เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: ภาพลวงตาสลายไป เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่

บทที่ 6: ภาพลวงตาสลายไป เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่

บทที่ 6: ภาพลวงตาสลายไป เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่


บทที่ 6: ภาพลวงตาสลายไป เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่

อุจิวะ ยาชิโระกำคุไนแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง ในฐานะหัวหน้าหน่วยของกรมตำรวจ การโจมตีด้วยคาถาเคลื่อนย้ายพริบตานี้เป็นกระบวนท่าที่เขาฝึกฝนมานับพันครั้งแล้ว ต่อให้เร็นจะเก่งกาจมาจากไหน แต่การถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญในระยะประชิดตอนทีเผลอแบบนี้ ยังไงก็ต้องตายสถานเดียว

"เร็น นี่คือราคาที่แกต้องจ่ายสำหรับการก่อกบฏ"

ยาชิโระด่าเสียงดังลั่น

ถึงอย่างงั้น ความคลั่งไคล้บนใบหน้าของยาชิโระก็ต้องแข็งค้างและเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว เพราะคุไนในมือของเขาแทงโดนเพียงแค่ความว่างเปล่า ท่ามกลางสายตาของทุกคนในที่แห่งนั้น ร่างกายของเร็นเกิดระลอกคลื่นหมุนวนคล้ายผิวน้ำในตอนที่ถูกคุไนแทงผ่าน

ฟุ่บ

ร่างของเร็นกระจายตัวกลายเป็นฝูงกาดำนับไม่ถ้วน บินร่อนขึ้นไปบนอากาศพร้อมส่งเสียงร้องชวนขนลุก

"ภาพลวงตางั้นหรอ"

หัวใจของยาชิโระสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวเขาที่เป็นถึงโจนินระดับสูงและเบิกเนตรวงแหวนสามโทโมเอะได้แล้ว กลับไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิดว่าเร็นเริ่มร่ายคาถาลวงตาใส่เขาตั้งแต่ตอนไหน

"ยาชิโระ คาถาเคลื่อนย้ายพริบตาของนายน่ะ มันช้าเกินไปนะ"

เสียงของเร็นดังแว่วมาจากข้างหู ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัวของยาชิโระจนเขาพยายามจะหันไปมอง แต่สายเกินไปเสียแล้ว มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากความว่างเปล่าแล้วกดลงบนไหล่ขวาของยาชิโระอย่างแรง

ตึง

แรงกดอันมหาศาลที่ผสานด้วยจักระหลั่งไหลลงมาจากฝ่ามือนั้น ยาชิโระยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างกายของเขาก็ถูกพลังกดทับจนขยับไม่ได้ หัวเข่าของยาชิโระกระแทกเข้ากับพื้นหินอย่างรุนแรง พื้นหินสีน้ำเงินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แผ่ขยายเป็นรอยแยกคล้ายใยแมงมุมโดยมีเข่าของเขาเป็นจุดศูนย์กลาง เศษหินกระเด็นว่อนไปทั่วบริเวณ

"อึ้ก..."

ยาชิโระครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามเค้นจักระทั่วร่างเพื่อจะลุกขึ้นยืน แต่กลับพบว่าฝ่ามือที่กดอยู่บนไหล่นั้นตรึงร่างเขาไว้แน่นจนไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว เม็ดเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมจากหน้าผากจนเปียกชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง

ร่างที่แท้จริงของเร็นปรากฏขึ้นข้างๆ เขามองต่ำลงมาที่ยาชิโระซึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ด้วยสายตาเย็นชา

ห้องโถงใต้ดินเงียบสงัดลงทันตา ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ ขยับตัวเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาร่ายคาถานินจาด้วยซ้ำ ก็สามารถสยบโจนินระดับแถวหน้าและหัวหน้าหน่วยของกรมตำรวจอย่างอุจิวะ ยาชิโระ ให้ลงไปคุกเข่าราบกับพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว วิชาเนตรลวงตาที่ไร้การประสานอินอันประณีตนี้ ผสานรวมกับพลังช้างสารอันน่ากลัว มันช่างทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ

"ผู้กองยาชิโระ"

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง อุจิวะ อินาบิก็เป็นคนแรกที่ได้สติ เมื่อเห็นผู้นำกลุ่มของตนถูกบีบให้คุกเข่าประจานต่อหน้าสายตาคนในตระกูล ดวงตาของอินาบิแทบจะเปลี่ยนเป็นสีเลือดด้วยความโกรธจนลืมความกลัวไปหมดสิ้น

"ปล่อยตัวผู้กองยาชิโระเดี่ยวนี้นะ"

อินาบิตะโกนลั่นพร้อมชักดาบนินจาออกมาจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงอีกสิบกว่าคนก็ชักอาวุธและพุ่งเข้าล้อมเร็นไว้ตรงกลาง ดาบนินจานับสิบเล่มชี้ตรงไปที่เร็น พร้อมด้วยดวงตาเนตรวงแหวนสีแดงฉานสิบกว่าคู่ที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหว ราวกับพร้อมจะสับเขาเป็นชิ้นๆ หากมีการเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียว

ถึงจะตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือนับสิบคน แต่เร็นกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยสักนิด เขาไม่ได้ปรายตา มองใบมีดรอบตัวด้วยซ้ำ บนใบหน้ามีเพียงรอยยิ้มเยาะเย้ยเท่านั้น

"คิดจะช่วยเพื่อนงั้นหรอ ด้วยกำลังแค่นี้เนี่ยนะ"

เสียงของเร็นดังก้องไปทั่วห้องใต้ดินอันกว้างใหญ่

สิ้นคำพูดของเร็น มวลอากาศในห้องใต้ดินของศาลเจ้านากะก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที เสียงลมแหวกอากาศดังขึ้นถี่ๆ นับสิบครั้ง ก่อนจะผสานรวมกันจนกลายเป็นเสียงกระหึ่ม ร่างในชุดนินจาสีเข้มพุ่งออกมาจากทุกทิศทางและมุมมืดของห้องโถง ความเร็วของพวกเขาน่าเหลือเชื่อมาก เพียงพริบตาเดียว พวกเขาก็ล้อมอินาบิและเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงคนอื่นๆ เอาไว้จนแน่นหนา ชนิดที่มดสักตัวก็ยังคลานผ่านไปไม่ได้ สี่สิบสามคนพอดี

"พวกแกเป็นใครกัน"

อินาบิหน้าซีดเผือด เขาใจคอไม่ดีพลางกระชับดาบนินจาในมือแล้วมองไปรอบๆ เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่โผล่มาอย่างชัดเจน เขาก็ถึงกับก้าวขาไม่ออก ไม่ใช่แค่อินาบิเท่านั้น แต่ฟุงาคุที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ผู้อาวุโสทั้งเจ็ด และสมาชิกตระกูลอุจิวะทุกคนในที่นั้น ต่างพากันอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

คนทั้งสี่สิบสามคนนี้ ล้วนเป็นนินจารุ่นเยาว์ที่รับการฝึกฝนจากเร็นโดยตรง การจัดกระบวนท่าของพวกเขามีความแม่นยำและสมบูรณ์แบบจนกลายเป็นค่ายกลสังหารที่ไร้ช่องโหว่ ทุกคนต่างแผ่รังสีอำมหิตอันเข้มข้นที่ผ่านการเค้นสายเลือดในสนามรบมาอย่างโชกโชน แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนขวัญผวาที่สุดคือกำลังจักระของพวกเขา

คนสามสิบคนที่อยู่ วงนอกมีจักระที่นิ่งและหนาแน่น ทุกคนล้วนเป็นจูนินชั้นยอด และอีกสิบสามคนที่ยืนอยู่วงในสุดกำลังใช้คุไนจ่อตามจุดตายของพวกอินาบิ มีจักระที่รุนแรงและมหาศาลอย่างน่ากลัว พวกเขาคือยอดฝีมือระดับโจนินอย่างไม่ต้องสงสัย

"เปิดเนตรวงแหวน"

อุจิวะ เทกกะซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ

ฟึ่บ

วินาทีต่อมา ฉากที่น่าสยดสยองจนไม่มีใครในชีวิตนี้จะลืมลงก็ปรากฏขึ้น ในห้องใต้ดินที่มืดสลัว ดวงตาสีแดงฉาน 43 คู่พลันเบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน ประกายแสงสีเลือด 43 ดวงสว่างวาบขึ้นในความมืด ย้อมบรรยากาศทั่วทั้งศาลเจ้าให้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับทะเลเลือด และภายในดวงตาทุกคู่นั้น มีโทโมเอะสามอันหมุนวนอยู่ย่างเด่นชัด

เนตรวงแหวนสามโทโมเอะจำนวนสี่สิบสามคู่ แถมทั้งสี่สิบสามคนนี้ยังเป็นนินจารุ่นใหม่ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ พลังเนตรอันมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาพร้อมกันสร้างแรงกดดันทางจิตใจอย่างรุนแรง จนบดขยี้ประสาทรับรู้ของทุกคนในห้องโถงใต้ดินของศาลเจ้านากะให้ตกอยู่ในความเงียบงัน สมองของทุกคนขาวโพลนไปหมด

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าการจะเบิกเนตรวงแหวนได้นั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด มันต้องผ่านการกระตุ้นทางอารมณ์อย่างรุนแรง และต้องฝึกฝนเจียนตายอยู่บนเส้นแบ่งความเป็นความตายครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนหน้านี้ สมาชิกตระกูลอุจิวะทั้งหมดที่สามารถเบิกเนตรวงแหวนสามโทโมเอะได้ ซึ่งนับรวมทั้งหัวหน้าตระกูลฟุงาคุ สภาผู้อาวุโส และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมตำรวจแล้ว มีจำนวนยังไม่ถึงยี่สิบคนเลยด้วยซ้ำ และจำนวนไม่ถึงยี่สิบคนนั้นเอง ที่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตระกูลอุจิวะได้รับการขนานนามว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของโคโนฮะ

แต่ตอนนี้ เร็นเพียงคนเดียว กลับสร้างยอดฝีมือที่มีเนตรวงแหวนสามโทโมเอะขึ้นมาได้ถึงสี่สิบสามคนจากกลุ่มนินจารุ่นเยาว์ที่เขาฝึกสอนมา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นั่นหมายความว่า พลังในมือของเร็นตอนนี้ มันเหนือกว่ากำลังรบทั้งหมดของตระกูลอุจิวะในปัจจุบันไปคนละเรื่องเลย พลังระดับนี้มากพอที่จะถล่มตระกูลนินจาไหนๆ ในโคโนฮะให้ราบคาบได้สบายๆ

"นี่มัน... เป็นไปได้ยังไงกัน..."

มือของผู้อาวุโสสูงสุดที่จับไม้เท้าอยู่สั่นเทา จนไม้เท้าเคาะกับพื้นหินเสียงดังแกรกๆ ดวงตาที่ฝ้าฟางเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่... แถมทุกคนยังอายุไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ... ต่อให้เป็นยุคสงครามระหว่างแคว้นที่ตระกูลเราฮึกเหิมที่สุด ก็ยังไม่มีสัดส่วนที่น่ากลัวขนาดนี้เลย"

หลังจากความเงียบผ่านไปชั่วอึดใจ สมาชิกตระกูลอุจิวะที่รายล้อมอยู่ก็พากันแตกตื่นเสียงดังลั่น

"บ้าน่า เทกกะและคนอื่นๆ เบิกเนตรวงแหวนสามโทโมเอะได้หมดเลยงั้นหรอ"

"ท่านเร็นทำได้ยังไงกัน ต่อให้เคยช่วยชีวิตพวกนั้นในสนามรบ แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้ทุกคนเบิกเนตรสามโทโมเอะได้พร้อมกันแบบนี้สิ"

"หรือว่า... ท่านเร็นจะค้นพบความลับในการเร่งพลังเนตรวงแหวนได้แล้ว"

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา ทุกคนก็เริ่มหายใจติดขัด สายตาที่มองตรงมายังเร็นเปลี่ยนจากความกลัวกลายเป็นความคลั่งไคล้และเกรงขามอย่างที่สุด ถ้าเร็นมีวิธีสร้างเนตรวงแหวนสามโทโมเอะได้ทีละมากๆ จริงล่ะก็ ตระกูลอุจิวะก็พร้อมจะสยบโลกนินจาได้ในไม่ช้า

ฟุงาคุที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนตาย เขามองไปยังเนตรวงแหวนสามโทโมเอะอันเย็นชาทั้งสี่สิบสามคู่นั้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ทำไมเร็นถึงกล้าเปิดประชุมฉุกเฉิน และทำไมถึงประกาศถอดถอนเขาต่อหน้าคนในตระกูล พลังที่เห็นอยู่นี้คือความมั่นใจอันเด็ดขาดของเร็น เมื่ออยู่ต่อหน้ากองกำลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง อำนาจหัวหน้าตระกูลที่เขาภาคภูมิใจก็เป็นแค่เรื่องตลกที่พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

"ท่านเร็น ขอเพียงท่านออกคำสั่ง พวกผมจะจัดการกับไอ้พวกทรยศที่กล้าลงมือกับท่านเดี๋ยวนี้"

คุไนในมือของอุจิวะ เทกกะกดเข้าที่ลำคอของอินาบิขยับจนเริ่มมีเลือดซึม ขอเพียงเร็นพยักหน้าคำเดียว เขาพร้อมจะปาดคออีกฝ่ายทิ้งทันทีโดยไม่ลังเล อินาบิและคนอื่นๆ ที่ถูกล้อมอยู่ต่างเหงื่อท่วมตัว มือที่จับดาบสั่นระริก ไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

"พอแค่นั้นแหละ"

เร็นเอ่ยเสียงเรียบพลางละมือออกจากไหล่ของยาชิโร่

"ฟุ่บ"

เหล่ายอดฝีมือหนุ่มทั้งสี่สิบสามคนเก็บอาวุธอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะถอยร่นออกไปครึ่งก้าว แต่เนตรวงแหวนสามโทโมเอะทั้งสี่สิบสามคู่ยังคงจับจ้องนินจาตำรวจกลุ่มนั้นไม่วางตา

เร็นมองยาชิโร่ที่ทรุดฮวบอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ ลมหายใจหอบถี่ ก่อนจะปรายตาขรึมมองอินาบิและพวกนินจาตำรวจที่ยืนอึกอัก แล้วเอ่ยขึ้น

"ศาลเจ้านากะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไว้สำหรับสักการะบรรพบุรุษ การใช้กำลังระหว่างการประชุมตระกูลถือเป็นการทำลายกฎ ยาชิโร่ ในฐานะที่นายเป็นหัวหน้าหน่วยของกรมตำรวจ นายลืมกฎข้อบังคับพื้นฐานแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

คำตำหนิอย่างราบเรียบแต่เฉียบขาดทำเอาใบหน้าของยาชิโร่แดงก่ำด้วยความอับอาย แต่เขากลับไม่มีคำพูดใดจะมาโต้แย้งได้เลย

"อินาบิ พวกนายทุกคนถอยไปให้หมด"

ในตอนนั้นเอง ฟุงาคุได้ลุกขึ้นจากที่นั่งหลัก น้ำเสียงของเขาดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังคงพยายามรักษาท่าทีและศักดิ์ศรีในฐานะผู้นำตระกูลเอาไว้ เมื่อได้รับคำสั่งจากฟุงาคุ อินาบิและคนอื่นๆ ต่างรู้สึกเหมือนได้รอดพ้นจากประตูนรก รีบเก็บดาบนินจาแล้วถอยกลับไปยืนด้านหลังฟุงาคุทันที

ฟุงาคุเดินก้าวลงมาจากแท่นที่นั่งหลัก ตรงมาหยุดอยู่ต่อหน้าเร็น ทั้งสองคนสบตากันตรงๆ ฝ่ายหนึ่งคือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันที่กุมอำนาจมานานหลายปี ส่วนอีกฝ่ายคืออัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีกองกำลังอันน่าสะพรึงกลัวหนุนหลัง

"เร็น พลังที่นายแสดงออกมาในวันนี้ มันเกินความคาดหมายของทุกคนจริงๆ"

ฟุงาคุจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเร็น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจที่ต้องสะกดกลั้นเอาไว้

"แต่ตระกูลอุจิวะไม่ได้ปกครองกันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว การที่นายข้ามหน้าฉันเพื่อเปิดประชุมฉุกเฉิน แถมยังประกาศถอดถอนฉันต่อหน้าทุกคนแบบนี้ เอาเถอะ ฉันจะให้โอกาสนาย"

ฟุงาคุเค้นเสียงดังขึ้นจนก้องไปทั่วห้องโถงใต้ดิน

"ถ้านายต้องการจะปลดฉันออกจากตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจริงๆ นายก็ต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้น และน่าเชื่อถือพอที่จะชี้แจงให้คนในตระกูลทุกคนรวมถึงสภาผู้อาวุโสยอมรับให้ได้ ไม่งั้น ต่อให้นายจะแข็งแกร่งแค่ไหน นายก็ไม่มีวันได้รับความเคารพจากใครหรอก"

"เหตุผลที่ฟังขึ้นงั้นหรอ"

เร็นแค่นหัวเราะเยาะอย่างเย็นชาเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาเดินสืบเท้าเข้าหาฟุงาคุโดยตรง สายตาคมกริบและแฝงไปด้วยความเย็นเยียบ

"ฟุงาคุ ตลอดหลายปีมานี้นายทุ่มเทและซื่อสัตย์ต่อตระกูลอุจิวะ เรื่องนั้นฉันไม่ปฏิเสธหรอก"

เสียงของเร็นดังกังวานและทรงพลัง

"แต่นายมันมีจุดเสียที่ร้ายแรงเกินเยียวยาไปแล้ว"

ฟุงาคุอ้าปากกำลังจะแย้ง แต่กลับถูกเร็นพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้า

"นายน่ะมันขี้ขลาด แถมใจคอยังไม่เด็ดขาดเลยสักนิด"

เร็นใช้นิ้วชี้ตรงไปที่หน้าของฟุงาคุ ด่าอีกฝ่ายอย่างรุนแรงท่ามกลางสายตาของคนทั้งตระกูล

"หลังจากคืนเก้าหาง พวกเบื้องบนของโคโนฮะสงสัยตระกูลเราทั้งที่ไม่มีหลักฐาน แถมยังบีบให้เราต้องย้ายเขตตระกูล แต่นายกลับเลือกที่จะยอมถอย พวกอันบุส่งคนมาเฝ้าจับตาดูพวกเราตลอด 24 ชั่วโมง นายก็ยังยอม ชาวบ้านพากันด่าทอกรมตำรวจอย่างรุนแรง แต่นายกลับเอาแต่บอกให้คนในตระกูลก้มหน้าอดทน"

คำซักฟอกของเร็นรวดเร็วและหนักหน่วงราวกับพายุ คลายปมความอัดอั้นจนบีบให้ฟุงาคุต้องก้าวถอยหลังไปทีละก้าว

"นายคิดว่าการยอมอ่อนข้ออย่างไร้ศักดิ์ศรีของนาย จะทำให้พวกเบื้องบนหันมาไว้ใจพวกเรางั้นหรอ ผิดแล้ว ผิดไปคนละเรื่องเลย ความอ่อนแอของนายนั่นแหละ ที่ทำให้ดันโซกับโฮคาเงะรุ่นที่สามมองว่าตระกูลอุจิวะเป็นแค่ลูกพลับนิ่มๆ ที่คิดจะบีบจะเค้นยังไงก็ได้ตามใจชอบ"

เร็นหันหลังกลับ กางแขนออกเผชิญหน้ากับสมาชิกตระกูลทุกคนที่กำลังยืนอึ้ง ก่อนจะประกาศคำพูดที่ทำให้ทุกคนต้องขวัญผวา

"พวกนายยังฝันกลางวันเรื่องความสงบสุขกันอยู่อีกหรอ ลืมตาดูความจริงตอนนี้ได้แล้ว ความอดทนของพวกเบื้องบนที่มีต่อตระกูลเรามันหมดลงไปตั้งนานแล้ว คมดาบของเพชฌฆาตมันจ่ออยู่ที่คอหอยของพวกเราทุกคนแล้วรู้ไหม นิสัยที่ขี้ขลาดและอ่อนแอของฟุงาคุ ไม่มีวันที่จะนำพาตระกูลอุจิวะให้รอดพ้นจากวิกฤตการกวาดล้างตระกูลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้หรอก"

วิกฤตการกวาดล้างตระกูล สิ้นคำประกาศกร้าวสามคำนี้ บรรยากาศในห้องใต้ดินก็พลันเย็นเยียบลงทันตา สมาชิกตระกูลทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว

"เหลวไหลสิ้นดี"

นินจาที่เป็นฝั่งเดียวกับฟุงาคุหลายคนทนฟังต่อไปไม่ไหว ต่างพากันก้าวออกมาร้องคัดค้าน

"วิกฤตการกวาดล้างตระกูลอะไรกัน พูดจาเหลวไหลสิ้นดี นี่มันก็แค่เรื่องโกหกที่แต่งขึ้นมาปลุกปั่นชัดๆ โคโนฮะจะกล้าลงมือทำเรื่องพรรค์นั้นกับตระกูลเราได้ยังไง"

อินาบิชี้หน้าเร็นแล้วตะโกนลั่นห้องโถง

"เร็น แกแต่งเรื่องโกหกคำโตขึ้นมาหลอกลวงคนอื่นแบบนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าแกต้องการจะใช้กำลังเพื่อแย่งชิงอำนาจไปเป็นของตัวเองชัดๆ"

จบบทที่ บทที่ 6: ภาพลวงตาสลายไป เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ 43 คู่

คัดลอกลิงก์แล้ว