เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!

บทที่ 44 แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!

บทที่ 44 แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!


"วีรบุรุษมีเพียงกว้านจวินโหวของพวกเรา!"

ฉินสื่อหวงทรงทวนถ้อยคำนั้นซ้ำอีกครา

กว้านจวิน (ผู้ชนะเลิศ) โหว... ท่านโหวผู้มีความกล้าหาญเป็นเลิศเหนือสามกองทัพ ช่างเป็นสมญานามที่องอาจห้าวหาญยิ่งนัก! เมื่อนำสมญานามทงอู่โหวของหวังเปินมาเปรียบเทียบกันแล้ว กลับดูหมองหม่นลงไปถนัดตา

"ฮั่วชวี่ปิ้งผู้นั้น หรือว่าจะเป็นเครือญาติของเว่ยจื่อฟูด้วยหรือขอรับ" ฝูซูเอ่ยถามขึ้น

เขาสังเกตเห็นว่าอาจารย์ฉูเคยกล่าวไว้ ว่าเว่ยจื่อฟูได้นำพายอดขุนพลคู่แผ่นดินมาให้ ซึ่งคำว่ายอดขุนพลคู่ย่อมต้องหมายถึงบุรุษสองคนอย่างแน่นอน

"ถูกต้องครับ ฉินซูสังเกตได้ดีมาก"

ฉูหยวนพยักหน้าด้วยความชื่นชม "ยอดขุนพลคู่แห่งจักรวรรดิต้าหาน คนหนึ่งคือเว่ยชิง ส่วนอีกคนก็คือฮั่วชวี่ปิ้งครับ เว่ยชิงเป็นน้องชายของเว่ยจื่อฟู ส่วนฮั่วชวี่ปิ้งเป็นลูกชายของพี่สาวเว่ยจื่อฟู มีศักดิ์เป็นหลานชายของเว่ยชิงครับ แต่ตอนที่ฮั่วชวี่ปิ้งเพิ่งออกรบใหม่ๆ ก็เหมือนกับเว่ยชิงนั่นแหละครับ ไม่มีใครเห็นหัวเลย แถมยังถูกคนอื่นหัวเราะเยาะว่าได้ดีเพราะเส้นสายด้วย แถมตอนนั้นฮั่วชวี่ปิ้งเพิ่งจะอายุสิบแปดปี ยังเด็กมาก ก็เลยยิ่งไม่มีใครให้ความสำคัญเข้าไปใหญ่"

อันใดนะ!

ทุกคนที่ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้นล้วนตื่นตะลึงงัน อายุเพียงสิบแปดปี นี่มิใช่อ่อนเยาว์เกินไปหน่อยหรือ จะสามารถสู้รบนำทัพได้ดีจริงหรือ

องค์ชายเกาเอ่ยถาม "เช่นนั้นฮั่วชวี่ปิ้งต้องฝึกฝนสั่งสมประสบการณ์มาเนิ่นนาน จึงจะสู้รบได้ดีใช่หรือไม่ขอรับ"

"ไม่ใช่ครับ" ฉูหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ

"ฮั่วชวี่ปิ้งออกรบครั้งแรก ก็สร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้เลยครับ เขานำทหารม้าแปดร้อยนาย บุกจู่โจมตีแนวหลังของชาวซยงหนูโดยตรง บุกตะลุยไปถึงถิ่นฐานของฉานอวี๋แห่งซยงหนู สร้างชื่อเสียงระบือไกลในศึกเดียว ถึงขนาดฆ่าปู่ของฉานอวี๋แห่งซยงหนูตาย แถมยังจับตัวอาของฉานอวี๋ แล้วก็ขุนนางอีกมากมาย กลับมาพร้อมชัยชนะอย่างเต็มภาคภูมิเลยล่ะครับ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกฮั่วชวี่ปิ้งอีกเลย"

อันใดนะ!

ทุกคนที่ประทับอยู่ ณ ที่นั้นล้วนตื่นตะลึงจนต้องหยัดกายลุกขึ้นยืน

วัยเพียงสิบแปดปีและนำกำลังพลเพียงแปดร้อยนาย ก็กล้าบุกจู่โจมตีแนวหลังของชาวซยงหนูแล้วหรือ ซ้ำยังสามารถสังหารปู่ของฉานอวี๋แห่งซยงหนู ทั้งยังจับตัวอาของฉานอวี๋และเหล่าขุนนางกลับมาได้อีก นี่มันเหลือเชื่อเกินขอบเขตของมนุษย์ไปแล้ว!

ในวัยสิบแปดปี ป๋ายฉี่และเหมิงเถียนยังมิได้เผยความเก่งกาจออกมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ หรือว่าฮั่วชวี่ปิ้งจะเป็นนักการทหารผู้เปี่ยมพรสวรรค์มาแต่กำเนิด

"มีเว่ยชิง มีฮั่วชวี่ปิ้ง ตระกูลนี้ช่างให้กำเนิดเทพสงครามจริงๆ" ฉินสื่อหวงทรงทอดพระเนตรพร้อมกับถอนพระปัสสาสะยาว

ตระกูลหวังแห่งต้าฉินให้กำเนิดหวังเจี่ยน หวังเปิน และหวังหลี ทำได้เพียงถูกเรียกขานว่าเป็นตระกูลขุนพลเท่านั้น ส่วนตระกูลเหมิงแห่งต้าฉินให้กำเนิดเหมิงเอ้า เหมิงอู่ และเหมิงเถียน ก็ทำได้เพียงถูกเรียกขานว่าเป็นตระกูลขุนพลเช่นกัน ผิดกับตระกูลที่มีเว่ยชิงและฮั่วชวี่ปิ้งอยู่นี้ นี่คือตระกูลแห่งเทพสงครามอย่างแท้จริง

"แล้วหลังจากนั้นเล่า ชาวซยงหนูถูกกวาดล้างไปได้อย่างไร" ทุกคนเริ่มเกิดความใคร่รู้

ฮั่นอู่ตี้ฟื้นฟูบ้านเมืองมาเนิ่นนานถึงเพียงนั้น ซ้ำยังมีขุนพลเก่งกาจอย่างเว่ยชิงและฮั่วชวี่ปิ้งอีก ครานี้คงต้องบดขยี้ชาวซยงหนูจนแหลกเหลวเป็นแน่!

พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้รับฟังจุดจบของชาวซยงหนูที่ถูกกวาดล้าง เพราะพวกมันข่มเหงรังแกชาวจงหยวนมาเนิ่นนาน สังหารผู้คนไปมากมาย ซ้ำยังปล้นชิงเสบียงอาหารไปนับไม่ถ้วน ความแค้นนี้จำต้องชำระ!

ฉูหยวนเข้าใจความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างดี รสชาติของการถูกกดขี่นั้นย่อมขมขื่น เขาจึงไม่อมพะนำอีกต่อไป

"ช่วงที่ฮั่นอู่ตี้ครองราชย์ เคยตรัสไว้ว่าต้าหานจะไม่มีการส่งองค์หญิงไปเชื่อมสัมพันธไมตรีอีกต่อไป นี่ก็คือท่าทีที่มีต่อชาวซยงหนูครับ เพราะฉะนั้น หลังจากราชวงศ์ฮั่นแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ฮั่นอู่ตี้จะไม่กวาดล้างชาวซยงหนูได้อย่างไรล่ะครับ ผ่านไปไม่กี่ปี ฮั่นอู่ตี้ก็เปิดศึกกับชาวซยงหนู เว่ยชิงกับฮั่วชวี่ปิ้งต่างก็นำทัพ แยกย้ายกันออกไปโจมตีสองทาง!"

ฉูหยวนเล่าเรื่องราวอย่างฉะฉาน อธิบายประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ช่วงนั้นให้ทุกคนฟัง เสียงศาสตราปะทะอาชาศึกและควันไฟคละคลุ้ง ถูกผิดแพ้ชนะล้วนกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขานอันยิ่งใหญ่

ทุกคนราวกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของต้าหานในยุคนั้น

ฮั่นอู่ตี้ทรงโปรดปรานฮั่วชวี่ปิ้งเป็นอย่างมาก ดังนั้นแผนการของพระองค์คือให้ฮั่วชวี่ปิ้งไปปราบปรามฉานอวี๋แห่งซยงหนู ส่วนเว่ยชิงรับหน้าที่ไปปราบปรามกองกำลังหลักของศัตรู เพื่อปูทางให้ฮั่วชวี่ปิ้งได้สังหารฉานอวี๋และสร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ

ทว่าผลลัพธ์กลับปรากฏว่าข่าวกรองผิดพลาด ฮั่วชวี่ปิ้งกลับไปประจันหน้ากับกองกำลังหลักของซยงหนู มิได้พบกับฉานอวี๋แต่อย่างใด ส่วนเว่ยชิงกลับไปพบกับฉานอวี๋แห่งซยงหนูแทน ถึงกระนั้นฮั่วชวี่ปิ้งก็ไม่เกี่ยง เขานำทหารม้าเหล็กต้าหานบุกทะลวงด้วยความห้าวหาญดุจพยัคฆ์ร้ายกลืนกินหมื่นลี้ บดขยี้กองกำลังหลักของซยงหนูจนราบคาบในคราเดียว!

ส่วนทางด้านเว่ยชิงก็กวัดแกว่งดาบควบม้าเข้าสู้รบพัวพัน สังหารฉานอวี๋ให้สิ้นชีพกลางสมรภูมิ! ความดีความชอบอันยิ่งใหญ่หาใดเปรียบในการบั่นคอฉานอวี๋จึงตกไปอยู่ในมือของเว่ยชิง

"เช่นนั้นก็น่าเสียดายอยู่บ้าง" ทุกคนทอดถอนใจ "ทว่าความดีความชอบนี้ตกไปอยู่กับเว่ยชิงก็ไม่เลว เพราะเว่ยชิงก็เป็นเทพสงครามเช่นกัน"

ฉูหยวนส่ายหน้า "ฮั่วชวี่ปิ้งไม่ได้รับความดีความชอบในการสังหารฉานอวี๋แห่งซยงหนู แต่เขากลับสร้างตำนานอีกบทหนึ่งขึ้นมาครับ"

บวงสรวง ณ เขากูเหยี่ยน!

ให้ม้าดื่มน้ำ ณ ทะเลสาบฮั่นไห่!

สถาปนาแท่นบวงสรวง ณ เขาหลางจวีซวี!

"หลังจากฮั่วชวี่ปิ้งบดขยี้กองกำลังหลักของซยงหนูแล้ว เขาก็ไม่ได้หยุดพัก แต่กลับไล่ตามโจมตีต่อไปเรื่อยๆ จัดพิธีพูนดินสร้างแท่นบวงสรวงเพื่อบวงสรวงฟ้าดิน ณ เขากูเหยี่ยน! แถมยังไปไกลถึงทะเลสาบฮั่นไห่ ซึ่งก็คือทะเลสาบไบคาลในปัจจุบัน! แน่นอนว่าที่โด่งดังที่สุดก็คือการจัดพิธีบวงสรวงฟ้าดิน ณ เขาหลางจวีซวีครับ"

"การสถาปนาแท่นบวงสรวง ณ เขาหลางจวีซวี ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของขุนพลในยุคโบราณของหัวเซี่ยมาโดยตลอด! ตั้งแต่นั้นมา ชาวซยงหนูก็หนีเตลิดไปไกล ทางตอนใต้ของทะเลทรายก็ไม่มีราชสำนักซยงหนูอีกต่อไป และตอนที่ทำความสำเร็จเหล่านี้ได้สำเร็จ ฮั่วชวี่ปิ้งเพิ่งจะอายุยี่สิบสองปีเท่านั้นครับ" ฉูหยวนเอ่ยพร้อมทอดถอนใจ

ในใจเขาแอบคิดว่าฮั่วชวี่ปิ้งอายุยี่สิบสองปีสามารถสถาปนาแท่นบวงสรวง ณ เขาหลางจวีซวี ส่วนตัวเขาในวัยยี่สิบสองปียังกดเพิกเฉยต่อความเสี่ยงแล้วติดตั้งแอปพลิเคชันเถื่อนต่อไปอยู่เลย ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

"เขาหลางจวีซวี!"

"ทะเลสาบฮั่นไห่!"

"เขากูเหยี่ยน!"

ทุกคนที่ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้นล้วนตื่นตะลึงจนหาใดเปรียบ สถานที่เหล่านี้พวกเขาล้วนเคยได้ยินชื่อ ทว่ากลับมิเคยมีผู้ใดย่างกรายไปถึงเลยแม้แต่น้อย

ฉินสื่อหวงทรงส่ายพระเศียร ยอมรับว่าผลงานการทำศึกกับชาวซยงหนูในยุคของฮั่นอู่ตี้นั้นแข็งแกร่งกว่าต้าฉินอย่างแท้จริง เว่ยชิงและฮั่วชวี่ปิ้งคือเทพสงครามไร้คู่เปรียบอย่างไร้ข้อกังขา ฝูซูและคนอื่นๆ ก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาเช่นกัน เหตุใดฮั่วชวี่ปิ้งในวัยเพียงยี่สิบสองปีจึงสามารถสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ได้ ทว่าพวกเขากลับใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอคอยความตาย ช่างห่างชั้นกันเกินไปแล้ว

เหล่าองค์ชายทุกคนล้วนอดมิได้ที่จะเลือดเดือดพล่าน พวกเขาไม่อยากอุดอู้อยู่กับการร่ำเรียนตำราอีกต่อไปแล้ว อยากสวมใส่ชุดเกราะ กวัดแกว่งดาบควบม้าเพื่อไปเป็นแม่ทัพใหญ่ปกป้องบ้านเมือง และสถาปนาแท่นบวงสรวง ณ เขาหลางจวีซวีเฉกเช่นเดียวกับฮั่วชวี่ปิ้ง!

เมื่ออารมณ์พุ่งพล่านถึงขีดสุด หูไฮ่ก็ตบโต๊ะเสียงดังปัง

"ข้าไม่อ่านตำราแล้ว! ข้าจะไปทำศึก จะไปเป็นแม่ทัพใหญ่ปกป้องบ้านเมืองเฉกเช่นฮั่วชวี่ปิ้ง!"

"เพียะ!"

ฉินสื่อหวงตบหน้าหูไฮ่ไปฉาดใหญ่ เนื้อหนังมังสาเพียงหยิบมือของเจ้าคู่ควรจะเป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยหรือไร!

"นักเรียนฉินไฮ่มีความมุ่งมั่นยิ่งใหญ่มากเลยนะ" ฉูหยวนหัวเราะออกมาอย่างขบขัน "แต่การปกป้องบ้านเมือง ทำให้ประเทศชาติแข็งแกร่ง นอกจากเป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว อาชีพอื่นก็ทำได้เหมือนกันนะ"

"อาชีพอื่นก็ทำได้หรือขอรับ" เหล่าองค์ชายเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา

"แน่นอนครับ"

ฉูหยวนเอ่ยปากอธิบาย "ความแข็งแกร่งของต้าหานไม่ได้มีแค่กำลังทหาร แต่ยังมีเรื่องเศรษฐกิจด้วย ตอนนั้นราชวงศ์ฮั่นเปิดเส้นทางสู่ซีอวี้ แล้วก็ทำการค้ากับประเทศทางตะวันตกผ่านทางซีอวี้ครับ ผ้าไหมของต้าหานมีค่ามากในโลกตะวันตกนะครับ ขุนนางชั้นสูงของตะวันตกในตอนนั้น ต่างก็ภูมิใจที่ได้สวมใส่ผ้าไหมจากตะวันออก เส้นทางสายไหมก็เลยทำให้ประเทศทางตะวันตกได้รู้ว่า ทางตะวันออกมีจักรวรรดิที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่งชื่อว่าต้าหาน"

"พอนานวันเข้า ก็มีประโยคหนึ่งถูกเล่าขานสืบต่อกันมา นั่นก็คือ... ผู้ใดล่วงเกินต้าหานอันเกรียงไกร แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!"

ผู้ใดล่วงเกินต้าหานอันเกรียงไกร แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!

ทุกคนทวนประโยคนี้ซ้ำอยู่หลายคราจนรู้สึกเลือดเดือดพล่านไปทั้งร่าง ช่างเป็นวาจาที่องอาจห้าวหาญยิ่งนัก! ผู้ใดกล้าล่วงเกินราชวงศ์ฮั่นอันแข็งแกร่ง แม้นเจ้าจะหลบหนีไปไกลแสนไกลเพียงใดก็มิอาจรอดพ้นจากชะตากรรมที่ต้องถูกสังหารไปได้! ช่างเป็นราชวงศ์ฮั่นที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!

กระทั่งฉินสื่อหวงยังทรงบังเกิดความคาดหวังขึ้นในพระทัย ทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้พบหน้าผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ผู้นี้... ฮั่นอู่ตี้

"แต่ว่า..."

ฉูหยวนเอ่ยขึ้นอีกครา "หลังจากราชวงศ์ฮั่นแข็งแกร่งถึงขีดสุดในยุคของฮั่นอู่ตี้แล้ว ก็ค่อยๆ เผชิญกับความพลิกผันมากมายตามมาครับ"

จบบทที่ บทที่ 44 แม้นอยู่ไกลสุดหล้าก็ต้องถูกลงทัณฑ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว