- หน้าแรก
- ปลุกพลังหมื่นชาติ ชาติก่อนของผมคือผานกู่
- ปลุกพลังหมื่นชาติ ตอนที่ 37
ปลุกพลังหมื่นชาติ ตอนที่ 37
ปลุกพลังหมื่นชาติ ตอนที่ 37
ปลุกพลังหมื่นชาติ ตอนที่ 37
บทที่ 37 อสรพิษยักษ์ปรากฏกาย!
ในเวลาเดียวกัน ณ เมืองหลวง
กรมที่เจ็ด ชั้นสามสิบเอ็ด
นอกจากขุนพลสยบปีศาจที่สิ้นชีพไปหนึ่งท่าน และบาดเจ็บสาหัสอีกสองท่าน ขุนพลสยบปีศาจหน้าใหม่อีกห้าสิบสองคนที่เหลือต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ในเวลานี้
ทุกคนต่างรู้ดีว่า ค่ำคืนนี้จะมีศึกใหญ่เกิดขึ้น
แม้ว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมตามคำสั่งของท่านเซียนทั้งสอง
ทว่าเพียงแค่จินตนาการถึงมัน ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและเลือดลมสูบฉีด
สำหรับเหล่านรุ่นพี่ขุนพลสยบปีศาจทั้งยี่สิบสี่ท่านนั้น พวกเขาต่างก็มีความรู้สึกเลื่อมใสในใจว่า 'ลูกผู้ชายควรเป็นเช่นนั้น'
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตำแหน่งขุนพลสยบปีศาจนั้นมีความพิเศษและต้องรักษาความลับ การปฏิบัติภารกิจทั้งหมดของพวกเขาจึงไม่ถูกบังคับให้บันทึกภาพวิดีโอ
แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครสามารถรับรู้ถึงสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นจริงได้
ทว่าอันดับและแต้มเกียรติยศในทำเนียบสยบปีศาจ ก็เปรียบเสมือนหน้าต่างถ่ายทอดสดโดยธรรมชาติ
ในขณะนี้
ดวงตาห้าสิบสองคู่กำลังจ้องเขม็งไปที่หน้าจอขนาดยักษ์ขนาดสามร้อยนิ้วที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องโถง
[ทำเนียบสยบปีศาจ]
อันดับที่หนึ่ง: วานรหลังแดง แต้มเกียรติยศ: 260,110,000!
อันดับที่สอง: ชิงหลวน แต้มเกียรติยศ: 220,330,000!
อันดับที่สาม: เยี่ยนชื่อเสีย แต้มเกียรติยศ: 190,780,000!
...
อันดับที่ยี่สิบสี่: หลิงหมิงสือโหว แต้มเกียรติยศ: 102,034,000!
อันดับที่ยี่สิบห้า: แปดขา แต้มเกียรติยศ: 101,023,000!
สายตาของทุกคนหยุดลงเพียงแค่นี้
ส่วนอันดับที่อยู่ถัดลงไป ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป
เพราะอย่างไรเสีย การต่อสู้ในค่ำคืนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา
ดังนั้นเมื่อมีใครกวาดสายตาผ่านอันดับที่ยี่สิบสี่ ก็มักจะหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็จะส่งยิ้มอย่างรู้กันให้กับเพื่อนร่วมทีมหรือโต๊ะข้างๆ
พลางเอ่ยประโยคที่หลายคนเคยพูดกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
"อีกเดี๋ยวเขาก็ต้องร่วงลงมาแล้ว"
"รุ่นพี่แปดขาขอแค่ฆ่ามหาปีศาจได้สักตัวเดียว ก็แซงหน้าเขาได้ง่ายๆ แล้ว"
"ฮ่าๆๆ... จริงๆ เขาก็เก่งไม่เบานะ! หมายถึงว่าภายในวันเดียวเขาสังหารมหาปีศาจไปได้ตั้งแปดตัว... หรือเก้าตัวนะ? ถือว่าร้ายกาจมากแล้ว!"
"เหอะ! ตอนนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเขามีศัสตราเซียนอยู่กับตัว! ถ้าฉันมีศัสตราเซียนบ้าง ฉันสาบานเลยว่าคืนนี้ฉันจะไม่มีวันถอยกลับมาที่เมืองหลวงเด็ดขาด!"
"นายพูดแบบนี้ ฉันก็นึกขึ้นได้แฮะ ดูเหมือนจะไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่นะ"
"ก็ไม่แปลกนี่ ก่อนหน้านี้เขายังเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในสวนสัตว์อสูรเพื่อเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ อยู่เลย ตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจจะแอบไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนอีกก็ได้... อีกอย่าง ต่อให้เขาจะไม่ถอยกลับมาเมืองหลวง ฉันก็ไม่แปลกใจหรอก"
"ก็นั่นสิ ถ้าฉันมีศัสตราเซียนอยู่ในมือ ก็คงไม่อยากจะพลาดการต่อสู้ในคืนนี้เหมือนกัน"
"แล้วมันยังไงล่ะ? ศัสตราเซียนน่ะไม่ได้ใช้กันได้ง่ายๆ นะ! ฆ่ามหาปีศาจทั่วไปอาจจะดูสบายๆ แต่ถ้าคิดจะฆ่าพวกนักพรตปีศาจขั้นสี่ระดับสูงหรือระดับสูงสุด เขาจะทำได้งั้นเหรอ?"
"เห็นด้วย! ดูทำเนียบสยบปีศาจ ดูแต้มเกียรติยศสิ คืนนี้ทุกอย่างจะกระจ่างแจ้งเอง เรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงคำคมในยุคเก่าประโยคหนึ่งที่ว่า—เมื่อน้ำลด ก็จะรู้ว่าใครไม่ได้สวมกางเกงว่ายน้ำ"
"พูดได้ดี! ชนแก้ว!"
"ชนแก้ว! ชนแก้ว!"
...
ท่ามกลางเสียงกระทบแก้วที่ดังเซ็งแซ่
เคร้ง!
มีคนตะโกนลั่นขึ้นมาว่า
"เปลี่ยนแล้ว! อันดับในทำเนียบมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว!"
"รุ่นพี่บัณฑิตอันดับสิบห้า! เขาขึ้นมาอยู่อันดับสิบสี่แล้ว!"
"อา! รุ่นพี่สิบพยัคฆ์ก็ขยับขึ้นมาเหมือนกัน! ตอนนี้อยู่อันดับเก้าแล้ว!"
"ยังมีรุ่นพี่กลืนทองด้วย! เขาขึ้นมาอยู่อันดับสิบเก้าแล้ว!"
"นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว! เพิ่งออกจากเมืองไปยังไม่ถึงสามชั่วยาม ก็มีมหาปีศาจสังเวยชีวิตภายใต้เงื้อมมือของเหล่ารุ่นพี่ไปแล้วถึงสี่ตัว..."
"ว้าวๆๆ! รุ่นพี่แปดขา! รุ่นพี่แปดขาก็ขยับขึ้นมาแล้ว!"
ฮือฮา—
ดวงตาห้าสิบสองคู่พากันกวาดมองลงไปเบื้องล่างพร้อมกัน
และก็เห็นจริงๆ ว่าอันดับที่ยี่สิบสี่ได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว
ในขณะที่ใครบางคนได้ร่วงกลับลงไปอยู่อันดับที่ยี่สิบห้าตามเดิม
วินาทีต่อมา
ห้องโถงที่เพิ่งจะเงียบลงไปได้ไม่นาน ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
"ฉันบอกแล้วไง! ร่วงลงมาจริงๆ ด้วย!"
"มันเป็นเรื่องปกติที่เห็นๆ กันอยู่แล้ว ไม่ได้เกินความคาดหมายเลยสักนิด!"
"รุ่นพี่แปดขา! สุดยอด! ชนแก้ว!"
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว! ดื่ม! ชนแก้ว!"
"ชะ... เดี๋ยวก่อน! อันดับเปลี่ยนอีกแล้ว!"
...
"???"
ทุกคนละสายตาจากจอกเหล้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง
เพล้ง!
เพล้ง!
เพล้ง!
เสียงแก้วเหล้าที่ร่วงหล่นกระแทกพื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไปทั่วทั้งห้องโถง...
อันดับที่สิบเก้า: หลิงหมิงสือโหว แต้มเกียรติยศ: 134,034,000!
...
ชั้นสามสิบสาม
ท่านเซียนทั้งสองละสายตาจากสัญลักษณ์คนสีดำตัวเล็กๆ ที่ระบุหมายเลข [19] บนแผนที่ แล้วหันมาสบตากันพลางส่ายหน้า
เซียนฉี่เย่วหลุดหัวเราะออกมา
"นึกไม่ถึงว่าเขาจะมีความทะเยอทะยานอยากเอาชนะสูงขนาดนี้"
ทว่านางเซียนหลิวเฟิงกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
"การกำจัดพวกสายสืบและลูกสมุนพวกนี้ก่อนที่สมาพันธ์ปีศาจจะเคลื่อนไหว ก็ถือเป็นเรื่องดี"
เซียนฉี่เย่วหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง
"ยังเหลือเวลาอีกห้าชั่วยาม"
...
มณฑลฉีโจว
ห่างจากเทือกเขาไท่เย่วออกไปสามร้อยลี้
ฟึ่บ!
วานรหลังแดงดึงแขนกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในฝ่ามือมีแกนวิญญาณขนาดเท่ากำปั้นชิ้นหนึ่งที่ยังชุ่มไปด้วยเลือด
ตึง—
เบื้องหน้าของเขา มหาปีศาจวานรดำขนาดยักษ์ที่สูงกว่าห้าจั้งล้มตึงลงกับพื้น
บริเวณดวงตาข้างซ้ายถูกแทนที่ด้วยรูโหว่ขนาดใหญ่
"ตัวที่สอง"
วานรหลังแดงจ้องมองแกนวิญญาณในมือพลางพึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกัน คราบเลือดบนแกนวิญญาณก็แยกตัวออกไปเอง ทำให้มันกลับมาสะอาดหมดจด
เขาโยนมันใส่ถุงมิติอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา
กลุ่ม WeChat [ขุนพลสยบปีศาจ] (สมาชิกยี่สิบสี่คน) มีข้อความแจ้งเตือน +999
"ว่างกันขนาดนี้เลยเหรอ?"
วานรหลังแดงกดเปิดอ่านดู
"เปิดฉากด้วยการสังหารมหาปีศาจไปหนึ่งตัว!"
"รายงาน! จัดการพวกปลาซิวปลาสร้อยรอบๆ เรียบร้อยหมดแล้ว!"
"ทุกท่าน! อาหารว่างกินเสร็จแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาของจานหลัก!"
...
หลังจากนั้นอีกสิบเอ็ดข้อความ
"เอ๊ะ? พวกนายดูเด็กรุ่นใหม่อัจฉริยะคนนั้นสิ (ส่งรูปภาพหน้าจอ.jpg)"
"ว้าว! พุ่งแรงไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย! ขึ้นมาอยู่อันดับสิบเก้าแล้ว!"
"นี่มัน... สังหารมหาปีศาจต่อเนื่องสี่ตัวเลยเหรอ? เห้ ไม่เลวเลยนี่นา!"
"หึ หมอนี่ทุ่มเทขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าจะเอาจริงหรอกนะ? อย่าบอกนะว่ากะจะพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งของลูกพี่น่ะ? คงไม่ใช่หรอกมั้ง?"
...
วานรหลังแดงกดออกจากกลุ่ม WeChat ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เขาเข้าไปที่เว็บไซต์ภายในของกรมที่เจ็ด
อันดับที่หนึ่ง: วานรหลังแดง แต้มเกียรติยศ: 280,110,000!
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปเบื้องล่าง
อันดับที่สิบเก้า: หลิงหมิงสือโหว แต้มเกียรติยศ: 134,034,000!
ชายหนุ่มในชุดลำลองสีขาวสวมแว่นตากันแดดเผยรอยยิ้มที่มุมปาก
"แค่นี้เองเหรอ?"
...
ยามโพล้เพล้เริ่มมาเยือน
หลิงเฉินทอดสายตามองลงไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลเบื้องล่าง แล้วเอ่ยถามว่า
"แกแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่?"
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่ในรายการภารกิจสามสิบรายการที่เขารับมา
"แน่... แน่ใจครับ!"
กระต่ายน้อยสีแดงที่ถูกเกี่ยวไว้บนกระบองทองสั่นท้านไปทั้งตัว
มันได้เห็นอานุภาพของกระบองเล่มนี้มากับตาแล้ว
ทั้งรังของมัน รวมถึงหัวของพรรคพวกอีกสามตัว ล้วนถูกกระบองเล่มนี้ทุบจนแหลกละเอียด
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้มันก็ยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม และรีบละล่ำละลักพูดว่า
"ใต้โคลนตมของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คืออาณาเขตของตระกูลชือครับ!"
"พวกมันเป็นมหาปีศาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแถวนี้ มีปีศาจเฒ่าอยู่สองตัว และลูกสมุนอีกเจ็ดตัว!"
หลิงเฉินเลิกคิ้วขึ้น
"มหาปีศาจเก้าตัวเชียวเหรอ? เยอะขนาดนั้นเลย?"
งูน้อยสีแดงพยักหน้าถี่ๆ
"ข้ามิกล้าหลอกลวงท่านมหาเซียน ตระกูลชือขยายพันธุ์เก่งที่สุด! ปีศาจเฒ่าสองตัวนั้น เล่ากันว่ามีลูกหลานถึงสามล้านตัว! มากกว่าลูกหลานเหลนโหลนของข้าเยอะเลยครับ... ซู่ๆ..."
พูดจบมันก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นสองแฉกออกมา ดวงตาเรียวเล็กฉายประกายแห่งความโลภวูบหนึ่ง
"สามล้านตัว?"
หลิงเฉินตกใจเล็กน้อย
ทว่าเมื่อเห็นปฏิกิริยาของปีศาจงูที่อยู่บนกระบอง เขาก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที
'ตระกูลชือ... คือพวกงูงั้นเหรอ?'
"ใช่ครับ!"
กระต่ายน้อยสีแดงพยักหน้ารับอย่างเป็นธรรมดา
'มิน่าล่ะ'
หลิงเฉินกลับมาสงบตามเดิม
เนตรอัคคีทองคำกวาดมองไปทั่ว ในรัศมีสามร้อยลี้ แม้จะพ้นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ไปแล้ว
สิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดในทุกตารางนิ้ว ก็ยังคงเป็นงู
'ไม่มีสามล้าน ก็คงมีสักสองล้านล่ะมั้ง...'
หลิงเฉินคำนวณในใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
สำหรับผู้ที่อยู่ในขั้นที่สี่แล้ว หากไม่ใช่ระดับสี่ด้วยกัน ทั้งหมดก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น
ต่อให้ในบรรดางูสองล้านตัวนี้จะมีสัตว์อสูรที่ปลุกพลังแฝงอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าจะลงมือจริงๆ ก็แค่เปลืองแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง
'แต่จะล่องูเก้าตัวนั้นออกมาได้ยังไงนะ?'
หลิงเฉินขมวดคิ้วครุ่นคิด
เนตรอัคคีทองคำมองเห็นอย่างชัดเจน
พื้นที่ชุ่มน้ำเบื้องบนคือหนองน้ำ ทว่าลึกลงไปสามสิบจั้งกลับเป็นวังโคลนที่แห้งขอด ซึ่งเชื่อมต่อกับอุโมงค์ลับนับไม่ถ้วน
งูปีศาจเก้าตัวซ่อนตัวอยู่ในนั้น
เพียงแต่พื้นที่ชุ่มน้ำนั้นราบเรียบเสมอกัน เขาอาจจะใช้กระบองทองทุบทำลายเขาป่ากู่เพื่อเปิดเผยพระราชวังใต้ดินในภูเขาออกมาได้
ทว่าหากต้องรับมือกับวังโคลนแห่งนี้ การทุบให้เกิดรอยแยกน่ะง่าย แต่ถ้าคิดจะเปิดมันออกทั้งหมดนั้นยากยิ่งนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาบุกเข้าไป ด้วยอุโมงค์ลับที่มีมากมายขนาดนั้น พวกงูปีศาจต้องพากันหนีหายไปหมดแน่
เขาอาจจะสกัดไว้ได้ไม่กี่ตัว แต่ถ้าคิดจะสังหารให้หมดเกลี้ยง เกรงว่าจะเป็นได้เพียงความเพ้อฝัน
'จะขาดไปแม้แต่ตัวเดียวไม่ได้'
หลิงเฉินมีเป้าหมายที่ชัดเจน
'ถ้าอย่างนั้น ก็คงต้องทำแบบนี้แล้วล่ะ...'
ดวงตาของเขาฉายแววเย็นเยียบออกมา เขาตบหลังตือโป๊ยก่ายเบาๆ
"ไปกันเถอะ ปาเจี้ย มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้สิบลี้"
ตือโป๊ยก่ายไม่กล้ารอช้า รีบเร่งฝีเท้าตามไปทันที
ไม่นานนักก็ถึงจุดหมาย
ทะเลสาบขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเบื้องล่าง
"ตรงนี้แหละ"
ตือโป๊ยก่ายร่อนเมฆลงมาจนถึงผิวน้ำ
หลิงเฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
เขาดึงขนลิงออกมาเส้นหนึ่งแล้วเป่าเบาๆ
ขนลิงกลายสภาพเป็นแสงสีทองนับหมื่นสาย และควบแน่นกลายเป็นคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งตามจิตปรารถนาของเขา
บนหน้าปกคัมภีร์สลักตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า—
72 วิชาจำแลง
หลิงเฉินประคองคัมภีร์ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ เปิดออก
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะร่ายอาถาช้าๆ ว่า
"จงเปลี่ยน!"
สิ้นคำร่าย
ผิวน้ำในทะเลสาบที่เคยสงบนิ่งพลันเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำขึ้น
หลิงเฉินไม่ได้ใส่ใจ เขายังคงก้มหน้าและร่ายต่อ
"จงเปลี่ยน!"
ตูม ตูม—
คลื่นยักษ์ยิ่งโหมกระหาย น้ำในบริเวณรอบข้างพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
งูน้อยสีแดงที่ห้อยอยู่บนหางหมูจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งกิมกี่
มันบิดคอไปมองตือโป๊ยก่ายที่อยู่ข้างๆ โดยสัญชาตญาณ
ฝ่ายหลังเองก็เบิกตากว้างจนลูกตาแทบถล่น จ้องมองภาพนั้นอย่างเหม่อลอย
ในตอนนั้นเอง เสียงร่ายครั้งที่สามที่ชัดเจนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"จงเปลี่ยน!"
ตูม!!!
ผิวน้ำที่พุ่งสูงกว่าคันกั้นน้ำถึงสิบจั้งพลันเริ่มเอียงลาด
ราวกับน้ำในทะเลสาบซีกหลังทั้งหมดถูกม้วนตลบขึ้นมา
"จงเปลี่ยน!"
พร้อมกับเสียงร่ายครั้งที่สี่
ทะเลสาบทั้งลูกที่ถูกพลิกกลับด้านดูเหมือนจะทนรับแรงกดดันมหาศาลที่ตึงเครียดถึงขีดสุดไม่ไหวอีกต่อไป
เสียงระเบิดดังกึกก้องราวกับมีลูกปืนใหญ่หนึ่งพันลูกถูกจุดระเบิดขึ้นใต้ผิวน้ำพร้อมกัน!
กระแสน้ำสีขาวโพลนอันไร้ที่สิ้นสุด พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยแรงกระแทกที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้ มุ่งตรงไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้ทันที
หลิงเฉินชี้นิ้วออกไป
รุ้งสีทองสายหนึ่งพาดผ่านไปตามผิวน้ำ และแผ่ขยายออกไปตามกระแสน้ำที่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
ตือโป๊ยก่ายรีบดึงสติกลับมา แล้วออกตัววิ่งสุดฝีเท้าไปข้างหน้า
โดยมีมวลน้ำมหาศาลที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งไล่ตามหลังมาติดๆ
...
พื้นที่ชุ่มน้ำ
ก่อนที่มวลน้ำจะมาถึง
พงหญ้าคาที่หนาทึบพลันสั่นไหวไปมาก่อน
งูขนาดยักษ์ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์พากันเลื้อยออกมาด้วยความหวาดกลัว และมองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
วินาทีถัดมา
กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากก็พุ่งเข้าทับถมและบดขยี้พวกมันไป
โผละ โผละ โผละ—
แรงดันน้ำที่หนักอึ้งและแรงปะทะที่บ้าคลั่ง บดขยี้พวกมันจนแตกกระจายกลายเป็นกองเลือดราวกับบีบถุงลมปลา ก่อนจะถูกกระแสน้ำพัดพาหายไป
เพียงชั่วพริบตา
พื้นที่ชุ่มน้ำกว่าครึ่งหนึ่งก็กลายเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่
บนผิวน้ำเต็มไปด้วยซากงูลอยเกลื่อนกาจ
หลิงเฉินมองภาพนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่ง
ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความเศร้าหรือความยินดี
ในใจไม่มีความหวั่นไหวใดๆ
ท่ามกลางสมองที่เยือกเย็นถึงขีดสุด เสียงของระบบก็ดังขึ้นเบาๆ:
[ติ๊ง! สวรรค์และโลกไร้เมตตา เห็นสรรพสิ่งเป็นเพียงสุนัขฟาง!]
[สภาวะจิตใจของโฮสต์สอดคล้องกับสภาวะจิตใจของซุนหงอคง: ระดับความเข้ากัน +4%!]
[ระดับความเข้ากันปัจจุบัน: 65%!]
...
ทันใดนั้น
พลังงานมหาศาลก็ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์
แสงสีทองที่เพิ่งจะเหือดแห้งไปจากการใช้ 72 วิชาจำแลง พลันกลับคืนมาเกินครึ่งในทันที
จู่ๆ
คลื่นยักษ์ลูกแล้วลูกเล่าก็ระเบิดขึ้นบนผิวน้ำ
เสียงคำรามที่ผสมผสานไปด้วยความเกรี้ยวดราดและโศกเศร้า ดังกลบเสียงของสายน้ำจนมิด
"ใครกัน!"
"ใครมันช่างกล้ามาทำร้ายลูกหลานของข้า!"
"ใคร!"