เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: กลศึกชายแดน

บทที่ 16: กลศึกชายแดน

บทที่ 16: กลศึกชายแดน


ชายแดน

ลมพายุพัดกระหน่ำ หอบเอาเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นให้สาดซัดเข้าใส่ใบหน้าของผู้เดินทางราวกับคมมีด สภาพแวดล้อมที่ชายแดนช่างเลวร้ายกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก

รองแม่ทัพเฉินได้รับข่าวการเสด็จเยือนขององค์รัชทายาทเมื่อไม่นานมานี้ จึงรีบสั่งให้คนทำความสะอาดห้องหับที่ว่างอยู่สองสามห้องไว้คอยท่า

องค์รัชทายาทและผู้ติดตามสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหนา ทันทีที่มาถึงก็เห็นรองแม่ทัพเฉินและนายทหารคนอื่นๆ ออกมาต้อนรับ

กลุ่มทหารคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ประสานมือคารวะพร้อมเปล่งเสียงดังกึกก้อง "ขุนพลน้อยขอถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ"

"ท่านอาเฉิน รีบลุกขึ้นเถิด!" เซียวเช่อก้าวไปข้างหน้าและกุมมืออีกฝ่ายที่เย็นเฉียบจนม่วงคล้ำ

เขาสั่งการ "นำเกวียนเสบียงทั้งหมดไปไว้ที่ยุ้งฉางฝั่งตะวันตก!"

"อย่างแรก แบ่งเสื้อผ้ากันหนาวสามส่วนไปที่ค่ายทหารบาดเจ็บ ส่วนที่เหลือให้แจกจ่ายตามรายชื่อ"

เมื่อมองไปยังเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บและพิการ เขาก็รู้สึกยินดีนักที่ได้นำตั๋วเงินทั้งหมดที่มีไปแลกเปลี่ยนเป็นยารักษาโรค

รองแม่ทัพเฉินนำองค์รัชทายาทเข้าสู่ตัวเมือง หลังจากจัดแจงที่พักอันเรียบง่ายให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็รายงานสถานการณ์ทางทหารล่าสุดให้ทรงทราบ

ภายในกระโจมทหารอันเรียบง่าย

แผนที่ถูกกางออกบนโต๊ะไม้ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง มือของรองแม่ทัพเฉินที่กำพนักเก้าอี้ไว้แน่นสั่นเทาเล็กน้อย

"ในการศึกครั้งก่อนๆ พวกเราเอาชนะทัพซยงหนูได้อย่างราบคาบ! หลังจากขับไล่พวกมันไปได้หลายคราว เราก็ลอบสืบข่าวจนรู้ว่าเกิดความขัดแย้งภายในขึ้นในเผ่าซยงหนู กองกำลังจำนวนมากของพวกมันจึงถูกโยกย้ายไปที่อื่น"

"ดังนั้น เราจึงลอบวางแผนนำกำลังคนส่วนหนึ่งอ้อมไปเด็ดหัวไอ้สุนัขโจรหูเหยียนจี๋ลี่โดยตรง"

"ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะตกหลุมพราง หลังจากที่ท่านแม่ทัพนำกำลังทหารฝ่าวงล้อมของข้าศึกออกมาได้ ท่านก็พลัดตกหน้าผาเพื่อหลบหนีการจับกุม ตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมพ่ะย่ะค่ะ"

"พวกเราส่งคนออกค้นหาทั่วบริเวณแล้ว แต่ก็ไม่พบวี่แวว"

รองแม่ทัพเฉินทุบโต๊ะอย่างแรง "ไอ้พวกลูกเต่าพวกนั้นใช้แผนลวงเข้าโจมตีในตอนกลางวันเพื่อบั่นทอนกำลังทหารของเรา จากนั้นก็ส่งทหารม้าเบามาก่อกวนในตอนกลางคืน"

"ตอนนี้เสบียงอาหารในเมืองก็ร่อยหรอลงทุกที ทหารบาดเจ็บก็ขาดแคลนทั้งหมอและยา..."

รองแม่ทัพเฉินหยุดชะงัก นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องไปที่ชายกระโจม

"กระหม่อมไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานหน้าไหนมันนำแผนการของเราไปเผยแพร่ให้พวกซยงหนูรู้! แล้วไอ้พวกสวะในเมืองหลวงที่วันๆ เอาแต่กินดื่มหาความสำราญก็ยังไม่ส่งกำลังเสริมมาช่วย..."

พูดไปพูดมารองแม่ทัพเฉินก็เริ่มสบถด่าทอเสียงดัง

เซียวเช่อกำหมัดแน่นพลางเอ่ยปลอบใจ "ท่านอาเฉิน โปรดวางใจเถิด ช่วงนี้เปิ่นกงจะลงไปฝึกทหารด้วยตัวเอง ให้พี่น้องที่ชายแดนได้กินอิ่มท้องเสียก่อน..."

รองแม่ทัพเฉินพยักหน้ารับรัวๆ และรีบออกคำสั่งทันที

หลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดทั้งวัน ในที่สุดเซียวเช่อก็เข้าใจสถานการณ์ที่ชายแดนอย่างถ่องแท้

เซี่ยปู๋เหยียนเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ร่างบางในเสื้อคลุมขนจิ้งจอกยืนอยู่หน้าเตาไฟ ใบหน้าขาวซีดดูบอบบางกำลังช่วยทหารชายแดนก่อไฟและทำอาหาร

หม้อใบใหญ่สามใบที่ตั้งอยู่บนเตากลางแจ้งเดือดปุดๆ ส่งเสียงดัง

เขามองไปยังเด็กผอมโซหลายคน ก่อนจะหยิบห่อกระดาษทาน้ำมันออกจากแขนเสื้อ หักเนื้อแห้งที่ชุนฮวาเตรียมมาให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วส่งให้พวกเด็กๆ

เด็กหญิงตัวเล็กถักเปียมีดวงตากลมโตเป็นประกาย มือเล็กๆ ที่แดงก่ำเพราะความหนาวเย็นรับเนื้อแห้งไปอย่างระมัดระวัง

เด็กๆ เคี้ยวเนื้อแห้งคำโต มองเขาด้วยสายตาตื่นเต้นและส่งเสียงเจื้อยแจ้ว "ท่านเป็นพี่ชายเทพเซียนหรือขอรับ?"

"ขอบคุณขอรับพี่ชาย"

"พี่ชายช่างรูปงามยิ่งนัก"

เด็กที่โตกว่าเล็กน้อยหลายคนแอบแก้มแดงเมื่อมองไปที่ใบหน้าของเซี่ยปู๋เหยียน

เหล่าทหารหลายนายเมื่อเห็นว่าผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงผู้นี้ไม่มีทีท่ารังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่น้อย ต่างก็หน้าแดงและพากันเข้ามาช่วยเซี่ยปู๋เหยียนทำอาหาร

เมื่อเซียวเช่อออกมาก็เห็นภาพนี้พอดี

ชายร่างกำยำหลายคนกำลังล้อมหน้าล้อมหลังเซี่ยปู๋เหยียน ส่งเสียงจอแจไม่หยุด ส่วนเซี่ยปู๋เหยียนก็ส่งยิ้มบางๆ พลางพูดคุยกับพวกเขา

เซียวเช่อเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เมื่อคนอื่นๆ เห็นองค์รัชทายาท ต่างก็ทำความเคารพแล้วรีบล่าถอยไปอย่างเก้อเขิน

เซียวเช่อก้าวไปยืนข้างเซี่ยปู๋เหยียน "คุยอะไรกันอยู่หรือ?"

"ก็แค่ถามไถ่ความเป็นอยู่ของคนที่นี่พ่ะย่ะค่ะ"

เซี่ยปู๋เหยียนโรยเกลือเม็ดลงในหม้อ ไอน้ำที่ลอยคละคลุ้งทำให้เกล็ดน้ำแข็งบนแพขนตาของเขาดูพร่ามัว

"คนที่นี่... ลำบากกว่าที่หม่อมฉันคิดไว้มากนัก"

เซียวเช่อมมองดูนิ้วมือเรียวขาวที่บัดนี้แดงก่ำเพราะความหนาวเย็นกำลังคนของเหลวในหม้อไม่หยุด

"ให้ทหารองครักษ์อวี้เฟิงทำเถิด ร่างกายของเจ้าไม่แข็งแรง อย่าได้ล้มป่วยเชียว ที่ชายแดนไม่เหมือนเมืองหลวงที่มีหมอมากมายหรอกนะ"

เขาเรียกอวี้เฟิงทันที ส่งกระบวยอันใหญ่ในมือเซี่ยปู๋เหยียนให้ แล้วพาร่างบางกลับไปพักผ่อน

อวี้เฟิง: ^_^ (กินอาหารสุนัขไปทำงานไป ชีวิตช่างดีงามเหลือเกิน)

บนพื้นหิมะ ปรากฏรอยเท้าสองคู่ย่ำทับกันเดินไปข้างหน้า

เซี่ยปู๋เหยียนเงยหน้ามองสันกรามที่ขบแน่นของเซียวเช่อแล้วเอ่ยถามเสียงเบา "มีข่าวคราวของแม่ทัพหลินบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

เซียวเช่อส่ายหน้า

เซี่ยปู๋เหยียนกุมมือเซียวเช่อไว้พลางกระซิบ "แม่ทัพหลินเป็นคนดี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง ย่อมไม่เกิดเรื่องร้ายอันใดแน่พ่ะย่ะค่ะ"

เซียวเช่อ: "ข้าก็หวังเช่นนั้น"

ช่วงหลายวันมานี้ เซียวเช่อลงสนามฝึกซ้อมทหารด้วยตนเอง

เมื่อมองดูเหล่าทหารที่กินอิ่มนอนหลับยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผย หอกยาวในมือสะท้อนแสงเย็นเยียบใต้แสงตะวันยามเช้า ก็รู้สึกราวกับว่าทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนที่แม่ทัพหลินจะประสบเหตุ

ทว่าผ่านไปไม่นาน ทัพซยงหนูก็บุกโจมตีอีกครั้ง

ฝุ่นควันมหาศาลบดบังท้องฟ้าลอยตลบอบอวลมาจากแดนไกล กวาดผ่านกำแพงเมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

กองทหารม้าซยงหนูบุกมาแล้ว

เซียวเช่อกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น เขาปรายตามองพลธนูและพลหน้าไม้ที่ตั้งกระบวนทัพรอคอยอยู่หลังกำแพงเมือง เห็นทุกคนกลั้นหายใจจ้องเขม็งไปเบื้องหน้า

เมื่อเห็นกองทัพซยงหนูเข้ามาใกล้ เซียวเช่อก็ตวาดสั่ง "ยิง!!!"

เมื่อธงศึกถูกโบกสะบัดลง ลูกศรนับหมื่นดอกก็พุ่งแหวกอากาศพร้อมกัน ห่าฝนธนูร่วงหล่นลงสู่กองทัพซยงหนู

ม้าศึกแถวหน้าถูกยิงล้มระเนระนาดพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน สะบัดร่างผู้ขี่ให้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง

เมื่อทหารซยงหนูคนอื่นๆ ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติและพยายามจะรั้งสายบังเหียนม้าเพื่อล่าถอย เชือกสะดุดที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินที่กลายเป็นน้ำแข็งก็พลันตึงเปรี๊ยะ ม้าศึกนับสิบตัวล้มคว่ำลงกับพื้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องระงม

แม่ทัพซยงหนูตะโกนสั่งถอยทัพ

"นี่มันกับดัก!!! ถอย!"

"ฆ่ามัน!!!" เซียวเช่อคำรามก้อง นำกำลังทหารไล่ตามตีอย่างกระชั้นชิด

พวกเขาสังหารทหารซยงหนูไปเป็นจำนวนมาก ตีทัพข้าศึกแตกพ่ายยับเยิน

ขวัญกำลังใจของเหล่าขุนพลและทหารหาญพุ่งสูงปรี๊ด

เซียวเช่อรั้งสายบังเหียนม้า ยืนอยู่ข้างกองซากศพ มองดูทหารซยงหนูที่เหลือรอดหนีเตลิดไปอย่างลนลาน พลางเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าออกอย่างเงียบงัน

ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ไฟสงครามชายแดนก็ยังคงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง

เซียวเช่อมักจะปรากฏตัวในจุดที่อันตรายที่สุดเสมอ และเอาชนะทัพซยงหนูได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ขณะที่หลายคนกำลังหารือเรื่องกลยุทธ์อยู่ในกระโจม ทหารหนุ่มนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"ท่านรองแม่ทัพเฉิน แย่แล้ว!! ท่านรองแม่ทัพเฉิน!"

รองแม่ทัพเฉินรีบก้าวไปข้างหน้าและตะคอกถาม "เกิดอะไรขึ้น?"

ทหารหนุ่มตัวสั่นเทา ยื่นหยกห้อยเอวเปื้อนเลือด นิ้วมือที่ถูกตัดขาด และจดหมายฉบับหนึ่งให้

เซียวเช่อผุดลุกขึ้นพรวด ก้าวไปข้างหน้าและรับหยกห้อยเอวมาด้วยมือที่สั่นเทา นี่คือหยกประจำตัวของท่านน้าเขา

เขาเปิดอ่านจดหมาย เนื้อความระบุว่าองค์รัชทายาทต้องนำทองคำหนึ่งเล่มเกวียนมาไถ่ตัวประกันด้วยตนเองภายในสามวัน มิเช่นนั้นจะส่งหัวของแม่ทัพหลินมาให้

เซียวเช่อขบกรามแน่น กำหยกในมือไว้แน่น

รองแม่ทัพเฉินและเหล่าขุนพลเฒ่าหลายคนเมื่อเห็นข้อความบนแผ่นกระดาษ ต่างก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น หมวกเกราะเหล็กกระทบผืนดินที่เย็นเยียบจนเป็นน้ำแข็งดังก้อง พลางตะโกนว่า "องค์รัชทายาท นี่ต้องเป็นอุบายของพวกซยงหนูแน่พ่ะย่ะค่ะ! พระองค์อย่าได้หลงกลเด็ดขาด"

"แต่ถ้าหากเป็นเรื่องจริงเล่า?"

เซียวเช่อเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน นัยน์ตาแดงก่ำ

แม่ทัพหลินเป็นที่เคารพรักอย่างสูงในกองทัพ และมักจะปฏิบัติกับทุกคนราวกับพี่น้องร่วมสายโลหิต

หลายคนที่นี่ล้วนเคยรอดชีวิตมาได้เพราะแม่ทัพหลิน

ขุนพลเฒ่าผู้หนึ่งก้าวออกมา "องค์รัชทายาท กระหม่อมยินดีไปแทนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"

"กระหม่อมก็ยินดีเผชิญอันตรายแทนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!"

รองแม่ทัพเฉินกระชากคอเสื้อออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเก่าที่น่าเกลียดน่ากลัวบนหน้าอก "หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ทัพหลินในคราวนั้น กระหม่อมคงตายด้วยคมดาบของพวกซยงหนูไปนานแล้ว!"

"พวกท่านลุกขึ้นเถิด!"

เซียวเช่อตบจดหมายลงบนโต๊ะอย่างแรงจนตะเกียงน้ำมันสั่นสะเทือนแทบจะล้มลง

"ข้าไม่อาจเอาชีวิตของพวกท่านไปเสี่ยงได้"

คนอื่นๆ เอ่ย "แต่ว่า... องค์รัชทายาท..."

เซียวเช่อยกมือขึ้น ห้ามปรามคำพูดที่พวกเขากำลังจะเอ่ย

บรรยากาศตกอยู่ในความตึงเครียด ในเมื่อเซียวเช่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ทุกคนจึงได้แต่แยกย้ายกันไป

คืนนั้น ในขณะที่เซี่ยปู๋เหยียนหลับสนิท เซียวเช่อก็เขียนจดหมายฉบับยาว กระดาษยับยู่ยี่ราวกับผู้เขียนได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างลงไป

เซี่ยปู๋เหยียนรู้สึกเพียงว่าองค์รัชทายาทนั้นออดอ้อนมากกว่าปกติ คอยโอบกอดและพรมจูบเขาไม่หยุดหย่อนตลอดทั้งคืน

จนกระทั่งถึงวันที่สาม

เซียวเช่อเลื่อนจดหมายที่ปิดผนึกแล้วไปตรงหน้าอวี้เฟิง เขามองสันกรามที่ขบแน่นของผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทแล้วเอ่ยเสียงเครียด "หากข้าไม่กลับมา..."

"กระหม่อมไม่อาจยอมรับได้พ่ะย่ะค่ะ!" อวี้เฟิงคุกเข่าลงทันที

"หากพระองค์ประสงค์จะสู้รบ กระหม่อมจะชักดาบเบิกทางให้! หากพระองค์ประสงค์จะยึดมั่น กระหม่อมก็จะหลั่งเลือดบนสนามรบ!"

ภายใต้ชุดเครื่องแบบสีดำ แผ่นหลังของอวี้เฟิงตั้งตรงแหน่ว

เซียวเช่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็ดึงจดหมายกลับคืนมาเก็บไว้ในอกเสื้อ ในเมื่อความหวังช่างริบหรี่ ก็อย่าได้ทิ้งความหวังลมๆ แล้งๆ ไว้ให้ผู้ใดเลยจะดีกว่า

เซียวเช่อหยิบอาวุธคู่กาย พลิกตัวขึ้นหลังม้า และมุ่งหน้าสู่ดินแดนซยงหนูอย่างเด็ดเดี่ยว

จบบทที่ บทที่ 16: กลศึกชายแดน

คัดลอกลิงก์แล้ว