- หน้าแรก
- ก้าวสู่บัลลังก์เทพแห่งห้วงมิติไร้สิ้นสุด
- บทที่ 23 การทดสอบระดับ D: ห้องสมุดสัตว์ประหลาด (ตอนที่ 20)
บทที่ 23 การทดสอบระดับ D: ห้องสมุดสัตว์ประหลาด (ตอนที่ 20)
บทที่ 23 การทดสอบระดับ D: ห้องสมุดสัตว์ประหลาด (ตอนที่ 20)
ขณะที่กำลังค้นโต๊ะทำงาน หลินอินก็พบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ผู้ดูแลห้องสมุดหญิงเป็นคนเขียน
บนหน้าล่าสุดของสมุดบันทึก มีรายชื่อของผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้ง 8 คนที่มายังที่นี่เขียนเอาไว้
ทว่าหลังจากผ่านไปเพียง 4 วันสั้นๆ กลับเหลือเพียง 3 ชื่อเท่านั้นที่ยังไม่ถูกขีดฆ่าทิ้ง
ตัวเธอเอง เถาหมิงหง และเถียนเจี้ยนมู่
ก่อนหน้าหน้าล่าสุดนี้ยังมีอีกหลายหน้า และในแต่ละหน้าก็มีรายชื่อมากกว่าครึ่งที่ถูกขีดฆ่าทิ้งไป!
หลินอินเปิดดูทีละหน้า จากนั้นจึงปิดสมุดบันทึกและวางกลับคืนไว้ที่เดิม
หลังจากค้นโต๊ะทำงานเสร็จ หลินอินก็เริ่มค้นตู้หนังสือที่อยู่ใกล้ๆ
ด้านหลังโต๊ะทำงานมีตู้หนังสือสั่งทำพิเศษสูงจรดเพดานอยู่หลายตู้ หลินอินตั้งใจจะเริ่มค้นจากตู้ด้านในสุด เพื่อที่หลังจากเถาหมิงหงค้นด้านนอกเสร็จแล้ว เธอจะได้มาเริ่มค้นตู้ด้านนอกต่อ
ทว่าเมื่อหลินอินค้นมาถึงตู้ใบสุดท้าย เธอกลับมองเห็นดวงตายักษ์ดวงหนึ่งที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยขนนุ่มฟู
หลินอินยื่นมือออกไปลูบมันเบาๆ
"ไม่คิดเลยว่าเธอจะชอบตุ๊กตาขนฟูเหมือนกัน ถึงเจ้าตัวนี้จะดู... พิเศษไปหน่อยก็เถอะ"
"ตุ๊กตาขนฟูงั้นเหรอ"
เถาหมิงหงที่อยู่ด้านนอกได้ยินคำพูดของหลินอิน ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าบวมปูดขึ้นมาด้วยความงุนงง
ตอนที่เธอเข้ามาในห้องนี้เมื่อวาน ทำไมถึงไม่เห็นจะมีตุ๊กตาขนฟูอะไรเลยล่ะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เถาหมิงหงจึงหันไปมองทางที่หลินอินอยู่อย่างสงสัย...!!!
วินาทีที่เห็นสิ่งที่หลินอินกำลังลูบไล้ ดวงตาของเถาหมิงหงก็เบิกกว้าง เธอแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับกลายเป็นหิน คำถามที่กำลังจะเอ่ยปากถูกกลืนหายลงไปในลำคอ ปล่อยให้เธอเงียบงันไปเนิ่นนาน
หลินอินที่อยู่ตรงหน้าดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เธอยังคงลูบขนนุ่มฟูนั่นต่อไปราวกับวางไม่ลง ส่วนดวงตายักษ์ที่กินพื้นที่เกือบเต็มผนังก็หรี่ตาลงอย่างเคลิบเคลิ้มในเวลานี้
หลังจากลูบอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดหลินอินก็นึกถึงหน้าที่ของตัวเองขึ้นมาได้ เธอสัมผัสมันอย่างอาลัยอาวรณ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเตรียมตัวเริ่มค้นตู้หนังสือต่อ
"งื้อ... ทำไม... ถึงเลิกลูบล่ะ"
น้ำเสียงไร้เดียงสาและเจือความงุนงงเล็กน้อยราวกับเสียงของเด็กทารกดังขึ้นในห้อง
"ฉันต้องไปทำธุระก่อนน่ะ"
หลินอินตอบกลับอย่างอ่อนโยนด้วยความเคยชิน แต่แล้วเธอก็เพิ่งรู้สึกตัว เธอกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ หันขวับกลับไปมองดวงตายักษ์บนผนังที่กำลังกะพริบตาปริบๆ ตอบกลับมา
"เธอลูบ... สบายจังเลย ฉัน... ชอบมากๆ"
"ลูบฉัน... อีกสิ"
ดวงตายักษ์กลมโตปูดโปนจ้องมองมือของหลินอินอย่างคาดหวัง แววตาเป็นประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยที่อยากกินลูกอม... ซึ่งไม่รู้ว่าทำไม มันถึงได้จี้จุดความเอ็นดูของหลินอินเข้าอย่างจัง
ดังนั้น หลังจากครุ่นคิดอยู่เพียงครู่เดียว หลินอินก็ยื่นมือออกไปอย่างว่าง่าย และลูบขนนุ่มฟูรอบๆ ดวงตายักษ์อย่างเบามือ
"งื้อ... ชอบจังเลย"
ดวงตายักษ์หรี่ลงอย่างเคลิบเคลิ้ม พร้อมกับเสียงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจที่ดังมาจากปากกว้างซึ่งซ่อนอยู่ใต้ชั้นขนฟูฟ่อง
เมื่อเห็นภาพนั้น เถาหมิงหงที่อยู่ใกล้ๆ ก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมานอกเบ้า
บ้าอะไรเนี่ย
ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีนั้น โลกภายในใจของเถาหมิงหงพลิกกลับตาลปัตรซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้น เธอพยายามข่มความตระหนกในใจ แล้วค่อยๆ ขยับตัวถอยร่นไปทางประตู
เธอเอาแต่พร่ำบอกตัวเองว่า อย่ามองเห็นฉันเลย อย่ามองเห็นฉันเลย...
ทว่าในจังหวะที่เถาหมิงหงกำลังจะเอื้อมมือไปแตะลูกบิดประตู จู่ๆ นาฬิกาปลุกบนโต๊ะทำงานก็ส่งเสียงร้องดังกริ๊งๆ ขึ้นมา
ทันใดนั้น เถาหมิงหงก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนจ้องเขม็งมาที่เธอ
"เที่ยงคืนแล้ว ฉัน... ออกไปเล่นได้แล้ว"
ดวงตายักษ์พยายามเบียดร่างกายอันใหญ่โตของมันออกมาอย่างยากลำบาก
แกรก...
รอยร้าวปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนผนังอันแข็งแกร่งทั้งสองด้าน
ไม่นาน ลูกตาปุกปุยก็เบียดตัวทะลุออกมาจากผนัง ใต้ลูกตานั้นมีหนวดปุกปุย 4 เส้นที่ดูเหมือนแขนขา และด้านหลังก็มีหางกลมๆ เล็กๆ ห้อยอยู่
เมื่อมองดูหางเล็กๆ ที่แกว่งไปมาไม่หยุดอยู่ด้านหลังลูกตา สีหน้าของหลินอินก็ยิ่งทวีความอ่อนโยนมากขึ้น
"หิวจัง... อยากกิน..."
จู่ๆ หนวดปุกปุยเส้นหนึ่งก็ยืดกาวออก พุ่งอ้อมตัวหลินอินไปอย่างรวดเร็ว และตรงเข้าหาเถาหมิงหงที่อยู่ตรงประตู
"ฉิบหายแล้วไง!"
เถาหมิงหงเบิกตากว้าง เธอตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รีบกระชากประตูกระโจนหนีออกไปด้านนอก
บ้าเอ๊ย ทำไมต้องมาจับเธอคนแรกด้วยเนี่ย!!
"หิวจัง..."
หนวดปุกปุยอีก 3 เส้นทำหน้าที่เสมือนขา คอยพยุงลูกตายักษ์ให้ค่อยๆ คืบคลานเข้าหาประตูอย่างระมัดระวัง
จากนั้น มันก็ออกแรงเบียดตัวหลุดผ่านกรอบประตูออกไปเสียงดังป๊อปด้วยความยืดหยุ่นขั้นสุด
"ได้เวลากินข้าวแล้ว..."
ดวงตายักษ์ส่งเสียงร้องดีใจราวกับเด็กทารก
เมื่อหลินอินเดินตามออกมา เธอก็เห็นหางเล็กๆ ด้านหลังดวงตายักษ์แกว่งไกวอย่างร่าเริง ในขณะที่หนวดปุกปุยทั้ง 4 เส้นด้านล่างของมันยืดออกไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้
"จับ... ได้แล้ว"
หนวดปุกปุย 2 เส้นถูกหดกลับมาอย่างรวดเร็ว
2 วินาทีต่อมา สัตว์ประหลาด 2 ตนก็ถูกหนวดปุกปุยลากมาอยู่ตรงหน้าดวงตายักษ์ด้วยสภาพงุนงงสับสน
"น... นายท่านเหรอขอรับ" สัตว์ประหลาดทั้งสองร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"งื้อ..."
ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าจับมาผิดตัว หนวดปุกปุยทั้งสองจึงยอมคลายรัดปล่อยสัตว์ประหลาดทั้งสองตนไปอย่างเสียไม่ได้
"ข... ขอบพระคุณนายท่าน"
สัตว์ประหลาดทั้งสองรีบลุกขึ้นยืนตัวตรง และก้มหัวขอบคุณดวงตายักษ์เป็นการใหญ่
ทว่าเป้าหมายของความซาบซึ้งใจกลับจ้องมองพวกมันอย่างหิวโหย พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก
"กินไม่ได้... ถ้ากิน... แม่... จะโกรธเอา"
"แต่ว่า... หิว... จังเลย"
หนวดปุกปุยทั้ง 4 เส้นพันกันยุ่งเหยิงด้วยความสับสน และหางเล็กๆ ด้านหลังก็ตกลงอย่างหงอยเหงา
"เป็นอะไรไป"
หลินอินที่ยืนอยู่ด้านหลังดวงตายักษ์ ลูบหางเล็กๆ นั้นด้วยความรู้สึกปวดใจเล็กน้อย
"หิวจัง..."
เมื่อได้ยินเสียงของหลินอิน ดวงตายักษ์ก็ขอบตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจในทันที ราวกับเด็กน้อยไม่มีผิด
สัตว์ประหลาดสองตนที่ยังไม่ทันได้เดินจากไป ชะงักค้างอยู่กับคำขอบคุณทันทีเมื่อได้ยินเสียงของหลินอิน
ทำไม... พวกมันถึงได้ยินเสียงมนุษย์ล่ะ
จากนั้น พวกมันก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
สิบกว่าวินาทีต่อมา
"นี่ ฉันว่าฉันต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ..."
สัตว์ประหลาดชายร่างสูงกระกิดไหล่สัตว์ประหลาดชายร่างเตี้ยที่อยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเหม่อลอย
"อ่า... ฉันก็ว่าฉันตาฝาดเหมือนกัน"
สัตว์ประหลาดชายร่างเตี้ยพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเลื่อนลอยไม่ต่างกัน
"ของฉันหนักกว่าอีก ฉันดันเห็นมนุษย์กำลังลูบหางของนายท่านอยู่..."
"เมื่อคืนนาย... คงพักผ่อนไม่ค่อยพอสินะ"
"อ่า... นายก็เหมือนกันใช่ไหม"
"ก็คงงั้นมั้ง..."
สัตว์ประหลาดชายทั้งสองพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นมาที่ปาก แล้วค่อยๆ กัดลงไปหนึ่งคำ
ทันใดนั้น เลือดสีคล้ำกลิ่นเหม็นคาวก็ไหลซึมออกมา
"..."
"..."
ขณะที่สัตว์ประหลาดชายทั้งสองชะงักค้างอยู่กับที่ หลินอินก็ยื่นมือออกไปจับหนวดเส้นหนึ่งของดวงตายักษ์เบาๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
"ดูสิ พวกเขาอยากเอาอาหารมาให้เธอจนร้อนใจถึงขนาดกัดนิ้วตัวเองเลยนะ"
"จริงเหรอ..."
ดวงตายักษ์หันขวับกลับมาด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ และจ้องมองสัตว์ประหลาดชายทั้งสอง
สัตว์ประหลาดชายทั้งสองยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ส่วนหลินอินก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง...