- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!
บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!
บทที่ 47 มหาจอมเวทหลิวซิ่วปะทะผู้ข้ามมิติหวังหมั่ง!
“คืออันนี้”
แบบแปลนระเบิดฉูหยวนเก็บซ่อนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไร้ซึ่งความกังวลใด
เขานำแบบแปลนเข็มทิศออกมาให้จู้ม่านดู
“ก็แค่แบบแปลนเข็มทิศ คุณน่าจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว ไม่มีอะไรแปลกหรอก”
“เข็มทิศหรือ” จู้ม่านชะงักงัน รับแบบแปลนมาดูก็ยังคงงุนงง
“อาจารย์ฉู เข็มทิศคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ ใช้เย็บอาภรณ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“อาจารย์ฉู อาภรณ์ของท่านขาดตรงที่ใดหรือเจ้าคะ ต้องการให้จู้ม่านใช้เข็มทิศเย็บอาภรณ์ให้ท่านหรือไม่”
จู้ม่านมองฉูหยวนด้วยใบหน้างุนงง หากแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนเพียบพร้อม
ฝ่ายฉูหยวนกลับรู้สึกปวดใจ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กในหมู่บ้านบนเขาแห่งนี้ จะต้องใช้ชีวิตอย่างมืดบอดและถูกปิดกั้นถึงเพียงนี้
เข็มทิศอันเป็นสี่สิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่แห่งหัวเซี่ยก็ยังไม่รู้จัก ระดับการศึกษาของเด็กที่นี่ต่ำต้อยเกินไปแล้วจริงๆ
เด็กที่นี่ ทั้งฉินซู ฉินไฮ่ ฉินเกา และฉินม่าน ล้วนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหลือแสน
ผู้ใหญ่บ้านฉินสามารถเลี้ยงดูเด็กพวกนี้มาจนเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ได้ คงต้องตกระกำลำบากมาไม่น้อยเป็นแน่
ฉูหยวนรู้สึกสงสารเฒ่าฉินจับใจ!
“ฉินม่าน เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่เล่า” ขณะนั้นเองฉินสื่อหวงพาเหล่าองค์ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
วันนี้ฉูหยวนเคยก่าชับไว้ว่ายังมีอีกหนึ่งวิชา นั่นคือประวัติศาสตร์ต้าฮั่นที่ต้องรีบสอนให้จบ จากนั้นจึงจะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์
เขาตั้งใจจะมาสอบถามฉูหยวนว่าอีกเนิ่นนานเท่าใดจึงจะไปสอน
ครั้นฉินสื่อหวงเห็นแบบแปลนในมือของจู้ม่าน ความสนใจพลันพวยพุ่งขึ้นมาในบัดดล
“มีของดีอีกแล้วหรือ” ฉินสื่อหวงเดินตรงเข้ามาพินิจดูทันที
จากนั้นพลันชะงักงันและตื่นตะลึงขึ้นมา
ฉินม่านย่อมดูไม่ออก ถึงกระนั้นฉินสื่อหวงผู้ปรีชาสามารถเพียงปราดตามองก็เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
นี่คือเข็มทิศหรือ
สิ่งนี้ช่างล้ำเลิศเกินไปแล้ว!
หากมีสิ่งนี้ ภายภาคหน้ามิว่าจะเป็นบนท้องทะเล บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หรือในป่าทึบ ก็จะไม่มีวันหลงทิศทางอีกต่อไปมิใช่หรือ
นี่นับเป็นความช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่ต่อการเคลื่อนทัพบุกโจมตีซยงหนูของตนเลยทีเดียว!
“สิ่งนี้...” ฉินสื่อหวงมองฉูหยวนพลางเอ่ยถาม
“เอาไปเถอะ” ฉูหยวนย่อมเข้าใจความหมายของฉินสื่อหวง เข็มทิศนี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด
ถึงจะมอบเข็มทิศให้ไปได้ ทว่ากลับให้ระเบิดไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะของสิ่งนี้ค่อนข้างอันตราย
ฉูหยวนเชื่อใจผู้ใหญ่บ้านฉิน แต่หากแบบแปลนระเบิดตกไปอยู่ในมือของพวกนอกกฎหมายเข้าจริงๆ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้คงต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่เป็นแน่
“อาจารย์ฉู วิชาของพวกเราในวันนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” องค์ชายเกาเอ่ยปากถามไถ่ ด้วยเขาก็อยากรู้ประวัติศาสตร์ช่วงหลังของต้าฮั่นเช่นกัน
“รู้สึกว่าคงไม่มีอันใดน่าสนใจแล้วกระมัง” หูไฮ่กลับกล่าวแทรกขึ้น
“ช่วงหลังก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของจักรพรรดิพวกนั้นมิใช่หรือ”
“ถ้าเช่นนั้นคุณก็พูดผิดแล้ว” ฉูหยวนไม่ได้เข้าไปในห้องเรียน แต่เริ่มอธิบายตรงนี้เลย
“หลังจากยุคฮั่นเซวียนตี้ ราชวงศ์ฮั่นก็เริ่มเสื่อมถอยลง จนสุดท้ายก็ถูกขุนนางผู้กุมอำนาจในตอนนั้นที่ชื่อหวังหมั่งแย่งชิงใต้หล้าไป”
“หวังหมั่งหรือ” ทุกคนชะงักงันไป
ถึงกับเป็นขุนนางช่วงชิงราชบัลลังก์ หวังหมั่งผู้นี้ช่างอกตัญญูทรยศยิ่งนัก
ฉูหยวนกลับส่ายหน้า
“ถึงแม้หวังหมั่งจะเป็นขุนนางที่ชิงบัลลังก์ แต่นโยบายหลายอย่างของหวังหมั่งในตอนนั้นไม่ธรรมดาเลยนะ”
“ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาดเกลือและเหล็กโดยทางการ หรือแม้กระทั่งประดิษฐ์เครื่องมือวัดแบบเลื่อนที่ล้ำสมัย หลายคนถึงกับบอกว่าเขาเป็นผู้ข้ามมิติมาจากยุคหลังเลยล่ะ”
“ข้ามมิติมาจากยุคหลังหรือ” ฉินสื่อหวงและคนอื่นๆ พากันตกตะลึง
หรือว่าจะมาจากสถานที่เดียวกับฉูหยวน
อาจารย์ฉูเคยพบหน้าหวังหมั่ง เคยร่วมลิ้มรสหม้อไฟด้วยกันหรือไม่
“แล้วหลังจากนั้นเล่าขอรับ หวังหมั่งยึดครองราชวงศ์ฮั่นไปตลอดเลยหรือ” ฉินจื่ออิงเอ่ยถาม
“แน่นอนว่าไม่ ในยุคของหวังหมั่ง ตระกูลหลิวแห่งต้าฮั่นได้ปรากฏยอดคนขึ้นมาอีกคนหนึ่ง” ฉูหยวนเอ่ยตอบ
“ยอดคนผู้นี้ก็คือหลิวซิ่ว!”
ฉูหยวนค่อยๆ เล่าสืบไป หลิวซิ่ว (ความรุ่งเรืองอันงดงามของตระกูลหลิว) ผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมสมชื่อจริงๆ!
ผู้อื่นทำศึกล้วนใช้ดาบใช้ทวนฟาดฟันกันจริงๆ แต่หลิวซิ่วกลับทำศึกราวกับร่ายเวทมนตร์คาถาโดยตรง
เดิมทีหวังหมั่งมีกองทัพใหญ่นับแสนนายส่งออกไปเตรียมกวาดล้างทหารของหลิวซิ่วที่มีเพียงไม่กี่พันคน
ผลลัพธ์คือยังไม่ทันได้สู้รบ กลับต้องเผชิญกับอุกกาบาตตกจากฟากฟ้า สูญเสียกำลังพลไปนับไม่ถ้วน!
“กองกำลังหลักของหวังหมั่งพ่ายแพ้ย่อยยับ หลังจากนั้นก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด!”
“หลิวซิ่วผ่านศึกในครั้งนี้ จึงถูกคนรุ่นหลังขนานนามว่าเป็นมหาจอมเวท!”
“หลังจากนั้นหลิวซิ่วก็ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่ ในประวัติศาสตร์เรียกว่าตงฮั่น (ฮั่นตะวันออก) ส่วนตัวเขาเองก็ถูกขนานนามว่าฮั่นกวงอู่ตี้*”
(* กวงอู่ - ผู้รุ่งโรจน์และเก่งกาจทางการทหาร)
ครั้นฉูหยวนกล่าวจบ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์กลับฟังจนมึนงงไปหมดสิ้น
อันใดกัน?
กองทัพใหญ่นับแสนนายสู้กับคนเพียงไม่กี่พันคนเนี่ยนะ?
อุกกาบาตตกจากฟากฟ้า?!
ล้อเล่นกระมัง จะเป็นไปได้อย่างไร!
แม้พวกเขาจะเคารพเลื่อมใสฉูหยวนมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้มันดูลี้ลับเกินไปแล้วกระมัง
กลายเป็นนิทานปรัมปราไปแล้วหรืออย่างไร
“พวกคุณไม่เชื่อเหรอ” ฉูหยวนแย้มยิ้มบาง
“เชื่อ!” ฉินสื่อหวงกลับเอ่ยปากขึ้นมา
ในมือของฉูหยวนมีเรื่องราวมหัศจรรย์อยู่มากมายเพียงใดกัน
ในมุมมองของฉินสื่อหวง สิ่งเหล่านี้ยังมหัศจรรย์ยิ่งกว่าอุกกาบาตตกจากฟากฟ้าเสียด้วยซ้ำ
อุกกาบาตตกจากฟากฟ้านับเป็นอันใดได้ มันเทศและมันฝรั่งต่างหากที่เป็นของประทานจากสวรรค์อย่างแท้จริง
ผนวกกับนี่เป็นสิ่งที่ฉูหยวนเอ่ยปาก แล้วเขาเคยกล่าววาจาโป้ปดตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า
“อาจารย์ฉู เช่นนั้นหลังจากนั้นต้าฮั่นก็หยัดยืนมิสั่นคลอนมาตลอดเลยหรือขอรับ” ฉินจื่ออิงเอ่ยปากถามไถ่
ต้าฉินล่มสลายก็คือล่มสลาย ต้าฮั่นถูกทำลายไปแล้วกลับยังสามารถฟื้นฟูหยัดยืนมิสั่นคลอนได้อีก ฉินจื่ออิงรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด
ฉินสื่อหวงก็ลอบทอดถอนใจเช่นกัน หากยามนั้นมีผู้ใดสักคนสามารถพลิกผันสถานการณ์กอบกู้ต้าฉินเอาไว้ได้ก็คงดี
“หลังจากนั้นต้าฮั่นหยัดยืนไม่สั่นคลอนอย่างนั้นหรือ” ฉูหยวนส่ายหน้า
“หลังจากนั้นต้าฮั่นไม่ได้หยัดยืนไม่สั่นคลอนหรอกนะ ปลายยุคตงฮั่นราชสำนักเสื่อมโทรมไร้ความสามารถ ราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จากนั้นก็กระตุ้นให้ชาวบ้านลุกฮือขึ้นก่อกบฏ”
“หลังจากกบฏถูกปราบปรามลง ราชสำนักก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร ตอนนั้นราชสำนักถูกควบคุมโดยขันทีสิบคน ผู้คนขนานนามว่าสิบฉางซื่อ”
“สิบฉางซื่อกุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ขุนนางตงฉินของต้าฮั่นจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ แต่พวกเขากลับคิดแผนการโง่เขลาออกมาแผนหนึ่ง คือให้ผู้บัญชาการทัพซีเหลียงในตอนนั้นที่ชื่อต่งจัว (ตั๋งโต๊ะ) ยกทัพเข้าลั่วหยาง”
“ผลก็คือชักศึกเข้าบ้าน สิบฉางซื่อถูกกำจัด ทว่าต่งจัวกลับเข้าควบคุมลั่วหยางเอาไว้แทน จากนั้นปลายยุคตงฮั่น กลียุคที่ยาวนานนับร้อยปีจึงเปิดฉากขึ้น”
“ประวัติศาสตร์ช่วงนี้เรียกว่ายุคสามก๊ก”
ฉูหยวนกล่าวจบ สุ้มเสียงยังคงดังก้องกังวาน
“วิชานี้ก็เรียนกันเพียงเท่านี้ก่อน ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตงฮั่นและสามก๊ก พวกเราค่อยมาเรียนกันต่อในคาบหน้า”
อย่าเพิ่งสิ!
ทุกคนพลันร้อนรนขึ้นมาแล้ว เหตุใดเล่าไปได้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่ยอมเล่าต่อเสียแล้ว
พวกเขายังอยากฟังเรื่องราวของสามก๊กอยู่นะ
ทว่าก็หมดหนทางแล้ว การเรียนการสอนหนึ่งวิชาได้สิ้นสุดลงเสียแล้ว
สาเหตุที่ฉูหยวนยุติการสอนอย่างกะทันหัน กลับเป็นเพราะได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[ติ๊งต่อง! ขอให้โฮสต์ยุติการสอนประวัติศาสตร์สามก๊ก]
[ระบบอาจารย์ผู้ประเสริฐ เนื้อหาในส่วนของประวัติศาสตร์จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ โปรดให้โฮสต์สอนวิชาอื่นไปก่อนชั่วคราว]
[หากสอนความรู้ในวิชาประวัติศาสตร์ โฮสต์จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น]
ฉูหยวนขมวดคิ้ว ระบบนี่ทำอะไรของมัน เขาเองก็สอนประวัติศาสตร์อยู่ดีๆ เหตุใดถึงไม่ให้เขาสอนต่อเสียแล้วล่ะ
แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ระบบจัดการ ฉูหยวนจึงไร้ซึ่งทางเลือก
พรุ่งนี้สอนวิชาอื่นแทนก็แล้วกัน สอนวิชาฟิสิกส์น่าจะเข้าที
ทางด้านฉินสื่อหวงก็ได้รับเข็มทิศมาอีก ทว่าเข็มทิศค่อนข้างสร้างยาก ฉินสื่อหวงจึงมิได้คาดหวังมากนัก
เพียงสิ่งของอื่นๆ ที่ฉูหยวนมอบให้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ต้าฉินมั่งคั่งแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้แล้ว
รอจนถึงฤดูร้อนปีหน้า ก็จะกวาดล้างพวกซยงหนูให้สิ้นซาก!
ขณะที่ฉินสื่อหวงเปี่ยมไปด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ เตรียมการกวาดล้างพวกซยงหนู
และฉูหยวนกำลังเตรียมการสอน เตรียมตัวสอนวิชาฟิสิกส์ในวันพรุ่งนี้อยู่นั้น
ประกายแสงเรืองรองแต่ละสายก็ค่อยๆ จุติลงมาในปลายยุคราชวงศ์หมิง จากนั้นจึงรวมตัวกันกลายเป็นประตูแสงบานหนึ่ง
ล่องลอยมุ่งหน้าสู่นครหลวงอย่างเชื่องช้า