- หน้าแรก
- ระบบสกัดโอสถเทพ ใครบอกว่าขยะกินไม่ได้
- บทที่ 21 - ฟาดเด็กน้อยทีละคน
บทที่ 21 - ฟาดเด็กน้อยทีละคน
บทที่ 21 - ฟาดเด็กน้อยทีละคน
บทที่ 21 - ฟาดเด็กน้อยทีละคน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ฉู่เหอพุ่งตัวเข้าหาซูเสี่ยวสือ
"ไอ้หนูสกปรกอย่างเจ้ากล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ" ซูเสี่ยวสือแค่นเสียง
คำพูดเพิ่งขาดคำเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของฉู่เหอ มันถาโถมเข้าใส่ราวกับขุนเขาขนาดมหึมาทับลงบนบ่า
วินาทีต่อมาเขาก็เห็นฉู่เหอมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ เพียงแค่มองสบตาก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่อาจต่อกรได้
...สัมผัสเทวะของศิษย์รับใช้ผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนัก อย่างน้อยต้องเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณระดับเจ็ด แย่แล้ว ข้าประเมินเขาต่ำไป ข้าสู้เขาไม่ได้แน่!
ขณะที่เขากำลังตื่นตระหนก ท่อนไม้ที่เกิดจากการควบแน่นพลังปราณของฉู่เหอก็ฟาดลงมา ในสายตาของซูเสี่ยวสือมันดูเหมือนไม่ได้รวดเร็วนัก ทว่าภายใต้แรงกดดันจากสัมผัสเทวะ การตอบสนองของเขากลับเชื่องช้ากว่าปกติมาก
ปัง!
เสียงทึบหนักๆ ดังขึ้น ฉู่เหอฟาดกระบองไม้ใส่จนเขาสลบเหมือดไปในไม้เดียว
กู้เซียวตกใจสุดขีด นางรีบวิ่งหนีเตลิดไปทันที ไม่กล้าแม้แต่จะหันมาปะทะกับฉู่เหอ
"อย่ามารังแกคนอื่นนะ!"
สวี่เหมยตะโกนลั่น นางยกมือเรียวบางขึ้น เสกงูไฟพุ่งทะยานออกไป
ในบรรดาธาตุทั้งห้า ธาตุไฟมีฤทธิ์ข่มธาตุไม้ในระดับหนึ่ง เมื่อเห็นงูไฟพุ่งเข้ามา ฉู่เหอไม่อยากยืดเยื้อพัวพันกับนาง จึงรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
"ท่านพี่ ข้ามาช่วยแล้ว!"
สวี่ฮว่าร่ายรำคาถา พลันเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ลุกพรึบขึ้นรอบกาย นางยื่นมือเรียวออกไป ใช้ฝ่ามือเป็นสะพานเชื่อมต่อ เกลียวคลื่นแห่งเปลวไฟม้วนตัวพุ่งไปหาพี่สาว
พี่น้องฝาแฝดคู่นี้ฝึกฝนวิชาที่สามารถผสานการโจมตีร่วมกันได้ เมื่อพลังสองสายหลอมรวมกัน อานุภาพของเวทมนตร์ก็ยิ่งทวีคูณ
พวกนางไม่ได้มีความมุ่งร้ายต่อฉู่เหอมากนัก เพียงแต่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากสำนักมาหลายปี เมื่อรู้สึกว่าสำนักกำลังเผชิญภัยพิบัติใหญ่หลวง มีหรือที่พวกนางจะไม่ยอมเสียสละชีวิตพุ่งทะยานไปข้างหน้า
สวี่เหมยเองก็มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทั่วร่างเช่นกัน
นางยื่นมือข้างหนึ่งออกไป เส้นโค้งแห่งเปลวไฟประสานเข้ากับไฟที่ทอดยาวมาจากแขนของสวี่ฮว่า แปรเปลี่ยนเป็นดาบเพลิงรูปจันทร์เสี้ยว ฟาดฟันเข้าใส่ฉู่เหอ
นี่คือเวทมนตร์ธาตุไฟ วิชาจันทร์เสี้ยวอัคคี
เมื่อสองพี่น้องร่วมมือกัน อานุภาพการทำลายล้างของเวทมนตร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทว่าความเร็วในการโจมตียังคงเท่าเดิม การจะหลบหลีกจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก ฉู่เหอเบี่ยงตัวหลบได้อย่างสบายๆ
จังหวะนั้นเองก็มีเสียงง้างสายธนูดังขึ้นจากด้านหลัง
ลูกศรเหล็กพุ่งแหวกอากาศตรงมาหาฉู่เหอ เขาต้องรีบหลบอีกครั้ง ลูกศรพุ่งเฉียดตัวเขาไปพร้อมกับเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู
เบื้องหลังของฉู่เหอมีเด็กสาวในชุดกระโปรงยาวสีดำ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรายืนอยู่ นางกำลังง้างคันธนูเหล็กสีดำขนาดใหญ่ที่สูงพอๆ กับตัวนางเอง
หลังจากนั้นอุปกรณ์วิเศษหลากหลายชนิดก็พุ่งเป้าโจมตีมาที่ฉู่เหอ มีทั้งห่วงทองเหลือง มีดบินเล่มเล็ก และลูกปัดวิเศษ
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ฉู่เหอรีบพุ่งตัวลงไปยังผืนป่าเบื้องล่าง ร่ายเวทมนตร์ธาตุไม้ วิชาพรางเร้นพฤกษา
วิชานี้ช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรธาตุไม้สามารถซ่อนพรางเงาร่างในป่าทึบได้ ยิ่งพลังปราณบริสุทธิ์มากเท่าใด ประสิทธิภาพในการซ่อนตัวก็ยิ่งยอดเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น
"อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ ต้องสังหารคนทรยศผู้นี้ก่อน!"
ศิษย์ชายร่างผอมวัยสิบสองปีคนหนึ่งเหยียบมีดเล่มเล็กพุ่งตามลงไปในป่า ตรงไปยังจุดที่ฉู่เหอเพิ่งหายตัวไป
ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ดงไม้ เสียงลมก็แหวกอากาศดังขึ้นจากด้านหลัง
"หวังจวิน ระวัง!"
เมื่อเขาหันขวับกลับไป ก็เห็นท่อนไม้ลอยมาจ่ออยู่ที่หน้าผากเสียแล้ว
ปัง!
ฉู่เหอฟาดกระบองไม้ใส่จนเขาสลบเหมือดไปอีกคน
"หวังจวิน ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง!"
ศิษย์วัยสิบสองปีอีกคนแกว่งดาบใหญ่ที่สูงกว่าตัวเขาเสียอีก แววตาดุดัน แผ่รังสีอำมหิตพุ่งทะยานเข้ามา
ฉู่เหอพุ่งตัวเข้าหาเงามืดของแมกไม้และหายตัวไปอีกครั้ง
"เดี๋ยวก่อน เฟ่ยชิงรีบออกมา เจอต้นไม้ห้ามเข้าปะทะ!"
บรรดาศิษย์น้องชายหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเหล่านี้ ไม่รู้จักการประสานงานร่วมมือกันเลยแม้แต่น้อย เอาแต่วิ่งพล่านสะเปะสะปะ
หลังจากเฟ่ยชิงพุ่งเข้าไปในป่า เขาก็เหวี่ยงดาบยาวในมือ ดาบนั้นคมกริบราวกับหั่นเต้าหู้ ฟันต้นท้อขนาดสามคนโอบจนขาดสะบั้น
ต้นไม้ใหญ่ล้มครืนลงมาพร้อมกับเสียงลมพัดอื้ออึง
"เฟ่ยชิงอย่าทำอะไรวู่วาม นี่คือป่าต้นท้อที่ท่านอาสือโปรดปรานที่สุดนะ!"
"จะไปสนอะไรนักหนา กำจัดคนทรยศสำคัญกว่า หรือว่าต้นไม้สำคัญกว่ากัน ข้าจะถางป่าทึบนี้ให้เหี้ยน ดูสิว่ามันจะซ่อนตัวที่ไหนได้อีก"
เด็กหนุ่มพุ่งตัวรวดเร็วดั่งสายลม เงื้อดาบฟันต้นไม้ใหญ่อีกต้น
ฟุ่บ!
ตอนนั้นเอง รากไม้เส้นหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินด้านหลังของเขา มันรัดพันข้อเท้าของเขาเอาไว้แน่นราวกับงูวิญญาณ แล้วกระชากเขาจนล้มคว่ำลงกับพื้น เขาตวัดดาบฟันรากไม้ที่รัดข้อเท้าอย่างรวดเร็ว
จังหวะเดียวกันนั้นเอง เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบน
ปัง!
หน้าผากของเขาถูกฟาดเข้าอย่างจังจนสลบเหมือดไป
เฟ่ยชิงเพิ่งจะล้มลง ฉู่เหอก็สัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังถูกสัมผัสเทวะหลายสายล็อคเป้าหมาย เวทมนตร์สองสายและอุปกรณ์วิเศษห้าชิ้นกำลังพุ่งตรงมาที่เขา
ฉู่เหอรีบคว้าตัวเฟ่ยชิงที่นอนสลบอยู่บนพื้น พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง เวทมนตร์ธาตุไฟจันทร์เสี้ยวอัคคีฟาดฟันลงบนพื้นดินด้านหลัง ทิ้งรอยมีดลึกเอาไว้
หากฉู่เหอไม่คว้าตัวเฟ่ยชิงติดมือมาด้วย สองพี่น้องตระกูลสวี่คงฟันเฟ่ยชิงขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว
เด็กหญิงทั้งสองยังไม่สามารถควบคุมการร่ายเวทให้ดั่งใจนึกได้
"สวี่เหมย สวี่ฮว่า พวกเจ้ากะจะฆ่าข้า หรือจะฆ่าเฟ่ยชิงกันแน่"
"ขออภัย ศิษย์พี่ฉู่ เอ๊ะ ไม่สิ ฉู่เหอ เจ้าจงวางศิษย์พี่เฟ่ยลงเดี๋ยวนี้"
"ฉู่เหอ อย่าคิดนะว่ามีตัวประกันแล้วพวกข้าจะไม่กล้าลงมือ"
"คอยดูเถอะ ข้าจะยิงเจ้าให้ตาย!"
ฟุ่บ!
ลูกศรเหล็กอีกลอกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาในป่า แต่ไม่ได้ยิงโดนฉู่เหอ ลูกศรนั้นปักลึกเข้าไปในหินสีเขียวก้อนใหญ่จนมิดแม้แต่หางขนนก
เด็กพวกนี้ถูกสำนักล้างสมองด้วยคำสอนที่ว่าผู้บำเพ็ญเพียรต้องเด็ดขาดในการสังหาร... ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ยั้งมือแล้วเหมือนกัน
ฉู่เหอทิ้งเฟ่ยชิงลงกับพื้น งัดวิชาธาตุไม้พฤกษาดำดินออกมาใช้ ร่างของเขามุดลงไปใต้ผืนดินราวกับรากไม้ เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปยังริมป่า
โดยปกติแล้ววิชาดำดินมักจะเป็นเวทมนตร์ธาตุดิน แต่ในวิชาธาตุไม้ก็มีเคล็ดวิชาดำดินอยู่เช่นกัน เพียงแต่ความลึกและความเร็วในการดำดินนั้นเทียบไม่ได้กับวิชาของสายธาตุดินเลย
ฉู่เหอผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของกลุ่มเด็กๆ
ปัง!
ปัง!
สวี่เหมยและสวี่ฮว่า พี่น้องฝาแฝดถูกฟาดเข้าที่ท้ายทอยคนละทีจนสลบเหมือด
"แย่แล้ว มันอยู่ข้างหลังพวกเรา!"
"หนีเร็วเข้า!"
"อย่าหนีนะ!"
ปัง ปัง ปัง
"พวกเราสู้ตายกับมัน..."
ปัง
ฉู่เหอไม่ได้ใช้เวทมนตร์อะไรที่หรูหราอลังการ เขาอาศัยเพียงความไม่คาดฝันและความเร็วที่เหนือกว่า ใช้วิธีที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด นั่นคือใช้กระบองไม้ที่ควบแน่นจากเวทมนตร์ธาตุไม้ เคาะหัวพวกเด็กๆ ทีละคน
เด็กบางคนเป็นลูกหลานของผู้อาวุโสขั้นสร้างรากฐานในสำนัก แต่ฉู่เหอก็ไม่สน ฟาดร่วงหมดไม่มียกเว้น
"แย่แล้ว พวกเราสู้ฉู่เหอไม่ได้เลย"
"ปีศาจฉู่ ช่างมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก"
กลุ่มเด็กๆ เริ่มหวาดกลัวเมื่อเห็นฉู่เหอฟาดคนสลบไปติดๆ กันหลายคน ความอวดดีที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น
"ฉู่เหอ ถ้าเจ้าแน่จริง อย่าลอบกัดสิ"
"ทุกคนอย่าแยกตัวกัน ระวังจะถูกปีศาจเฒ่าฉู่เหอลอบทำร้าย"
"ปีศาจเฒ่าฉู่ สำนักอุตส่าห์ชุบเลี้ยงเจ้ามาเป็นสิบปี เจ้ากลับทรยศสำนัก จิตใจชั่วร้ายนัก รอให้ปู่ข้ากลับมาก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องให้ปู่ถลกหนังถอดเอ็นเจ้าเสีย!"
"ปีศาจเฒ่าฉู่ กล้าเผยตัวออกมาสู้กับพวกเราอย่างยุติธรรมหรือไม่"
"เจ้าคือหยางกวนใช่ไหม เจ้าจะดวลกับข้าอย่างยุติธรรมหรือ"
ฉู่เหอลอยตัวขึ้นจากป่า ยืนตระหง่านอยู่บนยอดไม้ใหญ่ราวกับนกที่โบยบิน ร่างกายพลิ้วไหวไปตามกิ่งไม้ที่โอนเอนตามแรงลม
สีหน้าของหยางกวนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "ไม่ได้สู้กับข้าแค่คนเดียว แต่สู้กับพวกข้าต่างหาก พวกเราจะสู้กับเจ้าอย่างยุติธรรม"
"ใช่แล้ว มีข้าด้วยอีกคน!"
"ข้าด้วย!"
"ข้าด้วยคน!"
"ปีศาจเฒ่าฉู่ เจ้ากล้าพอที่จะสู้กับพวกเราทุกคนอย่างยุติธรรมหรือไม่"
[จบแล้ว]