- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ทหารฤดูหนาวสายไซเบอร์
- บทที่ 11: นิค ฟิวรี่ (ตอนต้น)
บทที่ 11: นิค ฟิวรี่ (ตอนต้น)
บทที่ 11: นิค ฟิวรี่ (ตอนต้น)
กำลังเสริมมาถึงอย่างรวดเร็ว
ทว่าไม่ใช่กองกำลังไฮดราที่บัคกี้เปลี่ยนใจจากตอนแรกที่ไม่อยากเจอ กลายเป็นแอบหวังให้แห่กันมาอีกสักระลอก
สิ่งที่มาถึงกลับเป็นลูกตาข้างหนึ่ง
เอาล่ะ... ความจริงก็คือคนนั่นแหละ
แต่ในยามค่ำคืนมืดมิดเช่นนี้ ชายหนุ่มผิวดำที่สวมที่คาดตาซ้าย สวมแจ็กเก็ตหนังสีดำ เสื้อคอเต่าสีดำ กางเกงสีดำ และรองเท้าหนังสีดำยืนอยู่โดยมีแสงไฟหน้ารถส่องมาจากด้านหลัง
นอกจากโครงร่างทึบๆ แล้ว นอกเหนือจากลูกตาของเขา ก็แทบจะมองไม่เห็นอะไรบนตัวเขาเลยจริงๆ
จังหวะที่เขาก้าวลงจากรถ บัคกี้มองดูแล้วรู้สึกเหมือนมีลูกตาข้างหนึ่งกำลังลอยเข้ามาหาไม่มีผิด
"คุณสตาร์ก แล้วท่านนี้คือ...?"
เอาเป็นว่า พอเขาเอ่ยปาก ฟันขาวๆ สองแถวก็โผล่ออกมาให้เห็นเพิ่มอีกอย่าง
"อะแฮ่ม!"
ฮาวเวิร์ดซึ่งยืนอยู่ตรงประตูเพื่อต้อนรับ หันไปเห็นบัคกี้ที่อยู่ข้างๆ กำลังตีหน้าขรึม เม้มปากแน่น ปีกจมูกบานออก ดูจริงจังยิ่งกว่าตอนยืนเคารพธงชาติ สมองอันชาญฉลาดของเขาก็เดาได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่กำลังกลั้นขำอย่างสุดชีวิต
เขากรอกตาไปมา รีบกระแอมไอ แล้วเอ่ยขึ้น
"เจ้าหน้าที่ฟิวรี่ คุณมาถึงแล้ว นี่คือจ่าบาร์นส์"
"สวัสดีครับ จ่าบาร์นส์..."
ฟิวรี่มองดูบัคกี้ ดึกดื่นป่านนี้ เขาเพิ่งได้รับสายด่วนจากผู้บริหารระดับสูงของชีลด์ รู้เพียงว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย จึงรีบพาลูกน้องบึ่งรถมาทันที
แม้เขาจะมีความจำเลิศเลอและปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว แต่ชั่วแวบแรก เขาก็ไม่อาจเชื่อมโยงชายผมยาวหนวดเคราเฟิ้มคนนี้ เข้ากับชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาเกลี้ยงเกลาที่เคยเห็นในรูปถ่ายได้เลย
"สวัสดี เจ้าหน้าที่ฟิวรี่ ฉันบัคกี้ บาร์นส์"
แน่นอนว่าบัคกี้เดาได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าลูกตากับฟันสองแถวนี้เป็นของตัวพ่อเจ้าแห่งคำสบถชื่อดังอย่างแน่นอน
ทว่าตัวพ่อคนนี้ในเวลานี้ยังไม่ได้เป็นหัวโล้นเลี่ยนเหมือนหัวไข่พะโล้ในความทรงจำของบัคกี้ แต่กลับมีเส้นผมสีดำดกหนา
และเขาก็ยังไม่ได้เป็นผู้อำนวยการชีลด์ ตอนนี้เขาเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชีลด์ เจ้าหน้าที่ระดับเจ็ด ซึ่งเทียบเท่ากับตัวตนอันจืดจางอย่างฮอว์คอายในทีมอเวนเจอร์สยุคหลัง หรือตัวประกอบยอดเยี่ยมอย่างเจ้าหน้าที่ฟิล โคลสัน
"ซี๊ด... เป็นคุณจริงๆ ด้วย..."
นิค ฟิวรี่จับมือกับบัคกี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อจนแทบจะหลุดสบถคำติดปากออกมา
เขายังไม่ใช่ผู้อำนวยการฟิวรี่ผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรักษาสีหน้านิ่งเฉยได้แม้จะต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาว
"เจ้าหน้าที่ฟิวรี่ เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ ปล่อยข้างนอกให้คนของคุณจัดการ"
"อ้อ ได้ครับ... เจ้าหน้าที่โคลสัน ฝากจัดการข้างนอกด้วยนะ"
เมื่อได้ยินฮาวเวิร์ดพูดเช่นนั้น นิค ฟิวรี่ก็หันกลับไปสั่งชายหนุ่มหน้าตาใจดีในชุดสูทที่พามาด้วย ซึ่งอายุราวๆ สามสิบต้นๆ และมีแนวไรผมที่เริ่มร่นถอยไปไกล
ฟิวรี่รู้ดีว่าสถานการณ์ตึงเครียด ย่อมไม่มาคนเดียวแน่ๆ เขาเรียกรถเอสยูวีสองคันพร้อมเจ้าหน้าที่อีกแปดนายมาอย่างเร่งด่วน
บัคกี้สบเข้ากับสายตาอยากรู้อยากเห็นของโคลสัน จึงพยักหน้าทักทายให้ว่าที่หนุ่มเถิกผู้จะมีบทบาทมากมายในอนาคตเล็กน้อย จากนั้นก็ปรายตามองเจ้าหน้าที่สาวเอเชียหน้านิ่งที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะหันหลังเดินตามฮาวเวิร์ดและฟิวรี่กลับเข้าไปในตัวบ้าน
"...เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ"
เมื่อมีเจ้าหน้าที่ชีลด์คอยเคลียร์พื้นที่อยู่ด้านนอก ก็ไม่ต้องกังวลอะไรไปชั่วคราว
ภายในบ้านพัก ฮาวเวิร์ดเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นิค ฟิวรี่ฟัง
แน่นอนว่าเขาเล่าจากมุมมองของตนเองเท่านั้น โดยบอกแค่ว่าบัคกี้ไม่เพียงแต่ไม่ลงมือสังหารเขา แต่ยังช่วยชีวิตเขาเอาไว้ด้วย โดยไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดว่าช่วยไว้อย่างไร เช่น เรื่องการดูดซับเซรุ่ม หรือการแปลงสภาพของเป็นรีโมตคอนโทรล
ปล่อยให้บัคกี้เป็นคนแต่งเรื่องโกหกเหล่านั้นเองจะดีกว่า
"จ่าบาร์นส์"
"เรียกฉันว่าบัคกี้เถอะ จะว่าไป ฉันเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนิค ฟิวรี่มาก่อนนะ?"
"นั่นพ่อบุญธรรมของผมเองครับ ท่านเคยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองเหมือนกัน"
นิค ฟิวรี่ในที่นี้ย่อมเป็นไปตามการตั้งค่าของจักรวาลภาพยนตร์ แต่บัคกี้ไม่ได้พึ่งพาข้อมูลสปอยล์จากก่อนทะลุมิติแต่อย่างใด เขาพบชื่อนิค ฟิวรี่ในเศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจริงๆ
ดังนั้นคนตรงหน้าเขาคือ นิโคลัส เจ. ฟิวรี่ ส่วนพ่อบุญธรรมของเขา นิค ฟิวรี่รุ่นแรก ก็คือตัวละครผู้เล่นคนที่สองในเกมตู้พันนิชเชอร์ที่บัคกี้เคยเล่นก่อนทะลุมิติ เขาผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง รับอุปการะทายาทรุ่นสองคนนี้หลังจบสงคราม และเสียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน
ส่วนคนตรงหน้านี้กลายเป็นสหายรบกับพันนิชเชอร์ในช่วงสงครามเวียดนาม
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญคือคำถามของนิค ฟิวรี่ต่างหาก
"ถ้าอย่างนั้นผมขอเรียกว่าบัคกี้นะครับ คุณช่วยเล่าสถานการณ์ของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหม?"
"คือว่า..."
บัคกี้เริ่มอธิบายสถานการณ์ของตนเอง โดยละเว้นเรื่องการทะลุมิติและพลังพิเศษออกไป เหลือไว้เพียงข้อเท็จจริงส่วนอื่น
ความจริงก็คือเกิดตัวแปรที่ไม่คาดคิดในกระบวนการล้างสมองของบัคกี้ บาร์นส์ ทำให้เขาสูญเสียความทรงจำไปเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาหลุดพ้นจากการควบคุมของไฮดรา... ซึ่งในจุดนี้เขาบอกฟิวรี่ไปว่าเป็นองค์กรลึกลับที่ไม่ทราบชื่อ... จนกระทั่งเขาได้สติกลับคืนมา
แม้จะยังจำตัวตนเดิมไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาก็ไม่อยากเป็นสมุนและนักฆ่าให้องค์กรลึกลับนั้นอีกต่อไป จึงตัดสินใจทรยศ ช่วยเหลือฮาวเวิร์ดและภรรยา คุ้มกันเดินทางมาที่นี่เพื่อรอรับมือกับการไล่ล่าขององค์กรลึกลับ และใช้สิ่งประดิษฐ์ของฮาวเวิร์ดในการจัดการพวกมัน
คำให้การชุดนี้ฟังดูมีเหตุมีผลและสมเหตุสมผลจนทำให้คน... เอาเถอะ ผู้ฟังคือว่าที่ราชาแห่งสายลับผู้โด่งดังในอนาคต ปรมาจารย์ด้านการหลอกลวงที่สามารถร้อยเรียงคำโกหกให้กลายเป็นเรื่องจริงได้อย่างแนบเนียน เขาย่อมไม่หูเบาเชื่อเรื่องนี้ง่ายๆ อยู่แล้ว
แต่ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ อย่างน้อยในตอนนี้มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนัก
ต่อให้ตัวพ่อคนนี้จะร้ายกาจแค่ไหน นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต นิค ฟิวรี่ในตอนนี้เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ระดับเจ็ด มีอำนาจน้อยกว่าฮาวเวิร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งที่กึ่งเกษียณตัวเองไปแล้วเสียอีก
ทว่าเขาก็เป็นคนแรกที่มาถึงที่นี่ ดังนั้นต่อให้เขาจะไม่ได้เป็นผู้นำ แต่มาเพื่อสนับสนุนและให้ความร่วมมือ เขาก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์ให้ชัดเจน
"แล้วคุณพอจะบอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับองค์กรลึกลับนั่นให้เราฟังได้บ้างไหมครับ?"
"ไม่มากนักหรอก ฉันอธิบายสภาพแวดล้อมภายในฐานทัพตอนที่ตื่นขึ้นมาได้ แต่ก็รู้แค่บริเวณห้องที่ฉันอยู่เท่านั้น หลังจากนั้นฉันก็ถูกทำให้หลับลึก แล้วถูกส่งตัวไปทำภารกิจที่นิวเจอร์ซีย์ทันที ส่วนที่เหลือก็เป็นแค่เศษเสี้ยวความทรงจำที่ระบุไม่ได้ กับความทรงจำเก่าๆ สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเท่านั้น"
คำให้การนี้แตกต่างจากที่บัคกี้เคยบอกฮาวเวิร์ดอย่างสิ้นเชิง เขาปกปิดข้อมูลไปเยอะมาก เพราะทั้งสองตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้บัคกี้อยู่ในสถานะความจำเสื่อมสนิท
"ฉันตรวจร่างกายเบื้องต้นให้บัคกี้แล้ว เชื่อว่าเขาน่าจะได้รับความเสียหายที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัสในกลีบขมับระหว่างกระบวนการล้างสมอง ทำให้เกิดภาวะสูญเสียความทรงจำหลังเหตุการณ์สะเทือนใจและสูญเสียความจำเชิงประกาศ เขาจำอะไรไม่ได้เลย ทว่าความจำเชิงกระบวนการของเขายังคงอยู่ หมายความว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจะไม่ได้รับผลกระทบ และด้วยเหตุนี้ ภาวะความจำเสื่อมจะทำให้เขาสร้างจิตสำนึกใหม่ หรือแม้กระทั่งบุคลิกภาพใหม่ขึ้นมา โดยอิงจากความทรงจำใหม่ๆ..."
ฮาวเวิร์ดใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะอัจฉริยะ ช่วยสนับสนุนบัคกี้ด้วยศัพท์ทางการแพทย์ชุดใหญ่ ทำเอานิค ฟิวรี่ถึงกับมึนงงไปเล็กน้อย
อย่างน้อยนี่ก็เป็นคำอธิบายที่ครบถ้วนและสมเหตุสมผล ส่วนเขาจะยังมีข้อสงสัยอยู่อีกหรือไม่ นั่นไม่ใช่กงการอะไรของฮาวเวิร์ด
ทว่าปัญหาคือภายใต้คำอธิบายนี้ แทบจะไม่มีข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์ต่อนิค ฟิวรี่เลย