- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาสุดที่รักของนายทหารหน้าดุยุค แปดศูนร์
- บทที่ 9 มิติหลิงเป่ากับลูกพีชกลมโต
บทที่ 9 มิติหลิงเป่ากับลูกพีชกลมโต
บทที่ 9 มิติหลิงเป่ากับลูกพีชกลมโต
ตกดึก
เจียงหนิงย้ายที่นอนจากห้องของแม่เฒ่าเจียงมายังห้องของเจียงหยวนซานและกู้หยุนซู
ยังไงเสีย เธอก็เหลือเวลาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกไม่กี่วันแล้ว
ทนปูนอนบนพื้นไปอีกสักสองสามคืนจะเป็นไรไป
เพียงแต่แม่เฒ่าเจียงนั้นใจจืดใจดำกับเจ้าของร่างเดิมมากเสียจนแม้แต่ฟูกที่ใช้นอนก็ยังชื้นแฉะและเหม็นอับ
เจียงหนิงที่ต้องทนดมกลิ่นเหม็นฉุนนอนพลิกไปพลิกมาอย่างไม่สบายตัว
ท้ายที่สุด เธอจึงนำเสื้อคลุมทหารที่ฉินจิ่วเลี่ยมอบให้มาห่มคลุมกายไว้แน่น เพื่อแยกตัวเองออกจากผ้าห่มที่ขึ้นรา ถึงได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นแบบผู้ชายบนเสื้อเริ่มจางลงเรื่อยๆ
แต่ภาพลักษณ์ของฉินจิ่วเลี่ยกลับยิ่งสลักลึกซึ้งอยู่ในใจของเจียงหนิง
เมื่อนึกถึงดวงตาอันหล่อเหลาและล้ำลึกของเขา เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเบิกบานใจ
ภายในห้องเวลานี้
เจียงหยวนซานและกู้หยุนซูนอนอยู่บนเตียง ทว่าบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยอารมณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
สองสามีภรรยานอนพลิกตัวไปมา ไม่อาจข่มตาหลับลงได้
เพียงเพราะวันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเจียงหนิง
มันได้สร้างแรงกระเพื่อมนับไม่ถ้วนในใจของพวกเขา
คำพูดที่ว่า "เราแยกบ้านจากพวกเขากันเถอะ"
เจียงหยวนซานได้แต่เก็บเอามาคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ
กู้หยุนซูเองก็เป็นห่วงสามีและรู้สึกกังวลไม่แพ้กัน
ทั้งสองต่างเงียบงัน ทว่าในใจกลับมีคำพูดนับพันที่อัดอั้นอยู่ ไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไรดี
ส่วนเจียงหนิงที่นอนอยู่บนพื้น นอกจากเรื่องของฉินจิ่วเลี่ยแล้ว เธอก็นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้—
นั่นก็คือ 'มิติหลิงเป่า'
เธอแตะเบาๆ ที่จี้หยกรูปแหวนตรงหน้าอก แล้วหลับตาลง
แสงสีขาวมหัศจรรย์สว่างวาบขึ้นในห้วงความคิด
วินาทีต่อมา
เธอก็เข้ามาในมิติหลิงเป่าได้สำเร็จ
สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือม่านหมอกสีขาวโพลน
เจียงหนิงรู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนหมู่เมฆ ร่างกายเบาหวิว รอบกายขาวโพลนไปหมดจนแทบจะมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง
ทว่าเธอกลับไม่ตื่นตระหนก
นี่คือสถานะเริ่มต้นของมิติหลิงเป่า หากต้องการจะเปิดใช้งานอย่างแท้จริง จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนอีกเล็กน้อย
เธอกัดนิ้วตัวเองจนเป็นแผลเล็กๆ
หยดเลือดสีแดงฉานพุดขึ้นมาทันที เป็นหยดกลมเต่ง
เจียงหนิงหยดเลือดนั้นลงไปในพื้นที่อันว่างเปล่า
ชั่วพริบตาเดียว
เลือดสีแดงก็อันตรธานหายไป
ตามมาด้วยน้ำเสียงดังก้องกังวาน ราวกับเสียงของนักพรตผู้บรรลุธรรม
【พันธสัญญาเลือดเสร็จสมบูรณ์】
【ขอแสดงความยินดีที่คุณได้เป็นนายแห่งมิติหลิงเป่า】
【ปลดล็อกม่านพลัง มิติหลิงเป่าเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ—】
【ยินดีต้อนรับสู่การเข้าสู่มิติหลิงเป่าเป็นครั้งแรก ปัจจุบันระดับของมิติหลิงเป่าคือระดับ 'ติง' และมีค่าพลังวิญญาณเป็นศูนย์ คุณสามารถพัฒนาและใช้งานมิติหลิงเป่าได้อย่างอิสระ เพื่อสะสมค่าพลังวิญญาณสำหรับอัปเกรดระดับของมิติ ตลอดจนรับถุงโชคดีที่จะสุ่มดรอปเป็นรางวัล】
ขณะที่เจียงหนิงฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หมอกสีขาวเบื้องหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป
เผยให้เห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเงียบสงบ ราวกับสรวงสวรรค์ที่ซ่อนเร้นจากโลกภายนอก
สิ่งแรกที่เธอเห็นคือสวนผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ทุกต้นล้วนเป็นต้นพีช
ทว่าภายในสวนเดียวกันนี้ กลับมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาลทั้งสี่
บางต้นมีใบสีเขียวมรกต บางต้นผลิดอกพีชสีชมพูบานสะพรั่ง บางต้นออกผลสีเขียวลูกเล็กๆ และยังมีอีกหลายต้นที่กิ่งก้านแอ่นลู่เพราะน้ำหนักของลูกพีชสีชมพูผลโต
กลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นหอมหวานของผลไม้ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย
ข้างสวนผลไม้มีลำธารสายเล็กๆ คดเคี้ยวไปมา
น้ำในลำธารใสสะอาดจนมองเห็นพื้นด้านล่าง เป็นประกายระยิบระยับ
มองไม่เห็นทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ราวกับเป็นน้ำอมฤตที่หลั่งรินมาจากสรวงสวรรค์
"ที่แท้นี่ก็คือน้ำพุวิญญาณสินะ~"
เจียงหนิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งเหล่านี้มากจนเผลอร้องอุทานออกมา
สิ่งที่เรียกว่าน้ำพุวิญญาณ ก็คือแหล่งน้ำที่มีพลังวิญญาณวิเศษสถิตอยู่
หากดื่มเข้าไปก็จะช่วยบำรุงร่างกาย หากนำมาอาบชำระล้างก็จะช่วยให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส อ่อนนุ่ม และยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย
เจียงหนิงลองเอานิ้วที่เพิ่งกัดจนเป็นแผลจุ่มลงไปในน้ำพุวิญญาณเพียงไม่กี่วินาที บาดแผลก็สมานตัวจนหายสนิท
แม้แต่รอยด้านบนฝ่ามือที่เกิดจากการทำงานหนักมาตลอดก็ยังหายวับไป
มือที่เรียวยาวของเธอกลับมาขาวเนียนนุ่มนิ่ม!
นิ้วแต่ละนิ้วราวกับหยกเนื้อดี
เจียงหนิงรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
เมื่อไล่สายตาตามลำธารลงไป ก็จะเห็นพื้นที่เพาะปลูกกว้างขวาง
พื้นที่ทั้งหมดมียี่สิบหมู่ ถูกแบ่งออกเป็นแปลงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ดินเป็นสีดำขลับซึ่งเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการปลูกพืชผลใดๆ
เจียงหนิงรู้ดีว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงสถานะเริ่มต้นของมิติหลิงเป่าเท่านั้น
ตราบใดที่เธอขยันหมั่นเพียรและตั้งใจสะสมค่าพลังวิญญาณ เธอก็จะสามารถอัปเกรดระดับของมิติได้
และเมื่อระดับของมิติเพิ่มขึ้น นอกจากพื้นที่เพาะปลูกจะขยายกว้างขึ้นแล้ว ยังจะมีการปลดล็อกทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ สวนผลไม้ และพื้นที่สำหรับเพาะปลูกอื่นๆ อีกมากมาย
รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตและแปรรูปอีกด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธัญพืชหรือแป้ง มิติหลิงเป่าแห่งนี้ก็สามารถผลิตออกมาได้ทั้งหมด
แถมยังมีแปลงสมุนไพรที่ลึกลับที่สุดซ่อนอยู่อีก
หากมีแปลงสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นโสมพันปีหรือเห็ดหลินจือหมื่นปี เธอก็สามารถหามาได้ง่ายๆ อยากได้อะไรก็ย่อมได้
เจียงหนิงรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น และลงมือจัดการทันที
เธอเปิดหน้าจอของมิติขึ้นมา และพบว่าในระดับปัจจุบัน เมล็ดพันธุ์ที่ระบบมีให้ มีเพียงข้าวเจ้าและข้าวสาลีเท่านั้น
พืชทั้งสองชนิดนี้สามารถแลกได้โดยไม่ต้องใช้ค่าพลังวิญญาณ และมีระยะเวลาในการเจริญเติบโตเพียงหนึ่งวัน
เธอจึงจัดการปลูกข้าวเจ้าลงในพื้นที่สิบหมู่ และปลูกข้าวสาลีในพื้นที่อีกสิบหมู่ที่เหลือ
เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ข้าวเจ้าจะให้ผลผลิตหนึ่งพันชั่งต่อหมู่ ส่วนข้าวสาลีจะให้ผลผลิตแปดร้อยชั่งต่อหมู่
นั่นหมายความว่า
พรุ่งนี้เมื่อเธอเข้ามาในมิติอีกครั้ง เธอจะมีข้าวเจ้าถึงหนึ่งหมื่นชั่ง และข้าวสาลีอีกแปดพันชั่ง
แค่คิดเลือดในกายก็เดือดพล่านแล้ว!
ตราบใดที่มีมิติหลิงเป่านี้อยู่ การจะร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!
เจียงหนิงลงมือทำงานด้วยความกระตือรือร้น
หลังจากจัดการกับพื้นที่เพาะปลูกเสร็จ เธอก็เริ่มหันมาสนใจน้ำพุวิญญาณ
เธอออกแบบบ่อน้ำพุร้อนทรงกลมขึ้นมาบ่อหนึ่ง แล้วผันน้ำจากลำธารให้ไหลเข้ามาในบ่ออย่างต่อเนื่อง
เจียงหนิงถอดเสื้อผ้าออก แล้วลงไปแช่ตัวในน้ำพุวิญญาณอย่างสบายอารมณ์
สายน้ำใสสะอาดช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณทั่วเรือนร่าง
ในเวลานี้ เธอรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านพ้นครั้งแรกกับฉินจิ่วเลี่ยมา ความเจ็บปวดและระบมที่หว่างขาซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัวมาทั้งวัน ในที่สุดก็ทุเลาลง
นี่แหละคือความสุขที่แท้จริง ราวกับได้ขึ้นสวรรค์เลยล่ะ~
ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นของมิติหลิงเป่า ภาพอันงดงามก็ปรากฏขึ้น
เจียงหนิงแช่ตัวอยู่ในน้ำอย่างสบายใจ สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกพีชที่ลอยมาตามสายลม ดวงตาของเธอหรี่ลงอย่างมีความสุข ในมือถือลูกพีชผลโตสีชมพูระเรื่อ ค่อยๆ กัดกินทีละคำ
น้ำหวานจากลูกพีชฉ่ำชุ่มอยู่ในปาก ทิ้งรสชาติหอมหวานละมุนไว้ที่ปลายลิ้น
ผิวพรรณที่โผล่พ้นน้ำนั้นขาวเนียน นุ่มละมุน เปล่งประกายราวกับน้ำนม ชวนให้หลงใหลและอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัส
และภายใต้สายน้ำที่ไหลเอื่อย จุดซ่อนเร้นเหล่านั้นก็ยิ่งดูเย้ายวนและน่าหลงใหล
เจียงหนิงเริ่มรู้สึกง่วงนอนนิดๆ
แต่แล้วเสียงทุ้มลึกและหนักแน่นของฉินจิ่วเลี่ยก็ดังแว่วเข้ามาในหัวของเธอ
—【คุณผอมเกินไปแล้ว ควรจะกินให้เยอะกว่านี้นะ】
ชายหนุ่มพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเสียดายและอ่อนโยน
ขนตาของเจียงหนิงกะพริบถี่ๆ แล้วเธอก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
คำถามหนึ่งผุดขึ้นในใจ... เธอผอมขนาดนั้นเลยเหรอ?
เจียงหนิงหลุบตาลงมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง
เธอก็ผอมอยู่นิดหน่อย... แต่สัดส่วนก็สมส่วนดีนะ มีครบทุกอย่างที่ควรจะมีนี่นา!
หรือว่าฉินจิ่วเลี่ยจะหมายความว่าเธอ 'เล็ก' เกินไป?
วินาทีต่อมา เจียงหนิงก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
เธอปรายตามองลูกพีชที่ห้อยย้อยอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ๆ มันทั้งใหญ่ ทั้งกลม แถมยังมีสีชมพูระเรื่อนุ่มละมุน
จากนั้นเธอก็ก้มลงมองที่หน้าอกของตัวเองอีกครั้ง
ทั้งสองอย่างนี้มีขนาดและสีสันใกล้เคียงกันเลย
รอยนิ้วมือสีแดงคล้ำที่เคยประทับอยู่ตรงนั้น จางหายไปหมดแล้วภายใต้การบำรุงของน้ำพุวิญญาณ
แต่เจียงหนิงยังคงจดจำสัมผัสอันวาบหวามและหยอกเย้านั้นได้อย่างชัดเจน
ปฏิกิริยาของฉินจิ่วเลี่ยในตอนนั้น... ก็ไม่ได้ดูเหมือนรังเกียจสักหน่อยนี่นา?
ช่างเป็นผู้ชายที่ปากไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย
เธอสงสัยจังว่าเจ้าน้ำพุวิญญาณนี่จะมีประโยชน์อย่างอื่นนอกจากบำรุงผิวพรรณอีกไหมนะ
อย่างเช่น... ช่วยเรื่อง 'พัฒนาการขั้นที่สอง'
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเจียงหนิงก็แดงซ่าน ดวงตาทอประกายสดใสยิ่งขึ้น เรียวขาภายใต้ผืนน้ำค่อยๆ หนีบเข้าหากันเบาๆ ทำให้ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นแผ่กระจายออกไป