- หน้าแรก
- สามก๊กเซียนยุทธ์ แผนการปั้นพ่อให้เป็นจักรพรรดิเทพ
- บทที่ 10 แม่นางผู้นี้ช่างงดงามนัก
บทที่ 10 แม่นางผู้นี้ช่างงดงามนัก
บทที่ 10 แม่นางผู้นี้ช่างงดงามนัก
บทที่ 10 แม่นางผู้นี้ช่างงดงามนัก
"ขอบพระคุณท่านเจ้าบ้านอ้อง นับจากนี้ไปหากท่านมีเรื่องเดือดร้อนประการใด เพียงส่งคนมาแจ้งข่าว ข้าลิโป้จะขอทุ่มเทกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถขอรับ"
พูดจบ ลิโป้ก็หยิบจอกสุราตรงหน้าขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นลิโป้แสดงความใจถึงเช่นนั้น อ้องหงก็ยิ่งรู้สึกยินดียิ่งขึ้นไปอีก เขาจึงหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดสิ้นเช่นกัน
ไม่นานนัก อ้องหลิงก็นำเด็กสาวอายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองปีคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อเด็กสาวผู้นั้นเดินมาถึงระยะใกล้ นางก็ทำความเคารพอ้องหงก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ท่านพ่อบุญธรรม ไม่ทราบว่าเรียกหงฉางมาด้วยเรื่องอันใดหรือคะ?"
ในตอนนี้ ลิเจาก็อดไม่ได้ที่จะลอบสำเพรวจเด็กสาวตรงหน้า นางมีใบหน้าที่บริสุทธิ์และแลดูบอบบาง เครื่องหน้าเล็กๆ ที่รับกันอย่างลงตัวกลับกลายเป็นใบหน้าที่ดูน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
ดวงตาของนางสว่างไสวและล้ำลึก ราวกับมีดวงดาราและจักรวาลบรรจุอยู่ภายใน เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวลงเคลียไหล่ทั้งสองข้าง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา
นางสวมชุดสีขาว นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ไปตามเลี่ยมขลุ่ย ท่วงท่าที่ดูสง่างามราวกับเทพธิดาจุติลงมา ทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความเพ้อฝัน
'นี่นางจะงดงามเกินไปแล้วไหม? หรือว่ายุคปลายราชวงศ์ฮั่นจะมีแต่สาวงามเต็มไปหมด? กระทั่งเด็กสาวที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไรแบบนี้ ยังสวยระดับล่มเมืองเลยเหรอเนี่ย?'
ในขณะที่ลิเจากำลังตกตะลึงในความงามของเด็กสาว อ้องหงก็เอ่ยขึ้นว่า "หงฉาง วันนี้พวกซยงหนูรุกราน หากไม่ได้สองพ่อลูกเฟิ่งเซียนเข้าช่วยเหลือ ตระกูลอ้องของเราคงต้องพินาศย่อยยับไปแล้ว"
"โดยเฉพาะลิเจาผู้นี้ แม้อายุยังน้อยแต่กลับกล้าบุกตะลุยเข้ากลางวงล้อมพวกซยงหนูจนแตกพ่ายไปไม่เป็นท่า ในอนาคตเขาจะต้องเป็นยอดคนอย่างแน่นอน พ่อจึงตัดสินใจว่าจะยกเจ้าให้หมั้นหมายกับเขา ไม่ทราบว่าเจ้ามีความเห็นอย่างไร?"
อย่าว่าแต่เป็นเพียงบุตรีบุญธรรมเลย ต่อให้เป็นบุตรสาวแท้ๆ ในยุคสมัยนั้น เรื่องการแต่งงานออกเรือนย่อมไม่ใช่เรื่องที่พวกนางจะตัดสินใจเองได้
ดังนั้นหงฉางจึงพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล "ทุกอย่างสุดแล้วแต่ท่านพ่อบุญธรรมจะตัดสินใจ หงฉางไม่มีข้อคัดค้านประการใดคะ"
ในขณะเดียวกัน หงฉางก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองลิเจาแวบหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและดูองอาจของเขา ใบหน้าของหงฉางก็พลันแดงซ่านขึ้นมาทันที
ท่าทางเอียงอายของหงฉางยิ่งทำให้ดูน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก จนลิเจาก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย 'อยากจะพาแม่นางน้อยคนนี้กลับบ้านไปเสียเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ'
ทว่าลิเจาก็รู้ดีว่านั่นเป็นเพียงความคิดฟุ้งซ่านเท่านั้น อย่าว่าแต่ยุคนี้จะไม่มีธรรมเนียมเช่นนั้นเลย ต่อให้มี เขาก็คงทำไม่ได้
เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ ลิเจารู้ซึ้งดีว่าสิ่งที่อ้องหงทำลงไปทั้งหมดก็คือการลงทุนทางการเมือง เป็นการดึงตัวสองพ่อลูกลิโป้ให้มาเป็นพวกของตน
และเมื่อได้ยินหงฉางตอบตกลงการหมั้นหมาย อ้องหงจึงสั่งให้คนนำวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของหงฉางออกมา และให้ลิโป้เขียนวันเดือนปีเกิดของลิเจาลงไป เมื่อแลกเปลี่ยนกันเสร็จสิ้น การหมั้นหมายในครั้งนี้ก็นับว่าสมบูรณ์
แม้กระบวนการจะดูเรียบง่าย แต่มันกลับผูกมัดคนสองคนไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ขณะเดียวกันอ้องหงก็ยังสัญญาว่าจะมอบทองคำร้อยชั่งเป็นค่าสินสอดทองหมั้น
และเมื่อทั้งคู่ถึงวัยที่สมควรแก่การแต่งงาน เขาจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ให้สมกับที่เป็นบุตรีบุญธรรมของตนอย่างแน่นอน
ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความยินดี ทันใดนั้นก็มีคนวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน พลางตะโกนบอกเสียงดัง "ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว พวกซยงหนูมากันอีกแล้ว!"
เมื่อได้ยินรายงานว่าพวกซยงหนูย้อนกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าของลิโป้ก็ปรากฏไอสังหารขึ้นมาทันที เขาหันไปเอ่ยกับอ้องหงว่า "ท่านเจ้าบ้านอ้องโปรดรอสักครู่ ให้ข้าลิโป้ไปกำจัดพวกสวะซยงหนูนั่นก่อน แล้วค่อยกลับมาดื่มสุราต่อก็ยังไม่สาย"
พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินออกไปด้านนอกทันที พร้อมกับสั่งให้ทหารในสังกัดรวมตัว ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขากลับไม่เรียกขานลิเจาเลยแม้แต่คำเดียว สื่อความหมายชัดเจนว่า 'เจ้าจงอยู่ที่นี่อย่างสงบเถิด เรื่องพวกซยงหนูปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง'
น่าเสียดายที่ลิเจาไม่มีทางยอมพลาดโอกาสในการสังหารศัตรูเพื่อเก็บค่าสถานะแน่นอน ดังนั้นหลังจากลิโป้จากไป ลิเจาก็ประสานมือเอ่ยกับอ้องหงว่า "ท่านเจ้าบ้านอ้อง ลิเจาขอลาขอรับ"
สิ้นเสียงของลิเจา อ้องหงก็พยักหน้าพลางยิ้มหัวเราะ "ในเมื่อเจ้าหมั้นหมายกับหงฉางแล้ว ก็ควรเรียกข้าว่าท่านพ่อบุญธรรม เหตุใดจึงยังเรียกท่านเจ้าบ้านอยู่อีกเล่า?"
ลิเจาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแห้งๆ ออกมาอย่างจนใจ ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านพ่อบุญธรรม เป็นลิเจาที่ปากพล่อยไปชั่วขณะ โปรดอย่าถือสาเลยขอรับ"
พูดจบ ลิเจาก็รีบเดินออกไปทันทีเพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้ พวกซยงหนูจะถูกท่านพ่อของเขาสังหารจนหมดสิ้น แล้วเขาจะไม่มีโอกาสได้เก็บค่าสถานะ
ถึงกระนั้น กว่าลิเจาจะควบเจ้าจิ้งจอกดำออกมาจากค่ายตระกูลอ้อง ลิโป้ก็นำคนพุ่งออกไปไกลกว่าสี่ห้าร้อยเมตรแล้ว
โชคดีที่ม้าคู่ใจของลิเจามีความเร็วสูงมาก ไม่นานนักเขาก็ตามมาจนทัน เมื่อเห็นบุตรชายปรากฏตัวอยู่ข้างกาย ลิโป้ก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที
"เจ้าตามมาทำไมอีก? เห็นคำพูดของพ่อเป็นเพียงลมผ่านหูรึอย่างไร?" ลิโป้จ้องมองลิเจาด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง
ส่วนลิเจาก็ส่งยิ้มกว้างกลับไปพร้อมกับตอบว่า "ท่านพ่อ เจาเอ๋อร์แค่จะมาคอยดูอยู่ข้างๆ เท่านั้นขอรับ จะไม่ยอมบุกเดี่ยวเข้าไปลึกๆ อีกแล้วแน่นอน"
มาถึงตอนนี้ ลิโป้ก็ไม่อาจไล่ลิเจากลับไปได้อีก เขาจึงได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาอย่างจำยอม "เดี๋ยวจำไว้ว่าต้องระวังตัวให้ดี อย่ามัวแต่ละโมบโลภมากจนพาตัวเองไปเสี่ยง พลังการรบของพวกซยงหนูไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ"
พูดจบ ลิโป้ก็ไม่สนใจลิเจาอีก เขานำทัพมุ่งหน้าต่อไปด้านหน้า เพียงเดินทางไปได้สองสามลี้ ลิโป้ก็เห็นฝุ่นควันตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า ไม่ต้องถามก็รู้ว่าทัพม้าซยงหนูมาถึงแล้ว
วินาทีต่อมา ลิโป้ก็ชูทวนเทพกรีดนภาขึ้นและคำรามสั่งการ "พี่น้องทั้งหลาย เตรียมตัวบุกโจมตีพร้อมกับข้า สังหารไอ้พวกโจรซยงหนูให้สิ้น!"
เมื่อเห็นลิโป้เตรียมจะนำทหารในสังกัดเพียงหนึ่งร้อยนายพุ่งเข้าชน ลิเจาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยใจ 'ท่านพ่อช่างดุดันเกินไปแล้วจริงๆ ท่านคิดว่าพี่น้องที่อยู่ข้างหลังเหล่านี้จะเป็นยอดขุนพลไร้เทียมทานเหมือนท่านทุกคนรึไงกัน?'
ดังนั้นลิเจาจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นทันที "ท่านพ่อ ดูจากฝุ่นควันแล้ว ฝ่ายตรงข้ามมีทหารม้าไม่ต่ำกว่าพันนาย ศัตรูมีมากกว่าเรามากนักไม่อาจเข้าปะทะตรงๆ ได้ สู้เราอาศัยจังหวะที่พวกมันยังมาไม่ถึง ซุ่มกำลังไว้ที่สองข้างทางแล้วโจมตีให้พวกมันตั้งตัวไม่ติดจะดีกว่าขอรับ"
ที่ผ่านมา ลิโป้มักจะรบกับพวกซยงหนูด้วยการพุ่งเข้าใส่กันตรงๆ เสมอ เขาไม่เคยคิดเรื่องการซุ่มโจมตีมาก่อนเลย เมื่อได้ยินลิเจาเสนอเช่นนั้น เขาก็เริ่มมีความลังเลขึ้นมาแวบหนึ่ง
ทว่าในระหว่างที่ลิโป้กำลังลังเล ลิเจาก็หันไปสั่งการผู้บังคับหมู่ทั้งสองคนด้านหลังลิโป้ทันที "ท่านอาเฮาเสง ท่านอางุยซก พวกท่านจงแยกย้ายนำคนในสังกัดไปซุ่มอยู่ที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของถนน เมื่อข้ากับท่านพ่อล่อพวกซยงหนูมาถึงแล้ว พวกท่านค่อยระดมยิงธนูเข้าใส่พวกมันทันที!"
เฮาเสงและงุยซกเมื่อได้ยินคำสั่งก็ขานรับพร้อมกัน ก่อนจะแยกย้ายนำทหารฝั่งละห้าสิบคนมุ่งหน้าไปยังสองข้างทางทันที ไม่นานนัก บนถนนใหญ่ก็เหลือเพียงสองพ่อลูกลิโป้และลิเจาเท่านั้น
เมื่อเห็นภาพนี้ ลิโป้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ 'เหตุใดลูกน้องทั้งสองของข้า ถึงได้เชื่อฟังคำสั่งลูกชายข้ามากกว่าข้าที่เป็นหัวหน้าพวกมันเสียอีกเนี่ย?'