- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 16 อายุขัยเพิ่มขึ้นห้าสิบปี
บทที่ 16 อายุขัยเพิ่มขึ้นห้าสิบปี
บทที่ 16 อายุขัยเพิ่มขึ้นห้าสิบปี
ฉินสื่อหวงทรงตื่นเต้นจนหาใดเปรียบ ทรงดำริว่าฉูหยวนคือท่านเซียนที่สวรรค์ประทานลงมาเพื่อดลบันดาลให้จักรวรรดิต้าฉินแข็งแกร่งเกรียงไกรอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ ทั้งฉินสื่อหวง เหมิงเถียน และเหล่าองค์ชายอีกยี่สิบกว่าพระองค์จึงพากันหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจะค้อมกายคารวะฉูหยวนอย่างเต็มพิธีการ
"ท่านเซียนเมตตาประทานยอดวิชาแห่งแว่นแคว้นถึงสองแขนง พวกเราซาบซึ้งพระคุณยิ่งนักขอรับ!"
"เอ่อ..." ฉูหยวนถึงกับพูดไม่ออก ไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีกแล้ว
ก็แค่ให้มันฝรั่งพวกท่านลุงไปไม่กี่ลูก สอนวิธีเลี้ยงหมูให้แค่นี้ ยังจะมาเว่อร์เรียกว่าเป็นยอดวิชาแห่งแว่นแคว้นอะไรอีก...
จากนั้นทุกคนจึงลงมือรับประทานอาหารกันต่อไป
อาหารมื้อนี้ฉินสื่อหวงทรงเสวยอย่างเอร็ดอร่อยและเบิกบานพระทัย พระองค์ทรงคาดไม่ถึงเลยว่า ปัญหาใหญ่หลวงที่คอยตามหลอกหลอนมาโดยตลอดจะถูกฉูหยวนแก้ไขได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือถึงเพียงนี้
พระองค์ทรงรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ในครานั้นทรงตัดสินพระทัยรั้งตัวฉูหยวนเอาไว้ จึงได้เกิดเรื่องราวมงคลในภายหลังเหล่านี้ขึ้นมา
"อ๊าก!"
ขณะที่ฉินสื่อหวงกำลังเสวยจูหยวนจ่างอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ พระองค์ก็ทรงแผดเสียงร้องหลงออกมา พระพักตร์พลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา
"เหตุใด... เหตุใดเจิ้นจึงไม่มีเรี่ยวแรงเลยเล่า!"
สิ้นพระสุรเสียง พระวรกายกำยำก็เอนล้มพับไปด้านข้างทันที
"ฝ่าบาท!"
เหมิงเถียนตื่นตระหนกจนหลุดปาก รีบพุ่งตัวเข้าไปประคองร่างของฉินสื่อหวงเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว
"นี่... เสด็จพ่อทรงเป็นอันใดไป!" ฝูซูเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ตกตะลึงจนทำอันใดไม่ถูก
องค์ชายพระองค์อื่นๆ ล้วนพากันตื่นตระหนกอกสั่นขวัญแขวน เมื่อครู่ยังทอดพระเนตรเห็นเสด็จพ่อทรงพระเกษมสำราญดีอยู่เลย ไฉนจู่ๆ จึงเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นได้
"อ๊าก!"
ชั่วลมหายใจต่อมา สถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลงอย่างกู่ไม่กลับ
พระหัตถ์ซ้ายและพระบาทซ้ายของฉินสื่อหวงเริ่มกระตุกเกร็งอย่างไม่อาจควบคุม กระทั่งพระโอษฐ์ก็เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป!
"เจิ้น... เจิ้น!"
พระองค์ทรงเค้นพระสุรเสียงตะโกนออกมาได้เพียงคำเดียว จากนั้นก็หมดสติและไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ อีก
"เสด็จพ่อ!!!"
ฝูซูเบิกตากว้าง แผดเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความตระหนกตกใจสุดขีด ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมืออันสั่นเทาไปอังที่ใต้พระนาสิกของฉินสื่อหวงด้วยความหวาดกลัว...
"อ๊าก!!!"
ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่า ฝูซูก็หวาดผวาจนสติหลุด หยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มในชั่วพริบตา
เหมิงเถียนเองก็ตระหนักได้แล้วว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอันใดขึ้น เขาทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นทันที ชายชาตรีอกสามศอกผู้กรำศึกมานับไม่ถ้วนกลับหลั่งน้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
"ฝ่าบาท... สวรรคตแล้ว!!!"
"จะแหกปากโวยวายหาพระแสงอะไรกันฮะ!"
ขณะนั้นเอง ฉูหยวนกลับตวาดลั่นใส่พวกเขาสียงดัง ห้ามปรามท่าทีฟูมฟายเหล่านั้นด้วยความเดือดดาล
"ถ้าพวกคุณยังขืนแหกปากร้องไห้ฟูมฟายกันแบบนี้ต่อไป คนที่ยังไม่ตายเดี๋ยวก็คงได้ตายเพราะเสียงโวยวายของพวกคุณจริงๆ หรอก!"
เวลานาทีชีวิตแบบนี้ยังจะมีหน้ามาละเมอเพ้อพกเรื่องฝ่าบาทสวรรคตบ้าบออะไรอีก เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าคนพวกนี้หลุดมาจากยุคโบราณจริงๆ หรือแค่เบียวอินบทคนยุคโบราณหนักเกินไปกันแน่
ทางด้านฝูซู ครั้นได้ยินเสียงตวาดของฉูหยวนกลับบังเกิดความปีติยินดีขึ้นมาอย่างประหลาด
ใช่แล้ว ฉูหยวนคือท่านเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน!
เช่นนั้นท่านเซียนฉูย่อมต้องมีวิธีช่วยชีวิตเสด็จพ่อได้อย่างแน่นอน
"อาจารย์ฉู ได้โปรดรีบช่วยท่านพ่อของข้าด้วยเถิด ไม่ว่าเรื่องอันใดข้าก็ยอมรับปากท่านทุกอย่างเลยขอรับ!"
เหมิงเถียนเองก็ตื่นเต้นคาดหวังจนหาใดเปรียบ รีบโขกศีรษะเอ่ยสนับสนุน "ข้าเองก็ยอมรับปากท่านทุกอย่างเช่นกันขอรับ!"
"ฉันไม่ได้เป็นพวกสายเหลืองชอบไม้ป่าเดียวกันนะโว้ย ถอยออกไปห่างๆ เลย"
ฉูหยวนถึงกับกุมขมับจนด้วยคำพูด ผู้ชายอกสามศอกสองคนมาพูดจาชวนขนลุกอะไรกันเนี่ย
ยามนี้ฉูหยวนเพิ่งได้รับทักษะวิชาแพทย์แผนจีนระดับทั่วไปที่ระบบมอบให้มาหมาดๆ
ถึงแม้ระบบจะระบุเอาไว้ว่าเป็นเพียงแค่ระดับทั่วไป แต่นั่นก็เป็นแค่มาตรฐานระดับทั่วไปที่ไอ้ระบบสุดโกงมันกำหนดขึ้นมาเองทั้งนั้น
ระดับความสามารถที่แท้จริงของเขานั้นเรียกได้ว่าขั้นเทพ สูงส่งกว่าพวกหมอเฉพาะทางในโรงพยาบาลชั้นนำภายนอกไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า
ฉูหยวนไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปประชิดร่างของฉินสื่อหวง แล้วทาบนิ้วมือลงบนจุดชีพจรของอีกฝ่ายโดยตรง
ศาสตร์การแมะจับชีพจรนั้นนับเป็นวิชาแพทย์แผนจีนอันล้ำเลิศ สามารถตรวจดูสภาพการทำงานของหัวใจ ตับ ไต และปอดของผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ
ปอดปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร...
"หืม? แต่ไตนี่สิ!"
ฉูหยวนขมวดคิ้วมุ่น ไตทำงานอ่อนแอมาก คล้ายกับว่ามีสารตกค้าง...
เขาจึงลองสลับไปตรวจดูตับอีกครั้ง ก็พบว่าการทำงานของตับย่ำแย่อ่อนแอมากเช่นเดียวกัน
นี่มันร่องรอยของการถูกสารพิษเล่นงานชัดๆ!
พอลองตรวจดูหัวใจอีกครั้ง อัตราการเต้นของหัวใจก็เต้นเร็วปรี๊ดจนทะลุปรอท!
ผนวกกับที่ผู้ใหญ่บ้านฉินคนนี้มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์จนเกินพอดี ฉูหยวนก็พอจะวินิจฉัยได้ในทันทีว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้านฉินมีอาการปางตายเช่นนี้เกิดจากอะไร
"ลุงผู้ใหญ่บ้านฉินถูกสารพิษสะสมมาเป็นเวลานาน ร่างกายเลยอ่อนแอทรุดโทรมหนัก"
"บวกกับรูปร่างที่อ้วนท้วนเกินพิกัดจนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงปรี๊ด พอเจอภาวะแทรกซ้อนเลยทำให้เกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบ จนลุกลามนำไปสู่ภาวะเลือดออกในสมองเฉียบพลัน!"
"เคสแบบนี้ต้องรีบหามส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที ขืนชักช้ากว่านี้คงไม่รอดแน่"
"โรงพยาบาล... โรงพยาบาลคือสถานที่อันใดหรือขอรับ" ฝูซูและเหมิงเถียนต่างมีสีหน้างุนงงสับสน หรือว่าอาจารย์ฉูจะหมายถึงให้รีบไปเชิญท่านหมอหลวงมาตรวจรักษา
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..." ฉูหยวนกลับส่ายหน้าอย่างเคร่งเครียด
"อาการโคม่าหนักขนาดนี้ ต่อให้หามส่งโรงพยาบาลที่เครื่องมือพร้อม เกรงว่าหมอก็คงรับมือได้ยากเต็มกลืน"
"ทั้งไตและตับถูกพิษทำลายจนยับเยิน ไหนจะเลือดออกในสมองอีก อาการหนักหนาสามอย่างมารวมกันแบบนี้ ถึงมือหมอโรงพยาบาลก็คงยากจะยื้อชีวิตไว้ได้แล้วล่ะ"
"ว่าอย่างไรนะขอรับ!"
ครั้นได้ยินคำวินิจฉัยว่ายากจะรักษา ฝูซูก็ตกใจจนแทบจะตาเหลือกสลบเหมือดไปเสียเดี๋ยวนั้น หากเป็นเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเสด็จพ่อหมดหนทางรอดชีวิตแล้วหรอกหรือ
"ฝ่าบาท!" เหมิงเถียนเองก็แผดเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว หรือว่าองค์ฉินสื่อหวงผู้เกรียงไกรที่เขายินดีจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อถวายการรับใช้ จะต้องด่วนสวรรคตจากเขาไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้
"จะแหกปากร้องไห้หาพระแสงอะไรกันนักหนา ก็ยังมีฉันหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนไม่ใช่หรือไง" ฉูหยวนเอ่ยขัดจังหวะความเศร้าโศก ต่อให้โรงพยาบาลสมัยใหม่ไม่มีวิธีรักษา แต่คนอย่างเขา ฉูหยวน มีวิธีก็แล้วกัน
"ใช่แล้วๆ! ยังมีท่านอาจารย์ฉูอยู่อีกคน!" พอได้ยินคำพูดประโยคนั้นของฉูหยวน ฝูซูก็ราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้เอาไว้ได้ บังเกิดความปีติยินดีจนหาใดเปรียบ
"อาจารย์ฉู ท่านจะใช้วิธีใดล้ำเลิศอันใดรักษาเสด็จพ่อหรือขอรับ ต้องใช้การฝังเข็ม หรือว่าต้องจัดเทียบยาต้มอันใด ข้าจะได้รีบไปตระเตรียมให้"
"ไม่ต้องใช้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ขืนมัวแต่งมหาเข็มเงินมาฝัง คนไข้ก็คงขาดใจตายไปก่อนพอดี ส่วนยาต้มยิ่งไม่ต้องพูดถึง กว่าจะก่อไฟเคี่ยวยาเสร็จ ชักช้าไม่ทันกินหรอก"
ฉูหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ หากทักษะวิชาแพทย์ของเขาสูงส่งถึงขั้นปรมาจารย์กว่านี้อีกสักหน่อย ก็คงพอจะใช้วิธีเหล่านั้นยื้อชีวิตไว้ได้ แต่วิชาแพทย์ระดับทั่วไปของเขาในยามนี้ยังไม่แกร่งกล้าพอจะงัดวิชาพวกนั้นมาใช้
อีกอย่าง เขายังมีไม้ตายก้นหีบที่ง่ายดายและเห็นผลชะงัดกว่านั้นเยอะ
ว่าแล้วฉูหยวนก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ก่อนจะหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาโชว์ให้ทุกคนดู
"สิ่งนี้คือ?!"
ทุกคนที่มุงดูอยู่ต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
ฉูหยวนลอบถอนหายใจในอก ยาเม็ดนี้ก็คือโอสถชำระไขกระดูกที่ระบบสุดโกงเพิ่งจะมอบเป็นรางวัลให้เขาหมาดๆ นั่นเอง
เดิมทีร่างกายของฉูหยวนก็จัดว่าฟิตปั๋งแข็งแรงดีอยู่แล้ว หากเขากินโอสถนี่เข้าไปสักเม็ด ร่างกายก็คงจะยิ่งอัปเกรดความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ราวกับได้ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นหลอมกระดูกใหม่ก็ไม่ปาน
โดยเฉพาะสรรพคุณสุดโกงของมัน ที่ช่วยเพิ่มอายุขัยให้ยืนยาวไปได้อีกถึงห้าสิบปีเต็ม!
แต่ก็มีเรื่องน่าเสียดายอยู่นิดหน่อย ตรงที่ต่อให้กินเข้าไปแล้ว ดวงตาของเขาก็ยังคงบอดสนิทมองไม่เห็นอยู่ดี
เดิมทีเขากะจะเก็บโอสถเม็ดนี้เอาไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น แต่ในยามวิกฤตคอขาดบาดตายเช่นนี้ ก็จำต้องงัดของดีออกมาใช้เสียแล้ว อย่างไรเสีย ลุงผู้ใหญ่บ้านฉินก็ถือว่ามีบุญคุณเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้
หากใจจืดใจดำยืนดูผู้ใหญ่บ้านฉินตายไปต่อหน้าต่อตา ครึ่งชีวิตหลังที่เหลือของเขาคงต้องถูกมโนธรรมในใจตามหลอกหลอนทิ่มแทงจนนอนไม่หลับเป็นแน่
โอสถเม็ดนี้ระบบเป็นผู้ประทานให้ สรรพคุณของมันสามารถขับสารพิษตกค้าง ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ ย่อมสามารถกระชากวิญญาณช่วยชีวิตผู้ใหญ่บ้านฉินกลับมาจากหน้าประตูปรโลกได้อย่างแน่นอน
"สรรพคุณของโอสถเม็ดนี้ค่อนข้างจะมหัศจรรย์พันลึกไปสักหน่อย เดี๋ยวถ้าเห็นอะไรแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจโวยวายไปล่ะ แล้วก็ห้ามเอาเรื่องยาเม็ดนี้ไปแพร่งพรายให้ใครฟังเด็ดขาดเข้าใจไหม" ฉูหยวนหันไปกำชับกับทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
มหัศจรรย์อย่างนั้นหรือ!
ฝูซูและเหมิงเถียนลอบสบตากันด้วยความตื่นตระหนกตกใจ หรือว่าสิ่งนี้... จะเป็นโอสถเซียนในตำนาน!
ฉูหยวนประคองศีรษะของฉินสื่อหวงขึ้นมา แล้วจัดการยัดโอสถชำระไขกระดูกใส่เข้าไปในปากทันที
"หืม?"
ทว่าเพียงชั่วลมหายใจถัดมา ฉินสื่อหวงที่เดิมทีลมหายใจรวยรินขาดห้วงและแทบจะไร้ซึ่งสัญญาณชีพ พระพักตร์ที่เคยซีดเซียวกลับเริ่มมีสีเลือดฝาดซับสีระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"เสด็จพ่อ! เสด็จพ่อกลับมามีลมหายใจแล้ว!" ฝูซูเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น ก็บังเกิดความประหลาดใจระคนปีติยินดีขึ้นมาในทันที
"นี่ต้องเป็นโอสถทิพย์ของท่านเซียนจริงๆ ด้วย!" พวกเหมิงเถียนและเหล่าองค์ชายต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
"ชู่ว! อย่าเพิ่งส่งเสียงดังสิเว้ย การรักษายังไม่จบ อย่ามาทำเสียงโหวกเหวกให้สรรพคุณยาปั่นป่วนจะได้ไหม!" ฉูหยวนรีบเอ่ยปรามเสียงเข้ม
และก็เป็นจริงดังคาด เพียงชั่วลมหายใจต่อมา ปฏิกิริยาบนพระวรกายของฉินสื่อหวงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
พระองค์เริ่มมีหยาดพระเสโทผุดพรายไหลซึมไปทั่วทั้งพระวรกาย รูขุมขนทุกอณูขยายกว้างออก จากนั้นสสารเหนียวหนืดสีดำขลับส่งกลิ่นเหม็นเน่าก็เริ่มทะลักล้นออกมาจากรูขุมขนอย่างน่าสะอิดสะเอียน
ภาพตรงหน้าทำเอาทุกคนถึงกับยืนตะลึงงัน!
นี่มันคือพิษร้าย!
เป็นเพราะฉินสื่อหวงทรงหลงเชื่อเสวยยาอายุวัฒนะจอมปลอมของสวีฝูมาเนิ่นนาน พิษร้ายที่ตกค้างสะสมอยู่ในพระวรกายมานับสิบปี บัดนี้ถึงกับถูกสรรพคุณยาขับดันออกมาจนหมดสิ้นแล้ว!
กระทั่งหลังจากสสารพิษสีดำถูกขับออกมาจนหมดจดเกลี้ยงเกลา
คราวนี้กลับกลายเป็นสสารสีเหลืองอมขาวปนเปื้อนคราบมันจำนวนมหาศาล เริ่มพุ่งทะลักทะลวงออกมาจากพระวรกายอย่างไม่ขาดสายแทน
คราวนี้ทุกคนยิ่งเบิกตากว้างหนักกว่าเก่า ตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
ของเหลวขุ่นๆ พวกนี้มันคือสิ่งใดกันอีกเล่า!
"นั่นน่ะคือไขมันส่วนเกินไงล่ะ" ฉูหยวนเอ่ยอธิบายไขข้อข้องใจ
"ไขมัน... อย่างนั้นหรือ"
ทุกคนได้แต่จ้องมองตาค้างอย่างโง่งม จากนั้นก็เห็นเพียงก้อนสสารสีเหลืองขาวน่าสะอิดสะเอียนยังคงไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
พริบตาเดียว พระวรกายอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของฉินสื่อหวงก็เริ่มยุบตัวหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ชั้นไขมันที่เคยพอกพูนค่อยๆ มลายหายไป กลับกลายเป็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นแกร่งกร้าวปรากฏขึ้นมาแทนที่อย่างน่าอัศจรรย์
"นี่มัน... นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!"
ทุกคนที่ได้ประจักษ์ถึงผลลัพธ์อันเหนือธรรมชาติเช่นนี้กับตาตนเอง ต่างก็แทบจะตกตะลึงจนเป็นใบ้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
นอกจากจะช่วยขับพิษร้ายได้แล้ว ยังช่วยรีดไขมันจนผอมเพรียวลงได้อีกด้วยหรือนี่!
สวรรค์! นี่มันจะปาฏิหาริย์ล้ำเลิศเกินไปแล้ว!
ทว่าฉูหยวนกลับยังคงรักษาสีหน้าท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นจนหาใดเปรียบ เขาหันไปเอ่ยสั่งการเหมิงเถียน
"ลุงเหมิง มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบไปต้มน้ำร้อนมาสักกระทะใหญ่ๆ แล้วเอามาเช็ดตัวทำความสะอาดให้ลุงผู้ใหญ่บ้านฉินเร็วเข้า ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ลุงผู้ใหญ่บ้านของพวกท่านคงเหม็นเน่ากลายเป็นบ่อโคลนเดินได้ไปแล้วมั้ง"
"ขอรับ!" เหมิงเถียนละล่ำละลักรับคำสั่ง ก่อนจะรีบวิ่งกุลีกุจอไปต้มน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว
หลังจากต้มน้ำร้อนเสร็จสรรพ ทุกคนก็ช่วยกันหามพระวรกายของฉินสื่อหวงเข้าไปทำความสะอาดอย่างระมัดระวังอยู่ด้านใน โดยมีเหมิงเถียนและฝูซูรับหน้าที่เช็ดตัวให้ด้วยความเคารพ
ส่วนเหล่าองค์ชายคนอื่นๆ ล้วนยืนรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ด้านนอก
"ท่านอาจารย์ฉู!"
ขณะนั้นเอง บรรดาองค์ชายทั้งหมดที่ยืนรออยู่บริเวณนั้น กลับพร้อมใจกันทิ้งตัวคุกเข่าดังตุบลงเบื้องหน้าฉูหยวนอย่างพร้อมเพรียง!
"ท่านอาจารย์ฉู ได้โปรดรับการคารวะจากพวกเราด้วยเถิดขอรับ!"
"ขอบพระคุณท่านเซียนที่เมตตาช่วยชีวิตท่านพ่อของพวกเราเอาไว้!"
ฉูหยวนกลับส่ายหน้าไปมาเบาๆ แววตาที่เคยมืดบอดคล้ายกับสามารถมองทะลุปรุโปร่งไปถึงเบื้องลึกของสัจธรรมบางอย่าง
"คนที่ฉันเพิ่งจะดึงวิญญาณกลับมาน่ะ ไม่ใช่เพียงแค่บิดาบังเกิดเกล้าของพวกคุณหรอกนะ... แต่เขาคือองค์ฉินสื่อหวงผู้เกรียงไกรแห่งจักรวรรดิต้าฉินต่างหาก"
ว่าอย่างไรนะ!
เหล่าองค์ชายถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดราวกับกระดาษ จบสิ้นกัน! ความลับแตก ถูกอาจารย์ฉูจับได้เสียแล้ว!