เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - เรื่องราวเงียบหาย กลายเป็นผู้ดูแลเซียว

บทที่ 24 - เรื่องราวเงียบหาย กลายเป็นผู้ดูแลเซียว

บทที่ 24 - เรื่องราวเงียบหาย กลายเป็นผู้ดูแลเซียว


บทที่ 24 - เรื่องราวเงียบหาย กลายเป็นผู้ดูแลเซียว

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เมื่อกลับมาถึงที่พักเจ้าอ้วนน้อยยังไม่กลับมา

ข่าวการหายตัวไปของผู้ดูแลหลี่แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ท่านหัวหน้าผู้ดูแลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!

เขาลงไปตรวจสอบในอุโมงค์เหมืองด้วยตนเองและพบร่องรอยการต่อสู้คร่าวๆ ทว่าศพถูกเซียวเสวียนเผาทำลายจนสิ้นซากจึงไม่พบเบาะแสใดเลย

เมื่อสืบสวนลึกลงไปคนงานเหมืองบางคนก็พบว่าเฒ่าจู อวี๋ม่านม่าน และไต้เฟยฝานทั้งสามคนก็หายตัวไปเช่นกัน

เรื่องนี้ทำให้ท่านหัวหน้าผู้ดูแลหงุดหงิดใจยิ่งนัก!

เขตเหมืองหมายเลขแปดสูญเสียคนไปถึงสี่คนในคราวเดียว เรื่องนี้เกรงว่าจะปิดบังเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลจึงตัดสินใจรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปตามความเป็นจริง

ในท้ายที่สุดทางเหมืองแร่ได้ส่งศิษย์สายในผู้หนึ่งมาตรวจสอบ

เซียวเสวียนแอบเห็นว่าศิษย์สายในผู้นั้นไม่ได้ลงไปในเหมืองด้วยซ้ำ มันด่วนสรุปไปเลยว่าคนทั้งสี่เข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงสมบัติจนตกตายตามกันไปหมด ทำให้อุโมงค์เหมืองเกิดการถล่มครั้งใหญ่และไม่สามารถค้นหาศพได้อีก

เซียวเสวียนยังหลงคิดว่าจะมีการสืบสวนอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้ ทำเอาเขาอกสั่นขวัญแขวนไปพักใหญ่

กระทั่งได้เห็นศิษย์สายในผู้นั้นเดินทางออกจากเหมืองแร่ไป ก้อนหินที่ทับอยู่บนอกของเซียวเสวียนจึงได้ถูกยกออกไปเสียที

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือศิษย์สายในผู้นั้นเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเบิกบานใจ ในขณะที่ท่านหัวหน้าผู้ดูแลกลับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เซียวเสวียนดูจากสีหน้าของท่านหัวหน้าผู้ดูแลแล้ว คาดว่าอีกฝ่ายคงจะยัดใต้โต๊ะไปไม่น้อย มิเช่นนั้นหากเรื่องนี้แดงขึ้นมาตำแหน่งหัวหน้าผู้ดูแลของมันคงจะรักษาเอาไว้ไม่ได้เป็นแน่

"คนงานเหมืองทุกคน ไสหัวมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้!"

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลแผดเสียงคำรามลั่น

ไม่นานนักคนงานเหมืองทุกคนก็ทยอยกันออกมาจากบ้านพักและเริ่มตั้งแถวรวมตัวกันอยู่ด้านนอก

เซียวเสวียนกับเจ้าอ้วนน้อยเองก็เดินออกมาเช่นกัน เซียวเสวียนแสร้งทำหน้านิ่งวิเคราะห์สาเหตุการหายตัวไปของคนทั้งสี่ร่วมกับเจ้าอ้วนน้อยโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนและหัวใจไม่เต้นแรงเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเจ้าอ้วนน้อยนั้นดีใจจนเนื้อเต้น ก่อนหน้านี้หินวิญญาณของมันมักจะถูกลูกน้องของไต้เฟยฝานแย่งชิงไปอยู่เสมอ พอได้ยินว่าไต้เฟยฝานตายแล้วมันจึงดีใจอยู่พักใหญ่

คนงานเหมืองทุกคนต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี เมื่อปราศจากการกดขี่ข่มเหงจากคนทั้งสี่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกมันย่อมดีขึ้น และมีโอกาสได้รับโอสถรวบรวมปราณมากขึ้นด้วย

หลังจากทุกคนมากันครบแล้ว ท่านหัวหน้าผู้ดูแลก็กวาดสายตาอันเย็นชาและแหลมคมมองกราดไปทั่ว ราวกับต้องการจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจของทุกคน

ทว่าเมื่อกวาดตามองไปรอบหนึ่งแล้วกลับไม่พบความผิดปกติใดจากคนเหล่านี้เลย ท่านหัวหน้าผู้ดูแลเริ่มเกิดความคลางแคลงใจ หรือว่าคนทั้งสี่จะตายเพราะเข่นฆ่ากันเองจริงๆ

ทว่าเมื่อมันใช้สัมผัสวิญญาณระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกตรวจสอบดู ก็ไม่พบผู้ใดที่มีกลิ่นอายพลังแข็งแกร่งเลยแม้แต่คนเดียว จะมีก็เพียงคนงานเหมืองระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามอยู่สองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเซียวเสวียน

มันหยุดสายตาอยู่ที่คนทั้งสองพักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า

ผู้ดูแลหลี่อยู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ ทั้งยังมีอาวุธเวทคอยช่วยเหลือ เห็นได้ชัดว่าต่อให้คนงานเหมืองสองคนนี้ร่วมมือกันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ดูแลหลี่อย่างแน่นอน

เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนต้องสูญเสียหินวิญญาณไปถึงห้าร้อยก้อนเพื่อปิดปากเรื่องนี้ มันก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

มันจ้องมองคนงานเหมืองทั้งหมดแล้วเอ่ยเสียงเหี้ยม "เรื่องนี้ไม่ว่าพวกเจ้าจะรู้อะไรมาบ้าง แต่ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็จงฝังมันไว้ในใจเสียให้หมด!"

"การหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้ดูแลหลี่ทำให้ไม่มีศิษย์คนใดเต็มใจมาประจำการที่เหมืองแห่งนี้ ทว่าเหมืองแร่จะขาดผู้ดูแลไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะเลือกผู้ดูแลคนใหม่จากพวกเจ้า"

"ในหมู่พวกเจ้ามีผู้ใดเต็มใจจะรับตำแหน่งผู้ดูแลนี้หรือไม่"

สีหน้าของเหล่าคนงานเหมืองเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งประหลาดใจ หวาดหวั่น หวาดกลัว ยินดี และคาดหวัง

ทว่าเมื่อนึกถึงการตายอย่างปริศนาของผู้ดูแลและลูกพี่ใหญ่ทั้งสามเขตเหมือง ทุกคนก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่อาจเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

ชั่วขณะนั้นสีหน้าของทุกคนต่างแสดงออกถึงความไม่เต็มใจอย่างพร้อมเพรียงกัน

ล้อเล่นหรืออย่างไร

การที่ศิษย์คนอื่นๆ ไม่เต็มใจมาเป็นผู้ดูแลที่เหมืองแห่งนี้ ย่อมแสดงว่ามันต้องอันตรายมากแน่ๆ

ถึงแม้ตำแหน่งผู้ดูแลจะมีผลประโยชน์มากมายในแต่ละเดือน แต่จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตเล่า!

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลเห็นว่าไม่มีคนงานเหมืองคนใดกล้าเสนอตัวมารับตำแหน่งผู้ดูแล ใบหน้าของมันก็พลันเขียวคล้ำ

จะให้มันลงมาเป็นผู้ดูแลเองได้อย่างไร

หากเป็นเช่นนั้นเวลาในการบำเพ็ญเพียรของมันย่อมลดน้อยลงอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่มันไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

ดังนั้น

มันจึงเพิ่มข้อเสนอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนใจ "หากได้เป็นผู้ดูแล ย่อมมีหินวิญญาณเหลือใช้ถึงวันละหนึ่งก้อน เหมืองของเรามีคนหกสิบกว่าคน หกสิบคนก็เท่ากับหินวิญญาณหกสิบก้อน หินวิญญาณหกสิบก้อนนี้สามารถนำไปแลกเป็นโอสถรวบรวมปราณได้ถึงสามเม็ดเชียวนะ"

"ได้โอสถรวบรวมปราณวันละสามเม็ด สวัสดิการดีกว่าศิษย์สายนอกบางคนเสียอีก พวกเจ้าไม่สนใจจริงๆ หรือ"

ทว่าก็ยังคงไม่มีผู้ใดก้าวออกมา

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลเริ่มรู้สึกเสียหน้า มันเอ่ยเสียงเข้ม "เพิ่มโอสถรวบรวมปราณให้อีกเดือนละสามเม็ด!"

"ข้ายินดีรับขอรับ!"

เจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ด้านข้างตกใจสุดขีด มันรีบดึงแขนเซียวเสวียนเพื่อส่งสัญญาณไม่ให้เขาไป มีหินวิญญาณให้เอาแต่หากไร้ชีวิตก็เปล่าประโยชน์!

เซียวเสวียนปัดมือของมันออกพลางกระซิบว่า "ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าควรทำสิ่งใด"

เซียวเสวียนก้าวออกมาจากฝูงชน

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"เจ้าชื่ออะไร!"

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลเอ่ยถาม

ในแต่ละวันมันต้องดูแลอุโมงค์เหมืองหลายแห่ง มีผู้คนผ่านไปมาหลายร้อยคน ท่านหัวหน้าผู้ดูแลย่อมจำเซียวเสวียนไม่ได้

"เรียนท่านหัวหน้าผู้ดูแล ผู้น้อยเซียวเสวียนขอรับ!"

"ดีมาก!"

"คนที่เหลือแยกย้ายกันไปได้ เซียวเสวียน เจ้าตามข้ามา"

ตอนที่เซียวเสวียนก้าวออกมา เฝิงซาน เฝิงซื่อ และตู้เฟยต่างรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา

เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่พวกมันเคยทำเอาไว้ สีหน้าของคนทั้งสามก็ซีดเผือดราวกับคนตาย หากเซียวเสวียนเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พวกมันคงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในเหมืองแห่งนี้แน่

พูดจบท่านหัวหน้าผู้ดูแลก็พาเซียวเสวียนไปที่บ้านพักหลังหนึ่ง

เซียวเสวียนเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง พลังวิญญาณภายในบ้านหลังนี้หนาแน่นกว่าที่พักของเขาหลายเท่านัก

แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องครัว ห้องน้ำ ห้องบำเพ็ญเพียร...

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลแย้มยิ้ม "เซียวเสวียน สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่เลวเลยใช่หรือไม่"

เซียวเสวียนพยักหน้ารับ

"นับแต่นี้ไปที่นี่จะเป็นของเจ้า!"

"เอ๊ะ...ของข้าหรือขอรับ"

เซียวเสวียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลอธิบายว่า "ถูกต้อง ไม่ผิดแน่! ก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นที่พักของผู้ดูแลหลี่ แต่ตอนนี้มันตายไปแล้ว ที่นี่จึงว่างลงพอดี เหมาะสำหรับให้เจ้าอยู่อาศัย"

เซียวเสวียนถึงบางอ้อ ในใจรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

คิดไม่ถึงเลยว่าตำแหน่งผู้ดูแลจะมีสวัสดิการดีถึงเพียงนี้ หากได้บำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ ความเร็วในการฝึกตนของเขาย่อมพุ่งพรวดขึ้นหลายเท่าตัวเป็นแน่

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลยื่นถุงผ้าสีเทาใบหนึ่งให้เซียวเสวียนพลางเอ่ยเรียบๆ "นี่คือถุงวิเศษเจ้ารับไปเถอะ ถุงวิเศษใบนี้เอาไว้สำหรับใส่แร่หินวิญญาณดิบ พอถึงต้นเดือนเจ้าก็นำแร่หินวิญญาณดิบใส่ถุงไปส่งให้ข้าที่พัก"

"และต้องจดบันทึกจำนวนแร่หินวิญญาณดิบที่คนงานเหมืองแต่ละคนขุดได้ลงในสมุดบัญชี ทุกคนต้องขุดแร่หินวิญญาณดิบให้ได้อย่างน้อยวันละสิบสามก้อน เรื่องนี้คงไม่ต้องให้ข้าพูดซ้ำกระมัง"

"ท่านหัวหน้าผู้ดูแล ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!"

เซียวเสวียนรับถุงวิเศษมาพร้อมกับส่งสายตาให้ท่านหัวหน้าผู้ดูแลวางใจได้

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลแสยะยิ้ม มันคิดในใจว่าไอ้หนุ่มนี่หัวไวใช้ได้เลยทีเดียว

ท่านหัวหน้าผู้ดูแลคล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาได้ มันล้วงเอาขวดโอสถขวดหนึ่งออกมาจากถุงวิเศษข้างเอวแล้วเอ่ยว่า "นี่คือโอสถรวบรวมปราณทั้งหมดสิบเม็ด น่าจะพอให้เจ้าใช้ได้หนึ่งเดือน หากไม่พอก็มาเบิกที่ข้าได้"

"ส่วนศิษย์คนอื่นๆ หากวันใดขุดแร่หินวิญญาณดิบได้เกินโควตา ตราบใดที่ไม่เกินสิบก้อนก็จะตกเป็นของพวกเรา แต่หากเกินสิบก้อน ทุกๆ สิบก้อนจะได้รับรางวัลเป็นโอสถรวบรวมปราณหนึ่งเม็ด เจ้าจดสถิติให้ดีแล้วนำรายชื่อมามอบให้ข้า"

เซียวเสวียนพยักหน้ารับรัวๆ ราวกับไก่จิกข้าวสาร

จากนั้นท่านหัวหน้าผู้ดูแลก็กำชับอีกสองสามประโยคก่อนจะเดินจากไป

เซียวเสวียนมองดูสภาพแวดล้อมภายในบ้านด้วยความพึงพอใจ

ต่อไปนี้เขาคือผู้ดูแลเซียวแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - เรื่องราวเงียบหาย กลายเป็นผู้ดูแลเซียว

คัดลอกลิงก์แล้ว