- หน้าแรก
- ข้านี่แหละ พี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
- บทที่ 18 - เรื่องนี้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
บทที่ 18 - เรื่องนี้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
บทที่ 18 - เรื่องนี้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
บทที่ 18 - เรื่องนี้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
"ถังอี้ บรรพบุรุษเจ้าเถอะ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!"
เหลียงเซ่าสบถด่ากราด สะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของถังอี้ แล้วหันหลังโกยแน่บทันที
"คุณชาย!"
"มารดาเจ้าเถอะ เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้วิ่งไล่ตามคุณชายของพวกเรากัน?"
กลุ่มผู้คุ้มกันที่กำลังรุมกระทืบขอทานชราที่นอนขดตัวอยู่บนพื้น เมื่อเห็นผู้คนทั้งถนนวิ่งไล่ตามคุณชายของตน ต่างก็พากันงุนงงเป็นไก่ตาแตก
เซียนกวีงั้นหรือ? คุณชายแค่ตัวหนังสือยังอ่านไม่ครบทุกตัวเลย จะไปเป็นเซียนกวีได้อย่างไร?
"ท่านเซียนกวี ท่านอย่าเพิ่งหนี แต่งกวีให้ข้าสักบทเถิด!"
ถังอี้เองก็วิ่งไล่ตามไปเช่นกัน
ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากจะวิ่งตามหรอก ในวินาทีที่เหลียงเซ่าเอ่ยชื่อเขาออกมา เขาก็รู้แล้วว่าตนเองเข้าใจผิดไปเอง
ทว่าถังอินกลับวิ่งหนีสุดชีวิตอยู่ด้านหน้าเหลียงเซ่า บีบบังคับให้เขาจำต้องวิ่งตามไป มิเช่นนั้นหากแม่หนูน้อยพลัดหลงไปกับฝูงชน ผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดา
เรื่องนี้มัน... เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
แถมจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เขายังรู้ด้วยว่าเหลียงเซ่าและเจ้าของร่างเดิมเคยเป็นสหายกัน เพียงแต่หลังจากมารดาเสียชีวิต เหยียนซวงอวี้ก็ขึ้นมามีอำนาจแทน นางต้องการสนับสนุนถังฮว่า จึงกีดกันไม่ให้เขาพบปะกับพวกเหลียงเซ่า
ด้วยเหตุนี้ ถังอี้และเหลียงเซ่าจึงไม่ได้พบหน้ากันมาเกือบสี่ปีแล้ว
เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนหัดในวันนั้น ยามนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พวกเขาจึงจำกันไม่ได้ในแวบแรก จนนำไปสู่ความเข้าใจผิดในที่สุด!
"มารดาพวกเจ้าเถอะ เลิกตามข้าได้แล้ว ข้าไม่ใช่เซียนกวี ข้าเป็นบรรพบุรุษของเซียนกวีต่างหาก!"
เหลียงเซ่าแผดเสียงคำรามลั่น!
เมื่อเห็นฝูงชนมืดฟ้ามัวดินวิ่งไล่ตามมาติดๆ เขาก็แทบจะฉี่ราดกางเกง งัดเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีออกมาสับตีนแตก
"หากเจ้าไม่ใช่เซียนกวี แล้วเจ้าจะหนีทำไม?!" มีคนตะโกนถามด้วยความโมโห
"มารดาพวกเจ้าเถอะ หากพวกเจ้าไม่วิ่งไล่ตามข้า ข้าจะหนีหรือไง?" เหลียงเซ่าตอกกลับทันควัน
"อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของเขา เขาคือเซียนกวีตัวจริงเสียงจริง เด็กน้อยที่อยู่ข้างหน้านั่นคือหลักฐาน" มีคนชี้ไปที่ถังอินพลางตะโกนเสียงดังลั่น
และก็เป็นดั่งคาด เมื่อเห็นถังอิน ทุกคนก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นเซียนกวีอย่างแน่นอน
วันนั้นเซียนกวีก็พาเด็กน้อยมาด้วย แถมยังมาตั้งแผงขายบทกวีด้วยกันอีกต่างหาก
เพียะ!
ถังอี้ยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเอง สหายเอ๋ย ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะอธิบายหรอกนะ แต่สถานการณ์ในยามนี้ มันอธิบายให้ชัดเจนไม่ได้แล้วจริงๆ!
พี่ชายใจร้าย ท่านกำลังจะฆ่าอินเอ๋อร์แล้วนะ...
ถังอินวิ่งนำอยู่หน้าสุด ยามนี้ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ขาอวบๆ สั้นๆ ของนาง จะไปวิ่งสู้ช่วงขายาวๆ ของผู้ใหญ่ได้อย่างไรกันเล่า!
โชคดีที่หลังจากวิ่งผ่านถนนไปได้ครึ่งสาย นางก็เหลือบไปเห็นตรอกเล็กๆ สายหนึ่ง จึงรีบมุดเข้าไปหลบซ่อนตัวทันที
เหลียงเซ่าไม่รู้ฐานะของนาง จึงทำได้เพียงวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ฝูงชนก็แห่แหนวิ่งไล่ตามเขาเลยตรอกนั้นไป
ส่วนเงาร่างของพี่ชาย ก็ปรากฏขึ้นที่ปากตรอก กำลังใช้สองมือยันเข่า แสร้งทำเป็นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
"พี่ชาย นั่นคือพี่ชายสกุลเหลียงมิใช่หรือ? เขา... เขาจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
ถังอินรู้จักเหลียงเซ่าดี ก่อนหน้าที่พี่ชายจะถูกกักบริเวณ เหลียงเซ่าเคยพาคนมาหาพี่ชายอยู่หลายครั้ง
ซ้ำยังเอาขนมอร่อยๆ มาฝากนางตั้งมากมาย ทว่ากลับถูกพี่รองแย่งไปจนหมด
"น่าจะ คงจะ อาจจะ บางที... ไม่เป็นอันใดหรอกมั้ง"
ถังอี้ปรายตามองฝูงชนที่มืดฟ้ามัวดินจนมองไม่เห็นหางแถว พลางกล่าวว่า "เจ้าหาที่ซ่อนตัวอยู่แถวนี้ก่อนนะ ข้าต้องไปช่วยเจ้านั่นสักหน่อย ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น..."
อย่างมากก็แค่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเซียนกวีเท่านั้นเอง
"วางใจเถอะ มีคนคอยช่วยเขาอยู่ด้านหน้า เขาไม่เป็นอันใดหรอก"
จังหวะนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้น
ถังอี้ดึงถังอินมาหลบด้านหลังตามสัญชาตญาณ ก็เห็นชายร่างกำยำดั่งหอคอยเหล็กยืนอยู่เบื้องหน้า
เขาคือองครักษ์ของชายวัยกลางคนที่ซื้อบทกวีไปในวันนั้นนั่นเอง
ชายผู้นั้นมองถังอี้ พยักหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ยว่า "ไปเถอะ นายท่านของข้าต้องการพบเจ้า เขารอมานานแล้ว"
ถังอี้รู้ดีว่าชายวัยกลางคนผู้นี้มีฐานะไม่ธรรมดา เกรงว่าคงเป็นบุคคลสำคัญระดับบิ๊กในราชสำนัก มิเช่นนั้นบทกวี 《หม่านเจียงหง》 คงไม่สร้างความฮือฮาได้ถึงเพียงนี้
ในเมื่อเขาเป็นคนลงมือ ความปลอดภัยของเหลียงเซ่าก็คงไม่มีปัญหาแล้ว
"ตกลง รบกวนนำทางด้วย" ถังอี้อุ้มถังอินขึ้นมา แล้วเดินตามจ้าวหู่ไป
ในขณะเดียวกัน รถม้าเทียมคู่หลังคาสีครามคันหนึ่ง ก็กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหาถังอี้อย่างช้าๆ
ม่านหน้าต่างรถม้าถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง ภายในรถม้าปรากฏร่างของขงซือหลานผู้มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง ยามนี้นางกำลังขมวดคิ้วมุ่น ทอดสายตามองถังอี้ด้วยความสับสนมึนงง
เดิมทีนางมาที่ถนนจอหงวน ก็เพื่อมาเสี่ยงดวงดู เผื่อจะได้พบกับเซียนกวีในตำนานผู้นั้น
นางอยากจะเชิญเขาไปร่วมงานชุมนุมกวีที่สวนเสิ่นหยวน บุคคลที่สามารถแต่งบทกวีระดับตำนานอย่าง 《หม่านเจียงหง》 ออกมาได้ การจะสะกดข่มถังฮว่าย่อมไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
ผลคือกลับไม่ได้พบเซียนกวี ทว่าดันมาพบกับสองพี่น้องถังอี้เข้าเสียได้
เมื่อเทียบกับวันที่นางไปเยือนจวนสกุลถังแล้ว สภาพจิตใจและท่าทางของถังอี้และถังอินในยามนี้ดูดีขึ้นมากทีเดียว
เมื่อมองดูภาพที่ทั้งสองยืนหยอกล้อทะเลาะกันอยู่ที่ปากถนนจอหงวน พูดตามตรง ภาพนั้นมันช่างดูอบอุ่นหัวใจเสียจริง
ทว่าฉากต่อไปกลับทำเอานางแทบตกเก้าอี้ ไม่รู้ว่าถังอี้คิดจะออกโรงปกป้องขอทานชราที่ถูกทุบตีผู้นั้นหรือไม่ ถึงได้พุ่งเข้าไปจับตัวซื่อจื่อแห่งจวนผิงหย่วนป๋อเอาไว้ แล้วตะโกนลั่นว่าเขาคือเซียนกวี!
จากนั้น ทั่วทั้งถนนก็วุ่นวายโกลาหลไปหมด
"เพียรศึกษาหนาวเหน็บสิบปีไร้คนเหลียวแล ทว่าสอบได้ชื่อเสียงโด่งดังเพียงคราเดียวก็รู้กันทั่วหล้า..."
ชิวเอ๋อร์เองก็กำลังจ้องมองถังอี้เช่นกัน ดวงตากลมโตเป็นประกาย "คุณหนู นี่คือบทกวีชั้นยอดเลยนะเจ้าคะ คิดไม่ถึงเลยว่าเซียนกวีที่คุณหนูตามหา จะถูกคุณชายถังค้นพบเข้าให้แล้ว"
ขงซือหลานปรายตามองชิวเอ๋อร์ ยกมือขึ้นดีดหน้าผากนางเบาๆ "โง่เขลา!"
ชิวเอ๋อร์ลูบหน้าผากปอยๆ พลางเอ่ยว่า "คุณหนู หรือว่าเซียนกวีจะไม่ใช่คนที่คุณชายถังกล่าวถึงงั้นหรือเจ้าคะ? ไม่น่าจะใช่นะ แต่บทกวีสองวรรคนั้นยอดเยี่ยมมากเลยนะเจ้าคะ!"
ขงซือหลานขมวดคิ้วมุ่น ใช่แล้ว บทกวีสองวรรคนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ
เพียรศึกษาหนาวเหน็บสิบปีไร้คนเหลียวแล ทว่าสอบได้ชื่อเสียงโด่งดังเพียงคราเดียวก็รู้กันทั่วหล้า!
แต่ปัญหาคือ บทกวีสองวรรคนี้ไม่มีทางเป็นผลงานของเหลียงเซ่าอย่างเด็ดขาด หมอนั่นคือลูกเศรษฐีจอมผลาญเงินที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง หากเขาแต่งกวีเป็นสิถึงจะเห็นผี!
เช่นนั้นก็ต้องเป็นผลงานของถังอี้
หรือว่าเขาคือเซียนกวี?
เป็นไปไม่ได้หรอกกระมัง? หมอนี่ยังเรียนไม่จบจากสถานศึกษาเลยด้วยซ้ำ ประกอบกับการถูกเหยียนซวงอวี้กดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด เกรงว่าแม้แต่ตัวหนังสือก็คงจำได้ไม่ครบทุกตัว...
เขาจะเป็นเซียนกวีไปได้อย่างไร?
ขงซือหลานยกมือขึ้นนวดขมับ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตนเองยังขาดความเข้าใจในตัวถังอี้อยู่มาก จำเป็นต้องสืบสวนประวัติของเขาใหม่อีกครั้งเสียแล้ว
ทว่าเมื่อนางดึงสติกลับมาจากภวังค์ บนท้องถนนก็ไร้ซึ่งเงาของถังอี้เสียแล้ว
...
ครึ่งเค่อต่อมา
ถังอี้เดินตามจ้าวหู่มาถึงเหลาอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่นอกถนนจอหงวน
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องส่วนตัว ถังอี้ก็พบว่านอกจากชายวัยกลางคนที่ซื้อบทกวีไปในวันนั้นแล้ว ภายในห้องยังมีชายชราผมขาวโพลนอยู่อีกสองคน
และนอกจากชายวัยกลางคนที่ซื้อบทกวีไปแล้ว ชายชราอีกสองคนนั้น ถังอี้ล้วนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี
เขารีบวางถังอินลง แล้วประสานมือคารวะทันที "คารวะท่านแม่ทัพเฒ่าตี้ คารวะท่านฝูอ๋อง"
ตี้ชางคือแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าเหยียน อาจกล่าวได้ว่าเป็นดั่งเสาหลักค้ำยันวงการทหารของแคว้นต้าเหยียนเลยก็ว่าได้ เจ้าของร่างเดิมเติบโตมาพร้อมกับเรื่องเล่าวีรกรรมของเขาตั้งแต่ยังเด็ก จะไม่รู้จักได้อย่างไร?
ส่วนฝูอ๋อง เขาคือพระเชษฐาของอดีตฮ่องเต้ และเป็นพระปิตุลาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สมัยหนุ่มๆ ก็เคยเป็นบุคคลสำคัญที่สร้างความฮือฮามาแล้วเช่นกัน เคยใช้เพียงฝีปาก พลิกแพลงหลอกล่อกองทัพนับแสนของแคว้นตงอวี๋จนหัวปั่นมาแล้ว
น่าเสียดาย ที่ต่อให้มีบุคคลสำคัญระดับตำนานถึงสองคนนี้อยู่ แคว้นต้าเหยียนก็ยังไม่อาจรอดพ้นจากความอัปยศแห่งจิ้งคังไปได้
อดีตฮ่องเต้ อดีตฮองเฮา ล้วนถูกชาวเป่ยตี๋ย่ำยีจนสิ้นพระชนม์!
"ไอ้หนู เจ้าก็คือเซียนกวีน้อยผู้นั้นสินะ? ดีมาก บทกวีเขียนได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ช่วยพวกเราได้มากทีเดียว!"
ตี้ชางยกนิ้วหัวแม่มือให้ รู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มผู้มีกิริยามารยาทงดงามผู้นี้ขึ้นมาทันที
ถังอี้ชะงักไปเล็กน้อย
ท่านอ๋องเฒ่าเห็นความสงสัยบนใบหน้าของเขา จึงยิ้มพลางอธิบายว่า "บทกวี 《หม่านเจียงหง》 ของเจ้า ทำให้ความมุ่งมั่นในการทำศึกกับเป่ยตี๋ของฝ่าบาทและแคว้นต้าเหยียนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทำให้ขุนนางบู๊ที่ลับดาบรอคอยมาเนิ่นนานได้เห็นแสงสว่างแห่งความหวัง"
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง มิน่าเล่าบทกวี 《หม่านเจียงหง》 ถึงได้สร้างความฮือฮาได้ถึงเพียงนี้
มุมปากของถังอี้กระตุกเล็กน้อย ซวยแล้วสิ เช่นนั้นขุนนางบุ๋นพวกนั้นคงต้องเกลียดชังข้าเข้ากระดูกดำแน่ๆ!
"คารวะท่านปู่ตี้ คารวะท่านปู่ฝูอ๋องเจ้าค่ะ"
ถังอินคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะทำความเคารพอย่างรู้ความ
น้ำเสียงที่อ่อนหวานนุ่มนวลของนาง ดึงดูดความสนใจของตี้ชางและท่านอ๋องเฒ่าให้หันมามอง เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กน่าตระการตาคุกเข่าอยู่บนพื้น หัวใจของพวกเขาก็แทบจะละลาย
"ดีๆๆ เด็กดี มานี่สิ มาหาปู่ทางนี้นะ" ตี้ชางรีบยื่นมือออกไปหาถังอินทันที
"ไสหัวไปเลย ด้วยมือที่หยาบกร้านราวกับใบมีดของเจ้า เดี๋ยวก็ทำเด็กเจ็บหรอก"
ฝูอ๋องปัดมือของตี้ชางออก หันไปมองถังอินด้วยสายตาเมตตาปรานี "มานี่สิ แม่หนูน้อย มาหาปู่ฝูอ๋องทางนี้นะ ปู่มีของอร่อยๆ ให้เจ้ากินด้วยนะ"
"ว่าอย่างไรนะ? ตาแก่ อยากมีเรื่องงั้นหรือ?"
ชายชราทั้งสองคนถึงกับเปิดศึกชิงตัวเด็กกันเสียแล้ว!
[จบแล้ว]