- หน้าแรก
- ข้านี่แหละ พี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
- บทที่ 45 - ถังจิ้งยิ่งเดินยิ่งถลำลึกบนเส้นทางรนหาที่ตาย
บทที่ 45 - ถังจิ้งยิ่งเดินยิ่งถลำลึกบนเส้นทางรนหาที่ตาย
บทที่ 45 - ถังจิ้งยิ่งเดินยิ่งถลำลึกบนเส้นทางรนหาที่ตาย
บทที่ 45 - ถังจิ้งยิ่งเดินยิ่งถลำลึกบนเส้นทางรนหาที่ตาย
จนกระทั่งองค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินตรัสจบ ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินประทับอยู่เบื้องบน ทอดพระเนตรสีหน้าของทุกคน เมื่อเห็นความตกตะลึงบนใบหน้าของพวกเขา มุมพระโอษฐ์ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มเย้ยหยัน
ทว่าในเวลานี้ พระองค์กลับไม่ได้ทรงรู้สึกภาคภูมิใจหลังจากที่ได้ด่าทออย่างสาสมเลยสักนิด กลับทรงรู้สึกเวทนายิ่งนัก
ขุนนางในราชสำนักเหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนถูกความอัปยศแห่งจิ้งคังทำให้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว เก่งกาจนักเรื่องต่อสู้ห้ำหั่นกันเองดุจพยัคฆ์ ทว่ายามเผชิญศึกนอกกลับอ่อนแอดุจลูกแกะ
หากไม่อาจฟื้นฟูกฎระเบียบของราชสำนักขึ้นมาใหม่ได้ เกรงว่าครั้งหน้าต้าเหยียนคงไม่มีโชคดีเช่นนี้อีกแล้ว
และในครั้งนี้ หากไม่ได้ถังอี้เป็นผู้เสนออุบาย เกรงว่าขุนนางเหล่านี้คงจะร่วมมือกับตระกูลขุนนางทรงอิทธิพลทั้งหมดเข้ามากดดัน บีบบังคับให้พระองค์ต้องย้ายเมืองหลวงลงใต้เป็นแน่!
นำพาผู้คนนับแสน อพยพย้ายเมืองหลวงลงใต้
เมื่อนึกถึงภาพนั้น องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
และเรื่องพรรค์นี้ ขุนนางเหล่านี้ย่อมกล้าทำโดยอ้างธงเพื่อบ้านเมืองและศาลบรรพชนแห่งต้าเหยียนอย่างแน่นอน!
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทรงสะบัดพระเศียร ขับไล่ความคิดอันวุ่นวายในพระเศียรออกไป คิดมากไม่ได้ ยิ่งคิดมากก็ยิ่งอยากจะฆ่าคน
"บรรดาขุนนางทั้งหลาย คิดเห็นว่ากลอุบายนี้ของเจิ้นเป็นเช่นไรบ้าง?"
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินประทับอยู่เบื้องบน ตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เพียงประโยคเดียว ก็ราวกับฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของเหล่าขุนนางอย่างจัง
เหล่าขุนนางต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ฝ่าบาท พระองค์ทรงจงใจใช่หรือไม่? มีกลอุบายทำไมไม่รีบบอกตั้งแต่แรก!
หากพระองค์ตรัสบอกตั้งแต่แรก พวกเราก็คงไม่พูดเรื่องย้ายเมืองหลวงอันใดนั่นออกมาหรอก
เหล่าขุนนางรู้สึกตัดพ้อองค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินอยู่บ้าง แต่ต่างก็พากันเอ่ยปากยกย่องสรรเสริญอย่างนอบน้อม
"ฝ่าบาททรงพระปรีชา กลอุบายนี้ย่อมต้องแก้ไขวิกฤตของต้าเหยียนเราได้เป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ"
"ด้วยกลยุทธ์นี้ ย่อมสามารถทำลายกองทัพผสมของเป่ยตี๋และตงอวี๋ได้อย่างแน่นอน"
"ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก กระหม่อมละอายใจที่มิอาจเทียบเทียมได้!"
"..."
เวลานี้ กลุ่มขุนนางที่สนับสนุนการย้ายเมืองหลวงอย่างหลิวเวินและถังจิ้งต่างก็สงบเสงี่ยมลงแล้ว
เมื่อเทียบกับการย้ายเมืองหลวงที่ต้องสิ้นเปลืองแรงงานและทรัพย์สินมากมาย กลอุบายขององค์ฮ่องเต้ถือเป็นสุดยอดแผนการอย่างแท้จริง อีกทั้งสงครามอาจจะไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ อย่างมากต้าเหยียนก็แค่สูญเสียเสบียงไปส่วนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งเรื่องเสบียงนั้น พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเลยแม้แต่น้อย!
"พวกท่านย่อมต้องละอายใจที่มิอาจเทียบได้อยู่แล้ว รู้หรือไม่ว่านี่คือกลอุบายของผู้ใด?"
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทอดพระเนตรทุกคนจากเบื้องบน แย้มพระสรวลเย้ยหยัน
"กลอุบายนี้ ได้มาจากเซียนกวีน้อยผู้แต่ง หม่านเจียงหง และ โพ่เจิ้นจื่อ ผู้นั้นเป็นผู้เสนอ"
"เหอะ ขุนนางบุ๋นบู๊เต็มราชสำนัก กลับสู้เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวไม่ได้!"
"เจิ้น รู้สึกอับอายแทนพวกท่านจริงๆ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในทันที
"ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง!"
"จะเป็นไปได้อย่างไร? แต่งกวีก็ล้ำเลิศ สติปัญญาวางแผนก็ล้ำลึกถึงเพียงนี้ คนผู้นี้คือผู้ใดกันแน่?"
"เซียนกวีน้อย อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าเจ้าคือผู้ใด..."
"..."
บ้างตกตะลึง บ้างประหลาดใจ บ้างก็โกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง สีหน้าของแต่ละคนล้วนน่าดูชมยิ่งนัก
โดยเฉพาะกลุ่มของถังจิ้งและหลิวเวิน ในเวลานี้ไม่เพียงแต่ใบหน้าจะร้อนผ่าว แต่ยังรู้สึกราวกับถูกคนจับอุจจาระยัดปาก ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
เจ้านั่นใช้กวี หม่านเจียงหง และ โพ่เจิ้นจื่อ เหยียบย่ำหน้าตาของพวกเขาจนจมดินไปแล้ว
มาตอนนี้ กองทัพผสมหกแสนนายของเป่ยตี๋และตงอวี๋กำลังเตรียมจะบุกโจมตีต้าเหยียน พวกเขาตกใจจนลนลานทำอะไรไม่ถูก ก็เป็นเซียนกวีน้อยขององค์ฮ่องเต้ผู้นี้อีกแล้วที่ก้าวออกมา เพียงอุบายเดียวก็สามารถสงบแดนเหนือและปกป้องใต้หล้าของต้าเหยียนเอาไว้ได้
"เซียนกวีน้อย แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่..."
ถังจิ้ง หลิวเวิน และพรรคพวกต่างก็คำรามอยู่ในใจ
ใบหน้าของถังฮว่าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง เส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธแค้น
เขาคือจอหงวน วันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดในเมืองหลวงควรจะเป็นเขา
แต่ตอนนี้ ความดีความชอบทั้งหมดกลับถูกเซียนกวีน้อยอันใดนั่นแย่งชิงไปเสียสิ้น
"ไอ้สารเลวขี้ขลาดหลบซ่อนหน้า เจ้าคิดว่าตนเองเป็นตัวอันใด ถึงได้กล้ามาแย่งชิงกับข้า?"
ถังฮว่ากำหมัดแน่น โกรธเกลียดจนแทบคลั่ง
"ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใด ข้าก็จะเหยียบเจ้าไว้ใต้ฝ่าเท้า ให้เจ้าได้รู้สำนึกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นเช่นไร!"
ตี้ชางมองดูสีหน้าของถังจิ้ง หลิวเวิน และคนอื่นๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอวดดีอย่างที่สุด
จะว่าไปแล้ว ความรู้สึกที่คนอื่นไม่รู้แต่มีเพียงตนเองคนเดียวที่รู้นี่ มันช่างสะใจเสียจริง!
"ฝ่าบาท เซียนกวีน้อยมีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้ นับเป็นโชคดีของต้าเหยียนเราพ่ะย่ะค่ะ"
ถังจิ้งขี้เกียจจะเดาอีกต่อไป เขาก้าวออกมาทูลถามองค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินโดยตรง
"เพียงแต่อัจฉริยะประดุจสวรรค์ประทานเช่นนี้ ไม่ทราบว่าเป็นยอดคนจากที่ใด ขอฝ่าบาททรงโปรดแนะนำให้พวกกระหม่อมได้รู้จักด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
สายตาของเหล่าขุนนางต่างก็จับจ้องไปที่องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินอย่างพร้อมเพรียง
แววตาเหล่านั้นช่างซับซ้อนยิ่งนัก
มีความคาดหวัง มีความเร่าร้อน มีความโกรธแค้น และมีความอาฆาตมาดร้าย...
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทรงทราบดีว่า ในบรรดาคนเหล่านี้มีไม่น้อยที่อยากรู้ฐานะของถังอี้ เพียงเพื่อต้องการแน่ใจในตัวตนของเขา จากนั้นก็จะหาทางกำจัดทิ้งเสีย
แต่ถังจิ้งเอ๋ย นั่นมันลูกชายของเจ้านะ!
ไม่รู้ว่าในวันที่ความจริงเปิดเผย เจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทอดพระเนตรถังจิ้งด้วยสายตาลึกซึ้ง ตรัสด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่า
"บรรดาขุนนางทั้งหลายโปรดวางใจ อีกไม่กี่วัน พวกท่านก็จะได้พบเขาแล้ว"
"เจิ้นเอง ก็คาดหวังที่จะแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักกับเขาเช่นกัน"
หึๆ เจิ้นอยากจะรู้นักว่าเมื่อถึงเวลาที่ได้รู้ฐานะที่แท้จริงของถังอี้แล้ว สีหน้าของพวกท่านจะเป็นเช่นไร
งานชุมนุมกวีสวนเสิ่นหยวน เจิ้นชักจะรอไม่ไหวเสียแล้วสิ
"กลับมาคุยเรื่องงานกันต่อ จงซูเซิ่งจงร่างราชโองการ ส่งม้าเร็วแปดร้อยลี้ส่งไปให้อัครเสนาบดี ให้เขาระงับการเดินทางกลับเมืองหลวงชั่วคราว และรีบเดินทางกลับไปที่ชายแดนตะวันออกทันที เพื่อช่วยเหลือแม่ทัพใหญ่ซูติ้งอันดูแลสถานการณ์ในภาคตะวันออก"
"ส่วนชายแดนเหนือ ให้ฉินเจี่ยนแม่ทัพประจำชายแดนเหนือเป็นผู้บัญชาการ ศาลตู้ฉาย่วนก็เลือกผู้ตรวจการสักสองสามคนขึ้นเหนือไปช่วยเหลือ ฝีปากของพวกท่านเก่งกาจนักมิใช่หรือ? เจิ้นอยากจะรอดูนัดว่าพวกท่านจะมีท่วงท่าสง่างามดั่งเช่นฝูอ๋องในอดีตหรือไม่"
"ประการสุดท้าย..."
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทอดพระเนตรกวาดไปทั่วบริเวณด้วยแววตาเย็นเยียบ
"พวกท่านควรจะคืนเงินได้แล้ว!"
เมื่อเหล่าขุนนางได้ยิน ก็พากันงุนงงไปตามๆ กัน
คืนเงิน? คืนเงินอันใดกัน?!
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทรงแค่นเสียงเย็น ตรัสว่า
"เงินที่พวกท่านเอา... ไม่สิ ขอยืมไปจากท้องพระคลัง ภายในสิบวัน จงนำไปคืนด้วยตัวเองเสีย"
"สิบวันให้หลัง เจิ้นจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง ถึงเวลานั้นหากตรวจพบผู้ใด เจิ้นจะไม่ละเว้นโทษตายอย่างเด็ดขาด!"
"นี่... พวกท่านบีบบังคับเจิ้นเองทั้งนั้น!"
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทรงสะบัดชายฉลองพระองค์ หันหลังเสด็จจากไป
ตรัสมาถึงขั้นนี้แล้ว หากยังมีคนรนหาที่ตายอีก ก็โทษพระองค์ไม่ได้แล้ว
และเมื่อได้ยินรับสั่งขององค์ฮ่องเต้เหยียนเหวิน ขุนนางหลายคนก็หน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นไหลแตกพลั่กทันที
เงินในท้องพระคลัง ส่วนใหญ่พวกเขาต่างก็นำออกมาในรูปแบบของการหยิบยืม ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาไม่เคยคิดที่จะคืนเลย
แต่ตอนนี้ ฮ่องเต้กลับตรัสทวงเงินพวกเขาแล้ว!
"เซียนกวีน้อย เป็นเพราะเซียนกวีน้อยอีกแล้ว!"
เมื่อเทียบกับเรื่องหนี้สิน ถังจิ้งให้ความสนใจกับฐานะของเซียนกวีน้อยมากกว่า
เขาหันไปมองจ้าวเคอรองเสนาบดีกรมอาญาที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยเสียงขรึมว่า
"เป็นอย่างไร พวกท่านยังสืบไม่ออกอีกหรือว่าเซียนกวีน้อยคือผู้ใด?"
จ้าวเคอปรายตามองถังจิ้ง ตอบเสียงเย็นชาว่า
"เซียนกวีน้อยที่เราสืบพบ ก็คือลูกชายคนเล็กของท่าน ถังอี้"
ถังอี้หรือ?
ถังจิ้งและถังฮว่ามองหน้ากัน ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะเยาะ
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นเขาเด็ดขาด เขายังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ จะเป็นเซียนกวีอันใดนั่นได้อย่างไร?"
จ้าวเคอมีสีหน้าเขียวคล้ำ กล่าวว่า
"ก็เพราะเป็นไปไม่ได้นั่นแหละ ข้าถึงยังไม่ประกาศออกไป เขาอาจจะเป็นเป้าหมายที่ใครบางคนจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อสร้างความสับสนก็ได้"
ใครบางคน? นอกจากฮ่องเต้แล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก?
ถังจิ้งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า
"เช่นนั้นก็รีบสืบต่อไป สืบหาตัวคนผู้นี้ให้พบโดยเร็ว ภัยคุกคามจากคนผู้นี้มันใหญ่หลวงเกินไปแล้ว!"
เมื่อก่อนฮ่องเต้รับมือได้ง่ายมาก แต่ตั้งแต่ที่ได้ติดต่อกับเซียนกวีน้อยอันใดนั่น ก็รู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างเริ่มอยู่เหนือการควบคุมแล้ว!
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ผู้ใดจะไปทนรับไหว?
เมื่อกล่าวจบ ถังจิ้งก็ประสานมือคารวะทุกคนในที่นั้น พลางแย้มยิ้มกล่าว
"ทุกท่าน วันนี้เพื่อเป็นการฉลองที่บุตรชายของข้าสอบได้ตำแหน่ง ขุนนางผู้นี้ได้จัดงานเลี้ยงที่หอเทียนเซียง ขอให้ทุกท่านโปรดให้เกียรติไปร่วมงานด้วยเถิด"
องค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินเสด็จไปได้ไม่ไกลนัก เมื่อทรงได้ยินคำพูดนี้ พระพักตร์ก็พลันดำทะมึนลงทันที
ต้าเหยียนกำลังเผชิญทั้งศึกในและภัยนอก เจ้ากลับยังคิดจะจัดงานฉลองอีกหรือ? ฉลองอันใด? ฉลองที่กองทัพผสมของตงอวี๋และเป่ยตี๋บุกโจมตีต้าเหยียนอย่างนั้นหรือ?
"เฉินเตียวซื่อ! ถ่ายทอดราชโองการของเจิ้น ถังจิ้งอบรมบุตรไม่เข้มงวด ปลดออกจากตำแหน่งรองเสนาบดี... รอให้งานเลี้ยงของเขาเริ่มขึ้นเมื่อใด เจ้าจงเป็นผู้นำราชโองการไปประกาศด้วยตัวเอง!"
สุรเสียงขององค์ฮ่องเต้เหยียนเหวินทุ้มต่ำ เดิมทีพระองค์ยังไม่อยากจัดการกับถังจิ้งในตอนนี้ ทว่าตาเฒ่าผู้นี้กลับยิ่งเดินยิ่งถลำลึกบนเส้นทางรนหาที่ตายเสียแล้ว
[จบแล้ว]