- หน้าแรก
- ผมนี่แหละ ลูกพี่ลูกน้องของแฮร์รี่ พอตเตอร์
- บทที่ 28 พรานเบ็ดไม่เคยกลับมือเปล่า
บทที่ 28 พรานเบ็ดไม่เคยกลับมือเปล่า
บทที่ 28 พรานเบ็ดไม่เคยกลับมือเปล่า
ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเพ็ตทูเนียกับเวอร์นอนคุยอะไรกัน แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น เวอร์นอนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเลิกบ่นกระปอดกระแปดเรื่องเวทมนตร์ และแสดงความกระตือรือร้นต่อตรอกไดแอกอนที่พวกเขากำลังจะไปในวันนี้อย่างออกนอกหน้า
ถ้าไม่ติดว่าดัดลีย์รู้ดีว่าเพ็ตทูเนียใช้เวทมนตร์ไม่ได้ เขาคงสงสัยไปแล้วว่าเธอแอบร่ายมนตร์สลับสมองให้พ่อของเขาหรือเปล่า
"อีกนานไหมกว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะมาถึง พ่อละอยากเห็นโลกเวทมนตร์นั่นจะแย่อยู่แล้ว"
เวอร์นอนเอนกายบนโซฟาด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด
"ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงครึ่งเองครับ อีกตั้งสามสิบนาทีกว่าจะถึงเก้าโมง" ดัดลีย์เอ่ยพลางเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง เขาเพิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จ จึงใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อขณะเดินไปทางห้องน้ำแล้วพูดแก้ให้ว่า "และนั่นคือศาสตราจารย์มักกอนนากัลครับ ไม่ใช่ศาสตราจารย์มักโข่ การเรียกชื่อคนอื่นผิดมันเสียมารยาทมากนะครับ"
"โอ้ เวอร์นอน มาดูนี่สิ ชุดนี้ฉันใส่แล้วเป็นยังไงบ้าง"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเพ็ตทูเนียดังมาจากห้องนอน ทำให้เวอร์นอนรีบกุลีกุจอเข้าไปหา
สิบนาทีต่อมา
"ไม่ได้ ชุดนี้ไม่เหมาะ สีมันฉูดฉาดเกินไป"
"ไม่เอา ตัวนี้ก็ไม่ดี ดูหวือหวาไปหน่อย ฉันเคยได้ยินลิลี่บอกว่าพวกผู้วิเศษน่ะใส่เสื้อผ้าค่อนข้างเรียบง่าย"
อีกสิบนาทีผ่านไป
เพ็ตทูเนียมองดูตู้ที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแล้วคร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง "โอ้ คุณพระช่วย ฉันไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้ว"
เวอร์นอน: ...
ห้านาทีต่อมา ดัดลีย์อาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ ส่วนแฮร์รี่ก็เดินเกาพุงหาวหวอดออกมาจากห้องใต้บันได เมื่อคืนเขาตื่นเต้นจนนอนดึกเกินไป ทำให้ตอนนี้ดูสะลึมสะลือไม่ค่อยมีสปิริตนัก
ในที่สุดเพ็ตทูเนียก็จำใจเลือกชุดที่เหมาะสมได้ชุดหนึ่ง
ห้านาทีต่อมา เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขเก้า เสียงกริ่งหน้าบ้านเดอร์สลีย์ก็ดังขึ้น
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลมาถึงตรงเวลาเป๊ะ
"เราจะไปกันด้วยพรมบิน หรือว่าจะเหาะไปเลยครับ"
เวอร์นอนชะเง้อมองไปข้างหลังศาสตราจารย์มักกอนนากัลครู่หนึ่งก่อนจะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เสียใจด้วยนะคุณเดอร์สลีย์ พรมบินถูกกระทรวงเวทมนตร์สั่งห้ามใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แล้ว อย่างน้อยก็ในยุโรปน่ะนะ"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลอธิบายให้เวอร์นอนฟัง "ปกติแล้วถ้าจะเหาะ เราจะใช้ไม้กวาดบินกัน"
"ทำไมพรมบินถึงโดนสั่งห้ามล่ะครับ" ดัดลีย์ถามด้วยความสงสัย
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตอบว่า "เพราะพรมบินถูกจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของมักเกิ้ลน่ะสิ"
"โลกเวทมนตร์นี่กีดกันของที่คนธรรมดาทำขึ้นขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
"ประมาณนั้นแหละ" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวต่อ "อย่างพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ที่พวกมักเกิ้ลใช้กัน ก็ไม่สามารถนำมาใช้ในฮอกวอตส์ได้"
"แล้วพวกคุณใช้เครื่องมืออะไรในการส่องสว่างล่ะครับ"
"เทียนไข ตะเกียงน้ำมันก๊าด แล้วก็คบเพลิง" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยกตัวอย่าง ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุดในโลก
'นี่มันไม่ต่างอะไรกับการย้อนกลับไปยุคกลางเลยไม่ใช่หรือไง'
ดัดลีย์ตาแทบถลนเมื่อได้ยินแบบนั้น
ต่อให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะอธิบายว่าของพวกนั้นเป็นของวิเศษ แต่มันก็เปลี่ยนแก่นแท้ของมันไม่ได้ ในแง่ของการให้แสงสว่าง ของพวกนั้นไม่มีทางสู้หลอดไฟฟ้าได้เลยสักนิด
ดัดลีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย คำพูดของศาสตราจารย์มักกอนนากัลทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความหัวโบราณและอคติที่มีต่อคนภายนอกอย่างรุนแรงของพวกผู้วิเศษ ทำไมพวกเขาถึงต้องปิดหูปิดตาตัวเองทั้งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่าให้เลือกใช้
เมื่อลองคิดว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ง่ายๆ ทั้งหลายจะใช้การไม่ได้เลย แถมความบันเทิงอย่างพวกเครื่องเล่นเกมหรือโทรทัศน์ก็หายวับไปหมด ต้องกลับไปใช้ชีวิตระดับยุคกลางที่ยังต้องจุดตะเกียงน้ำมันเดินตอนกลางคืน ดัดลีย์ก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาแวบหนึ่งว่า การไม่ได้ไปฮอกวอตส์อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ขนาดนั้น... แน่นอนว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น
"เริ่มสายแล้ว และเรายังต้องไปรับแม่มดน้อยอีกคนหนึ่งด้วย" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหยิบแผ่นกระดาษหนังออกมาจากกระเป๋าแล้วเพ่งมองอย่างละเอียด "ขอดูหน่อยนะ... บ้านเธออยู่ค่อนข้างไกลจากที่นี่พอสมควร แต่เราสามารถใช้ผงฟลูผ่านทางบ้านผู้วิเศษที่ใกล้ที่สุดไปยังบ้านตระกูลจอห์นสัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสองกิโลเมตร บ้านของเธออยู่ในที่ค่อนข้างห่างไกลจริงๆ แถวนั้นไม่ค่อยมีผู้วิเศษอาศัยอยู่เลย"
ตบท้ายด้วยอีกประโยคหนึ่ง
"หวังว่าวันนี้คนบ้านจอห์นสันจะอยู่บ้านนะ ไม่งั้นเราคงต้องเดินเท้ากันถึงห้ากิโลเมตร"
"ถ้าพวกเขาไม่อยู่บ้าน พวกคุณก็ผ่านไปไม่ได้เหรอครับ"
ดัดลีย์รู้สึกอึ้งไปเลย นี่มันการจัดการแบบไหนกัน ต้องเดินทะลุผ่านบ้านคนอื่นเนี่ยนะ
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลอธิบายอย่างใจเย็น "แน่นอนจ้ะ ถ้าไม่มีคนอยู่บ้าน เตาผิงก็จะถูกปิดไว้"
อันที่จริงพวกเขาสามารถใช้การหายตัวได้ แต่ครอบครัวเดอร์สลีย์เป็นมักเกิ้ล ส่วนแฮร์รี่กับดัดลีย์ก็ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อน
การหายตัวไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าอภิรมย์นัก โดยเฉพาะในครั้งแรก
ส่วนเรื่องกุญแจบ้านน่ะหรือ เสียใจด้วยนะ แถวนี้ไม่มีประตูมิติให้ใช้หรอก
ดัดลีย์ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้และมองดูที่อยู่บนกระดาษหนังแผ่นนั้น มันคือย่านที่พักอาศัยระดับหรูที่จัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในลอนดอน บางทีในสายตาผู้วิเศษมันอาจจะดูห่างไกล แต่ความจริงมันอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจที่รุ่งเรืองที่สุดของลอนดอนเลยทีเดียว
และราคาบ้านแถวนั้นก็ไม่ใช่ถูกๆ
"หมู่บ้านเซนต์จอห์นส์วูด... จากบ้านเราขับรถไปแค่สามสิบนาทีก็ถึงแล้วครับ"
ดัดลีย์เสนอ "เราเอารถไปกันดีไหมครับ ถึงมันจะช้าหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินเท้า"
แทนที่จะต้องไปอ้อมให้วุ่นวาย การขับรถไปดูจะเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่ามาก
"ยานพาหนะของมักเกิ้ลเหรอ"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเริ่มลังเลใจ การนั่งรถไปย่อมสะดวกกว่าการเดินเท้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ความจริงยังมีวิธีอื่นอีก ผู้วิเศษเองก็มียานพาหนะส่วนตัว แต่... เมื่อนึกถึงความรู้สึกพะอืดพะอมปั่นป่วนในท้องนั่นแล้ว ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็คิดว่าการนั่งรถของมักเกิ้ลไปก็ดูไม่เลวเหมือนกัน
ดังนั้น คนทั้งห้าจึงเบียดตัวเข้าไปในรถคันที่ใหญ่ที่สุดในโรงรถของเวอร์นอน ช่วงนี้ธุรกิจกำลังไปได้สวย ครอบครัวเดอร์สลีย์จึงมีรถใช้ถึงสามคันแล้ว
เวอร์นอนกับเพ็ตทูเนียแอบผิดหวังเล็กน้อย พวกเขาคาดหวังว่าจะได้เห็นเวทมนตร์ตระการตา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการขับรถไปเสียอย่างนั้น
โชคดีที่ระหว่างทางรถไม่ติดเท่าไหร่นัก พวกเขาจึงมาถึงหมู่บ้านเซนต์จอห์นส์วูดภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
เมื่อมองดูบ้านสามชั้นที่มีหลังคาสีแดง ดัดลีย์ก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ ที่นี่มันดูคุ้นตาพิกล
"แม่... ศาสตราจารย์มักกอนนากัลใกล้จะมาถึงแล้วนะ เร็วๆ หน่อยสิ"
ขณะยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาได้ยินเสียงที่ดูเจ้ากี้เจ้าการและคุ้นหูอย่างยิ่งดังแว่วออกมา
จากนั้นประตูก็ถูกผลักเปิดออก คู่รักวัยหนุ่มสาวและเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับพวกเขา
ทั้งสามคนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนที่ฝ่ายชายที่เป็นเจ้าบ้านจะรีบปรี่เข้าไปหาเวอร์นอนด้วยความตื่นเต้นและสวมกอดเขาอย่างแนบแน่น "โอ้ คุณพระช่วย นี่ไม่ใช่เวอร์นอน น้องชายที่รักของฉันหรอกเหรอ"
เวอร์นอนเองก็ตบหลังอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม "เฮ้ พี่ชายเวนเดลล์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"
เวนเดลล์ เกรนเจอร์ และโมนิก้า เกรนเจอร์ คู่สามีภรรยาทันตแพทย์ชื่อดังในลอนดอน ซึ่งมีฝีมือในการรักษาที่ยอดเยี่ยมมาก
ส่วนเหตุผลที่พวกเขารู้จักกับครอบครัวเดอร์สลีย์นั้น เป็นเพราะมีคืนหนึ่งที่เวอร์นอนกินไอศกรีมมากเกินไปจนปวดฟันจี๊ดขึ้นมา และถูกส่งตัวไปรักษาที่คลินิกของคุณเกรนเจอร์อยู่สองวันถึงหายเป็นปกติ
ระหว่างการรักษา พวกเขาค้นพบว่าต่างคนต่างก็ชอบตกปลาเหมือนกัน และเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันมากขึ้น
พวกเขามักจะนัดไปตกปลาด้วยกันเสมอ แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะลงเอยด้วยการกลับมือเปล่าอยู่ตลอด แต่นั่นกลับทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บางครั้งมิตรภาพของเหล่านักตกปลามันก็แปลกประหลาดแบบนี้แหละ
ตอนที่ดัดลีย์ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โรงเรียนประถมออกซ์ฟอร์ดดราก้อน ก็เป็นเพราะเวอร์นอนไปปรึกษาขอความเห็นจากคุณเกรนเจอร์มานี่เอง
อ้อ เกือบลืมบอกไป ลูกสาวของพวกเขามีชื่อว่า เฮอร์ไมโอนี่ จีน เกรนเจอร์
ส่วนทำไมถึงมีชื่อ 'จีน' อยู่ตรงกลางด้วยนั้น ก็เพราะนามสกุลเดิมของมิสซิสเกรนเจอร์ก่อนจะแต่งงานกับคุณเกรนเจอร์คือโมนิก้า จีน นั่นเอง