- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 21 แม้ฉันต้องตาย แต่ฉันก็ยังคงเป็นฉู่ป้าหวัง!
บทที่ 21 แม้ฉันต้องตาย แต่ฉันก็ยังคงเป็นฉู่ป้าหวัง!
บทที่ 21 แม้ฉันต้องตาย แต่ฉันก็ยังคงเป็นฉู่ป้าหวัง!
“วันนี้ พวกเราจะมาเรียนประวัติศาสตร์หัวเซี่ยหลังจากยุคต้าฉินกัน!”
ฉูหยวนยืนอยู่บนแท่นบรรยาย เบื้องล่างคือเหล่าโอรสของฉินสื่อหวงกว่ายี่สิบพระองค์รวมไปถึงฉินจื่ออิง
ขณะที่ฉินสื่อหวงและหลี่ซือยืนอยู่บริเวณประตูพลางตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ เหมิงเถียนซึ่งเพิ่งจัดการธุระเสร็จสิ้นก็รีบตามมาเช่นกัน ดูเหมือนว่าการเรียนการสอนในวันนี้จะดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียว
“ราชวงศ์หลังจากต้าฉิน พวกคุณรู้หรือไม่ว่าเป็นราชวงศ์อะไร” ฉูหยวนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ...” ทุกคนต่างอึกอักตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว
เขามองดูพวก ‘คนไร้การศึกษา’ เหล่านี้แล้วตัดสินใจเปลี่ยนคำถาม
“ถ้าอย่างนั้นครูขอถามหน่อย ก่อนหน้านี้พวกเราเคยพูดถึงหลิวปังกับเซี่ยงอวี่ไปแล้ว”
“ครูบอกพวกคุณได้เลยว่า ปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์ถัดไปคือหนึ่งในสองคนนี้ระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงอวี่ พวกคุณคิดว่าเป็นใคร”
“ต้องเป็นเซี่ยงอวี่แน่นอน!” เหมิงเถียนได้ยินก็ร้องตะโกนขึ้นมา
“อาจารย์ฉูบอกว่าเซี่ยงอวี่ทำศึกกับจางหานยังสามารถต่อกรได้อย่างสูสี”
“แต่หลิวปังกลับไม่เคยทำศึกกับยอดขุนพลคนใดเลย ในเมื่อเซี่ยงอวี่เก่งกาจถึงเพียงนี้ ย่อมต้องเป็นเซี่ยงอวี่อย่างแน่นอน”
“ใช่แล้ว ต้องเป็นเซี่ยงอวี่แน่นอน” เหล่าองค์ชายหลายพระองค์ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
หลี่ซือและฉินสื่อหวงก็พยักหน้าคล้อยตามเช่นกัน เซี่ยงอวี่เก่งกาจถึงเพียงนี้ สมควรเป็นเซี่ยงอวี่ไม่ผิดแน่
“ผิด!” หากแต่ฉูหยวนกลับปฏิเสธในทันที
“คือหลิวปังต่างหาก!”
“หลิวปังหรือ!”
ทุกคนประหลาดใจอยู่บ้าง เซี่ยงอวี่ทำศึกเก่งกาจ หลิวปังทำศึกไม่ค่อยเก่งแต่กลับเป็นผู้ชนะ เช่นนั้นหลิวปังผู้นี้คงมีดีอยู่บ้างกระมัง
“หลิวปังชนะได้อย่างไร” ฉินสื่อหวงทรงขมวดพระขนงตรัสถาม บางทีอาจจะได้เรียนรู้ประสบการณ์บางอย่างจากหลิวปังก็เป็นได้
ฝ่ายฉูหยวนกลับครุ่นคิดอย่างหนัก “หลิวปังคนนี้เป็นคนซับซ้อนมาก ปัจจัยที่ทำให้เขาชนะก็มีเยอะมากเหมือนกัน”
“แต่ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ ก็คือ เขาค่อนข้างเก่งเรื่องการซื้อใจคน แล้วก็ดึงดูดคนเก่งๆ มาร่วมงานด้วย”
“ส่วนเซี่ยงอวี่เป็นคนหยิ่งยโส หลงตัวเอง ไม่รู้จักใช้งานคนเก่ง ไม่รู้จักซื้อใจคน สุดท้ายก็เลยพ่ายแพ้”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ฉินสื่อหวงและคนอื่นๆ พยักหน้า ไม่รู้จักใช้งานผู้มีความสามารถย่อมพ่ายแพ้ได้ง่ายจริงๆ
“ฉันขอยกตัวอย่างให้ฟังก็แล้วกัน” ฉูหยวนเอ่ยปาก
“หลิวปังเป็นคนแรกที่เข้าเสียนหยาง แต่พอเขาเข้าเสียนหยางแล้ว เขาก็ตั้งกฎสามข้อกับทหารของเขา”
“ฆ่าคนต้องตาย ทำร้ายคนและลักทรัพย์ต้องรับโทษ”
ดังนั้นทหารใต้บังคับบัญชาของเขาเมื่อไปถึงเสียนหยางจึงแทบจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ราษฎรเลย
อีกทั้งยังปฏิบัติต่อราชวงศ์ฉินเป็นอย่างดี มิได้ทำร้ายพวกเขา
“มีเมตตาถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ฉินสื่อหวงและคนอื่นๆ ล้วนชะงักไป
หลิวปังผู้นี้ร่ำเรียนหลักคำสอนของสำนักหรูมาหรือ
ต่อให้เป็นต้าฉิน หลังจากกวาดล้างหกแคว้นแล้วก็ยังไม่ได้ปฏิบัติต่อราษฎรและชนชั้นสูงของหกแคว้นดีถึงเพียงนี้เลย
“แล้วเซี่ยงอวี่ทำอย่างไรเล่า” ฉินสื่อหวงทรงสนพระทัยขึ้นมา
“ฆ่า” ฉูหยวนส่ายหน้า
“เซี่ยงอวี่เข้าเสียนหยางก็เผาพระราชวังอาฝาง”
“ฆ่าล้างราชวงศ์ฉินจนหมดสิ้น”
“ฝังทั้งเป็นทหารฉินที่ยอมจำนนถึงสองแสนนาย”
“อันใดนะ!” เหล่าองค์ชายทั้งหมดที่อยู่ ณ ที่นั้นพากันลุกขึ้นยืน
หลี่ซือและเหมิงเถียนล้วนตกตะลึงสุดขีด
ฉินสื่อหวงก็ทรงตกตะลึงหาใดเปรียบ!
“ฆ่าล้างราชวงศ์ฉินจนหมดสิ้น!”
ความตกตะลึงของฉินสื่อหวงแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลในชั่วพริบตา
“อาจารย์ฉู เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเท็จ”
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง” ฉูหยวนเอ่ยยืนยัน
“เดิมทีเซี่ยงอวี่เป็นขุนพลใหญ่ของแคว้นฉู่ เป็นทายาทของเซี่ยงเยี่ยน แต่สุดท้ายเซี่ยงเยี่ยนถูกฆ่า แคว้นฉู่ล่มสลาย คนตระกูลเซี่ยงก็ตายไปไม่น้อย”
“ดังนั้นเซี่ยงอวี่ก็เลยมีความแค้นฝังลึกกับต้าฉิน พอเข้าเสียนหยางได้ก็เลยฆ่าคนไปทั่ว”
“ราชวงศ์ฉินไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคน รวมถึงผู้ปกครองคนสุดท้ายของต้าฉิน ฉินหวังจื่ออิงด้วย” ฉูหยวนถอนหายใจ
ฉินจื่ออิงตายไป ช่างน่าเสียดายจริงๆ
“อันใดนะ!”
“นี่!”
“เซี่ยงอวี่!” ฉินสื่อหวงทรงเดือดดาลหาใดเปรียบ!
ถึงกับฆ่าล้างราชวงศ์ฉินจนหมดสิ้น กระทั่งฉินหวังจื่ออิงก็ยังถูกสังหาร เซี่ยงอวี่ผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก
“น่าแค้นใจนัก!”
เหล่าองค์ชายที่อยู่ ณ ที่นั้นก็เดือดดาลขึ้นมาเช่นกัน เมื่อนึกถึงญาติพี่น้องของตนเองที่ถูกสังหารก็โกรธแค้นหาใดเปรียบ
“เฮ้อ นี่ล้วนเป็นลิขิตสวรรค์” จู่ๆ ฉินสื่อหวงก็ทรงปลงตกในเรื่องบางอย่าง
ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจรก็เพียงเท่านั้น
เฉกเช่นเดียวกับที่ต้าฉินกวาดล้างแคว้นฉู่ ราชวงศ์ฉู่ถูกสังหาร ตระกูลของเซี่ยงอวี่ก็ถูกสังหารไปไม่น้อยเช่นกัน
ดังนั้นการกระทำของเซี่ยงอวี่จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ
ถึงกระนั้นฉินสื่อหวงก็ยังคงทรงกริ้วอยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็คือลูกหลานของพระองค์
อีกทั้งเซี่ยงอวี่สังหารราชวงศ์ฉินก็ช่างเถิด ถึงกับฝังทั้งเป็นทหารต้าฉินที่ยอมจำนนถึงสองแสนนาย
“ทหารยอมจำนนของต้าฉินสองแสนนาย โหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้ว!” หลี่ซือเอ่ยสนับสนุน
“ใช่ ฝังทั้งเป็นทหารยอมจำนน โหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้ว!” องค์ชายพระองค์อื่นๆ พากันเอ่ยปากสมทบ
“เซี่ยงอวี่ผู้นี้หากได้เป็นจักรพรรดิก็คือทรราชชัดๆ โหดเหี้ยมยิ่งกว่าหูไฮ่เสียอีก”
“หยุดเลย” ฉูหยวนเอ่ยขัดขึ้นมาทันควัน
“ถึงฉันจะชื่นชมจิ๋นซีฮ่องเต้มาก แต่ก็อย่าเอาหูไฮ่มาเทียบกับเซี่ยงอวี่เลย เซี่ยงอวี่น่ะเป็นบุคคลระดับตำนานเชียวนะ”
เซี่ยงอวี่คือใคร
อายุสิบสี่มีพละกำลังยกกระถางธูปสัมฤทธิ์ได้
วรยุทธ์ล้ำเลิศ!
ช่วงเริ่มก่อกบฏ เซี่ยงอวี่และเซี่ยงเหลียงผู้เป็นอาถูกนายอำเภอวางแผนนำคนกว่าร้อยคนมาล้อมจับ ผลคือเซี่ยงอวี่ใช้พละกำลังเพียงคนเดียวสังหารศัตรูไปกว่าร้อยคน!
หนำซ้ำยังสังหารนายอำเภอกลับไปด้วย
หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นผู้นำกองทัพกบฏ รูปแบบการทำศึกยิ่งเลื่องชื่อในด้านความกล้าหาญ ทุกครั้งที่ทำศึก เซี่ยงอวี่จะขี่ม้าอูจุยพุ่งทะยานนำหน้าเสมอ!
อาศัยความกล้าหาญของคนเพียงคนเดียวยกระดับขวัญกำลังใจของทหารทั้งกองทัพ!
ก่อนศึกจวี้ลู่ถึงกับทุบหม้อจมเรือ ไม่เหลือทางถอย
ในศึกจวี้ลู่ปิดล้อมหวังหลีจนสังหารสิ้น
เผชิญหน้ากับจางหานก็ยากจะรู้ผลแพ้ชนะ
หลังจากนั้นก็กลายเป็นผู้นำกองทัพกบฏทั้งหมด แต่งตั้งอ๋องครองแคว้นต่างๆ
ตั้งตนเป็นซีฉู่ป้าหวัง!
หลายพันปีของหัวเซี่ย อ๋องมีมากมายดั่งขนโค
หากแต่ป้าหวังมีเพียงผู้เดียว
หลังจากนั้นในศึกเผิงเฉิง เขานำทัพทหารฉู่สามหมื่นนายพุ่งทะยานนำหน้า ตีทัพพันธมิตรห้าแสนหกหมื่นนายของหลิวปังจนแตกพ่าย
“เห็นได้ชัดว่าความน่าเกรงขามของป้าหวังอย่างเซี่ยงอวี่คือจุดสูงสุดของความกล้าหาญในการทำศึก!”
“อันใดนะ! สามหมื่นตีห้าแสนหกหมื่นนายจนแตกพ่าย!” เหมิงเถียนได้ยินก็ชะงักไปในทันที
ตัวเขาเองก็เป็นยอดขุนพลที่ผ่านศึกมานับร้อย เป็นขุนพลเลื่องชื่อของหัวเซี่ย แต่การใช้ทหารสามหมื่นนายเอาชนะกองทัพห้าแสนหกหมื่นนาย มันจะยากเกินไปแล้วกระมัง
เหมิงเถียนไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะชมเชยความกล้าหาญของเซี่ยงอวี่ หรือด่าทอความไม่ได้เรื่องของหลิวปังดี
แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวของเซี่ยงอวี่ที่ฉูหยวนแนะนำก่อนหน้านี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
อาศัยความกล้าหาญของคนเพียงคนเดียวยกระดับขวัญกำลังใจของทหารทั้งกองทัพ
หากต้องทำศึกกับเซี่ยงอวี่จริงๆ เหมิงเถียนก็รู้สึกว่ารับมือได้ยากยิ่งนัก
เหล่าองค์ชายพระองค์อื่นๆ ล้วนตกตะลึงเช่นกัน
“คนเดียวสังหารคนกว่าร้อยคน”
“พละกำลังยกกระถางธูปสัมฤทธิ์ได้”
“เซี่ยงอวี่ผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดหรือกระไร ถึงได้เก่งกาจถึงเพียงนี้”
พวกเขาตกตะลึงยิ่งนัก ต้องทราบว่าในสายตาของพวกเขา ฉินอู่หวังที่กล้าหาญชาญชัยเป็นพิเศษก็ยังถูกกระถางธูปสัมฤทธิ์ทับตายตอนที่ยกมันขึ้นมา
เซี่ยงอวี่สามารถยกขึ้นมาได้จริงๆ หรือ ช่างเก่งกาจเกินไปแล้ว
“เซี่ยงอวี่เก่งกาจจริงๆ นั่นแหละ” ฉูหยวนพยักหน้า
“ในบันทึกประวัติศาสตร์ของหัวเซี่ย พลังรบส่วนตัวของเซี่ยงอวี่น่าจะเป็นจุดสูงสุดของหัวเซี่ยแล้ว”
“อ้อ” ฉินสื่อหวงทรงขมวดพระขนง
“เช่นนั้นเซี่ยงอวี่ผู้นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้มีความสามารถคนหนึ่ง”
ฉินสื่อหวงทรงขมวดพระขนง ยามนี้กำลังเป็นช่วงเวลาที่ต้องการใช้งานคน ผู้มีความสามารถที่หลายพันปีของหัวเซี่ยจะปรากฏขึ้นสักคนเช่นนี้ พระองค์จึงทรงอยากจะเรียกใช้งานอยู่บ้าง
“ฝ่า... ผู้ใหญ่บ้านฉิน ไม่ได้นะขอรับ!” เพียงชั่วลมหายใจต่อมา หลี่ซือกลับรีบเอ่ยขัดจังหวะความคิดของฉินสื่อหวง
“เซี่ยงอวี่ฝังทั้งเป็นทหารต้าฉินไปมากมายถึงเพียงนั้น ความผิดใหญ่หลวงเกินไปแล้ว”
หลี่ซือกำลังเตือนสติฉินสื่อหวงว่าเซี่ยงอวี่มีความแค้นลึกซึ้งดั่งทะเลเลือดกับต้าฉิน
เซี่ยงอวี่ไม่อาจเรียกใช้งานได้!
ทำได้เพียงสังหารเท่านั้น!
ป้าหวังหรือ
เป็นศัตรูกับต้าฉินหรือ
อัจฉริยะเช่นนี้ก็ต้องถูกลบเลือนหายไปในสายธารแห่งประวัติศาสตร์เช่นกัน!