- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เมอร์ลิน ข้าคือฝันร้ายแห่งอัซคาบัน
- บทที่ 22: พันธมิตรคนแปลกแยก
บทที่ 22: พันธมิตรคนแปลกแยก
บทที่ 22: พันธมิตรคนแปลกแยก
ดันเต้เดินผ่านห้องนั่งเล่นรวม เหล่าลูกสิงโตแห่งกริฟฟินดอร์ที่ยังคงจับกลุ่มกันอยู่ต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น
บางทีสิ่งที่พวกเขากำลังคิดอยู่ในตอนนี้คงหนีไม่พ้น—หมอนี่ต้องมาจากอัซคาบันแน่ๆ ถึงได้ทำตัวเป็นผีดิบเดินเพ่นพ่านตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม
ดันเต้ลัดเลาะเข้าไปในทางเดิน เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงห้องพักของตน เอลฟ์ประจำบ้านได้เข้ามาทำความสะอาดและจัดระเบียบห้องไว้เรียบร้อยแล้ว
มันยังคงเป็นเตียงสี่เสาพร้อมผ้าม่านแบบเดิม ดันเต้แอบสงสัยด้วยซ้ำว่าพวกนั้นอาจจะแค่ยกเตียงเสริมจากหอนอนของแฮร์รี่มาไว้ในห้องนี้ดื้อๆ เลย
ห้องทั้งห้องสะอาดสะอ้าน โต๊ะตัวเล็กตัวเดิมถูกเช็ดถูจนเงาวับเหมือนใหม่ ทำให้ห้องของดันเต้ดูเหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือมากกว่าหอนอนทั่วไปเสียอีก
เตาผิงขนาดเล็กถูกนำมาติดตั้งไว้ เพื่อช่วยปัดเป่าสภาพอากาศอันหนาวเหน็บและชื้นแฉะของที่ราบสูงสกอตแลนด์ให้ออกไปจากห้อง แต่สำหรับดันเต้ ผู้ซึ่งผ่านการใช้ชีวิตในอัซคาบันจนมีภูมิต้านทานความหนาวเย็นทะลุปรอท เตาผิงเล็กๆ นี้ก็คงเป็นได้แค่ของประดับ—ไม่สิ ถ้าเขาหาวัตถุดิบมาได้ เตาผิงนี่อาจจะเอาไว้ใช้ปิ้งย่างได้เลยต่างหาก!
ว่ากันว่าหอนอนของฮัฟเฟิลพัฟมีชุดเครื่องครัวเตรียมไว้ให้ในแต่ละห้อง แม้กฎของฮอกวอตส์จะห้ามทำอาหารในหอนอนก็ตาม—แต่ใครจะสนล่ะ ตราบใดที่ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา ก็ถือว่าไม่ได้ทำผิดกฎเสียหน่อย
หากจะมีความไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง ก็คงเป็นเรื่องที่ห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัวเหมือนหอนอนอื่นๆ หากดันเต้ต้องการทำธุระส่วนตัว เขาก็คงต้องเดินลงไปใช้ห้องน้ำที่ห้องนั่งเล่นรวม
ส่วนเรื่องอาบน้ำชำระล้างร่างกาย... ดันเต้ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ปัญหา คาถาทำความสะอาดสามารถจัดการได้ทุกอย่าง เหมือนกับที่เขาเคยทำตอนอยู่อัซคาบันนั่นแหละ เพียงแค่สะบัดไม้กายสิทธิ์ ปัดเป่าฝุ่นผงออกจากตัว ดันเต้ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ทันที
เยี่ยมไปเลย เตียงนี้นุ่มกว่าเตียงที่ร้านหม้อใหญ่รั่วเสียอีก ดูเหมือนว่าฮอกวอตส์จะยังพอมีอะไรดีกว่าอัซคาบันอยู่บ้าง
คิดได้ดังนั้น ดันเต้ก็ผล็อยหลับไป
...
...
ในขณะที่เหล่านักเรียนปีหนึ่งยังคงดื่มด่ำอยู่กับความตื่นเต้นที่ได้มาเยือนฮอกวอตส์ ดันเต้กลับปรับตัวเข้ากับสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น นาฬิกาชีวภาพก็ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมา
เขาร่ายคาถาทำความสะอาดช่องปากและใบหน้าตามลำดับ จากนั้นก็หยิบหนังสือที่ต้องใช้สำหรับวิชาคาถาคาบแรก แล้วเดินตรงดิ่งลงไปยังห้องโถงใหญ่
ดันเต้เดินไปนั่งตรงที่ว่างบนโต๊ะยาวของกริฟฟินดอร์—ในเวลานี้ ยังมีพ่อมดแม่มดลงมาทานมื้อเช้าที่ห้องโถงใหญ่น้อยมาก สองฝั่งของโต๊ะยาวจึงยังมีที่นั่งว่างอยู่อีกเพียบ
สิ่งที่ทำให้ดันเต้ประหลาดใจก็คือ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ กำลังนั่งทานมื้อเช้าอยู่ก่อนแล้ว
ดันเต้ไม่ได้ให้ความสนใจเธอนัก เพราะทันทีที่เขานั่งลง ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว นม และข้าวโอ๊ตต้มก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า สำหรับเขาที่กำลังหิวโซ การกินย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
ดันเต้ตักข้าวโอ๊ตข้นๆ มาหนึ่งชาม รินนมใส่ลงไป แล้วเริ่มลงมือทานอย่างไม่รีบร้อน
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระทบกันของช้อนส้อมที่ถูกวางลงจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะยาว เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเฮอร์ไมโอนี่มานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาแล้ว
"อรุณสวัสดิ์"
"อรุณสวัสดิ์"
เฮอร์ไมโอนี่จ้องมองดันเต้อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยถาม "พวกเขาลือกันว่าเธอเป็นอาชญากร เธอเป็นอาชญากรจริงๆ หรือเปล่า"
ดันเต้ใช้ส้อมจิ้มไส้กรอก หมุนก้านส้อมด้วยปลายนิ้วเบาๆ ทำให้ไส้กรอกหมุนควงไปมา "ถ้าเกณฑ์ในการตัดสินว่าใครสักคนเป็นอาชญากรหรือไม่ คือการที่เขาเคยติดคุกมาก่อนล่ะก็ น่าเสียดายที่ฉันคงต้องตอบว่าใช่"
เฮอร์ไมโอนี่เป็นเด็กผู้หญิงที่ฉลาดหลักแหลมมาก แม้ว่าตอนนี้เธอจะเพิ่งอายุสิบเอ็ดขวบก็ตาม "งั้นเธอกำลังจะบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่แค่ถูกจับขังคุกงั้นสิ"
ดันเต้ยิ้มพลางกัดปลายไส้กรอกคำหนึ่ง "เด็กเจ็ดขวบที่ยังไม่เคยเรียนเวทมนตร์ด้วยซ้ำ จะไปก่อคดีอุกฉกรรจ์อะไรนักหนาถึงขั้นต้องถูกจับขังในอัซคาบันได้ล่ะ"
เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้ารับ "ฉันเข้าใจแล้ว เธอถูกปรักปรำนี่เอง"
ดันเต้กัดไส้กรอกอีกคำ เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเอ่ยถาม "แล้วทำไมคุณเกรนเจอร์ถึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ล่ะ"
เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "ฉันไม่คิดว่าคนที่รักการอ่านหนังสือเหมือนกับฉันจะเป็นคนเลวร้ายไปได้หรอก"
ดันเต้ถอนหายใจ "ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ จอมมารผู้ชั่วร้ายคนนั้นน่ะ สมัยเรียนก็เป็นนักเรียนดีเด่นเหมือนกันนั่นแหละ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น พ่อมดแม่มดบ้านสลิธีรินกลุ่มหนึ่งก็เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาในห้องโถงใหญ่
ดูเหมือนพวกเขากำลังปรึกษาหารืออะไรบางอย่างกันอยู่
ด้วยระยะห่างที่พอสมควร ดันเต้จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนัก แต่ก็พอจะจับใจความได้บ้าง
ส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่กับประโยคทำนองว่า 'เราควรไปบอกศาสตราจารย์สเนปดีไหม', 'ไม่เอาอะ เดี๋ยวโดนศาสตราจารย์สเนปตะคอกใส่เอาหรอก', และ 'แต่มันเหม็นโฉ่สุดๆ ไปเลยนะ'
ดันเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ระเบิดเหม็นของฝาแฝดวีสลีย์นี่อานุภาพร้ายกาจจริงๆ ห้องนั่งเล่นรวมของทุกบ้านต่างก็มีระบบระบายอากาศด้วยเวทมนตร์เป็นของตัวเองแท้ๆ แต่ถึงอย่างนั้น กลิ่นเหม็นในห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีรินก็ยังไม่จางหายไปแม้จะผ่านไปทั้งคืนแล้วก็ตาม!
น่าประทับใจเสียจริง
จนกระทั่งทานมื้อเช้าเสร็จและกำลังจะออกจากห้องโถงใหญ่ ดันเต้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพวกพ่อมดน้อยจากหอนอนของแฮร์รี่เลย—ดูท่าเมื่อคืนพวกนั้นคงจะตื่นเต้นจัดจนอยู่ดึกกันแหงๆ
คาบเรียนแรกคือวิชาคาถา และดันเต้ก็ไม่จำเป็นต้องเที่ยวถามทางใคร เขาเพียงแค่หยิบแผนที่ตัวกวนออกมา
"ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้"
ดันเต้กางแผนที่ออก หาตำแหน่งของห้องเรียนวิชาคาถา และในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นชื่อของแฮร์รี่ รอน เนวิลล์ เชมัส และดีน ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ในหอนอน
"นั่นอะไรน่ะ"
เสียงของเฮอร์ไมโอนี่ดังขึ้นจากด้านหลัง เด็กหญิงตัวน้อยเดินตามเขามาจริงๆ ด้วย เธอชะโงกหน้ามองแผนที่ตัวกวนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ดันเต้พับแผนที่เก็บ
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่แผนที่ฮอกวอตส์น่ะ"
"แล้วเธอไปเอาแผนที่ฮอกวอตส์มาจากไหนล่ะ"
ให้ตายเถอะ เฮอร์ไมโอนี่ในช่วงสองปีแรกนี่เป็นยัยหนูที่น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย ทั้งท่าทีหยิ่งยโสอวดดี แถมยังชอบซักไซ้ไล่เลียงไม่เข้าเรื่อง
ดันเต้ยักไหล่ "รุ่นพี่ที่ฉันเจอในอัซคาบันเป็นคนทำขึ้นมาน่ะ"
พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอกนะ ซิเรียส แบล็ก ก็มีส่วนร่วมในการสร้างแผนที่ตัวกวนจริงๆ นี่นา
เฮอร์ไมโอนี่ทำปากยื่นและไม่ได้พูดอะไรต่อ
ดันเต้จึงเอ่ยขึ้น "คุณเกรนเจอร์ ทางที่ดีเธอควรจะอยู่ห่างๆ ฉันไว้นะ ไม่อย่างนั้นเธอจะโดนคนอื่นแบนเอาได้"
เฮอร์ไมโอนี่ก้มหน้าลงกะทันหัน สายตาจับจ้องไปที่หนังสือในอ้อมแขน ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว "ฉันไม่แคร์หรอก"
แหงล่ะ เธอไม่แคร์อยู่แล้ว เอาเข้าจริง สภาพความเป็นอยู่ของแม่หนูคนนี้ในหอนอนหญิงก็คงไม่ได้ต่างจากดันเต้สักเท่าไหร่ เพราะนิสัยของเธอดันน่าหมั่นไส้เกินไปหน่อย
นั่นหมายความว่า เฮอร์ไมโอนี่น่าจะถูกเพื่อนร่วมห้องที่เป็นผู้หญิงแบนไปเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์นี้จะยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนกระทั่งคำพูดของรอนตามในเนื้อเรื่องต้นฉบับกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำลายความเข้มแข็งของเฮอร์ไมโอนี่ลง
เมื่อดันเต้นึกถึงนิสัยใจคอของเฮอร์ไมโอนี่ เขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้
โอ้ นี่มันเข้าข่าย 'พันธมิตรคนแปลกแยก' เลยไม่ใช่หรือไง
ดังนั้น ดันเต้จึงเลิกพยายามเกลี้ยกล่อมให้เฮอร์ไมโอนี่อยู่ห่างๆ และปล่อยให้เธอเดินตามหลังมาเงียบๆ
เมื่อพวกเขามาถึงห้องเรียนวิชาคาถา ภายในห้องก็ยังว่างเปล่าไม่มีใคร เฮอร์ไมโอนี่ที่เพิ่งจะเดินมากับเขาเมื่อครู่ กลับเดินไปหาที่นั่งที่อยู่ห่างจากดันเต้ออกไปไกลลิบ ปล่อยให้ดันเต้ได้แต่งุนงง
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เหล่าพ่อมดแม่มดน้อยถึงได้เริ่มทยอยกันเข้ามา
แต่สิ่งที่ทำให้ดันเต้ประหลาดใจก็คือ แฮร์รี่กับเพื่อนๆ ดันมาทันเวลาพอดีเสียด้วย—บางทีอาจเป็นเพราะห้องเรียนวิชาคาถาอยู่ค่อนข้างใกล้กับหอคอยกริฟฟินดอร์ล่ะมั้ง
วันนี้พวกเขาต้องเรียนคาถาลูมอส
"ทุกคน ลองตวัดไม้กายสิทธิ์ตามแบบของฉัน แล้วพูดตามฉันนะ—ลูมอส!"
"ลูมอส!"
นี่คือหนึ่งในคาถาที่ง่ายที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น พ่อมดแม่มดน้อยหลายคนก็ทำได้แค่สร้างประกายไฟเล็กๆ พ่นออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์เท่านั้น ซึ่งรวมถึงรอน วีสลีย์ ด้วย
เขาปรายตามองแสงริบหรี่ราวกับแสงเทียนของแฮร์รี่อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปมองแสงสว่างที่ปลายไม้กายสิทธิ์ของดันเต้ที่กำลังเปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เขากำลังจะลองร่ายคาถาอีกครั้ง เขาก็เหลือบไปเห็นยัยเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ จอมน่ารำคาญคนนั้น ชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นสูง ลูกบอลแสงที่ปลายไม้นั่นดูราวกับกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่
รอนกำไม้กายสิทธิ์เก่าๆ ของตัวเองแน่น ริมฝีปากขมุบขมิบบ่นพึมพำอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครฟังได้ศัพท์
"ยอดเยี่ยมมากสำหรับคาถาลูมอส การควบคุมพลังน่าทึ่งจริงๆ! คุณเอมริส คุณทำคะแนนให้กริฟฟินดอร์ได้สำเร็จสองแต้ม!"
บนแท่นบรรยาย ศาสตราจารย์ฟลิตวิกยืนอยู่บนกองหนังสือ—เพื่อที่เขาจะได้โผล่พ้นแท่นบรรยายขึ้นมาให้นักเรียนมองเห็น—เขาส่งยิ้มให้ดันเต้ พร้อมกับมอบคะแนนแรกของปีการศึกษาใหม่ให้แก่เขา
ดันเต้เงยหน้ามองศาสตราจารย์ด้วยความประหลาดใจ และเห็นศาสตราจารย์ฟลิตวิกขยิบตาให้เขา—
หรือว่าสิ่งที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดจะเป็นความจริง? บรรดาศาสตราจารย์แห่งฮอกวอตส์จะให้การดูแลเขาเป็นพิเศษจริงๆ งั้นหรือ?