เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!

บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!

บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!


“คืออันนี้”

แบบแปลนระเบิดฉูหยวนเก็บซ่อนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไร้ซึ่งความกังวลใด

เขานำแบบแปลนเข็มทิศออกมาให้จู้ม่านดู

“ก็แค่แบบแปลนเข็มทิศ คุณน่าจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว ไม่มีอะไรแปลกหรอก”

“เข็มทิศหรือ” จู้ม่านชะงักงัน รับแบบแปลนมาดูก็ยังคงงุนงง

“อาจารย์ฉู เข็มทิศคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ ใช้เย็บอาภรณ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“อาจารย์ฉู อาภรณ์ของท่านขาดตรงที่ใดหรือเจ้าคะ ต้องการให้จู้ม่านใช้เข็มทิศเย็บอาภรณ์ให้ท่านหรือไม่”

จู้ม่านมองฉูหยวนด้วยใบหน้างุนงง หากแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนเพียบพร้อม

ฝ่ายฉูหยวนกลับรู้สึกปวดใจ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กในหมู่บ้านบนเขาแห่งนี้ จะต้องใช้ชีวิตอย่างมืดบอดและถูกปิดกั้นถึงเพียงนี้

เข็มทิศอันเป็นสี่สิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่แห่งหัวเซี่ยก็ยังไม่รู้จัก ระดับการศึกษาของเด็กที่นี่ต่ำต้อยเกินไปแล้วจริงๆ

เด็กที่นี่ ทั้งฉินซู ฉินไฮ่ ฉินเกา และฉินม่าน ล้วนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหลือแสน

ผู้ใหญ่บ้านฉินสามารถเลี้ยงดูเด็กพวกนี้มาจนเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ได้ คงต้องตกระกำลำบากมาไม่น้อยเป็นแน่

ฉูหยวนรู้สึกสงสารเฒ่าฉินจับใจ!

“ฉินม่าน เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่เล่า” ขณะนั้นเองฉินสื่อหวงพาเหล่าองค์ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา

วันนี้ฉูหยวนเคยก่าชับไว้ว่ายังมีอีกหนึ่งวิชา นั่นคือประวัติศาสตร์ต้าฮั่นที่ต้องรีบสอนให้จบ จากนั้นจึงจะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์

เขาตั้งใจจะมาสอบถามฉูหยวนว่าอีกเนิ่นนานเท่าใดจึงจะไปสอน

ครั้นฉินสื่อหวงเห็นแบบแปลนในมือของจู้ม่าน ความสนใจพลันพวยพุ่งขึ้นมาในบัดดล

“มีของดีอีกแล้วหรือ” ฉินสื่อหวงเดินตรงเข้ามาพินิจดูทันที

จากนั้นพลันชะงักงันและตื่นตะลึงขึ้นมา

ฉินม่านย่อมดูไม่ออก ถึงกระนั้นฉินสื่อหวงผู้ปรีชาสามารถเพียงปราดตามองก็เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง

นี่คือเข็มทิศหรือ

สิ่งนี้ช่างล้ำเลิศเกินไปแล้ว!

หากมีสิ่งนี้ ภายภาคหน้ามิว่าจะเป็นบนท้องทะเล บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หรือในป่าทึบ ก็จะไม่มีวันหลงทิศทางอีกต่อไปมิใช่หรือ

นี่นับเป็นความช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่ต่อการเคลื่อนทัพบุกโจมตีซยงหนูของตนเลยทีเดียว!

“สิ่งนี้...” ฉินสื่อหวงมองฉูหยวนพลางเอ่ยถาม

“เอาไปเถอะ” ฉูหยวนย่อมเข้าใจความหมายของฉินสื่อหวง เข็มทิศนี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด

ถึงจะมอบเข็มทิศให้ไปได้ ทว่ากลับให้ระเบิดไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะของสิ่งนี้ค่อนข้างอันตราย

ฉูหยวนเชื่อใจผู้ใหญ่บ้านฉิน แต่หากแบบแปลนระเบิดตกไปอยู่ในมือของพวกนอกกฎหมายเข้าจริงๆ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้คงต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่เป็นแน่

“อาจารย์ฉู วิชาของพวกเราในวันนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” องค์ชายเกาเอ่ยปากถามไถ่ ด้วยเขาก็อยากรู้ประวัติศาสตร์ช่วงหลังของต้าฮั่นเช่นกัน

“รู้สึกว่าคงไม่มีอันใดน่าสนใจแล้วกระมัง” หูไฮ่กลับกล่าวแทรกขึ้น

“ช่วงหลังก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของจักรพรรดิพวกนั้นมิใช่หรือ”

“ถ้าเช่นนั้นคุณก็พูดผิดแล้ว” ฉูหยวนไม่ได้เข้าไปในห้องเรียน แต่เริ่มอธิบายตรงนี้เลย

“หลังจากยุคฮั่นเซวียนตี้ ราชวงศ์ฮั่นก็เริ่มเสื่อมถอยลง จนสุดท้ายก็ถูกขุนนางผู้กุมอำนาจในตอนนั้นที่ชื่อหวังหมั่งแย่งชิงใต้หล้าไป”

“หวังหมั่งหรือ” ทุกคนชะงักงันไป

ถึงกับเป็นขุนนางช่วงชิงราชบัลลังก์ หวังหมั่งผู้นี้ช่างอกตัญญูทรยศยิ่งนัก

ฉูหยวนกลับส่ายหน้า

“ถึงแม้หวังหมั่งจะเป็นขุนนางที่ชิงบัลลังก์ แต่นโยบายหลายอย่างของหวังหมั่งในตอนนั้นไม่ธรรมดาเลยนะ”

“ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาดเกลือและเหล็กโดยทางการ หรือแม้กระทั่งประดิษฐ์เครื่องมือวัดแบบเลื่อนที่ล้ำสมัย หลายคนถึงกับบอกว่าเขาเป็นผู้ข้ามมิติมาจากยุคหลังเลยล่ะ”

“ข้ามมิติมาจากยุคหลังหรือ” ฉินสื่อหวงและคนอื่นๆ พากันตกตะลึง

หรือว่าจะมาจากสถานที่เดียวกับฉูหยวน

อาจารย์ฉูเคยพบหน้าหวังหมั่ง เคยร่วมลิ้มรสหม้อไฟด้วยกันหรือไม่

“แล้วหลังจากนั้นเล่าขอรับ หวังหมั่งยึดครองราชวงศ์ฮั่นไปตลอดเลยหรือ” ฉินจื่ออิงเอ่ยถาม

“แน่นอนว่าไม่ ในยุคของหวังหมั่ง ตระกูลหลิวแห่งต้าฮั่นได้ปรากฏยอดคนขึ้นมาอีกคนหนึ่ง” ฉูหยวนเอ่ยตอบ

“ยอดคนผู้นี้ก็คือหลิวซิ่ว!”

ฉูหยวนค่อยๆ เล่าสืบไป หลิวซิ่ว (ความรุ่งเรืองอันงดงามของตระกูลหลิว) ผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมสมชื่อจริงๆ!

ผู้อื่นทำศึกล้วนใช้ดาบใช้ทวนฟาดฟันกันจริงๆ แต่หลิวซิ่วกลับทำศึกราวกับร่ายเวทมนตร์คาถาโดยตรง

เดิมทีหวังหมั่งมีกองทัพใหญ่นับแสนนายส่งออกไปเตรียมกวาดล้างทหารของหลิวซิ่วที่มีเพียงไม่กี่พันคน

ผลลัพธ์คือยังไม่ทันได้สู้รบ กลับต้องเผชิญกับอุกกาบาตตกจากฟากฟ้า สูญเสียกำลังพลไปนับไม่ถ้วน!

“กองกำลังหลักของหวังหมั่งพ่ายแพ้ย่อยยับ หลังจากนั้นก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด!”

“หลิวซิ่วผ่านศึกในครั้งนี้ จึงถูกคนรุ่นหลังขนานนามว่าเป็นมหาจอมเวท!”

“หลังจากนั้นหลิวซิ่วก็ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่ ในประวัติศาสตร์เรียกว่าตงฮั่น (ฮั่นตะวันออก) ส่วนตัวเขาเองก็ถูกขนานนามว่าฮั่นกวงอู่ตี้*”

(* กวงอู่ - ผู้รุ่งโรจน์และเก่งกาจทางการทหาร)

ครั้นฉูหยวนกล่าวจบ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์กลับฟังจนมึนงงไปหมดสิ้น

อันใดกัน?

กองทัพใหญ่นับแสนนายสู้กับคนเพียงไม่กี่พันคนเนี่ยนะ?

อุกกาบาตตกจากฟากฟ้า?!

ล้อเล่นกระมัง จะเป็นไปได้อย่างไร!

แม้พวกเขาจะเคารพเลื่อมใสฉูหยวนมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้มันดูลี้ลับเกินไปแล้วกระมัง

กลายเป็นนิทานปรัมปราไปแล้วหรืออย่างไร

“พวกคุณไม่เชื่อเหรอ” ฉูหยวนแย้มยิ้มบาง

“เชื่อ!” ฉินสื่อหวงกลับเอ่ยปากขึ้นมา

ในมือของฉูหยวนมีเรื่องราวมหัศจรรย์อยู่มากมายเพียงใดกัน

ในมุมมองของฉินสื่อหวง สิ่งเหล่านี้ยังมหัศจรรย์ยิ่งกว่าอุกกาบาตตกจากฟากฟ้าเสียด้วยซ้ำ

อุกกาบาตตกจากฟากฟ้านับเป็นอันใดได้ มันเทศและมันฝรั่งต่างหากที่เป็นของประทานจากสวรรค์อย่างแท้จริง

ผนวกกับนี่เป็นสิ่งที่ฉูหยวนเอ่ยปาก แล้วเขาเคยกล่าววาจาโป้ปดตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า

“อาจารย์ฉู เช่นนั้นหลังจากนั้นต้าฮั่นก็หยัดยืนมิสั่นคลอนมาตลอดเลยหรือขอรับ” ฉินจื่ออิงเอ่ยปากถามไถ่

ต้าฉินล่มสลายก็คือล่มสลาย ต้าฮั่นถูกทำลายไปแล้วกลับยังสามารถฟื้นฟูหยัดยืนมิสั่นคลอนได้อีก ฉินจื่ออิงรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด

ฉินสื่อหวงก็ลอบทอดถอนใจเช่นกัน หากยามนั้นมีผู้ใดสักคนสามารถพลิกผันสถานการณ์กอบกู้ต้าฉินเอาไว้ได้ก็คงดี

“หลังจากนั้นต้าฮั่นหยัดยืนไม่สั่นคลอนอย่างนั้นหรือ” ฉูหยวนส่ายหน้า

“หลังจากนั้นต้าฮั่นไม่ได้หยัดยืนไม่สั่นคลอนหรอกนะ ปลายยุคตงฮั่นราชสำนักเสื่อมโทรมไร้ความสามารถ ราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จากนั้นก็กระตุ้นให้ชาวบ้านลุกฮือขึ้นก่อกบฏ”

“หลังจากกบฏถูกปราบปรามลง ราชสำนักก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร ตอนนั้นราชสำนักถูกควบคุมโดยขันทีสิบคน ผู้คนขนานนามว่าสิบฉางซื่อ”

“สิบฉางซื่อกุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ขุนนางตงฉินของต้าฮั่นจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ แต่พวกเขากลับคิดแผนการโง่เขลาออกมาแผนหนึ่ง คือให้ผู้บัญชาการทัพซีเหลียงในตอนนั้นที่ชื่อต่งจัว (ตั๋งโต๊ะ) ยกทัพเข้าลั่วหยาง”

“ผลก็คือชักศึกเข้าบ้าน สิบฉางซื่อถูกกำจัด ทว่าต่งจัวกลับเข้าควบคุมลั่วหยางเอาไว้แทน จากนั้นปลายยุคตงฮั่น กลียุคที่ยาวนานนับร้อยปีจึงเปิดฉากขึ้น”

“ประวัติศาสตร์ช่วงนี้เรียกว่ายุคสามก๊ก”

ฉูหยวนกล่าวจบ สุ้มเสียงยังคงดังก้องกังวาน

“วิชานี้ก็เรียนกันเพียงเท่านี้ก่อน ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตงฮั่นและสามก๊ก พวกเราค่อยมาเรียนกันต่อในคาบหน้า”

อย่าเพิ่งสิ!

ทุกคนพลันร้อนรนขึ้นมาแล้ว เหตุใดเล่าไปได้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่ยอมเล่าต่อเสียแล้ว

พวกเขายังอยากฟังเรื่องราวของสามก๊กอยู่นะ

ทว่าก็หมดหนทางแล้ว การเรียนการสอนหนึ่งวิชาได้สิ้นสุดลงเสียแล้ว

สาเหตุที่ฉูหยวนยุติการสอนอย่างกะทันหัน กลับเป็นเพราะได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ

[ติ๊งต่อง! ขอให้โฮสต์ยุติการสอนประวัติศาสตร์สามก๊ก]

[ระบบอาจารย์ผู้ประเสริฐ เนื้อหาในส่วนของประวัติศาสตร์จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ โปรดให้โฮสต์สอนวิชาอื่นไปก่อนชั่วคราว]

[หากสอนความรู้ในวิชาประวัติศาสตร์ โฮสต์จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น]

ฉูหยวนขมวดคิ้ว ระบบนี่ทำอะไรของมัน เขาเองก็สอนประวัติศาสตร์อยู่ดีๆ เหตุใดถึงไม่ให้เขาสอนต่อเสียแล้วล่ะ

แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ระบบจัดการ ฉูหยวนจึงไร้ซึ่งทางเลือก

พรุ่งนี้สอนวิชาอื่นแทนก็แล้วกัน สอนวิชาฟิสิกส์น่าจะเข้าที

ทางด้านฉินสื่อหวงก็ได้รับเข็มทิศมาอีก ทว่าเข็มทิศค่อนข้างสร้างยาก ฉินสื่อหวงจึงมิได้คาดหวังมากนัก

เพียงสิ่งของอื่นๆ ที่ฉูหยวนมอบให้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ต้าฉินมั่งคั่งแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้แล้ว

รอจนถึงฤดูร้อนปีหน้า ก็จะกวาดล้างพวกซยงหนูให้สิ้นซาก!

ขณะที่ฉินสื่อหวงเปี่ยมไปด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ เตรียมการกวาดล้างพวกซยงหนู

และฉูหยวนกำลังเตรียมการสอน เตรียมตัวสอนวิชาฟิสิกส์ในวันพรุ่งนี้อยู่นั้น

ประกายแสงเรืองรองแต่ละสายก็ค่อยๆ จุติลงมาในปลายยุคราชวงศ์หมิง จากนั้นจึงรวมตัวกันกลายเป็นประตูแสงบานหนึ่ง

ล่องลอยมุ่งหน้าสู่นครหลวงอย่างเชื่องช้า

จบบทที่ บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว