- หน้าแรก
- ระบบกระจกเทพแลกสมบัติสะท้านฟ้า
- บทที่ 23 - พลิกผันอีกครา เซียวเสวียนปรากฏตัว
บทที่ 23 - พลิกผันอีกครา เซียวเสวียนปรากฏตัว
บทที่ 23 - พลิกผันอีกครา เซียวเสวียนปรากฏตัว
บทที่ 23 - พลิกผันอีกครา เซียวเสวียนปรากฏตัว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สีหน้าของอวี๋ม่านม่านฉายแววอำมหิต
นางหยิบมีดสั้นสีดำเล่มที่ใช้ลอบโจมตีเฒ่าจูขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ไต้เฟยฝาน
นางตวัดมีดลงมาในรวดเดียวอย่างไม่ลังเล!
"อ๊าก..."
เสียงร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือดดังกึกก้องไปทั่วทั้งอุโมงค์เหมือง
เซียวเสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเองก็ถึงกับมึนงงกับเหตุการณ์พลิกผันนี้เช่นกัน
พลิกแล้วพลิกอีกกระนั้นหรือ
เหตุใดอวี๋ม่านม่านจึงต้องสังหารไต้เฟยฝานด้วยเล่า
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านมาจากทรวงอก ไต้เฟยฝานก็ตื่นเต็มตาในทันที
มันเบิกตาโพลงและพบว่าอวี๋ม่านม่านกำลังใช้มีดสั้นเสียบทะลุขั้วหัวใจของมันจนเลือดสาดกระเซ็น
คนทั้งสองสบตากัน มุมปากของอวี๋ม่านม่านปรากฏรอยยิ้มหยันราวกับผู้กำชัย
"นังแพศยา!"
ไต้เฟยฝานบันดาลโทสะสุดขีด มันรีดเค้นศักยภาพของร่างกายจนถึงขีดจำกัดแล้วซัดหมัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของอวี๋ม่านม่านอย่างจัง
อวี๋ม่านม่านที่โดนหมัดสวนกลับอย่างกะทันหันถึงกับปลิวละลิ่วออกไปไกลหลายจั้ง
"เพราะเหตุใดกัน!"
"ข้ายังดีกับเจ้าไม่พออีกหรือ!"
ไต้เฟยฝานแผดเสียงคำรามอย่างปวดร้าวเจียนตาย
รสชาติของการถูกผู้หญิงที่ตนรักหักหลังนั้นช่างเจ็บปวดทรมานเสียจริง
"แค่ก แค่ก แค่ก"
อวี๋ม่านม่านตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น นางเย้ยหยัน "เจ้ามันก็แค่ศิษย์รับใช้กระจอกๆ คนหนึ่ง จะมีอนาคตอะไรได้ คำหวานที่ข้าพร่ำบอกเจ้าก็เป็นเพียงการหลอกใช้ปั่นหัวเพื่อก้าวเดินบนเส้นทางแห่งเซียนของข้าเท่านั้นแหละ!"
ไต้เฟยฝานโกรธจนลมปราณตีกลับ มันกระอักเลือดสีคล้ำออกมาอีกหลายระลอก อาการเสียเลือดมากเช่นนี้อีกไม่นานก็คงต้องสิ้นใจตาย
ไม่นึกเลยว่ามันเองก็ต้องมาตกอยู่ในสภาพเดียวกับเฒ่าจู
"จิตใจเจ้าช่างอำมหิตนัก!"
นางไม่แม้แต่จะปรายตามองไต้เฟยฝาน นางหัวเราะลั่น "ไต้เฟยฝาน เจ้าคิดว่าศิษย์สายนอกคือจุดหมายปลายทางของข้าอย่างนั้นหรือ"
"ไม่!"
"อวี๋ม่านม่านผู้นี้จะไม่มีวันหยุดอยู่เพียงแค่นี้ ข้าจะต้องกลายเป็นศิษย์สายนอก ไปจนถึงศิษย์สายใน และก้าวขึ้นเป็นผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐานให้จงได้!"
"ขอเพียงสามารถตะเกียกตะกายขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่าได้ แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิด ข้าก็ยินดีที่จะขายร่างกายของตนเองโดยไม่ลังเล และนั่นรวมถึงเพื่อนฝูงรอบกายข้าด้วย!"
"คิดไม่ถึงเลยว่านังหญิงแพศยาเช่นเจ้าจะวิปลาสได้ถึงเพียงนี้ เจ้าจะต้องได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน!" ไต้เฟยฝานก่นด่าอย่างบ้าคลั่ง
สิ้นคำร่างของมันก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้นและสิ้นใจไปโดยที่ตาไม่หลับ
อวี๋ม่านม่านเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยจากการโดนหมัดของไต้เฟยฝาน นางรีบล้วงเอาโอสถฟื้นฟูออกมากลืนลงคอ
หลังจากหลอมละลายโอสถอยู่หนึ่งเค่อนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
นางมองดูร่างไร้วิญญาณของเฒ่าจูกับไต้เฟยฝานที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้นถ้ำแล้วแสยะยิ้ม
"หึหึหึ นับแต่นี้เป็นต้นไปสายแร่ทั้งหมดจะตกอยู่ภายใต้การดูแลของอวี๋ม่านม่านผู้นี้ อ้อ จริงสิ ยังมีผลึกอัคคีสวรรค์ก้อนนี้ด้วย!"
"หากมีทรัพยากรจากเหมืองแร่ทั้งหมดอยู่ในมือ อีกไม่นานข้าก็คงบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ และได้ไปจากสถานที่บัดซบแห่งนี้เสียที"
เซียวเสวียนปรบมือแปะๆ พลางเดินออกมาจากเงามืด
"จุ๊จุ๊จุ๊ พิษร้ายใดก็ไม่สู้ใจสตรีจริงๆ ด้วย"
"แม่นางอวี๋ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก ปั่นหัวเฒ่าจูกับไต้เฟยฝานเสียจนอยู่หมัด"
"ทว่าข้ายังคงต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยสงเคราะห์ลงมือสังหารไต้เฟยฝานแทนข้า!"
"เจ้าเป็นใคร"
อวี๋ม่านม่านเบิกตาตื่นตระหนก
นางคาดไม่ถึงว่าในอุโมงค์เหมืองแห่งนี้จะมีบุคคลที่สี่ซ่อนตัวอยู่ อีกทั้งยังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอีกด้วย
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร จงส่งผลึกอัคคีสวรรค์มาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!"
แววตาของเซียวเสวียนเย็นเยียบ เขาปลดปล่อยแรงกดดันของระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามเข้าข่มขวัญอวี๋ม่านม่าน
อวี๋ม่านม่านถูกแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเซียวเสวียนกระแทกจนต้องถอยร่นไปด้านหลังและส่งเสียงร้องอุทานออกมาเบาๆ
สีหน้าของอวี๋ม่านม่านมืดครึ้มลง นางคาดไม่ถึงว่าแผนการหลอกลวงที่อุตส่าห์วางหมากมาอย่างแยบยล สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นการชุบมือเปิบให้ผู้อื่นเสียได้
นางไม่ยินยอมพร้อมใจ!
อวี๋ม่านม่านอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร "สหายธรรมผู้นี้ ขอเพียงเจ้าตกลงมอบผลึกอัคคีสวรรค์ให้แก่ข้า ข้ายินดีจะเป็นวัวเป็นม้าคอยรับใช้ และยอมเป็นผู้หญิงของเจ้าไปชั่วชีวิต!"
พูดจบนางก็ปลดชุดฉลุลายของตนเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าอันเย้ายวนใจในทันที
"รีบเก็บความคิดโสมมของเจ้ากลับไปซะ ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก"
"ข้ามิใช่ปีศาจราคะ ข้าเกรงว่าจะกลายเป็นเฒ่าจูและไต้เฟยฝานคนต่อไป"
เซียวเสวียนมองดูเรือนร่างเปลือยเปล่าของนางด้วยท่าทีสงบนิ่งดั่งพระเฒ่าจำศีล เขาไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
เวลานั้นเองก็มีเงาร่างสายหนึ่งเดินเข้ามา
ผู้มาเยือนคือผู้ดูแลหลี่นั่นเอง
เมื่ออวี๋ม่านม่านเห็นผู้ดูแลหลี่เดินเข้ามา นางก็พุ่งถลาเข้าไปหามันอย่างรวดเร็วราวกับคนจมน้ำที่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้
เมื่อเห็นดังนั้นเซียวเสวียนจึงซัดวิชาลูกไฟเข้าใส่อวี๋ม่านม่านทันที
"ช่างบังอาจนัก!"
ผู้ดูแลหลี่เห็นเซียวเสวียนร่ายวิชาลูกไฟเข้าใส่
ช่างไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
มันบรรดาลโทสะและกางม่านพลังสีฟ้าขึ้นมาคลุมร่างของคนทั้งสองเอาไว้ภายใน
"ผู้ดูแลหลี่ ในที่สุดท่านก็มา!"
"คนผู้นี้แหละเจ้าค่ะที่ลงมือสังหารจูกังเลี่ยและไต้เฟยฝาน อีกทั้งมันยังคิดจะขืนใจข้าด้วย"
พอพูดจบนางก็ซบลงบนไหล่ของผู้ดูแลหลี่แล้วปล่อยโฮออกมา นางยังแสร้งทำเป็นดึงเสื้อผ้าให้หลุดลุ่ยเพื่อสวมบทบาทหญิงสาวผู้อ่อนแอ
เซียวเสวียนถึงกับต้องยอมรับนับถือในฝีมือการแสดงของอวี๋ม่านม่าน
ผู้ดูแลหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เซียวเสวียน เจ้าสังหารจูกังเลี่ยและไต้เฟยฝาน เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ามีความผิดสถานใด"
เซียวเสวียนตอบกลับด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า นางต่างหากที่เป็นคนลงมือ!"
เซียวเสวียนชี้ไปที่อวี๋ม่านม่าน
"ผู้ดูแลหลี่ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงหญิงสาวบอบบาง จะมีปัญญาสังหารพวกมันทั้งสองคนได้อย่างไร"
อวี๋ม่านม่านที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังผู้ดูแลหลี่ปฏิเสธเสียงแข็ง นางเอ่ยด้วยใบหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ
ผู้ดูแลหลี่มองหน้าเซียวเสวียนสลับกับอวี๋ม่านม่าน ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มันกล่าวเสียงเรียบ "ข้ารู้เพียงว่าเมื่อครู่นี้เจ้ากำลังไล่ล่าอวี๋ม่านม่าน จงตามข้าไปรับการไต่สวนจากท่านหัวหน้าผู้ดูแลเสียดีๆ"
"หากสืบสวนจนกระจ่างแล้วย่อมคืนความบริสุทธิ์ให้แก่เจ้าเอง"
เมื่อเห็นท่าทีไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดีของผู้ดูแลหลี่ เซียวเสวียนก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีว่าคนคู่นี้คงจะมีสัมพันธ์สวาทกันเป็นแน่
สีหน้าของเซียวเสวียนแปรเปลี่ยนไปมา เขาต้องตามผู้ดูแลหลี่กลับไปจริงๆ หรือ
ทว่าในขณะที่เซียวเสวียนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ผู้ดูแลหลี่กลับเป็นฝ่ายลงมือก่อน
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หนู ไปลงนรกซะเถอะ!"
ใบหน้าของผู้ดูแลหลี่ประดับไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
วิชาดาบทองพุ่งเข้าโจมตีอย่างกะทันหันโดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือนใด
มันจะพาเซียวเสวียนไปให้ท่านหัวหน้าผู้ดูแลไต่สวนได้อย่างไร หากเป็นเช่นนั้นวาสนาบนตัวของเซียวเสวียนก็จะหลุดมือมันไปน่ะสิ
ข้อนี้มันย่อมรู้ดีอยู่เต็มอก
มันจำเป็นต้องจัดการเซียวเสวียนก่อนที่ท่านหัวหน้าผู้ดูแลจะมาถึงเพื่อฮุบสมบัติวิเศษเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
ก่อนหน้านี้เซียวเสวียนได้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา เขาจึงกำยันต์เกราะดินเอาไว้ในมือล่วงหน้าแล้ว
เซียวเสวียนไม่ได้ตื่นตระหนก เขาเปิดใช้งานยันต์เกราะดิน ม่านพลังสีเหลืองดินจึงก่อตัวขึ้นมาในพริบตา
ปราณดาบที่เกิดจากวิชาดาบทองถูกม่านพลังดูดซับเอาไว้จนหมดสิ้น
เมื่อเห็นดังนั้นผู้ดูแลหลี่ก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "เซียวเสวียน เจ้าไปเอายันต์ระดับกลางมาจากที่ใด"
มันรู้ดีว่าคนงานเหมืองส่วนใหญ่ล้วนไม่มีถุงวิเศษ ทุกครั้งที่ลงเหมืองพวกมันจะต้องถูกค้นตัวอย่างละเอียด จึงไม่มีผู้ใดสามารถนำสิ่งของจำพวกยันต์วิเศษติดตัวเข้ามาในเหมืองได้
แต่เซียวเสวียนกลับสามารถนำยันต์ติดตัวเข้ามาได้ ซ้ำร้ายมันยังเป็นคนตรวจค้นด้วยตนเอง นั่นแสดงว่าบนตัวของเซียวเสวียนจะต้องมีสมบัติวิเศษที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบของมันได้อย่างแน่นอน
ยิ่งคิดมันก็ยิ่งมั่นใจว่าเซียวเสวียนจะต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย
พอคิดได้เช่นนี้มันก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
วาสนาใหญ่โตกำลังจะตกเป็นของมันในไม่ช้า
"ไม่มีความจำเป็นต้องบอกเจ้า!"
เซียวเสวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ในเมื่อความลับถูกเปิดเผยแล้ว เซียวเสวียนจึงมีเพียงทางเลือกเดียวคือต้องสังหารคนทั้งสองตรงหน้า มิเช่นนั้นหากท่านหัวหน้าผู้ดูแลสืบสาวราวเรื่องขึ้นมา คนที่จะต้องตายก็คือตัวเขาเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้นสีหน้าของเซียวเสวียนก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม
เขาหยิบยันต์วิหคเพลิงออกมาอีกแผ่นพร้อมกับร่ายเคล็ดวิชาเพื่อปลดปล่อยมันออกไป
"ยันต์วิหคเพลิงงั้นหรือ!?"
ยันต์ระดับกลางอีกแล้ว!
ผู้ดูแลหลี่ตกใจสุดขีด มันไม่กล้าประมาท ใช้มือขวาตบไปที่ถุงผ้าสีดำข้างเอว กระบี่บินสีฟ้าเล่มหนึ่งพุ่งทะยานออกมาและร่วงหล่นลงบนมือของมันอย่างมั่นคง
อาวุธเวทระดับต่ำ กระบี่วารีมรกต!
ระดับการฝึกตนรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ของผู้ดูแลหลี่ถือว่าก้าวเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณช่วงกลางแล้ว ทันทีที่กระบี่ถูกกวัดแกว่ง พลังเวทอันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์
ประกายกระบี่สีฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับวิหคเพลิงทั้งสามตัวที่เกิดจากยันต์วิหคเพลิงอย่างรุนแรง
ตู้มมม!
พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวสั่นสะเทือนผนังห้องหินจนแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ก้อนหินร่วงหล่นลงมาเป็นสาย
อานุภาพของอาวุธเวทช่างน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้เชียว!
"เซียวเสวียน การได้ตายภายใต้คมกระบี่วารีมรกตของข้าก็นับว่าเจ้าตายตาหลับแล้ว!"
"รับกระบี่!"
ผู้ดูแลหลี่พุ่งตัวเข้ามาประชิดร่างของเซียวเสวียน แววตาของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
ผู้ดูแลหลี่แสยะยิ้มเยือกเย็น
"เซียวเสวียน เวลาเพียงครึ่งปี เจ้าสามารถก้าวกระโดดจากระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งมาจนถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามได้ ข้าชักจะอยากรู้ความลับของเจ้าขึ้นมาแล้วสิ"
"ส่งมอบความลับในการบำเพ็ญเพียรอย่างรวดเร็วของเจ้ามาซะ!"
เซียวเสวียนใจกระตุกวาบ ที่แท้ผู้ดูแลหลี่ผู้นี้ก็เกิดความสงสัยในตัวเขามาตั้งนานแล้ว มิน่าเล่าเมื่อครู่นี้มันจึงลงมือกับเขาทันที ที่แท้สาเหตุก็มาจากเรื่องนี้นี่เอง
เซียวเสวียนแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ ยันต์สีฟ้าเปล่งประกายเจิดจ้าปรากฏขึ้นในมือของเขา
ผู้ดูแลหลี่มองเห็นใบหน้าถมึงทึงของเซียวเสวียนก็รู้สึกคลางแคลงใจอยู่บ้าง ทว่าวินาทีต่อมามันก็เหลือบไปเห็นมือขวาที่ยกขึ้นของอีกฝ่าย
ยันต์ระดับสูง ยันต์ศรน้ำแข็ง!
รูม่านตาของผู้ดูแลหลี่หดเกร็ง มันมองเห็นศรน้ำแข็งนับสิบดอกที่ควบแน่นจากยันต์พุ่งทะยานออกมาจากระยะไกลเข้าใกล้ตัวมันและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่!"
สายเกินไปเสียแล้ว!
ไอเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูกคืบคลานเข้ามาใกล้ ผู้ดูแลหลี่แผดเสียงคำรามลั่น มันงัดเอาวิชาทั้งหมดที่มีออกมาใช้เพื่อสร้างการป้องกันอย่างสุดความสามารถ
ทว่ามันจะต้านทานได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ การโจมตีของยันต์ศรน้ำแข็งเทียบเท่ากับการทุ่มสุดกำลังของผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดเลยทีเดียว
"ฉึก ฉึก"
ชั่วพริบตาที่ร่างกายของผู้ดูแลหลี่สัมผัสกับศรน้ำแข็ง หน้าอกของมันก็ถูกทะลวงเป็นรูพรุน ทิ้งไว้เพียงบาดแผลเหวอะหวะน่าสยดสยองหลายแห่ง
"แม่เจ้าโว้ย ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว!"
เซียวเสวียนสูดลมหายใจเข้าลึก
หากยันต์ศรน้ำแข็งแผ่นนี้ปะทะเข้ากับร่างของเขา สภาพของเขาคงจะเอน็จอนาถยิ่งกว่าผู้ดูแลหลี่เป็นแน่
"ผู้ดูแลหลี่!?"
อวี๋ม่านม่านตกใจจนหน้าถอดสี
นางคาดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ผู้ดูแลหลี่ที่อยู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวเสวียน
นางไม่กล้าจินตนาการเลยว่าตนเองจะต้องเผชิญกับสิ่งใดต่อไป ในหัวของนางหลงเหลือเพียงความคิดเดียว นั่นก็คือ "หนี!"
นางซอยเท้าวิ่งหนีออกไปนอกอุโมงค์เหมืองอย่างเอาเป็นเอาตาย
เซียวเสวียนแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ
นังผู้หญิงคนนี้ช่างตีฝีปากกลับดำเป็นขาวเสียจริง หากมิใช่เพราะเขานำคะแนนสมทบไปแลกยันต์มาเตรียมไว้ล่วงหน้า เกรงว่าคนที่ต้องตายในตอนนี้คงจะเป็นตัวเขาเอง
ผู้หญิงเช่นนี้เขาไม่มีทางปล่อยเอาไว้เด็ดขาด
เซียวเสวียนสะบัดมือร่ายยันต์วิหคเพลิงออกไปอีกแผ่น
วิหคเพลิงสีแดงฉานสามตัวพุ่งทะยานเข้าใส่แผ่นหลังของอวี๋ม่านม่านอย่างรวดเร็ว
ปัง!
วิหคเพลิงอันทรงพลังกระพือปีกโหมกระหน่ำโจมตีม่านพลังป้องกันที่อวี๋ม่านม่านกางเอาไว้อย่างบ้าคลั่ง
เวลาผ่านไปเพียงสองลมหายใจเท่านั้น
ม่านพลังป้องกันของนางก็พังทลายลง วิหคเพลิงพุ่งเข้าโถมใส่แผ่นหลังของนางเข้าอย่างจัง
อวี๋ม่านม่านกรีดร้องเสียงหลงอย่างน่าเวทนา
ในวินาทีนี้เองที่นางได้ลิ้มรสความเจ็บปวดแสนสาหัสเฉกเช่นเดียวกับเสียงร้องโหยหวนของเฒ่าจูและไต้เฟยฝาน
รนหาที่ตายแท้ๆ!
ผู้หญิงพรรค์นี้สมควรตาย!
ไม่นานนักร่างของนางก็ถูกวิหคเพลิงกลืนกินจนถูกแผดเผาทั้งเป็น หลงเหลือไว้เพียงซากศพไหม้เกรียมที่ไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นผู้ใดอีกต่อไป
เซียวเสวียนพรูลมหายใจยาว เขารีบเก็บผลึกอัคคีสวรรค์และกระบี่วารีมรกตที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา พร้อมกับปลดถุงวิเศษที่ข้างเอวของผู้ดูแลหลี่ออก
ร่องรอยการต่อสู้ในสถานที่แห่งนี้ไม่มีทางปกปิดมิดอย่างแน่นอน สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการเผาทำลายศพของพวกมันให้สิ้นซากก็เพียงพอแล้ว
เขานำศพทั้งสี่มากองรวมกันแล้วร่ายวิชาลูกไฟอยู่หลายหน กระทั่งศพทั้งสี่ร่างมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านจนหมดสิ้น
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น เซียวเสวียนก็ยังรู้สึกไม่วางใจ เขาค้นหายันต์กระสุนวารีในถุงวิเศษของผู้ดูแลหลี่ออกมาได้หนึ่งแผ่น
เขาร่ายยันต์กระสุนวารีเพื่อชะล้างขี้เถ้าของซากศพเหล่านี้ให้สะอาดหมดจดและปล่อยให้มันปะปนไปกับชั้นหินแร่
เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วเซียวเสวียนจึงเดินออกจากอุโมงค์เหมือง เขาอาศัยจังหวะที่ยังไม่มีใครตั้งตัวทันรีบมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของตนเองโดยตรง
[จบแล้ว]