าทำได้อย่างไร"

องครักษ์ตระกูลหลินหลายคนเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า เพลงฝ่ามือของหลินเหยียนดูอ่อนแอมาก แต่ทำไมพลังของพวกเขาถึงถูกสะกดข่มเอาไว้ได้

ราวกับว่าไฟปะทะกับน้ำอย่างไรอย่างนั้น!

ต่อให้พวกเขาจะผ่านการต่อสู้มานับร้อยสงคราม ก็ยังไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - เหตุพลิกผัน

คัดลอกลิงก์แล้ว