- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 26 ทัพใหญ่สามแสนนาย เพียงเพื่อจับคนห้าคน?
บทที่ 26 ทัพใหญ่สามแสนนาย เพียงเพื่อจับคนห้าคน?
บทที่ 26 ทัพใหญ่สามแสนนาย เพียงเพื่อจับคนห้าคน?
[ติ๊งต่อง! ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนของโฮสต์ ฉินเกา ความรู้เพิ่มพูน รางวัลสำหรับโฮสต์ เมล็ดมันเทศ 500 เมล็ด!]
[ติ๊งต่อง! ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนของโฮสต์ ฉินซู ความรู้เพิ่มพูน รางวัลสำหรับโฮสต์ เมล็ดล่าเจียว 300 เมล็ด!]
อะไรกัน!
ฉูหยวนบังเกิดความปีติยินดีขึ้นมาล้นอก เมล็ดมันเทศกับเมล็ดล่าเจียวหรือ! มันเทศนับว่าเป็นของดีทีเดียว ผลผลิตของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ามันฝรั่งเลยแม้แต่น้อย หากผู้ใดดูแลได้ดีผลผลิตอาจสูงถึงหกพันชั่งเลยทีเดียว
นอกจากนี้มันเทศยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ทว่าที่สำคัญกว่านั้นคือมันเทศสามารถกินได้ยันใบและเถา แถมยังมีรสชาติอร่อยมากเสียด้วย เมื่อก่อนขาก็มักจะกินเถามันเทศผัดหมู ต่อให้เอาผัดผักบุ้งใส่หมูมาแลกก็ไม่มีทางยอมหรอก
ขณะเดียวกันเขาพลันสังเกตเห็นล่าเจียว ซึ่งถือว่าเป็นของดีล้ำค่ายิ่งกว่า ล่าเจียวนับเป็นเครื่องปรุงสำคัญในการผัดกับข้าว เขาเองก็ชอบกินล่าเจียวมากจนแทบจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว อีกทั้งมันยังช่วยขับความชื้นซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายมาก
ฉูหยวนลิงโลดใจอย่างถึงที่สุด เพราะหมู่บ้านเล็กๆ บนเขาแห่งนี้ช่างแห้งแล้งจนทำเอาเขาพูดไม่ออก ทว่าตอนนี้เมื่อมีของพวกนี้แล้ว กับข้าวของเขาก็จะมีความหลากหลายขึ้นมาก หากรวมกับผักที่ได้มาก่อนหน้านี้ พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวคงจะมีความสุขล้นปรี่ไปเลย
[ติ๊งต่อง!]
ทว่าเสียงของระบบกลับยังไม่สิ้นสุดลง ดูเหมือนว่าจะยังมีรางวัลมอบให้อีก!
[ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนของโฮสต์ ฉินอิง ได้รับความรู้เพิ่มพูน รางวัลสำหรับโฮสต์ คุณสมบัติพื้นฐาน +10]
"คุณสมบัติพื้นฐาน?" ฉูหยวนชะงักงันไป นี่มันคืออะไรกันแน่?
[หากโฮสต์มีข้อสงสัย สามารถเปิดดูหน้าต่างคุณสมบัติพื้นฐานของโฮสต์ได้]
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงแห่งความสงสัย เสียงของระบบก็ดังแทรกขึ้นมา
หน้าต่างคุณสมบัติอย่างนั้นหรือ?
ฉูหยวนลองทำตามอย่างว่าง่ายด้วยการกดเปิดดู ชั่วพริบตาเดียวเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏหน้าต่างบานหนึ่ง ซึ่งระบุข้อมูลโดยละเอียดของเขาเอาไว้อย่างชัดเจน
[พละกำลัง: 3 แต้ม (คนปกติ 5 แต้ม)]
[สติปัญญา: 8 แต้ม (คนปกติ 5 แต้ม)]
[ประสาทสัมผัส: 8 แต้ม (คนปกติ 5 แต้ม)]
[ความเร็ว: 2 แต้ม (คนปกติ 5 แต้ม)]
[ร่างกาย: 6 แต้ม (คนปกติ 5 แต้ม)]
"ให้ตายสิ!"
ฉูหยวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ ประสาทสัมผัสเดิมทีก็เพิ่มมาสองแต้มซึ่งอันนี้ไม่นับ ส่วนร่างกายแข็งแกร่งขึ้นก็เพราะกินโอสถเซียนเข้าไปจึงไม่นับเช่นกัน
นั่นย่อมหมายความว่านอกจากสติปัญญาที่สูงกว่ามาตรฐานอยู่สักหน่อยแล้ว คุณสมบัติด้านอื่นของเขามันช่างอ่อนหัดสิ้นดี พละกำลังและความเร็วพวกนี้ล้วนเป็นสมรรถภาพทางกายทั้งนั้น ดูเหมือนว่าเขามันจะเป็นพวกขยะด้านการกีฬาชัดๆ
ถึงกระนั้นก็ยังนับว่าโชคดีที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพื้นฐานได้ แม้จะมีให้เพียงสิบแต้มและต่อให้แบ่งเฉลี่ยไป เขาก็คงแข็งแกร่งกว่าคนปกติแค่เพียงหยิบมือเดียว
ถ้าเช่นนั้นสู้เดินหมากพลิกแพลงไปเลยไม่ดีกว่าหรือ!
ฉูหยวนแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
"พละกำลัง +7 ความเร็ว +3!"
"ฮู่ว!"
ชั่วพริบตานั้นฉูหยวนก็สัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่ไหลเวียนเปี่ยมล้นอยู่ทั่วสรรพางค์กาย!
จากหมัดที่เคยอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ทว่ายามนี้ต่อให้เรียกหมูป่ามาสักตัว เขาก็รู้สึกราวกับว่าจะสามารถต่อยมันให้ตายตกได้ในหมัดเดียว!
นอกจากนี้ร่างกายของเขายังสัมผัสได้ถึงฝีเท้าที่เบาหวิว ราวกับว่าเพียงแค่วิ่งออกไปส่งๆ ก็สามารถโบยบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าได้!
หรือนี่คือข้อดีของการที่ความเร็วเพิ่มขึ้นเช่นนั้นหรือ การที่ความเร็วเพิ่มขึ้นนี่มันช่างวิเศษเสียจริง! ขอเพียงแค่ไม่ใช่ความเร็วใน 'บางเรื่อง' ก็พอแล้ว!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เมื่อหวนคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้อง
"อาจารย์ฉู มีเรื่องอันใดให้เบิกบานใจหรือขอรับ" ร่างของฉินจื่ออิงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องยังไม่ได้จากไปไหน เขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"เอ่อ..." ฉูหยวนชะงักงันไปเล็กน้อย
เรื่องที่ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกะทันหันเช่นนี้จะบอกให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้เด็ดขาด แต่อย่างไรเสียมันเทศกับล่าเจียวพวกนี้ก็ต้องหาคนมาช่วยปลูกอยู่ดี
"ฉินอิง คุณรีบไปเรียกเพื่อนมาสักสองสามคน แล้วมาช่วยฉันปลูกของสองอย่างนี้หน่อย" เขาชี้มือไปยังกองมันเทศและล่าเจียวพลางเอ่ยสั่งการ
"หา?" ฉินจื่ออิงชะงักไปชั่วครู่ ภายในใจลอบคิดว่าเซียนฉูมีของดีอันใดอีกแล้วหรือ?
"ของสองสิ่งนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ เป็นของที่ยอดเยี่ยมมากกระนั้นหรือ"
"แน่นอนว่าต้องยอดเยี่ยมอยู่แล้ว" ฉูหยวนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"มันเรียกว่ามันเทศ เป็นพืชที่ปลูกง่าย แค่หั่นเป็นชิ้นเหมือนมันฝรั่งก็พอแล้ว แต่โดยทั่วไปผลผลิตของมันจะสูงกว่ามันฝรั่งเสียอีก อาจจะมากถึงหกพันชั่งเลยทีเดียว แถมมันเทศยังนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง กระทั่งเถาและใบของมันก็ยังนับเป็นของอร่อยชั้นยอด"
"อะไรนะ!!!"
ฉินจื่ออิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบจะพูดไม่ออกไปในทันที
เหมือนกับมันฝรั่งอย่างนั้นหรือ! ผลผลิตต่อหมู่สูงถึงหกพันชั่งเชียวหรือ! กระทั่งเถาและใบก็ยังสามารถนำมากินได้!
สวรรค์! นี่มันคือเสบียงเซียนอีกแล้ว!
ย้อนกลับไปตอนที่ฉินจื่ออิงเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่นี่ เขายังเคยเคลือบแคลงสงสัยในตัวฉูหยวนอยู่บ้าง หากแต่เมื่อได้คลุกคลีใกล้ชิดกันนานเข้า จึงค่อยตระหนักได้ว่าฉูหยวนนั้นเก่งกาจดุจดั่งเทพเซียนจริงๆ
ยามนี้ฉินจื่ออิงถึงกับอยากจะคุกเข่าก้มกราบเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะฉูหยวนก็คือเทพเซียนจำแลงมาแน่ๆ! มันเทศนี่ถือเป็นของวิเศษอันใดกันหนอ
"ส่วนล่าเจียวนี่ก็ไม่เลว นี่คือล่าเจียวแดงในหมู่ล่าเจียวทั้งหลาย โดยทั่วไปผลผลิตต่อหมู่จะตกอยู่ราวๆ สองพันชั่ง"
ฉูหยวนชี้มือไปที่ล่าเจียวแล้วเอ่ยอธิบายต่อ "ปกติจะใช้มันเป็นเครื่องปรุงเพื่อเพิ่มรสเผ็ดร้อน แต่ก็สามารถกินสดๆ ได้ แถมใบของมันก็ยังเอามาผัดกินได้เหมือนกัน"
"นี่ นี่!" ฉินจื่ออิงถึงกับตะลึงงันจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
มันเทศนั่นก็ช่างเถิดเพราะอย่างไรมันก็คืออาหารหลัก ทว่าเหตุใดกระทั่งเครื่องปรุงรสเพียงอย่างเดียว ผลผลิตต่อหมู่ถึงได้สูงล้ำถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่มันเทศเลย เพียงแค่ให้ล่าเจียวแก่เขาก็นับว่าดีมากแล้ว
ผลผลิตต่อหมู่ตั้งสองพันชั่ง ชาวต้าฉินทั้งหมดล้วนสามารถใช้ล่าเจียวเป็นกับข้าวประทังหิวได้ แค่มีล่าเจียวตกถึงท้องก็สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้แล้ว
ฉูหยวนไม่อาจล่วงรู้ถึงความคิดของฉินจื่ออิงได้เลย หากเขารู้ว่าฉินจื่ออิงอยากให้ชาวต้าฉินทุกคนกินล่าเจียวประทังชีวิต ฉูหยวนคงต้องเอ่ยปากถามออกไปแน่ว่า คุณไม่กลัวชาวต้าฉินทั้งแผ่นดินรุมทุบตีคุณตายหรือ!
หลังจากที่ฉูหยวนมอบของวิเศษเหล่านั้นให้ฉินจื่ออิงจัดการ เขาก็คร้านจะใส่ใจสิ่งใดอีก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงพลางรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อันที่จริงแล้วฉูหยวนกำลังแอบคิดถึงบ้านเกิดอยู่ไม่น้อย
"คิดถึงบ้านจังเลย" เขารำพึงรำพันเสียงแผ่ว "เหล่าองค์หญิงที่แสนจะรู้ใจในบ้านเกิด พวกคุณยังสบายดีกันหรือไม่นะ"
"คิดถึงองค์หญิงกระนั้นหรือ?" ฉินจื่ออิงที่เพิ่งจะก้าวพ้นประตูไปเพื่อตามคนมาช่วยงาน บังเอิญหูดีได้ยินเสียงพึมพำของฉูหยวนเข้าพอดี
"อ้อ!!!"
แสงสว่างแห่งความเข้าใจพลันสาดส่องเข้ามาในหัว! ที่แท้อาจารย์ฉูก็มีความปรารถนาอยากจะแต่งงานกับองค์หญิงนี่เอง!
ฝ่าบาททรงกลัดกลุ้มพระทัยมาเนิ่นนาน ไม่ทราบว่าจะหาหนทางใดมาตอบแทนความดีความชอบของอาจารย์ฉู! ที่แท้เขาก็มีรสนิยมชอบพอเชื้อพระวงศ์เช่นนี้เอง คราวนี้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งจนหมดสิ้นแล้ว! เขาต้องรีบนำเรื่องนี้ไปกราบทูลให้ฝ่าบาททรงทราบโดยเร็วที่สุด
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินจื่ออิงก็รีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวจากไปอย่างร้อนรน
ณ พระราชวังเสียนหยาง
ฉินสื่อหวงประทับยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่วงท่าสง่างาม เบื้องพระพักตร์ของพระองค์คือสามขุนพลผู้เกรียงไกรนามว่า เหมิงเถียน หวังเปิน และจางหาน องค์จักรพรรดิกำลังมีรับสั่งถ่ายทอดภารกิจสำคัญ
"เหมิงเถียน ข้าขอสั่งให้เจ้านำทัพใหญ่หนึ่งแสนนาย มุ่งหน้าไปจับกุมตัวเซี่ยงอวี่ที่เมืองเซี่ยพี (เมืองแห้ฝือ) เจ้ามีปัญหาอันใดหรือไม่!"
"ข้าน้อยน้อมรับพระบัญชา!"
เหมิงเถียนซึ่งล่วงรู้ถึงเส้นทางประวัติศาสตร์แล้ว จึงขานรับอย่างหนักแน่นโดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย เซี่ยงอวี่ บุคคลผู้ที่จะนำพาความปราชัยมาสู่กองทัพฉินผู้นี้ จะปล่อยปละละเว้นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ในขณะเดียวกัน หวังเปินและจางหานกลับยืนหน้ามึนงงไปในทันที
อะไรนะ? นี่มันเรื่องอันใดกัน? แค่ไปจับกุมคนเพียงผู้เดียว ถึงกับต้องยกทัพใหญ่ไปตั้งหนึ่งแสนนายเชียวหรือ!
นี่ฝ่าบาทกำลังล้อเล่นกระมัง! เป็นการล้อเล่นอันใดกันแน่!
ทว่าชั่วอึดใจต่อมา แม่ทัพทั้งสองกลับยิ่งต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้ยินฉินสื่อหวงมีรับสั่งต่อมาว่า
"หวังเปิน ข้าขอสั่งให้เจ้านำทัพใหญ่หนึ่งแสนนาย เดินทางไปยังหมู่บ้านจงหยางแห่งอำเภอเพ่ยเสี้ยน เพื่อทำการจับกุมตัวถิงจ่างที่ชื่อหลิวจี้ งานนี้ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด"
"นี่..."
หวังเปินชะงักงันไปในทันที ทัพใหญ่จำนวนหลักแสนนายนั้นสามารถนำไปทำศึกกวาดล้างพวกซยงหนูได้เลยเชียวนะ ฝ่าบาทกลับจะให้ข้าน้อยยกทัพไปเพียงเพื่อจับตัวถิงจ่างต่ำต้อยผู้หนึ่งที่หมู่บ้านจงหยางเช่นนั้นหรือ? ทรงล้อเล่นกันแรงเกินไปแล้ว!
"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!"
ถึงกระนั้นเมื่อเป็นพระราชโองการของกษัตริย์ หวังเปินก็มิอาจแข็งขืนได้ เขาจึงทำได้เพียงค้อมศีรษะตอบรับอย่างจำยอม
เมื่อฉินสื่อหวงทรงถ่ายทอดคำสั่งเสร็จสิ้น พระองค์ก็เบือนพระพักตร์ไปทอดพระเนตรจางหานแล้วตรัสขึ้นอีกครา
"จางหาน ภารกิจของเจ้าค่อนข้างจะหนักหนาอยู่บ้าง จงนำทัพใหญ่หนึ่งแสนนาย ไปเชิญคนผู้หนึ่งนามว่าจางเหลียงที่ป๋อหล่างซา อีกคนนามว่าหานซิ่นที่อำเภอหวยอิน และคนสุดท้ายนามว่าเซียวเหอที่อำเภอเพ่ยเสี้ยน พาตัวพวกเขากลับมาหาข้า"
นี่น่ะหรือที่เรียกว่าภารกิจหนักหนา!
จางหานยืนนิ่งอึ้งไปในทันที สามคนนี้คือผู้ใดกันเล่า! เขาไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของพวกมันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ! ทัพใหญ่ตั้งหนึ่งแสนนาย ไหนจะคนต้องกินม้าต้องเคี้ยวเสบียงมากมายมหาศาล เพียงเพื่อไปเชิญคนแค่สามคนกระนั้นหรือ?
ช่างเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัสเกินไปแล้ว!
จางหานคิดว่าเขายอมรับภารกิจที่แสนจะผ่อนคลายอย่างการนำทัพหนึ่งแสนนายไปทำศึกนองเลือดกับพวกซยงหนูเสียยังจะดีกว่าให้มารับภารกิจตามหาคนสามคนที่แสนหนักหนาเช่นนี้เสียอีก
"หึหึ"
เมื่อทอดพระเนตรเห็นท่าทีของแม่ทัพทั้งสองเบื้องหน้าที่ยังคงไม่กระจ่างแจ้งถึงสถานการณ์ ฉินสื่อหวงกลับแย้มพระสรวลออกมารางๆ
พวกเจ้ายังไม่ล่วงรู้ถึงหน้าประวัติศาสตร์ในอนาคตสินะ! กะอีแค่ทัพใหญ่หนึ่งแสนนายจะนับเป็นอันใดได้เล่า ความสามารถของคนเหล่านั้น เพียงพอที่จะต้านทานทัพใหญ่นับล้านนายได้เลยทีเดียว!
ฉินสื่อหวงทรงตั้งตารอคอยที่จะได้พบหน้าพวกเขายิ่งนัก