- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 15 ใต้หล้านี้ สมควรปักธงแห่งต้าฉินของข้า!
บทที่ 15 ใต้หล้านี้ สมควรปักธงแห่งต้าฉินของข้า!
บทที่ 15 ใต้หล้านี้ สมควรปักธงแห่งต้าฉินของข้า!
“ได้ เดี๋ยวผมสอนคุณเอง”
ฉูหยวนไม่รู้ว่าจู่ๆ เกิดเรื่องอันใดขึ้น หากแต่เขากลับสัมผัสได้ถึงออร่าความตื่นเต้นของเหมิงเถียน คาดว่าอีกฝ่ายคงนึกถึงเรื่องราวเลวร้ายบางอย่างในอดีตขึ้นมากะทันหัน จึงเอ่ยปากรับคำไปตามตรง
“แต่จะกินแค่เนื้อหมูอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ ต้องกินให้ได้สารอาหารครบถ้วนสมดุลด้วย” ฉูหยวนเอ่ยขึ้น
“ใครก็ได้ไปยกไก่ตุ๋นมันฝรั่งในครัวมาที น่าจะสุกได้ที่แล้วล่ะ”
สิ้นคำของฉูหยวน องค์ชายสองพระองค์ก็รีบสาวเท้าผลุบหายเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักอาหารชามใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอก็ถูกยกออกมาวางบนโต๊ะ
“หอมยิ่งนัก” ฉินจื่ออิงสูดกลิ่นหอมของไก่ตุ๋นมันฝรั่งเข้าเต็มปอดจนน้ำลายแทบจะสอออกมา
“หอมหวนยิ่งนักจริงๆ” ฉินสื่อหวงทรงคีบเนื้อไก่ขึ้นมาชิมเพียงหนึ่งคำ พระพักตร์ก็พลันฉายแววตกตะลึงขึ้นมาทันที
“เนื้อไก่นี้รสชาติโอชารสยิ่งนัก!”
ฉินสื่อหวงแทบจะทรงพระพิโรธขึ้นมาตงิดๆ เหตุใดฉูหยวนจึงสามารถรังสรรค์อาหารได้เลิศรสถึงเพียงนี้
เนื้อไก่ทั้งหอมหวนและนุ่มละมุนลิ้น ผิดกับพวกพ่อครัวในวังหลวงที่วันๆ ไม่รู้ทำอันใดกันอยู่ ถึงได้ทำเนื้อไก่ออกมาทั้งเหนียวและหยาบกระด้างเสียทุกครา
“หอมอร่อยเหลือเกิน!” ฉินจื่ออิงที่เพิ่งกินเข้าไปหนึ่งคำก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาไม่ต่างกัน
พ่อครัวในจวนของเขามันแอบวางยาพิษให้เขากินอยู่หรืออย่างไรกัน
หากมิใช่เพราะเห็นว่าฉูหยวนยังมีภารกิจสำคัญยิ่งกว่า เขาคงอยากจะจับตัวอีกฝ่ายมัดกลับไปเป็นพ่อครัวที่จวนของตนเองให้รู้แล้วรู้รอด
หากฉูหยวนไม่ยอมสยบ เขาจะประเคนสาวงามให้สักสิบคน คอยดูสิว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้าจะไม่ยอมใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป
“ของมันแน่อยู่แล้ว” ฉูหยวนมองดูทุกคนเจริญอาหารกันถึงเพียงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“นี่คือไก่ที่ผมสั่งให้คนคัดเกรดมาเป็นพิเศษ เป็นไก่ที่เลี้ยงมาตั้งสองปีครึ่งเชียวนะ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ฉินสื่อหวงทรงพยักพระพักตร์รับรู้ ไก่เนื้อนุ่มนี้รสชาติไม่เลวเลยจริงๆ
จังหวะนั้น ฉินสื่อหวงทรงคีบมันฝรั่งชิ้นหนึ่งขึ้นมา พระขนงพลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“สิ่งนี้คืออันใดกัน”
ภายในความทรงจำของฉินสื่อหวง คล้ายกับว่าพระองค์ไม่เคยทอดพระเนตรเห็นพืชชนิดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“นี่เขาเรียกว่ามันฝรั่งไงล่ะ กระทั่งมันฝรั่งก็ยังไม่รู้จักหรือ จะเอามาทำเป็นกับข้าวก็อร่อย หรือจะกินเป็นอาหารหลักแทนข้าวก็อยู่ท้องสุดๆ” ฉูหยวนกล่าวอธิบาย
“อาหารหลักหรือ” ฉินสื่อหวงทรงสนพระทัยขึ้นมาในทันที หรือว่านี่จะเป็นพืชผลทางการเกษตรชนิดใหม่
“เช่นนั้นที่ดินหนึ่งหมู่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากน้อยเพียงใดเล่า”
“หมายถึงผลผลิตต่อไร่น่ะเหรอ” ฉูหยวนนึกทบทวนตัวเลขในหัวครู่หนึ่ง
“ก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอก หนึ่งหมู่น่าจะได้สักสามถึงห้าพันชั่งล่ะนะ”
“อันใดนะ!”
ฉินสื่อหวงและเหล่าองค์ชายที่ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ล้วนตกตะลึงจนถึงกับสะดุ้งโหยง
“หนึ่งหมู่ได้ตั้งสามถึงห้าพันชั่งเชียวหรือ นี่มันของวิเศษชัดๆ!!!”
ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคจักรวรรดิต้าฉินนั้น ยังจัดอยู่ในยุคถางป่าเผาพง วิทยาการด้านการเกษตรยังไม่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าเท่าที่ควร
เครื่องไม้เครื่องมือในการเพาะปลูกล้วนค่อนข้างล้าหลัง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรที่เพาะปลูกได้นั้นมีผลผลิตไม่สูงนัก
ดังนั้น หากที่ดินหนึ่งหมู่สามารถเพาะปลูกธัญพืชได้ถึงหนึ่งร้อยชั่ง นั่นก็นับว่าเป็นผืนนาชั้นยอดแล้ว
แต่หากปีใดสามารถปลูกได้มากถึงสองร้อยชั่ง นั่นย่อมหมายความว่าเทพเซียนกำลังแสดงอิทธิฤทธิ์ เป็นสวรรค์ที่เมตตาประทานอาหารมาให้กินอย่างแน่นอน
ถึงกระนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะปรากฏพืชผลชนิดใดที่ปลูกลงดินไปแล้ว จะสามารถให้ผลผลิตได้มหาศาลถึงสามถึงห้าพันชั่งได้อย่างเด็ดขาด!
หากของพรรค์นี้มีอยู่จริงในโลก นั่นย่อมต้องเป็นของวิเศษจากสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย!
ปริมาณสามถึงห้าพันชั่งในสายตาของคนโบราณนั้น นับเป็นตัวเลขที่พวกเขามิกล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงเลยด้วยซ้ำ!
ฉินสื่อหวงทรงรีบคว้าข้อมือของฉูหยวนเอาไว้แน่น “ท่านเซียนฉู ท่านบอกเจิ้นมาตามตรงเถิด นี่คือเรื่องจริงใช่หรือไม่ พืชที่เรียกว่ามันฝรั่งชนิดนี้ สามารถปลูกได้ถึงสามถึงห้าพันชั่งจริงๆ ใช่หรือไม่!”
ฉูหยวนที่จู่ๆ ก็ถูกฉินสื่อหวงจับข้อมือเอาไว้แน่นถึงกับมีใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง แค่มันฝรั่งธรรมดาลูกเดียวจะต้องตกใจอะไรเบอร์นี้ ถึงขั้นหลุดปากเรียกเขาว่าท่านเซียนเลยหรือเนี่ย
พวกท่านไม่เคยติดต่อสื่อสารกับคนภายนอก ปิดหมู่บ้านตัดขาดจากโลกภายนอกไปแล้วหรืออย่างไรกัน
ถึงอย่างนั้นฉูหยวนก็ยังคงเอ่ยตอบคำถามไปตามตรง “ถ้าการเก็บเกี่ยวปีนั้นแย่สุดๆ ก็น่าจะได้สักสองพันชั่งกระมัง แต่ถ้าดินดำน้ำชุ่ม ปลูกอย่างถูกวิธี ห้าพันชั่งก็ไม่มีปัญหาหรอกน่า”
“อันใดนะ! ตั้งสองพันชั่งเชียวหรือ!”
ต่อให้แย่ที่สุดก็ยังได้ผลผลิตมากถึงสองพันชั่ง
ฉินสื่อหวงสดับฟังแล้วแทบจะทรงเป็นลมล้มพับไปเสียเดี๋ยวนั้น
ต้องเข้าใจก่อนว่าผืนนาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของต้าฉิน ยังปลูกธัญพืชออกมาได้เพียงแค่สองร้อยชั่งเท่านั้น ทว่ามันฝรั่งชนิดนี้ต่อให้ได้ผลผลิตเลวร้ายที่สุดก็ยังพุ่งสูงถึงสองพันชั่ง
ของวิเศษ นี่มันของวิเศษจากสวรรค์โดยแท้!
ฉินสื่อหวงทรงตื่นเต้นพระทัยจนหาใดเปรียบ ด้วยในช่วงเวลานี้ พระองค์กำลังถูกปัญหาทุพภิกขภัยของราษฎรบริเวณตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำฮวงโหตามหลอกหลอนมาโดยตลอด
ขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อยต่างพากันกราบทูลเสนอให้พระองค์ทอดทิ้งราษฎรเหล่านั้นไปเสียเพื่อรักษาเสถียรภาพ ทว่าพระองค์จะทำเช่นนั้นลงคอได้อย่างไร
การทอดทิ้งราษฎรตาดำๆ มิเท่ากับเป็นการผลักไสให้ต้าฉินต้องเผชิญกับความแตกแยกหรอกหรือ ฉินสื่อหวงอย่างพระองค์ไม่มีทางยอมทำเรื่องพรรค์นี้เด็ดขาด!
ถึงกระนั้น ฉินสื่อหวงก็ยังคงอับจนปัญญา ไม่สามารถคิดหาวิธีที่เพียบพร้อม ทั้งช่วยแก้ปัญหาทุพภิกขภัย และไม่ต้องทอดทิ้งราษฎรเหล่านั้นได้เลย
แต่มาตระหนักได้ในยามนี้ว่าหนทางสว่างได้มาถึงแล้ว มันฝรั่งพืชวิเศษได้ปรากฏขึ้นแล้ว!
การเพาะปลูกเพียงหนึ่งหมู่ อย่างต่ำยังให้ผลผลิตมหาศาลถึงสองพันชั่ง ลองสมมติว่านำไปขยายพันธุ์เพาะปลูกให้ครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดินดูสิ ปัญหาความขาดแคลนเสบียงอาหารของต้าฉินย่อมถูกแก้ไขได้อย่างหมดจด!
เช่นนี้พระองค์ก็มิจำเป็นต้องทอดทิ้งราษฎรตาดำๆ เหล่านั้นอีกต่อไป ทั้งยังสามารถพลิกวิกฤตเรื่องเสบียงอาหารได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
“พวกคุณนี่ช่างล้าหลังตัดขาดจากโลกภายนอกซะจริงๆ” ฉูหยวนค่อนข้างจะจนด้วยคำพูดไปชั่วขณะ
“แค่ของพื้นๆ อย่างมันฝรั่งก็ยังไม่รู้จัก แล้วที่ผ่านมาพวกคุณใช้ชีวิตรอดกันมาได้อย่างไรเนี่ย”
“มันฝรั่งนี่คือของดีระดับเทพเชียวนะ สามารถช่วยแก้ปัญหาปากท้องของประชากรได้สบายๆ”
“แถมวิธีปลูกก็ง่ายแสนง่าย แค่หั่นเป็นชิ้นแล้วฝังลงดิน หมั่นรดน้ำให้ชุ่มก็ใช้ได้แล้ว”
“ที่สำคัญคือปีหนึ่งสามารถปลูกได้ตั้งสองรอบ ใช้เวลาแค่สองถึงสามเดือนก็เติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว”
“ส่วนวิธีกินก็ง่ายดายพลิกแพลงได้สารพัด จะเอาไปต้ม ย่าง ผัด ตุ๋น หรือทอด ล้วนทำได้หมด”
“แต่ผมก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดพวกคุณถึงได้ไม่รู้จักกระทั่งมันฝรั่ง ผมชักจะสงสัยแล้วนะว่าตัวเองเผลอข้ามเวลามาอยู่ในยุคโบราณหรืออย่างไรกันแน่”
เมื่อได้สดับฟังคำพูดของฉูหยวน ฉินสื่อหวงก็ทรงร้อนพระทัยขึ้นมาในทันที พระองค์จะปล่อยให้ฉูหยวนล่วงรู้ความจริงไม่ได้เป็นอันขาด ว่าแท้จริงแล้วยามนี้เขาหลุดเข้ามาอยู่ในอาณาจักรต้าฉิน
“ไม่ได้ข้ามเวลาอันใดทั้งนั้นแหละ เพียงแต่พวกเรามันพวกบ้านนอกคอกนา ไร้การศึกษาไปสักหน่อยเท่านั้นเอง” ฝูซูเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ยไกล่เกลี่ยขึ้นมาอย่างทันท่วงที
“...เอาเถอะ” ฉูหยวนก็ไม่ได้คิดเก็บมาใส่ใจให้มากความ หากแต่ยามนี้ฉินสื่อหวงกลับทรงหมายตาสิ่งของล้ำค่าในมือฉูหยวนเข้าให้เสียแล้ว
“อาจารย์ฉู ไม่ทราบว่ามันฝรั่งของท่านยังมีเหลืออยู่อีกมากน้อยเพียงใดหรือ”
“น่าจะยังมีเหลืออีกราวๆ สี่ร้อยกว่าลูกละมั้ง คุณลุงอยากได้หรือ เอาไปสิ ผมยกให้ทั้งหมดเลยก็แล้วกัน”
ฉูหยวนไม่ต้องเสียเวลาเดาก็รู้ได้ในทันที ว่าตาลุงคนนี้คงอยากได้มันฝรั่งของตนไปลองปลูกดูอย่างแน่นอน เขาจึงเอ่ยปากยกให้ไปตรงๆ อย่างไม่หวงแหน
“อันใดนะ มีเหลือเพียงสี่ร้อยกว่าลูกเองหรือ”
ครั้นได้ยินคำบอกเล่าของฉูหยวน ฉินสื่อหวงกลับทรงมีความรู้สึกทั้งปีติยินดีและปวดร้าวพระทัยตีรวนกันจนสับสนไปหมด
ที่ทรงปีติยินดีนั่นก็คือ ฉูหยวนยอมมอบมันฝรั่งทั้งหมดให้พระองค์อย่างง่ายดายโดยไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเลยแม้แต่น้อย
ส่วนที่ทำให้ทรงปวดร้าวพระทัยก็คือ จำนวนมันฝรั่งเพียงสี่ร้อยกว่าลูก หากคิดจะนำไปแจกจ่ายเพาะปลูกให้ครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดินแล้วไซร้ มันก็เปรียบดั่งหยดน้ำเพียงน้อยนิดในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เท่านั้น
ช่างน่าเสียดายนัก หากมีปริมาณมากกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย
กระนั้นก็นับว่ายังโชคดีที่มันฝรั่งพืชชนิดนี้สามารถเพาะปลูกได้ถึงปีละสองครา การปลูกครั้งหนึ่งใช้เวลาเพียงสองสามเดือนก็เจริญเติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่เลือกสภาพดินฟ้าอากาศ
เมื่อเป็นเช่นนี้ เพียงแค่อดทนเพาะปลูกขยายพันธุ์ไปไม่กี่รอบ มันก็ย่อมสามารถกระจายสายพันธุ์แพร่หลายไปทั่วทั้งแผ่นดินได้ในที่สุด
ถึงกระนั้น ฉินสื่อหวงและเหล่าองค์ชายทั้งหลายต่างล้วนรู้สึกเสียดายจนแทบจะหลั่งน้ำตา หากทรงล่วงรู้แต่แรกว่ามันฝรั่งเป็นของวิเศษล้ำค่าถึงเพียงนี้ พระองค์คงไม่ทรงยินยอมนำมันมาทำเป็นอาหารกินอย่างเด็ดขาด
ทว่ายามนี้ของวิเศษเหล่านั้นล้วนถูกนำไปต้มจนสุกเปื่อยหมดแล้ว ฉินสื่อหวงจึงทรงทำได้เพียงแค่กลืนน้ำตาและฝืนเสวยมันฝรั่งแสนอร่อยเหล่านั้นเข้าไปถึงสองชามเต็มๆ
ยามนี้ ฉินสื่อหวงจึงทรงผินพระพักตร์หันไปตรัสกับเหมิงเถียนอีกครั้ง
“เหล่าเหมิงเอ๋ย ภายภาคหน้าหน้าที่การขยายพันธุ์เลี้ยงสุกรเจ็บมอบหมายให้เจ้ารับผิดชอบ ส่วนเรื่องเพาะปลูกมันฝรั่งวิเศษนี้ ก็จงให้เจ้ารับเป็นแม่งานด้วยก็แล้วกัน”
“หา!”
เหมิงเถียนครั้นได้สดับฟังพระกระแสรับสั่งเช่นนี้ ก็บังเกิดความรู้สึกตื้นตันและเป็นเกียรติอันสูงสุดในชีวิต
เนื่องด้วยการเลี้ยงสุกรนั้นสามารถเสริมสร้างพละกำลังและร่างกายของราษฎรต้าฉินให้แข็งแรงกำยำ ในขณะที่มันฝรั่งก็คือพืชวิเศษที่ช่วยแก้ไขปัญหาความขาดแคลนเสบียงอาหารอันเรื้อรังที่ทุกราชวงศ์ต่างต้องเผชิญ
ภารกิจสำคัญยิ่งยวดทั้งสองประการนี้ ล้วนแต่เป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ของจักรวรรดิต้าฉินทั้งสิ้น!
ทว่าฉินสื่อหวงกลับทรงเจาะจงเลือกที่จะมอบหมายความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นี้ให้แก่เขาแต่เพียงผู้เดียว จากจุดนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า นี่คือความไว้วางพระทัยอย่างล้นพ้นที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เหมิงเถียนผู้นี้อย่างแท้จริง
เหมิงเถียนทั้งประหลาดใจและปีติยินดีจนหาใดเปรียบ ความตื้นตันเอ่อล้นจนแทบจะหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา เขารีบทิ้งตัวคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉินสื่อหวงในทันที
“เหล่าเหมิงขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างยิ่ง!”
“ลุกขึ้นเถิด”
“เอ่อ...” ฉูหยวนถึงกับปรากฏเส้นประดำพาดผ่านเต็มใบหน้า นี่แค่จะให้ไปเลี้ยงหมูกับปลูกผัก ถึงกับต้องเล่นใหญ่คุกเข่าสวมบทบาทกันสมจริงเบอร์นี้เชียว
ฉูหยวนผู้ไม่รู้เรื่องราวอันใด ไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยจริงๆ ว่าเรื่องพื้นๆ ทั้งสองประการนี้มันแฝงไปด้วยความหมายที่ยิ่งใหญ่ระดับแว่นแคว้นเช่นไร
ยามนี้ภายในใจของเหมิงเถียนกำลังฮึกเหิมจนแทบจะทะยานขึ้นสู่ชั้นฟ้า ขอเพียงโครงการปลูกมันฝรั่งนี้บรรลุผลสำเร็จ ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินต้าฉินก็จะได้กินอิ่มนอนหลับ
หากโครงการเลี้ยงสุกรสำเร็จลุล่วง ราษฎรตาดำๆ ทั่วหล้าก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ
เมื่อวันนั้นมาถึง กองทหารรบภายใต้การบังคับบัญชาของเขา ก็จะทรงพลังและแข็งแกร่งดั่งโคถึกกันทุกคน
และหากถึงคราวต้องยกทัพไปประจันหน้าทำศึกกับเผ่าซยงหนู มีหรือที่พวกเขาจะไม่ไล่ตีพวกซยงหนูป่าเถื่อนเหล่านั้นจนต้องร้องขอชีวิต
ทว่าสิ่งที่ฉินสื่อหวงทรงดำริและคาดหวังเอาไว้ในพระทัย กลับกว้างไกลล้ำลึกไปยิ่งกว่านั้นนัก
ย้อนกลับไปเมื่อปีนั้น ฉินสื่อหวงทรงทอดพระเนตรเห็นตัวอักษรคำว่า ‘คน’ ซึ่งตามหัวเมืองต่างๆ ล้วนมีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันออกไปหลากหลายรูปแบบ พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะต้องรวบรวมหกแคว้นใหญ่ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวให้จงได้
และท้ายที่สุด ฉินสื่อหวงก็ทรงใช้แสนยานุภาพกวาดล้างหกแคว้นจนราบคาบสมดั่งพระราชหฤทัยหมาย
แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่าฉินสื่อหวงผู้เกรียงไกรจะทรงหยุดความปรารถนาเอาไว้เพียงแค่การกวาดล้างหกแคว้นนี้เท่านั้น
แท้จริงแล้วพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะกรีธาทัพกวาดล้างไปกระทั่งเผ่าซยงหนู ชนเผ่าไป่เยวี่ย หรือแม้แต่ดินแดนอนารยชนที่ห่างไกลออกไปให้ราบคาบเป็นหน้ากลองทั้งหมด!
ผืนแผ่นดินใดก็ตามในโลกหล้าที่ฉินสื่อหวงทรงรู้จักและทอดพระเนตรเห็น จักต้องตกมาอยู่ภายใต้การยึดครองของพระองค์ให้จงได้
ถึงกระนั้น แม้ฉินสื่อหวงจะทรงมีพระทัยมุ่งมั่นลุกโชนเพียงใด หากแต่ก็ทรงตระหนักดีว่าทรงไร้ซึ่งกำลังที่จะผลักดันความทะเยอทะยานนั้นให้เป็นจริง
ด้วยแนวรบที่จำเป็นต้องยืดเยื้อและทอดยาวออกไปจนเกินกำลัง การส่งกำลังบำรุงทางทหารจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ปริมาณการบริโภคเสบียงอาหารของกองทัพนั้นมีมากมายมหาศาลอย่างแท้จริง
ด้วยกำลังการผลิตทางการเกษตรของต้าฉินในปัจจุบัน ผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูกธัญพืช ย่อมไม่อาจรองรับอัตราการบริโภคเสบียงอาหารที่มากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ได้เลย
ทว่ายามนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
พืชวิเศษอย่างมันฝรั่งได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
ด้วยปริมาณผลผลิตต่อที่ดินหนึ่งหมู่ที่สูงถึงสองพันกว่าชั่ง ผลผลิตมหาศาลเช่นนี้ ย่อมสามารถหล่อเลี้ยงและขยายจำนวนประชากรของอาณาจักรต้าฉินให้เพิ่มขึ้นได้ถึงสิบเท่าอย่างแน่นอน!
และเมื่อถึงห้วงเวลานั้น การยกทัพไปกวาดล้างเผ่าซยงหนูหรือชนเผ่าไป่เยวี่ย ก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยดั่งพลิกฝ่ามือ
ฉินสื่อหวงจะทรงนำทัพบุกตะลุยโจมตีฝ่าทะลวงไปยังผืนดินแดนที่ห่างไกลออกไปยิ่งขึ้น และจะทรงยึดครองดินแดนทั้งหมดที่พระองค์ทรงรู้จักมาเป็นของพระองค์ให้จงได้!
ใต้หล้าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ล้วนสมควรถูกปักตระหง่านด้วยธงรบแห่งจักรวรรดิต้าฉินของเจิ้นแต่เพียงผู้เดียว!