เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 แม่ทัพใหญ่ฮั่วกวง สังหารหมู่ซยงหนู!

บทที่ 45 แม่ทัพใหญ่ฮั่วกวง สังหารหมู่ซยงหนู!

บทที่ 45 แม่ทัพใหญ่ฮั่วกวง สังหารหมู่ซยงหนู!


“อันใดนะ!”

ทุกคนล้วนตื่นตะลึงงัน

ฮั่นอู่ตี้ทำให้กำลังแคว้นแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นแล้ว ราชวงศ์ฮั่นยังจะต้องเผชิญกับความพลิกผันอันใดอีกหรือ

“ฮั่วชวี่ปิ้ง ตายตอนอายุยี่สิบสามปีครับ” ฉูหยวนเอ่ยปากบอกอย่างเรียบเฉย

สิ้นชีพในวัยเพียงยี่สิบสามปี! เหล่าองค์ชายที่เพิ่งจะยกย่องฮั่วชวี่ปิ้งให้เป็นยอดวีรบุรุษในดวงใจ ยามนี้ล้วนรับเรื่องราวเช่นนี้มิไหว ฮั่วชวี่ปิ้งอายุน้อยถึงเพียงนี้ กลับด่วนจากไปเสียแล้วหรือ สวรรค์ช่างริษยาผู้เก่งกาจเสียจริง

“ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ล้วนมีความหมายในการมีชีวิตอยู่ของตัวเองครับ ฮั่วชวี่ปิ้งดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อกวาดล้างชาวซยงหนู พอชาวซยงหนูถูกกวาดล้างไปแล้ว เขาก็จากไปตามธรรมชาติครับ” ฉูหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความทอดถอนใจ

นี่คือความหมายในการมีชีวิตอยู่ของแต่ละคนเช่นนั้นหรือ ทุกคนพลันรู้สึกกระจ่างแจ้งแก่ใจจนเข้าใจถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ที่แท้ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ล้วนมีความหมายในการมีชีวิตอยู่ของตนเอง ฉินสื่อหวงมีชีวิตอยู่ ก็เพื่อรวบรวมหกแคว้นเป็นหนึ่งเดียว ฮั่วชวี่ปิ้งมีชีวิตอยู่ ก็เพื่อกวาดล้างชาวซยงหนู

ขณะที่กำลังใคร่ครวญอยู่นั้น พวกเขากลับอดมิได้ที่จะหันไปถลึงตาใส่หูไฮ่ เจ้าโง่นี่มีชีวิตอยู่ สมควรเป็นไปเพื่อกินดื่มเที่ยวเล่นและทำลายล้างต้าฉินเป็นแน่ นึกแล้วก็อยากจะทุบตีมันให้แหลกคามือนัก!

“ดังนั้นหลังจากฮั่วชวี่ปิ้งสิ้นชีพ โชคชะตาของต้าหานก็เริ่มพลิกผันเลยหรือขอรับ” ฝูซูเอ่ยถามขึ้นมา

“ถ้าจะพูดให้ถูก ควรจะเป็นหลังจากเว่ยชิงตายครับ” ฉูหยวนกล่าว “เว่ยชิงก็อายุไม่ยืนเท่าไหร่ อายุแค่สี่สิบกว่าก็ตายแล้ว พอถึงช่วงบั้นปลายชีวิตของฮั่นอู่ตี้ ชาวซยงหนูก็ผงาดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็เริ่มตีโต้กลับมาครับ”

อันใดนะ!

ฉินสื่อหวงทรงกริ้วจัด ชาวซยงหนูพวกนี้สังหารมิรู้จักหมดสิ้นจริงๆ หรือ ฉานอวี๋ก็สิ้นชีพไปแล้ว กองกำลังหลักก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไยยังจะผงาดขึ้นมาได้อีก

มิน่าเล่าในยุคต้าฉิน ชาวซยงหนูถึงถูกตีจนต้องหนีร่นลงใต้ มิกล้าเลี้ยงม้า เหล่าทหารมิกล้าง้างเกาทัณฑ์ได้แต่พร่ำบ่น ทว่าพอถึงยุคต้าหานกลับยังสามารถข่มเหงรังแกต้าหานได้ถึงหนึ่งร้อยปี ที่แท้พลังชีวิตของพวกมันก็ดื้อด้านถึงเพียงนี้ ดูท่าหากมิสังหารชาวซยงหนูให้สิ้นซาก อย่างไรก็มิอาจวางใจได้!

“แต่ฮั่นอู่ตี้ในตอนนั้น ในมือไม่มีขุนพลเลื่องชื่ออะไรแล้ว การทำศึกกับชาวซยงหนูก็เลยพ่ายแพ้ครับ” ฉูหยวนส่ายหน้า

ฮั่วชวี่ปิ้งกับเว่ยชิงคือเทพสงครามที่เกิดมาเพื่อสยบชาวซยงหนูโดยเฉพาะ พอไม่มีพวกเขา การจะสู้รบกับชาวซยงหนูย่อมกลายเป็นเรื่องยากลำบาก

“น่าเสียดายยิ่งนัก”

เหล่าองค์ชายต่างส่ายพระเศียร อุตส่าห์ดับความโอหังอวดดีของชาวซยงหนูลงไปได้แล้วแท้ๆ พวกมันกลับมาก่อเรื่องอีก ช่างน่าเดือดดาลนัก

“สถานการณ์แบบนี้มาเปลี่ยนไปในยุคของฮั่นเซวียนตี้ครับ”

คำพูดของฉูหยวน ทำให้ทุกคนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ฮั่นเซวียนตี้ผู้นี้คือผู้ใดกันอีกเล่า เหตุใดต้าหานจึงมีจักรพรรดิที่เก่งกาจมากมายถึงเพียงนี้

“ฮั่นเซวียนตี้หลิวปิ้งอี่ ก็เป็นบุคคลระดับตำนานเหมือนกันครับ พอเกิดมาก็อยู่ในคุกเลย ผ่านเส้นทางที่ยากลำบากมามากมาย สุดท้ายถึงได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ เกี่ยวกับเขา ยังมีตำนานความรักที่เล่าขานสืบต่อกันมาด้วยนะครับ”

ฉูหยวนเล่าเรื่องราวอย่างฉะฉาน แม้หลิวปิ้งอี่จะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่กลับต้องระหกระเหินอยู่ในหมู่สามัญชน ตอนนั้นเขาได้รู้จักกับสวี่ผิงจวินที่เป็นหญิงชาวบ้านและเกิดความชอบพอนางเป็นอย่างมาก ทว่าภายหลังสวี่ผิงจวินกลับถูกสวี่กว่างฮั่นผู้เป็นบิดาบังคับให้แต่งงานกับเศรษฐีในท้องถิ่น หลิวปิ้งอี่นั้นปวดใจยิ่งนัก ทว่าก็มิอาจทำสิ่งใดได้เลย

ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าก่อนวันวิวาห์เพียงวันเดียว คู่หมั้นของสวี่ผิงจวินกลับล้มป่วยหนักและสิ้นใจตายอย่างกะทันหัน สวี่ผิงจวินจึงรอดพ้นจากการแต่งงาน

ทว่านับแต่นั้นมานางกลับถูกผู้คนชี้หน้าก่นด่าว่าเป็นตัวกาลกิณี มีดวงกินสามี ถึงกระนั้นหลิวปิ้งอี่ก็มิได้รังเกียจเดียดฉันท์ ท่ามกลางสายตาดูแคลนของทุกคน เขายืนหยัดแต่งงานกับสวี่ผิงจวินจนได้ครองรักกันในที่สุด ปีต่อมาทั้งสองยังมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ครอบครัวนับว่ามีความสุขสมบูรณ์ยิ่ง

แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่า เนื่องด้วยบัลลังก์แห่งต้าหานว่างลงและมิอาจหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมได้ ค้นหาไปมา สุดท้ายวาสนากลับมาตกอยู่ที่หลิวปิ้งอี่ เขาจึงกลายเป็นชายยากจนที่จับพลัดจับผลูก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิองค์ที่สิบแห่งต้าหาน หรือที่รู้จักกันในนามฮั่นเซวียนตี้!

ทว่ายามนั้นอำนาจในราชสำนักล้วนตกอยู่ในกำมือของต้าซือหม่าฮั่วกวง ฮั่นเซวียนตี้จึงต้องจำยอมโอนอ่อนผ่อนตามฮั่วกวงไปเสียทุกเรื่อง บุตรีของฮั่วกวงนั้นมีหน้าตาสะสวยงดงามนัก หากนำมาเทียบกับสวี่ผิงจวินแล้วนับว่าเหนือกว่ามาก ฮั่วกวงจึงมุ่งหวังให้บุตรีของตนแต่งงานกับฮั่นเซวียนตี้เพื่อก้าวขึ้นเป็นฮองเฮา ทว่าฮั่นเซวียนตี้กลับมิเคยลืมเลือนภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของตนเลยแม้แต่น้อย

(ต้าซือหม่า = ผู้บัญชาการทหารสูงสุด)

ฮั่นเซวียนตี้ได้ออกราชโองการฉบับหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นราชโองการที่ลึกซึ้งกินใจที่สุดในประวัติศาสตร์หัวเซี่ย ความว่า “ยามที่เจิ้นยังยากจนข้นแค้น มีกระบี่อยู่เล่มหนึ่ง แม้มิใช่ของมีค่าล้ำราคาอันใด ทว่ามันกลับอยู่เคียงข้างเจิ้นจนคุ้นชินเสียแล้ว บัดนี้กระบี่เล่มนั้นมิได้อยู่ข้างกาย แต่เจิ้นก็ยังมิอาจลืมเลือนได้ลง ขอให้เหล่าขุนนางช่วยกันตามหาให้เจิ้นที”

เหล่าขุนนางเมื่อได้สดับต่างก็เข้าใจได้ในทันที ว่าแท้จริงแล้วฮั่นเซวียนตี้ยังคงคะนึงหาสวี่ผิงจวินมิเสื่อมคลาย ตำแหน่งฮองเฮานี้ หากมิใช่สวี่ผิงจวินแล้วก็ย่อมไม่มีผู้ใดเหมาะสมอีก

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ฮั่วกวงก็มิเคยเอ่ยปากเรื่องที่จะให้บุตรีของตนก้าวขึ้นเป็นฮองเฮาอีกเลย จากนั้นเหล่าขุนนางจึงรีบรุดไปเชิญสวี่ผิงจวินเข้าวัง และนางก็ได้กลายเป็นฮองเฮาของฮั่นเซวียนตี้ในที่สุด

“เรื่องราวความรักของฮั่นเซวียนตี้เรื่องนี้ก็คือตำนาน รักลึกซึ้งกระบี่เก่า ครับ”

“นี่มัน...”

หูไฮ่อดมิได้ที่จะปาดน้ำตา “เหตุใดข้าจึงรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา”

องค์ชายเกาก็ปาดน้ำตาเช่นกัน “ข้าคิดถึงสตรีคนแรกที่ข้าชอบพอแล้ว หลังจากนั้นต่อให้พบเจอสตรีอีกมากมายเพียงใด ก็ไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นอีกเลย”

ฝูซูก็นิ่งเงียบมิเอื้อนเอ่ย คล้ายกับว่าเขาก็นึกถึงสตรีคนแรกของตนเองเช่นกัน

ฉินสื่อหวงทรงถอนพระปัสสาสะคราหนึ่ง “สตรีคนแรกหรือ”

นั่นเป็นเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

“แล้วฮั่นเซวียนตี้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของต้าหานได้อย่างไรหรือ” ฉินสื่อหวงเพื่อป้องกันมิให้เหล่าโอรสโศกเศร้าจนเกินไป จึงตรัสขัดจังหวะหัวข้อสนทนานี้

“เป็นเพราะฮั่วกวงครับ” ฉูหยวนเอ่ยปาก “ถึงฮั่วกวงจะกุมอำนาจในราชสำนัก แต่เขาก็มีความสามารถมาก ตอนนั้นชาวซยงหนูมารุกราน ฮั่วกวงส่งทหารม้าไปแสนกว่านาย แบ่งการโจมตีออกเป็นห้าสาย บดขยี้กองกำลังหลักของซยงหนูจนพ่ายแพ้ย่อยยับ แถมยังยึดปศุสัตว์มาได้นับไม่ถ้วน หลังจากศึกครั้งนี้ ชาวซยงหนูก็ไม่มีกำลังอะไรมาต่อกรกับต้าหานได้อีกเลยครับ”

“ยอดเยี่ยม!”

“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

ทุกคนที่ประทับอยู่ ณ ที่นั้นล้วนเบิกบานใจ ราวกับว่าสมรภูมินั้นพวกเขาเป็นผู้ลงมือสู้รบด้วยตนเองก็มิปาน ทว่าไม่ว่าจะเป็นพวกเขาสู้รบ หรือฮั่วกวงสู้รบ นี่ก็คือความรุ่งโรจน์ของชาวจงหยวน!

“จริงสิ ผมจะบอกพวกคุณอีกเรื่องหนึ่งนะ” ฉูหยวนเอ่ยปาก “ฮั่วกวง เป็นน้องชายของฮั่วชวี่ปิ้งครับ”

“อันใดนะ!”

ทุกคนตื่นตะลึงจนแทบจะกระโดดตัวลอย พวกเขาคิดว่าฮั่วกวงเพียงแค่มีแซ่เดียวกับฮั่วชวี่ปิ้งเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าฮั่วกวงจะเป็นน้องชายของฮั่วชวี่ปิ้ง!

เว่ยชิง ฮั่วชวี่ปิ้ง ฮั่วกวง!

สายเลือดของพวกเขา ให้กำเนิดบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงสามคนเชียวหรือ!

ฉินสื่อหวงก็ทรงส่ายพระเศียร ยอดฝีมือซ่อนเร้นอยู่ในหมู่สามัญชนจริงๆ อย่างไรเสียจะต้องรวบรวมผู้มีความสามารถจากหมู่สามัญชน นำคนเหล่านี้มาอยู่ภายใต้ธงรบของต้าฉินให้จงได้

ขณะเดียวกัน ฉินสื่อหวงก็ทรงมีความคิดเห็นต่อชาวซยงหนูเช่นกัน พลังชีวิตของชาวซยงหนูดื้อด้านยิ่งนัก หากมิสังหารชาวซยงหนูให้สิ้นซาก จงหยวนก็มิอาจพบกับความสงบสุขได้อย่างแท้จริง!

“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ” ฉูหยวนเอ่ยปาก

เนื้อหาในวันนี้ก็สอนไปมากแล้ว เขารู้สึกว่าช่วงนี้นักเรียนพวกนี้ตั้งใจเรียนกันมากขึ้น ความคิดก็ฉับไวขึ้น รางวัลที่เขาได้รับก็มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เพียงแต่รางวัลเหล่านี้ เขาไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่นัก

“อาจารย์ฉู เลิกเรียนแล้ว สมควรทำอาหารสักหน่อยหรือไม่” ฉินสื่อหวงทอดพระเนตรฉูหยวน พร้อมสรวลออกมา

อาหารที่ฉูหยวนทำนั้นเลิศรสยิ่งนัก วันนี้ยังมอบวัตถุดิบให้ฉูหยวนมากมายถึงเพียงนี้ จะต้องได้อิ่มหนำสำราญเป็นแน่

“ให้ผมทำกับข้าวหรือครับ” ฉูหยวนขมวดคิ้ว

เขาเป็นคนตาบอดนะ ต้องมาคอยปรนนิบัติคนพวกนี้ทุกวันเลยหรืออย่างไร

“ฉินเกา ฉินอิง ไปทำกับข้าว!”

ฉูหยวนเอ่ยปาก เขาสอนฉินเกากับฉินอิงไปพอสมควรแล้ว แต่ว่า วันนี้จะทำกับข้าวอะไรดีล่ะ

ให้พวกเขากินหม้อไฟก็แล้วกัน! ฉูหยวนคิดในใจเช่นนี้

แต่ไม่รู้ว่าฉินสื่อหวงกับคนอื่นๆ พอกินหม้อไฟแล้ว จะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างนะ

จบบทที่ บทที่ 45 แม่ทัพใหญ่ฮั่วกวง สังหารหมู่ซยงหนู!

คัดลอกลิงก์แล้ว