- หน้าแรก
- ยอดชาวประมงน้อยกับระบบไลฟ์สดสโลว์ไลฟ์
- บทที่ 2 เสียงร้องประหลาดริมชายหาด
บทที่ 2 เสียงร้องประหลาดริมชายหาด
บทที่ 2 เสียงร้องประหลาดริมชายหาด
บทที่ 2 เสียงร้องประหลาดริมชายหาด
ในห้องโถงกลางบ้าน
ป้าเฟิ่งแม่สื่อกับสวีหุ้ยฟางยังคงนั่งคุยกันอย่างออกรส
หวังเทียนฮุยเดินออกมาจากห้องแล้วส่งยิ้มให้ป้าเฟิ่งพลางทักทาย "ป้าเฟิ่ง มาแล้วเหรอครับ!"
พอคำพูดหลุดออกจากปาก เขาก็ถึงกับชะงักไป
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว เสียงของเขาในตอนนี้ช่างฟังดูชัดถ้อยชัดคำ นุ่มนวลเหมือนหยก ทั้งยังมีเสน่ห์และน่าดึงดูดใจมาก
ที่แท้การ์ดปรับรูปลักษณ์ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างร่างกายและยกระดับบุคลิกภาพของเขาเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงเสียงของเขาให้ดีขึ้นอีกด้วย
"อ้าว เทียนฮุยอยู่บ้านด้วยเหรอเนี่ย!"
เมื่อมองดูหวังเทียนฮุยที่อยู่ตรงหน้า ป้าเฟิ่งก็รู้สึกประหลาดใจมาก พ่อหนุ่มคนนี้เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าเขาดูหล่อขึ้นกว่าเดิม
ทั้งดูสดใสและมีความมั่นใจ บุคลิกท่าทางเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง แถมเสียงยังไพเราะน่าฟังมากอีกด้วย
หลังจากหายตกใจ เธอก็ได้สติและรีบยิ้มออกมาทันที "พอดีเลย ป้าเพิ่งคุยกับหุ้ยฟางเรื่องลูกสาวคนโตของแม่ค้าเต้าหู้อยู่พอดี เทียนฮุย นายมีความคิดเห็นยังไงบ้างล่ะ?"
หวังเทียนฮุย: "..."
มึนตึ้บเลยครับ!
มีความคิดเห็นยังไงเหรอ?
พูดซะเหมือนผมเป็นพวกที่หิวโหยผู้หญิงอย่างนั้นแหละ!
เขาแอบปาดเหงื่อในใจ แต่ทว่าในหัวกลับผุดภาพร่างของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
แม่ค้าเต้าหู้ก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงเช่นกัน สามีของเธอออกเรือไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วเกิดอุบัติเหตุจนต้องจบชีวิตลงกลางท้องทะเล
หลังจากนั้นเธอก็เลี้ยงดูลูกสาวสองคนจนเติบโตขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว
ลูกสาวคนโตของเธอชื่อว่า หลิ่วเสี่ยวจู
ตอนเด็กๆ พวกเขายังมักจะเล่นด้วยกันบ่อยๆ แต่พอโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เขายังคงประทับใจไม่ลืมคือดวงตาของหลิ่วเสี่ยวจูที่ดูใสสะอาดและบริสุทธิ์อยู่เสมอ ใครเห็นแล้วก็รู้สึกสบายใจ
สวีหุ้ยฟางเองก็สัมผัสได้ว่าลูกชายมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในขณะที่หวังเทียนฮุยกำลังครุ่นคิด เธอก็พูดขึ้นว่า "ลูกแม่ แม่ว่าหนูหลิ่วก็น่าสนใจนะ ถึงแม้จะเรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้น แต่เธอก็ดูแลบ้านเก่ง ขยันและประหยัด น่าจะเป็นผู้หญิงที่รู้จักใช้ชีวิตได้ดีคนหนึ่งเลยล่ะ ดีกว่าพวกผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวสวยไปวันๆ ตั้งเยอะ"
สวีหุ้ยฟางค่อนข้างพอใจในตัวหลิ่วเสี่ยวจู
สิ่งที่เธอกังวลเพียงอย่างเดียวคือฐานะทางบ้านของตระกูลหลิ่วนั้นแย่ยิ่งกว่าบ้านของเธอเสียอีก แถมในบ้านยังไม่มีผู้ชายเลยสักคน หากลูกชายแต่งงานกับหลิ่วเสี่ยวจูจริงๆ ภาระในภายภาคหน้าคงจะมีไม่น้อยแน่นอน
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาเลือกมากได้แล้ว
ป้าเฟิ่งลองไปทาบทามมาทั่วละแวกสิบหมู่บ้านนี้แล้ว ตอนนี้ไม่มีลูกสาวบ้านไหนที่มองลูกชายของเธอเลยสักคน
พอมองดูสิ ลูกชายจะอายุยี่สิบหกแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีแม้แต่แฟนเลย เพื่อนรุ่นเดียวกันคนอื่นๆ ลูกก็โตพอจะไปซื้อซีอิ๊วได้แล้ว
ในฐานะคนเป็นแม่ เธอเห็นแล้วก็ยิ่งรู้สึกร้อนใจอยู่ลึกๆ
ดังนั้นในช่วงที่ลูกชายยังตกงานอยู่บ้านแบบนี้ จะต้องจัดการเรื่องงานแต่งงานให้เรียบร้อยให้ได้
"อืม ก็ได้ครับ!"
หวังเทียนฮุยพยักหน้าและไม่ได้ปฏิเสธ
อายุขนาดเขาถ้าอยู่ในเมืองการยังไม่ได้แต่งงานถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอยู่ในชนบทถือว่าอายุค่อนข้างมากแล้ว
การที่พ่อแม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ แล้วเกิดความกังวลใจก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ในฐานะลูก จะให้พวกท่านต้องมาคอยเป็นห่วงมากเกินไปไม่ได้
อีกอย่าง สำหรับเขาแล้ว เรื่องการนัดดูตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่เขารังเกียจอะไร
เขากับหลิ่วเสี่ยวจูรู้จักกันดี ถือว่ารู้หัวนอนปลายเท้ากันอยู่แล้ว นอกจากจะรู้สึกเขินๆ นิดหน่อยแล้ว อย่างอื่นก็ถือว่าโอเค
"พวกแม่คุยกันต่อไปเถอะครับ ผมจะไปหาของทะเลตอนน้ำลด"
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวแล้วก็เดินออกจากบ้านไป ปล่อยให้แม่กับป้าเฟิ่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเรื่องการจะไปทาบทามบ้านตระกูลหลิ่วอย่างไรดี
เมื่อเห็นเขาหิ้วถังน้ำเล็กๆ เดินมุ่งหน้าไปยังชายหาด คุณตาเพื่อนบ้านคนหนึ่งก็ร้องทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม "เทียนฮุย จะไปหาของทะเลตอนน้ำลดเหรอ!"
"ใช่ครับลุงสวี" หวังเทียนฮุยยิ้มตอบกลับไป
การหาของทะเลตอนน้ำลดต้องมีอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ถุงมือ คีมคีบถ่านอันเล็ก ส้อมพรวนดิน ไม้ไผ่ เกลือแกง... เขาเตรียมมาครบหมดแล้ว
ขณะเดินไปตามทางเล็กๆ ในหมู่บ้าน เขาก็ได้พบกับชาวบ้านอีกหลายคน ซึ่งเขาก็ส่งยิ้มทักทายตอบกลับไปทุกคน
ไม่นานนักก็มาถึงชายหาดแล้ว
เห็นผู้คนจำนวนหนึ่งอาศัยช่วงเวลาที่น้ำลดกำลังหาของทะเลกันอยู่ บนผืนทรายมีทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาว และเด็กๆ ดูคึกคักเป็นอย่างมาก
เขาเปิดไลฟ์สดอยู่ตลอดเวลา
แน่นอนว่าโทรศัพท์มือถือที่เขาถืออยู่นั้นเป็นเพียงของประดับฉาก กล้องที่แท้จริงคือดวงตาของเขาเอง
ห้องไลฟ์สดชนบทจะส่งภาพที่เขามองเห็นไปปรากฏในห้องไลฟ์สดหู่ยวี่แบบเรียลไทม์
ในขณะเดียวกัน หากมีใครส่งข้อความเด้งขึ้นมาในห้องไลฟ์สดหู่ยวี่ เขาก็สามารถมองเห็นได้ในห้องไลฟ์สดชนบท เพียงแค่ใช้ความคิดเขาก็รับรู้ได้ทันที สะดวกสบายมากจริงๆ
เพียงแต่ผู้ติดตามของเขามันน้อยเกินไป เปิดไลฟ์มาพักใหญ่แล้วยังไม่มีข้อความเด้งขึ้นมาเลยสักข้อความเดียว
เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร และตั้งสมาธิไปกับการหาของทะเลก่อน
ในตอนนั้นเอง มีปลาหมึกยักษ์ตัวเล็กตัวหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
เนื่องจากคลื่นซัดมาเป็นระลอกๆ ประกอบกับน้ำที่ตื้นเกินไป ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถกลับลงสู่ท้องทะเลได้
"ปลาหมึกยักษ์ย่างถ่านก็น่าจะดีเหมือนกันนะ!"
หวังเทียนฮุยยิ้มแล้วหยิบคีมคีบถ่านออกมาคีบมันขึ้นมา แล้วหย่อนลงในถังน้ำใบเล็ก
ทันใดนั้นเอง ก็มีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาในห้องไลฟ์สด
คันเหย่ไม่เคยคุยโม้: "เชี่ย เหล่าหวัง มีปลาหมึกยักษ์ย่างถ่านไม่เรียกผมเลยนะ กล้าดียังไงเนี่ย?"
เจ้านี่คือผู้ชมขาประจำในห้องไลฟ์สดของเขาเอง
เมื่อก่อนเขาไลฟ์สดเน้นการนั่งคุยเล่นเป็นหลัก คนที่ดึงดูดเข้ามาก็มักจะเป็นคนประเภทเดียวกัน
อย่างเจ้าคันเหย่ไม่เคยคุยโม้นี่ นิสัยช่างขัดกับชื่อยูสเซอร์เนมจริงๆ เป็นคนที่ช่างจ้อมาก คุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
มีหลายครั้งที่เขาเกือบจะมึนหัวเพราะการคุยของเจ้านี่
เนื่องจากเจ้านี่ส่งของขวัญให้เขาอยู่เรื่อยๆ แถมยังติดอันดับท็อปเท็นในทำเนียบแฟนคลับ เขาเลยตั้งให้เจ้านี่เป็นผู้ดูแลห้องไลฟ์สดเสียเลย
ทั้งคู่สนิทกันมาก เขาเลยตอบกลับไปแบบเป็นกันเองและหัวเราะพลางพูดว่า "คันเหย่ ปลาหมึกยักษ์ตัวเล็กแค่นี้คงไม่พอยาไส้คุณหรอกมั้ง?"
คันเหย่ไม่เคยคุยโม้: "โธ่ เห็นผมเป็นช้างหรือไง!"
หวังเทียนฮุยหัวเราะฮ่าๆ แล้วเดินหน้าต่อไป ทันใดนั้นก็เห็นปูทะเลตัวหนึ่ง
ให้ตายสิ ตัวไม่เล็กเลยนะน่ะ มันกำลังเดินกร่างอยู่บนผืนทรายพลางชูก้ามใหญ่สองข้างขึ้นสูง ดูท่าทางอวดเบ่งน่าดู
ขณะที่เขากำลังจะจับมัน ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาอีก
แถมคราวนี้ยังเด้งรัวๆ มาตั้งหลายข้อความ ในนั้นมีบางคนที่ปกติเอาแต่ซุ่มดูอยู่ด้วย
"เหล่าหวัง อย่าเพิ่งจับปูเลย รีบไปดูทางโน้นหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น? มีคนมารวมตัวกันเยอะเลย"
"เหล่าหวัง พวกเราไปดูความคึกคักทางนั้นกันเถอะ"
"ใช่ๆๆ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนเจอของดีเข้าให้แล้วก็ได้!"
...
สมาธิของหวังเทียนฮุยจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เขากำลังสนใจ
แต่ทว่าผู้ชมในห้องไลฟ์สด สิ่งที่พวกเขามองเห็นผ่านหน้าจอนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากปกติเลย
ทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตสายตาของเขา ผู้ชมสามารถมองเห็นได้ทั้งหมด บางอย่างที่เขายังไม่ได้สังเกตเห็นกลับถูกพวกเขาพบเข้าก่อนแล้ว
หวังเทียนฮุยเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปข้างหน้า ก็พบว่าในที่ที่ไกลออกไปข้างหน้าเล็กน้อยมีผู้คนมารวมตัวกันอยู่จริงๆ เหมือนกับว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่น่าสนใจและน่าสงสัยเกิดขึ้น
ในตอนนี้เขาจึงไม่ได้สนใจปูทะเลตัวนั้นอีก และถือโทรศัพท์เดินตรงเข้าไปทันที
ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย พวกเขาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้
แต่ทว่าเสียงร้องไห้นี้กลับฟังดูแปลกๆ เสียงมันสูงและดังแว่วไปไกล ดูเหมือนเสียงของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลบางชนิดมากกว่า
เป็นไปตามคาด ชาวเน็ตในห้องไลฟ์ต่างก็มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน
คันเหย่ไม่เคยคุยโม้ส่งไอเทมยาเพิ่มเลือดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุกคนทันที แล้วพูดขึ้นว่า "มาลองทายกันดูดีกว่าว่านี่คือเสียงของตัวอะไร ดีไหม?"
(จบบทที่ 2)