- หน้าแรก
- ระบบกระจกเทพแลกสมบัติสะท้านฟ้า
- บทที่ 49 - เบื้องหลังอันน่าตกตะลึง ไมตรีจิตของซ่งชิงหมิง
บทที่ 49 - เบื้องหลังอันน่าตกตะลึง ไมตรีจิตของซ่งชิงหมิง
บทที่ 49 - เบื้องหลังอันน่าตกตะลึง ไมตรีจิตของซ่งชิงหมิง
บทที่ 49 - เบื้องหลังอันน่าตกตะลึง ไมตรีจิตของซ่งชิงหมิง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
นางรับหินวิญญาณมาแล้วยื่นป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งให้เซียวเสวียน "ดวงของเจ้าไม่เลวเลย ยังเหลือห้องหลอมโอสถระดับดินว่างอยู่อีกหนึ่งห้องพอดี"
"อ้อ จริงสิ ศิษย์น้องตั้งใจจะหลอมโอสถชนิดใดหรือ สนใจจะเข้าร่วมตำหนักโอสถของเราหรือไม่ สวัสดิการของตำหนักโอสถเราดีมากเลยนะ"
เซียวเสวียนตอบกลับ "ศิษย์พี่ ข้าตั้งใจจะหลอมโอสถรวบรวมปราณขอรับ"
"อะไรนะ?!" ซ่างกวนเยว่หลีสะดุ้งสุดตัวและร้องเสียงหลง
นางนึกว่าเซียวเสวียนแค่จะมาหลอมโอสถปี้กู่หรือโอสถรวมปราณ ไม่คิดเลยว่าเซียวเสวียนจะมาหลอมโอสถรวบรวมปราณ
นี่มันคือโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางเชียวนะ
แถมเซียวเสวียนก็ยังอายุน้อยถึงเพียงนี้
นางคิดไม่ถึงเลยว่าไอ้หนูผู้มีรากวิญญาณห้าสายไร้ค่าเมื่อสามปีก่อนจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้!
นางค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงแล้วเอ่ยถามช้าๆ "ศิษย์น้องเซียว เจ้าหลอมโอสถรวบรวมปราณมีโอกาสสำเร็จกี่ส่วนหรือ?"
เซียวเสวียนยิ้มเจื่อน "ศิษย์พี่ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าหลอมโอสถรวบรวมปราณ จะหลอมสำเร็จหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจเลยขอรับ"
ซ่างกวนเยว่หลีเผยสีหน้าผิดหวังออกมาวูบหนึ่ง ทว่าก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นางแย้มยิ้ม "ถ้าเช่นนั้นก็ขออวยพรให้ศิษย์น้องเซียวหลอมโอสถรวบรวมปราณสำเร็จ และได้เป็นนักหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางในเร็ววันนะ!"
เซียวเสวียนประสานมือขอบคุณ "ขอบพระคุณศิษย์พี่ขอรับ"
นางหันไปสั่งศิษย์ชายผู้นั้น "ศิษย์น้องซ่ง เจ้าพาศิษย์น้องเซียวไปที่ห้องหลอมโอสถที"
สิ้นคำศิษย์น้องแซ่ซ่งก็พาเซียวเสวียนเดินออกจากตำหนักโอสถไป
ซ่างกวนเยว่หลีมองตามแผ่นหลังของเซียวเสวียนไปพลางพึมพำกับตนเอง "เหตุใดข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขานักนะ?"
"ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่!?"
"หรือว่าจะเป็นเขา?"
นางพลันนึกถึงตอนที่ถูกโจรดักปล้นไล่ล่าและได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มผู้หนึ่งจนต้องเสียความบริสุทธิ์ไป
"จะเป็นไปได้อย่างไร คนหนึ่งผิวดำคล้ำ ส่วนอีกคนคิ้วเข้มตาคม ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนเดียวกันกระมัง?"
ซ่างกวนเยว่หลีเกิดความคลางแคลงใจอยู่บ้าง
ทว่าเมื่อสตรีริเริ่มสงสัยแล้ว พวกนางย่อมต้องสรรหาสารพัดวิธีมาพิสูจน์ความจริงให้จงได้
หลังจากออกจากตำหนักโอสถ สีหน้าเคร่งเครียดของเซียวเสวียนก็ผ่อนคลายลงในที่สุด การถูกซ่างกวนเยว่หลีจ้องมองตลอดเวลา หากแสดงท่าทีผิดปกติไปแม้แต่น้อยก็อาจจะถูกนางจับได้
แต่จะว่าไปแล้ว เมื่อมองดูซ่างกวนเยว่หลี ภายในใจของเขากลับมีความรู้สึกพิเศษแฝงอยู่
ในตอนแรกเซียวเสวียนเพียงแค่รู้สึกเลื่อมใสซ่างกวนเยว่หลี และซาบซึ้งใจที่นางพาเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียน
มาบัดนี้ความรู้สึกที่เขามีต่อนางกลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากความเลื่อมใสของเด็กหนุ่มกลายเป็นความรักฉันท์ชู้สาวไปเสียแล้ว
ระหว่างทางไปยังห้องหลอมโอสถ ชายแซ่ซ่งก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา "ศิษย์น้องเซียว ข้าชื่อซ่งชิงหมิง เจ้าสนิทสนมกับศิษย์พี่ซ่างกวนมากหรือ?"
เซียวเสวียนส่ายหน้า "ศิษย์พี่ซ่ง ข้าก็แค่เคยพบศิษย์พี่ซ่างกวนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นางเป็นคนพาข้าเข้าสำนักชิงเสวียน และเป็นผู้ทดสอบรากวิญญาณให้ข้าขอรับ"
ซ่งชิงหมิงถึงบางอ้อ มิน่าเล่าศิษย์สายนอกเช่นเขาถึงได้มีความเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่ซ่างกวนได้
ซ่งชิงหมิงถามต่อ "ศิษย์น้องเซียว เจ้ารู้หรือไม่ว่าศิษย์พี่ซ่างกวนมีฐานะอะไร?"
เซียวเสวียนส่ายหน้า
เขาถามอีก "ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้จักเจ้าสำนักชิงเสวียนของเราหรือไม่?"
เซียวเสวียนพยักหน้า ตอนที่เข้าสำนักชิงเสวียนครั้งแรก ท่านเจ้าสำนักเป็นผู้จัดการทดสอบถามใจด้วยตนเอง
เขายังจำได้ดีว่าในตอนนั้นมีเด็กที่มีรากวิญญาณคู่และรากวิญญาณกลายพันธุ์ห้าคนถูกท่านเจ้าสำนักพาตัวไป ในเวลานั้นเด็กหลายคนที่อยู่บนลานกว้างต่างก็แสดงสีหน้าอิจฉากันถ้วนหน้า
เขายิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกระซิบเสียงแผ่ว "นางเป็นบุตรสาวของท่านเจ้าสำนักเราอย่างไรเล่า!"
"หา?!" เซียวเสวียนตกตะลึง
ข่าวนี้ช่างเหนือความคาดหมายเสียจริง
ซ่างกวนเยว่หลี? ซ่างกวนอวิ๋นถิง? ใช้แซ่เดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เซียวเสวียนนึกเจ็บใจตนเองที่ไม่ได้เอะใจให้เร็วกว่านี้
ทว่าความหวาดกลัวในเบื้องลึกของจิตใจก็เข้ามาบดบังความประหลาดใจของเซียวเสวียนไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเสวียนรู้สึกหนักอึ้งในใจ หากท่านเจ้าสำนักรู้ว่าคนที่พรากความบริสุทธิ์ของศิษย์พี่ซ่างกวนไปคือตัวเขา มีหวังเขาต้องรับเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัสแน่!
เซียวเสวียนไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าจุดจบของตนเองจะน่าอนาถเพียงใด!
ซ่งชิงหมิงเห็นเซียวเสวียนหน้าสลดลงก็ถามด้วยความสงสัย "ศิษย์น้องเป็นอะไรไปหรือ?"
เซียวเสวียนดึงสติกลับมา "ไม่มีอะไรขอรับ แค่กังวลเรื่องการหลอมโอสถรวบรวมปราณนิดหน่อย"
ซ่งชิงหมิงกล่าวว่า "อิจฉาศิษย์น้องเซียวจริงๆ ไม่คิดเลยว่าอายุยังน้อยก็เป็นนักหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำแล้ว ไม่เหมือนข้าที่ไม่มีความสามารถด้านวิชาชีพเซียนใดๆ เลย ต้องคอยพึ่งพาเบี้ยหวัดรายเดือนจากสำนักประทังชีวิต"
ในมุมมองของเขา การที่เซียวเสวียนมาหลอมโอสถรวบรวมปราณในครั้งนี้ ย่อมต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับหนึ่งอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่กล้ามาหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางเช่นนี้
อันที่จริงเซียวเสวียนก็เป็นแค่มือใหม่หัดขับ แม้แต่โอสถปี้กู่ที่ง่ายที่สุดก็ยังไม่เคยหลอม ทว่ากลับถูกซ่งชิงหมิงประทับตราให้เป็นนักหลอมโอสถไปเสียแล้ว
เซียวเสวียนเองก็ทั้งฉิวทั้งขำ "ศิษย์พี่ซ่งชมเกินไปแล้ว ข้าก็แค่อาศัยความคุ้นชินเท่านั้นขอรับ!"
ทั้งสองเดินมาถึงห้องหลอมโอสถในเวลาไม่นาน เขาบอกกับเซียวเสวียนว่า "ศิษย์น้องเซียวเพียงแค่นำป้ายคำสั่งที่ศิษย์พี่ซ่างกวนให้เมื่อครู่ไปทาบกับค่ายกลตรงหน้าห้องก็พอแล้ว"
"ค่ายกลชนิดนี้มีความพิเศษมาก ต้องใช้ป้ายคำสั่งเฉพาะเท่านั้นจึงจะเปิดได้ ศิษย์น้องวางใจหลอมโอสถอยู่ข้างในได้เลย ต่อให้ข้างนอกจะเกิดแผ่นดินไหวภูเขาถล่ม คนที่อยู่ข้างในก็จะไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย"
ว่าแล้วเซียวเสวียนก็หยิบป้ายคำสั่งนั้นขึ้นมาทาบลงบนประตูห้องหลอมโอสถระดับดินหมายเลขแปด ประตูหินก็ค่อยๆ เปิดออก
"ขอให้ศิษย์น้องเซียวหลอมโอสถได้อย่างราบรื่น! หากต้องการสิ่งใดก็แค่เปิดประตูออกมาเรียกข้าได้เลย!"
ซ่งชิงหมิงอวยพรด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ขอบพระคุณสำหรับคำอวยพรของศิษย์พี่ซ่งขอรับ"
เซียวเสวียนตอบรับก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องหลอมโอสถไป ประตูหินปิดลงดังสนั่น
ภายนอกประตู รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งชิงหมิงยังไม่จางหาย เขาเพียงแต่หวังว่าท่าทีที่เป็นมิตรเมื่อครู่จะช่วยให้เซียวเสวียนรู้สึกดีกับเขาได้
สำนักชิงเสวียนไม่เคยขาดแคลนนักหลอมโอสถ แต่นักหลอมโอสถที่อายุน้อยอย่างเซียวเสวียนนั้นมีน้อยมาก
หากการหลอมโอสถของเซียวเสวียนในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและสามารถหลอมโอสถขั้นกลางออกมาได้สำเร็จ เขาก็จะกลายเป็นผู้ทำลายสถิตินักหลอมโอสถที่อายุน้อยที่สุดของสำนักชิงเสวียน
ซ่งชิงหมิงเล็งเห็นถึงจุดนี้ จึงได้แสดงท่าทีเป็นมิตรกับศิษย์สายนอกอย่างเซียวเสวียน
มิเช่นนั้นแล้ว ศิษย์สายในเช่นเขา มีเหตุผลอันใดต้องมาก้มหัวประจบเอาใจศิษย์สายนอกด้วยเล่า?
ก็เป็นเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่อย่างไรเล่า จะเป็นศิษย์สายนอกหรือศิษย์รับใช้ก็ช่างเถิด ขอเพียงสามารถนำผลประโยชน์มาให้เขาได้ การยกยอคนสักประโยคสองประโยคมันจะไปยากอะไร
หากเจ้าไม่ประจบ ก็มีคนอื่นรอประจบอยู่อีกถมเถไป!
เซียวเสวียนเดินเข้าไปในห้องหลอมโอสถ ไอร้อนที่เจือปนไปด้วยกลิ่นหอมของโอสถก็ปะทะเข้าเต็มหน้า
พื้นที่ภายในห้องไม่กว้างนัก ขนาดราวสองจั้งสี่เหลี่ยม บริเวณกึ่งกลางค่อนไปทางด้านในมีแท่นที่ลักษณะคล้ายเตาไฟตั้งอยู่
เซียวเสวียนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ภายในเตาไฟกำลังพ่นไฟปฐพีสีส้มแดงออกมา
เซียวเสวียนมองดูเปลวเพลิงสีส้มแดงกลุ่มนั้น หัวใจก็เต้นระรัว
นี่หรือคือไฟปฐพี?
แม้เขาจะเคยอ่านคำบรรยายเกี่ยวกับไฟปฐพีในตำรามานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในไฟปฐพี
หากทำให้ไฟปฐพีของยอดเขาหนิงตันปะทุขึ้นมา เกรงว่ายอดเขาหนิงตันทั้งยอดคงมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีแน่
เซียวเสวียนเบือนหน้าไปทางอื่น ข้างเตาไฟมีชั้นวางสมุนไพรที่ทำจากหยกขาววางเรียงรายอยู่หลายชั้น บนเพดานมีไข่มุกราตรีลอยเด่นคอยให้แสงสว่าง ทำให้ภายในห้องหลอมโอสถสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
เซียวเสวียนประหลาดใจ ดูท่าผู้ที่ออกแบบห้องหลอมโอสถจะใส่ใจในรายละเอียดไม่น้อย เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ไว้หมดแล้ว
[จบแล้ว]