- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เมอร์ลิน ข้าคือฝันร้ายแห่งอัซคาบัน
- บทที่ 14: แกมันอาชญากร!
บทที่ 14: แกมันอาชญากร!
บทที่ 14: แกมันอาชญากร!
"ใช่" แฮร์รี่ตอบ "ฉันเอง"
รอนตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ว้าว ยอดไปเลย!"
...
ดันเต้เฝ้ามองดูการสนทนาของพวกเขาจากด้านข้าง—พวกเขามองดูรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าและซื้อขนมเหมือนในต้นฉบับไม่มีผิดเพี้ยน
ราวกับว่าเขาตีตั๋วเข้ามาดูหนังแบบสมจริงยังไงยังงั้น
รอนรู้สึกอิจฉาตาร้อนสุดๆ เมื่อเห็นแฮร์รี่ใช้เงินสิบเอ็ดซิกเกิ้ลเงินกับอีกเจ็ดคุตทองแดงไปอย่างหน้าตาเฉย
เขาอยากกินขนมที่แฮร์รี่หอบกลับมาใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอ
"นายหิวไหม" รอนถาม
"หิวสิ หิวชะมัดเลย" แฮร์รี่บอกพลางกัดพายฟักทองคำโต จากนั้นก็หันไปมองดันเต้ "เมื่อเช้าฉันตื่นเต้นไปหน่อยก็เลยลืมลงไปกินข้าวเช้าข้างล่าง แถมฮันนาห์ก็ไม่ได้เอาอะไรมาให้กินด้วย"
ดันเต้ส่ายหน้า "แฮร์รี่ นายเบลอไปแล้วมั้ง ฮันนาห์ก็เป็นนักเรียนใหม่ปีนี้เหมือนกันนะ"
"อ้อ จริงด้วยสิ!" รอนมองแฮร์รี่สลับกับดันเต้ "พวกนายสองคนสนิทกันเหรอ"
แฮร์รี่พยักหน้า "เราพักอยู่ด้วยกันที่ร้านหม้อใหญ่รั่วมาก่อนน่ะ แล้วก็เป็นเพื่อนซี้กันด้วย"
"ว้าว ดีจังเลยนะ" รอนพึมพำ หยิบกล่องกระดาษออกมาเปิดให้เห็นแซนด์วิชที่ถูกหั่นไว้สี่ชิ้น "แม่มักจะลืมอยู่เรื่อยว่าฉันไม่ชอบคอร์นบีฟ..."
ดันเต้ขมวดคิ้ว พลางคิดในใจว่า 'ไอ้เด็กนี่ไม่รู้จักความโชคดีของตัวเองเอาซะเลย!'
แล้วเขาก็ได้ยินแฮร์รี่พูดขึ้นว่า "รอน เอาแซนด์วิชนายมาแลกกับของฉันไหมล่ะ ฉันอยากลองชิมฝีมือแม่นายดูน่ะ"
"โธ่ นายอาจจะไม่ชอบก็ได้นะ..." แม้รอนจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยอมแลกขนมพายชิ้นหนึ่งกับแฮร์รี่อยู่ดี
"รอน กินตามสบายเลย ฉันกับดันเต้กินพวกนี้ไม่หมดอยู่แล้วล่ะ จริงไหม ดันเต้"
ดันเต้พยักหน้า "ใช่ ฉันไม่ชอบกินขนมน่ะ"
รอนปรายตามองดันเต้ แอบบ่นอุบในใจ—'ไอ้ตัวประหลาด! มีเด็กที่ไหนไม่ชอบกินขนมบ้าง'
...
ไม่นานนัก แฮร์รี่กับรอนก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
อันที่จริง แฮร์รี่กับรอนถือเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างแท้จริง ส่วนดันเต้นั้น ถ้านับรวมอายุจากชาติที่แล้ว เขาปาเข้าไปสี่สิบปีแล้ว
แฮร์รี่กับรอนเริ่มแกะห่อกบช็อกโกแลต ดึงการ์ดออกมาได้ดัมเบิลดอร์ ตามด้วยเฮนกิสต์, อัลเบอริก, เซอร์ซี, พาราเซลซัส และเมอร์ลิน
"นี่คือเมอร์ลินเหรอ พ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลน่ะหรือ" แฮร์รี่ถาม
"ใช่ แฮร์รี่" รอนผู้ภูมิใจหนักหนาที่ได้เติบโตมาในโลกเวทมนตร์ รู้สึกว่าตัวเองสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะให้แฮร์รี่ปรับตัวเข้ากับโลกเวทมนตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ "เมอร์ลินเก่งกาจมากจริงๆ ว่ากันว่าเขาสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์และผู้คนได้สารพัด แต่ฉันว่าดัมเบิลดอร์น่าจะเก่งกว่านะ"
แฮร์รี่พยักหน้า แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเชื่อหรือไม่ก็ตาม
"อ๊ะ! ดูสิ เมอร์ลินในรูปหน้าตาเหมือนดันเต้เด๊ะเลย!"
"อะไรนะ" รอนชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ—แม้เขาจะมีการ์ดเมอร์ลินอยู่แล้ว แถมยังสะสมไว้ตั้งสามใบ แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตดูมันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง
เมอร์ลินในรูปวาดมีหน้าผากล้านเถิกและมีเคราแพะสีขาวเป็นกระจุกอยู่ที่คาง
ถ้าไม่นับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เครื่องหน้าของเขาก็คล้ายคลึงกับดันเต้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์จริงๆ โดยเฉพาะดวงตาที่ราวกับถอดแบบกันมา
"อืม ก็มีความคล้ายอยู่นิดหน่อยนะ" รอนบอก "แต่ฉันไม่ค่อยชอบเมอร์ลินเท่าไหร่หรอก"
แฮร์รี่ถาม "ทำไมล่ะ"
"ก็เพราะเขาว่ากันว่าเมอร์ลินมาจากบ้านสลิธีรินน่ะสิ"
ดันเต้ส่ายหน้าเบาๆ—ฮอกวอตส์ก่อตั้งขึ้นราวๆ ปี ค.ศ. 990 ในขณะที่ช่วงเวลาที่เมอร์ลินมีบทบาทมากที่สุดคือช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5 ซึ่งเป็นเวลานานแสนนานก่อนที่ซัลลาซาร์ สลิธีรินจะเกิดเสียอีก!
บางทีคนของสลิธีรินในยุคใดบุคหนึ่งคงอยากจะสร้างเกียรติประวัติให้บ้านตัวเอง ก็เลยกุข่าวลือว่าเมอร์ลินมาจากสลิธีริน แต่เรื่องพรรค์นี้ก็มีแต่เด็กที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์เท่านั้นแหละที่เชื่อ
"บ้านสลิธีรินคืออะไรล่ะ ทำไมต้องไม่ชอบเมอร์ลินแค่เพราะเขามาจากบ้านสลิธีรินด้วย"
รอนตาโตขึ้นเล็กน้อย นี่มันไม่ใช่ความรู้รอบตัวหรือไง
แต่พอเขานึกขึ้นได้ว่าแฮร์รี่มาจากโลกมักเกิ้ล เขาก็เข้าใจทันที "ฮอกวอตส์มีสี่บ้าน คือ..."
ขณะที่รอนกำลังอธิบายเกร็ดความรู้ทั่วไปของโลกเวทมนตร์ให้แฮร์รี่ฟังอยู่นั้น ประตูห้องโดยสารก็ถูกเลื่อนเปิดออก
รุ่นพี่คนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตู "ฮะ! แกมาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย! ดันเต้ เอเวอรี!"
ดันเต้วางหนังสือในมือลงแล้วหันไปมอง เขารู้จักหมอนี่ หรือจะให้ถูกคือ เคยเจอหน้าครั้งหนึ่งตอนดันเต้อายุห้าขวบ ในงานศพของคุณตาของเขา
ตอนนั้นครอบครัวหลักของตระกูลเอเวอรีก็ส่งคนมาร่วมแสดงความเสียใจด้วย และหมอนี่ก็มากับพ่อแม่ของเขา รู้สึกจะชื่อดูนัต เอเวอรี และพ่อของเขาก็เป็นพี่ชายของดอนน่า เอเวอรี
"ดูนัต เอเวอรี?"
ดูนัต เอเวอรี ปรายตามองรอนกับแฮร์รี่ด้วยหางตาก่อน แล้วแค่นเสียงเฮอะในลำคอ "พวกวีสลีย์อีกแล้วสินะ"
จากนั้นเขาก็มายืนประจันหน้ากับดันเต้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส "ฉันเอง! ดีนี่ที่แกยังจำฉันได้ ดันเต้ เอเวอรี!"
ดันเต้ส่ายหน้า "ตอนนี้ฉันไม่ได้ชื่อดันเต้ เอเวอรีแล้ว ฉันชื่อดันเต้ เอมริส"
"ไอ้อาชญากร! ไอ้คนทรยศ! ตระกูลยังไม่ได้เตะแกออกเลย แต่แกกลับทรยศครอบครัวก่อนซะนี่! สมแล้วจริงๆ พวกที่เคยเข้าอัซคาบันมันไม่มีดีสักคน!"
เมื่อเห็นเพื่อนถูกดูหมิ่น แฮร์รี่ก็อยากจะลุกขึ้นไปช่วยทันที แต่ก็ได้รับสายตาปรามจากดันเต้เสียก่อน
ดวงตาของดันเต้ราวกับจะสื่อสารได้ และจู่ๆ แฮร์รี่ก็ได้ยินเสียงดันเต้ดังก้องในหัว: "อย่าเพิ่งวู่วาม ปล่อยให้ฉันจัดการเอง"
ส่วนรอนนั้นดูหวาดกลัวสุดขีด เขามองไปที่เด็กชายผมขาวตรงหน้า—ถ้าเขาหูไม่ฝาด ดูนัต เอเวอรี บอกว่าดันเต้ เอมริส เป็นอาชญากรจากอัซคาบันงั้นเหรอ
ดันเต้ลุกขึ้นยืน ค่อยๆ ชักไม้กายสิทธิ์ออกมาและชี้ไปที่ดูนัต
"ทำไมฉันถึงต้องไปอัซคาบัน พวกตระกูลเอเวอรีอย่างพวกแกไม่รู้หรือไง พวกแกใช้ความทุกข์ทรมานของฉันเพื่อแลกกับความปลอดภัยของไก เอเวอรี แกกล้าดียังไงมายืนเสนอหน้าเรียกฉันว่าคนทรยศห๊ะ"
ดูนัตแสยะยิ้ม ชักไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมาเช่นกัน
"แกมันก็แค่เด็กปีหนึ่ง เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ชี้ไม้กายสิทธิ์ใส่รุ่นพี่กัน ดี! ในเมื่อพ่อแม่แกตายไปหมดแล้ว งั้นฉันจะสั่งสอนมารยาทพื้นฐานที่ควรมีต่อรุ่นพี่ให้แกเอง—'โลโคมอเตอร์ มอร์ติส'..."
"เพ็ตทริฟิคัส โททาลัส!"
คาถาของดันเต้ถูกร่ายออกมาอย่างรวดเร็วและฉะฉาน จบลงก่อนที่คำแช่งของดูนัตจะหลุดออกจากปากได้ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
แสงสีฟ้าขาวพุ่งกระแทกดูนัต ร่างของเขาค่อยๆ กลายเป็นสีเทาและแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
ดันเต้โบกไม้กายสิทธิ์เพื่อเปิดประตูห้องโดยสาร
เขาโบกไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง ส่งร่างหินของดูนัตลอยกระเด็นออกไปด้านนอก
สุดท้ายเขาก็ตวัดไม้กายสิทธิ์กลับ เก็บมันลงซองอย่างแนบเนียน และจังหวะเดียวกันนั้น ประตูห้องโดยสารก็เลื่อนปิดลงอีกครั้ง
พูดกันตามตรง ท่วงท่าของดันเต้นั้นลื่นไหลและเท่สุดๆ แต่ในสายตาของรอน นี่มันคือความคล่องแคล่วของพ่อมดศาสตร์มืดที่ชำนาญในการกำจัดศพหลังฆ่าคนชัดๆ!
"นี่... นี่นายเคยอยู่ในอัซคาบันเหรอ" รอนรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม
ดันเต้พยักหน้า เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบัง ทุกคนที่ควรรู้ก็คงรู้กันหมดแล้ว "ใช่ ฉันอยู่ในอัซคาบันมาสี่ปี เพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"