- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ทหารฤดูหนาวสายไซเบอร์
- บทที่ 22: ทหารผ่านศึก
บทที่ 22: ทหารผ่านศึก
บทที่ 22: ทหารผ่านศึก
แมนฮัตตัน
เทศกาลคริสต์มาสใกล้เข้ามาเยือน บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอบอวลไปทั่วทุกหนแห่ง
เซนทรัลพาร์ก
บนม้านั่งตัวหนึ่ง สกายในชุดใหม่เอี่ยมดูน่ารักจิ้มลิ้ม กำลังเลียช็อกโกแลตซันเดย์อย่างมีความสุข ขณะที่บัคกี้ซึ่งแบกถุงชอปปิงพะรุงพะรังนั่งทำหน้าเหมือนปลาตายอยู่ข้างๆ
"การชอปปิงของผู้หญิงนี่มันเป็นพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดชัดๆ"
แม้เมื่อคืนเขาจะไม่ได้นอน แต่ด้วยฟังก์ชันการนอนหลับของระบบ สติของเขาแค่วูบดับไปชั่วครู่ ร่างกายก็ฟื้นคืนสภาพกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง
ทว่าการถูกแม่หนูเดซี่ตัวน้อยลากไปชอปปิง กลับสูบพลังกายของเขาไปจนหมดเกลี้ยงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"เอ่อ... แหะๆ" สกายยกมือเกาหัวด้วยความเขินอาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสกับความสุขในการซื้อของ จึงแอบกังวลนิดๆ ว่าบัคกี้อาจจะไม่พอใจ
แต่เมื่อเห็นบัคกี้แค่บ่นกระปอดกระแปดตามนิสัย เธอก็สบายใจขึ้น... ใครจะสนล่ะ
"คุณลุงคะ หนูคิดว่า... ต่อให้ได้ใช้ชีวิตแบบนี้แค่วันเดียว หนูก็พอใจแล้วล่ะค่ะ"
"เดซี่เอ๊ย จะกินจนจ้ำม่ำขึ้นหน่อยลุงก็ไม่ว่าหรอก แต่อย่ามาทำตัวเป็นสาวน้อยอารมณ์ศิลปินแถวนี้เลย"
บัคกี้รู้สึกทั้งคาดหวังและหวาดกลัวในตัวเดซี่ เขากลัวว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะไม่ใช่ความจริง และเธออาจจะหายไปเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมา ไม่มีคำพูดใดที่จะปลอบประโลมได้ดีไปกว่าการปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เขาทำได้เพียงเอื้อมมือไปขยี้ผมของสกายที่เริ่มกลับมานุ่มสลวยเงางามอีกครั้งอย่างเอ็นดู
"ฮึ่ม! คุณลุงบ้า!" สกายพองแก้มป่องด้วยความงอน เธอกลอกตาไปมา ก่อนจะตักซันเดย์ขึ้นมาเต็มช้อน แล้วดีดส่งมันลอยละลิ่วตรงดิ่งไปยังใบหน้าของบัคกี้
และมันก็ลอยเข้าปากของบัคกี้ไปอย่างแม่นยำ
"ดีมาก รู้จักปรนนิบัติผู้หลักผู้ใหญ่"
ขณะที่หนึ่งผู้ใหญ่กับหนึ่งเด็กน้อยกำลังหยอกล้อหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ บัคกี้ก็นิ่งชะงักไป
เขาสังเกตเห็นครอบครัวพ่อแม่ลูกสี่คน ซึ่งถือถุงชอปปิงพะรุงพะรังไม่แพ้กันกำลังเดินตรงมาทางนี้
เป็นคู่สามีภรรยาพร้อมลูกสองคน เด็กชายคนโตอายุไล่เลี่ยกับสกาย ส่วนภรรยาสาวหน้าตาสะสวยกำลังอุ้มลูกสาวตัวน้อยวัยน่ารักราวสามสี่ขวบเอาไว้
ผู้เป็นสามีและหัวหน้าครอบครัวมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำน่าเกรงขาม ใบหน้าเคร่งขรึมออกจะดูดุดันอยู่บ้าง ทว่าแววตากลับอ่อนโยนลงยามทอดมองภรรยาและลูกๆ เผยให้เห็นถึงความนุ่มนวลของชายชาตรี
สาเหตุที่บัคกี้สังเกตเห็นพวกเขา ก็เพราะอีกฝ่ายก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน
ชายคนนั้นกับบัคกี้ต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันโดยสัญชาตญาณ สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วแวบหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างลอบขมวดคิ้ว... ชายตรงหน้าไม่ธรรมดาเลย
คนที่เคยผ่านสนามรบมักจะมีแววตา ท่วงท่าการเดิน และกลิ่นอายที่แตกต่างออกไป ในความทรงจำของทหารฤดูหนาว เขาเคยพบเห็นคนประเภทนี้มามากเกินพอ ชายผู้นี้คือทหารผ่านศึกที่รอดชีวิตจากสมรภูมิมาโชกโชน และมือคู่นั้นย่อมพรากชีวิตคนมาแล้วไม่น้อยอย่างแน่นอน
และในสายตาของอีกฝ่าย บัคกี้ก็น่าจะเป็นคนประเภทเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทหารผ่านศึกในสหรัฐอเมริกานั้นมีอยู่ดาษดื่นทั่วไป แม้คนนี้จะดูรับมือยากอยู่สักหน่อย แต่มันก็ไม่ได้สลักสำคัญพอให้บัคกี้ต้องไปใส่ใจอะไรมากนัก
เขาเพียงแค่พยักหน้าให้เล็กน้อย ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าตอบรับตามมารยาท
ทว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้เดินสวนกันไป เนื่องจากภรรยาและลูกๆ ของทหารผ่านศึกดูเหมือนจะเหนื่อยล้า ครอบครัวทั้งสี่จึงพากันไปนั่งพักบนม้านั่งที่อยู่ห่างจากบัคกี้ไปไม่ไกลนัก
ทหารผ่านศึกดูเหมือนจะดื่มด่ำไปกับความสุขของครอบครัวอันแสนอบอุ่นสมบูรณ์แบบ
ทว่าบัคกี้ที่เพิ่งจะลงมือฆ่าคนไปเมื่อไม่นานมานี้ แถมเมื่อคืนยังเพิ่งออกไปทำเรื่องผดุงคุณธรรมมา สัญชาตญาณการต่อสู้ของทหารฤดูหนาวในกายจึงยังคุกรุ่นและไม่ได้หลับใหลลงแต่อย่างใด
เขารู้สึกตะหงิดใจอยู่ตลอดเวลา ราวกับกำลังจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
พุ่งเป้ามาที่เขางั้นหรือ?
หรือว่าทหารผ่านศึกที่ดูโดดเด่นสะดุดตาคนนี้ จะเป็นบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงกันแน่?
บัคกี้ที่แค่เดินเล่นชิลๆ ก็บังเอิญเก็บสาวน้อยทรงพลังอย่างเควกมาได้ รู้สึกว่าตนเองไม่ควรจะดวงดีเข้าข้างตัวเองขนาดนั้น
"สกาย ไปกันเถอะ หนูอยากดูคนเหล็กไม่ใช่เหรอ? ไปดูคนเหล็ก 2 กันดีกว่า"
"จริงเหรอคะ? ไปค่ะๆ ว้าว~"
สกายปรบมือรัวด้วยความดีใจ ทว่าจู่ๆ ร่างของเธอก็ลอยหวือขึ้นมา คุณลุงอุ้มเธอขึ้นด้วยแขนข้างเดียวได้อย่างสบายๆ เหมือนกับน้องสาวตัวน้อยที่เธอแอบอิจฉาก่อนหน้านี้ไม่มีผิด สิ่งนี้ทำให้เธอทั้งประหลาดใจและตื้นตันจนอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มบัคกี้ไปฟอดใหญ่
บัคกี้ไม่ได้ถือสาที่ถูกแม่หนูเดซี่ฉวยโอกาสเอาใจ เขาเพียงแค่ทอดสายตามองลึกไปยังทหารผ่านศึกคนนั้น
ทหารผ่านศึกสัมผัสได้ถึงบางสิ่งกะทันหัน ทว่าเมื่อหันไปมองก็เห็นเพียงแผ่นหลังของบัคกี้ที่แขนข้างหนึ่งอุ้มสาวน้อยโลลิ ส่วนอีกมือหิ้วถุงชอปปิงเดินห่างออกไปแล้ว
บัคกี้ไม่แน่ใจว่าปัญหาจะเกิดจากฝั่งไหนกันแน่ การบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้พวกเขาเดือดร้อน และหากเป็นปัญหาของฝั่งทหารผ่านศึก สกายก็อาจจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วย
ทางที่ดีควรพาเดซี่ไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ปัญหาจากฝั่งเขา แล้วค่อยย้อนกลับมาดูสถานการณ์
ทว่าในจังหวะนั้นเอง!
บัคกี้ที่ดูเหมือนเดินทอดน่องแต่แท้จริงแล้วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนห่างออกไปกว่าสิบเมตร ก็หันขวับกลับมาทันที!
เขามองเห็นรถมัสเซิลคาร์เชฟโรเลตสีน้ำเงินคันหนึ่ง พุ่งทะยานข้ามสนามหญ้าเตียนโล่งตรงดิ่งเข้าหาครอบครัวทั้งสี่ด้วยความเร็วสูงสุด!
เดิมทีบัคกี้คิดว่าปัญหาน่าจะมาจากฝั่งตนเองมากกว่า แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวนั้น!?
แต่นี่ไม่ใช่เวลามามัวคิดว่าเป็นปัญหาของใคร รถเชฟโรเลตพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แม้ทหารผ่านศึกจะไหวตัวทันแล้ว ทว่าร่างกายกลับตอบสนองช้าไปจังหวะหนึ่ง กว่าเขาจะตั้งสติได้และพยายามเอาตัวบังภรรยากับลูกๆ เพื่อหลบหนี มันก็สายเกินไปเสียแล้ว!
เอี๊ยด! ปัง!
ทันใดนั้น ฝากระโปรงรถเชฟโรเลตก็บังเกิดประกายไฟฟ้าแลบแปลบ ตามมาด้วยกลุ่มควันสีดำทะมึน ตัวรถสูญเสียขุมพลังขับเคลื่อนในทันที และไถลพุ่งต่อไปด้วยแรงเฉื่อยเท่านั้น!
และเนื่องจากควันดำที่พวยพุ่งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย คนขับจึงเหยียบเบรกตามสัญชาตญาณ ทำให้ตัวรถหยุดนิ่งอยู่ห่างจากครอบครัวของทหารผ่านศึกไปเพียงไม่กี่ก้าว!
เป็นบัคกี้ที่ตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาด สแกนล็อกเป้าหมายไปที่เครื่องยนต์ของรถคันนั้น แล้วสั่งการลัดวงจรแม่เหล็กไฟฟ้าใส่โดยตรง!
"กรี๊ด!!!"
วินาทีนั้น ทั้งสกายที่อยู่ในอ้อมอกของบัคกี้ ตลอดจนภรรยาและลูกๆ ของทหารผ่านศึกต่างกรีดร้องลั่น!
ทว่าครอบครัวของทหารผ่านศึกกรีดร้องเพราะความหวาดกลัวสุดขีด ส่วนสกายกรีดร้องเพราะจู่ๆ บัคกี้ก็กระชับอ้อมแขนกอดเธอแน่นแล้วออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูง!
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทหารผ่านศึกได้สติกลับคืนมา และรีบดึงตัวภรรยากับลูกๆ ให้วิ่งหนีทันที!
ทว่าในจังหวะนั้น กลุ่มคนในรถก็เปิดประตูก้าวออกมาเช่นกัน!
พวกมันคือแก๊งอันธพาลชาวละตินอเมริกาสี่คน รอยสักเต็มตัว แต่งตัวฉูดฉาด พร้อมด้วยปืนกลมืออูซี่ในมือ!
ปัง ปัง ปัง! ปรืนนน!
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกปืนขึ้นเล็งไปทางครอบครัวของทหารผ่านศึกทันที ทว่าพวกมันกลับไม่ใช่ฝ่ายแรกที่ได้ลั่นไก!
กลับเป็นบัคกี้ที่อุ้มสกายวิ่งห่างออกไปไกลแล้ว ทว่าเขาหันขวับกลับมาพร้อมกับใช้สายตาล็อกเป้าหมายทั้งสี่คน ชักปืนพกมาคารอฟจากเอวด้านหลัง เหยียดแขนเล็งไปข้างหลัง แล้วรัวกระสุนออกไปตามความรู้สึกล้วนๆ!
น่าเสียดายที่การยิงสุ่มของบัคกี้โดยไม่ได้เล็งนั้นขาดความแม่นยำไปบ้าง โชคยังดีที่กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่หัวไหล่ของคนหนึ่ง และท่อนขาของอีกคนเข้าอย่างจัง!
ทว่ายังมีอันธพาลอีกสองคนที่เหนี่ยวไกสาดกระสุนเข้าใส่ครอบครัวทั้งสี่!
"ไม่!!!"
ทหารผ่านศึกทำได้เพียงใช้ร่างกายของตนบดบังครอบครัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่เขาก็ไม่อาจปกป้องลูกชายที่ตื่นตระหนกจนวิ่งเตลิดออกไปได้ สองพ่อลูกถูกสาดซัดด้วยหยาดเลือด และล้มลงกองกับพื้นจมกองเลือดในทันที!
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว โทสะของบัคกี้ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที กล้ามาฆ่าคนต่อหน้าต่อตาเขาแบบนี้เนี่ยนะ!
ไปตายซะ!
ปัง ปัง!
บัคกี้หมุนตัวกลับมาอย่างฉับพลัน ลั่นไกปืนพกในมือซ้ำๆ สาดกระสุนเจาะกะโหลกอันธพาลสองคนนั้นจนดับคาที่!
จากนั้นบัคกี้ก็จับสกายขึ้นขี่หลังแล้วพุ่งตัวเข้าไปหาด้วยความรู้สึกเดือดดาลในใจที่พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ!
บัดซบเอ๊ย!
เป็นเพราะมัวแต่พะวักพะวนของเขาเองแท้ๆ ที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์ต้องมาล้มลงจมกองเลือดแบบนี้!