- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ทหารฤดูหนาวสายไซเบอร์
- บทที่ 9: ปะทะเดือดล้างบางศัตรู
บทที่ 9: ปะทะเดือดล้างบางศัตรู
บทที่ 9: ปะทะเดือดล้างบางศัตรู
ผ่านศูนย์เล็งโฮโลแกรมของปืนซุ่มยิง 'ไอซ์สตอร์ม SPT32' บัคกี้มองเห็นศีรษะของเป้าหมายที่หมอบอยู่และสวมหมวกเกราะโลหะระเบิดกระจายไม่ต่างจากแตงโมที่ถูกค้อนยักษ์ทุบจนแหลกละเอียดได้อย่างชัดเจน
อานุภาพกระสุนทะลวงร่างของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าจนสรีระบวมอืด ก่อนจะทะลักสสารน่าสยดสยองที่ยากจะบรรยายออกมาจากท่อนล่าง...
ภาพนั้นทำเอาเขาถึงกับโก่งคออาเจียนออกมาทันที
โชคดีที่ท้องว่างมาเกือบสิบสองชั่วโมง มีเพียงแท่งพลังงานไม่กี่ชิ้นที่เพิ่งกินเข้าไปก่อนหน้านี้ จึงไม่มีเศษอาหารใดหลุดรอดออกมานอกจากอาการพะอืดพะอมขย้อนลมเปล่าๆ
เขาคาดเดาผลลัพธ์เอาไว้แล้ว ทว่าไม่ได้เตรียมใจมาเจอภาพอเนจอนาถถึงเพียงนี้
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่ฮาวเวิร์ดที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องวงจรปิดก็รู้สึกพะอืดพะอมไม่แพ้กัน ซ้ำยังรู้สึกเหมือนโดนต้มจนเปื่อย—
ไหนบอกว่าสร้างได้แค่รีโมตคอนโทรลไงเล่า แล้วไหงถึงหันไปสร้างรีโมตที่อัญเชิญบอสระดับจอมมารออกมาได้ล่ะเนี่ย? อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!
เอาเถอะ มันอาจจะไม่ได้เกินจริงขนาดนั้น ทว่าเมื่อลองเทียบกันดูแล้ว เขาก็อดระแวงไม่ได้ว่าบัคกี้กำลังปั่นหัวเขาเล่นอยู่หรือเปล่า
เปรี้ยง!
แม้จะยังพะอืดพะอม แต่บัคกี้ผู้สวมบทบาททหารฤดูหนาวได้อย่างแนบเนียนและเปี่ยมด้วยพลังใจอันเยือกเย็นกลับไม่หยุดมือ... เขาลั่นไกทั้งที่ยังโก่งคอขย้อนนั่นแหละ!
เพราะทันทีที่สิ้นเสียงปืนนัดแรก ศัตรูก็ตอบสนองในทันที ผู้บัญชาการของพวกมันออกคำสั่งให้ลูกน้องดาหน้าบุกเข้ามาอย่างไม่ลังเล!
เมื่อฝ่ายหนึ่งอยู่ในที่แจ้ง ส่วนอีกฝ่ายซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด ย่อมไร้หนทางหลบหนี ในสถานการณ์เช่นนี้ แทนที่จะล่าถอยแล้วเปิดแผ่นหลังให้มัจจุราชในความมืด สู้บุกทะลวงไปตายเอาดาบหน้ายังจะดีเสียกว่า!
ปฏิกิริยาตอบสนองอันเฉียบคม ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง และระบบล็อกเป้าหมายจากดวงตาเทียมออปติคอล ช่วยให้บัคกี้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของศัตรูได้อย่างแม่นยำ แม้ท่ามกลางห่ากระสุนที่สาดซัดเข้ามาไม่ขาดสาย!
กระสุนนัดที่สองพุ่งทะยานเข้าเป้าอย่างแม่นยำ คราวนี้เจาะทะลวงเข้าที่อกซ้ายของทหารโชคร้ายอีกนาย!
เสื้อเกราะเกรดทหารที่กระสุนไรเฟิลทั่วไปไม่อาจระคายผิว กลับถูกกระสุนเจาะเกราะแกนทังสเตนของ 'ไอซ์สตอร์ม SPT32' บดขยี้และฉีกกระชากออกราวกับเศษกระดาษ!
ทิ้งรูกลวงโบ๋อาบเลือดขนาดเท่าถ้วยชาไว้บนหน้าอกของศัตรู แรงปะทะทะลุทะลวงส่งผลให้แผ่นหลังระเบิดออกราวกับพลุไฟ สาดกระเซ็นไปด้วยเศษเนื้อและหยาดโลหิตสีแดงฉาน!
ความตายอันน่าสยดสยองไม่ได้ทำให้พวกมันหยุดชะงัก เหล่าทหารเดนตายยังคงดาหน้าบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
และนั่นก็ทำให้บัคกี้ไม่มีเวลามามัวพะอืดพะอมอีกต่อไป ความบ้าดีเดือดของศัตรูบีบให้เขาต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อรับมือ!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงปืนคำรามขึ้นอีกสองระลอก ส่งร่างศัตรูอีกสองนายให้ตกตายไปตามกันอย่างเอน็จอนาถ!
ภาพดังกล่าวทำเอาผู้บัญชาการที่คุมแนวรบอยู่ด้านหลังถึงกับเสียวสันหลังวาบ คล้ายกับมองเห็นอนาคตลางๆ ว่าตนเองอาจกลายเป็นศพสุดท้ายที่ร่วงหล่นอยู่บนเส้นทางสายนี้!
ทว่าเสียงคำรามของมัจจุราชกลับเงียบหายไปเสียดื้อๆ
"อานุภาพเหลือร้ายจริงๆ ติดก็แต่แมกกาซีนจุกระสุนได้น้อยไปหน่อย"
ไม่ใช่เพียงเสียงคำรามที่เงียบหาย แม้แต่ตัวมัจจุราชเองก็อันตรธานไปแล้วเช่นกัน
ปืนไรเฟิลต่อต้านยุทโธปกรณ์จากโลกอนาคตนั้นทรงพลังอย่างไร้ที่ติ ทว่าด้วยความจุเพียงสี่นัด จึงขาดความต่อเนื่องในการรับมือกับเป้าหมายจำนวนมาก
ซ้ำร้ายบัคกี้ยังมีกระสุนติดตัวเพียงสี่นัดเท่านั้น เวลาอันกระชั้นชิดทำให้เขาสร้างได้เพียงตัวปืน ยังไม่ทันได้คราฟต์กระสุนสำรองเอาไว้เลย
สิ้นกระสุนนัดที่สี่ ศัตรูก็สามารถล็อกตำแหน่งซุ่มยิงของบัคกี้ได้สำเร็จ แนวหน้าสุดของพวกมันบุกเข้ามาประชิดจนห่างจากเขาเพียงไม่ถึงยี่สิบเมตร!
ทว่าเพียงชั่วอึดใจเดียว ระยะห่างเหล่านั้นก็ถูกถ่างออกเป็นห้าสิบเมตรอีกครั้ง
อย่าลืมสิว่าสมรรถภาพทางกายของบัคกี้นั้นก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปไกลแล้ว หากลงแข่งวิ่งร้อยเมตร เขาสามารถหันหลังกลับมาวิ่งเยาะเย้ยยูเซน โบลต์ ได้สบายๆ!
พลังกล้ามเนื้ออันเหนือชั้นช่วยให้เขาสามารถดีดตัวทิ้งระยะห่างจากศัตรูได้ในชั่วพริบตา!
ตราบใดที่บัคกี้คิดจะวิ่ง ต่อให้ต้องสับขาหลบหลีกวิถีกระสุนเป็นฟันปลา และศัตรูกัดฟันไล่กวดอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็มีแต่จะถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ อยู่ดี!
ระหว่างที่สับเท้าวิ่งอย่างรวดเร็ว แสงนีออนสีแดงและน้ำเงินก็กะพริบวาบขึ้นบนฝ่ามือ แมกกาซีนอันใหม่ถูกประดิษฐ์ขึ้นและบรรจุเข้าตัวปืนเสร็จสรรพ พร้อมกับระยะห่างที่ถูกทิ้งห่างออกไปอีกเจ็ดสิบถึงแปดสิบเมตร
เสี้ยววินาทีต่อมา พละกำลังเหนือมนุษย์ก็ช่วยให้เขาเบรกแรงเฉื่อยจากการวิ่งเต็มฝีเท้าลงได้ด้วยการกระโดดไกลเพียงครั้งเดียว ร่างนั้นตวัดตัวหันกลับมา ทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง ประทับปืนขึ้นเล็ง... ทุกท่วงท่าสอดประสานกันอย่างลื่นไหลงดงามไร้ที่ติ ดุจสายน้ำที่ไหลทะลักในรวดเดียว!
กระทั่งศัตรูเองก็ยังเผลอตื่นตะลึงไปกับความงดงามมฤตยูในท่วงท่าของเขาไปชั่วขณะ!
ทว่าในวินาทีถัดมา—
เปรี้ยง!
ศัตรูอีกนายก็ร่วงลงไปกองกับพื้น!
ความหวังลมๆ แล้งๆ ของพวกมันที่คิดว่ากระสุนของชายหนุ่มหมดลงแล้ว พลันพังทลายลงพร้อมกับความหนาวเหน็บที่กัดกินหัวใจอีกระลอก!
กระชากลูกเลื่อน ลั่นไกสังหาร
เปรี้ยง!
ทว่าในจังหวะที่สิ้นใจ ทหารโชคร้ายนายนั้นกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายปาระเบิดแสงที่กำแน่นอยู่ในมือสวนกลับมา!
บึ้ม!
สัญชาตญาณดิบของทหารฤดูหนาวที่ผสานเข้ากับปฏิกิริยาตอบสนองขั้นสุดยอด ช่วยให้บัคกี้รับรู้ถึงทุกความเปลี่ยนแปลงบนสนามรบ ร่างนั้นดีดตัวหลบฉากออกไปในทันที!
ถึงกระนั้น แม้ดวงตาจะไม่พร่ามัวจากแสงสว่างวาบของระเบิด ทว่าเสียงกัมปนาทที่ดังกึกก้องในระยะประชิดก็ทำเอาโสตประสาทของเขาอื้ออึงไปชั่วขณะ
"ให้ตายสิ รู้งี้อัปเกรดหูเทียมมาด้วยก็ดีหรอก!"
โชคยังดีที่เสียงคำรามจากปืนสไนเปอร์คู่ใจของเขานั้นดังกึกก้องเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความคุ้นชินจึงทำให้เสียงวิ้งในหูไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขามากนัก
เปรี้ยง!
ศัตรูแนวหน้าสุดพุ่งทะยานเข้ามาในระยะยี่สิบเมตรอีกครั้ง ทว่าบัคกี้ก็สวนกระสุนเข้าที่ท้องน้อย ส่งผลให้ช่วงท้องของมันระเบิดเละไม่มีชิ้นดี!
"ปรารถนา!!!"
ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต ทหารนายนั้นกลับไม่ได้กรีดร้องด้วยความเคียดแค้นหรือสิ้นหวัง แต่มันกลับเค้นเสียงเฮือกสุดท้ายตะโกนคำศัพท์ภาษารัสเซียออกมาลั่นป่า!
ร่างของบัคกี้กระตุกเกร็งไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อตอบสนองไปเองตามสัญชาตญาณ เกิดช่องว่างขึ้นในชั่วพริบตา!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ทหารนายถัดไปที่สังเกตเห็นปฏิกิริยาดังกล่าว ก็พุ่งพรวดเข้ามาเสริมทัพทันที พร้อมกับแหกปากตะโกนสุดเสียง
"ขึ้นสนิม!!!"
สิ้นเสียงตะโกน เจ้าตัวก็หลับตาปี๋กัดฟันแน่นเตรียมรับความตาย ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมา... กลับมีเพียงความเงียบงัน!
เขาและสหายร่วมรบเบิกตากว้าง มองดูมฤตยูร่างทมิฬ เครื่องจักรสังหารอันเลือดเย็น... ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น!
ความรู้สึกของพวกมันในยามนี้ ราวกับคนก้าวพลาดตกลงไปในเหวลึก ร่างกำลังร่วงหล่นท้าสายลม ทว่าจู่ๆ กลับมีมือปริศนาเอื้อมมาฉุดกระชากกลับขึ้นฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์!
รอดตายแล้ว!
วินาทีที่กระชากวิญญาณกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้นั้น มันชวนให้ปิติยินดีจนแทบคลั่ง!
"สิบเจ็ด! รุ่งอรุณ! เตาหลอม!…"
ทว่านั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ผู้บัญชาการที่เยือกเย็นที่สุดสังเกตเห็นว่าลูกน้องสามนายสุดท้าย นอกเหนือจากทหารโชคร้ายที่บาดเจ็บสาหัสตรงลำคอและนอนหมอบอยู่บนพื้นตั้งแต่แรก มัวแต่นิ่งอึ้งตะลึงลานจนลืมท่องชุดคำสั่งที่เหลือ เขาจึงรีบสับเท้าวิ่งพรวดเข้ามาพลางตะโกนรหัสลับต่อให้จบ
"คืนสู่เหย้า! หนึ่ง! ตู้สินค้า!"
ผู้บัญชาการและทหารที่เหลืออีกสามนายค่อยๆ ย่องตีวงล้อมเข้าหาบัคกี้ที่ลดปืนลงและยืนนิ่งไร้การป้องกัน ปลายกระบอกปืนทุกกระบอกจดจ่ออยู่ที่ร่างของเขาโดยไม่มีใครกล้าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
"ทหาร?"
ผู้บัญชาการจ้องมองแววตาอันเลื่อนลอยของบัคกี้ พลางเอ่ยหยั่งเชิงด้วยความระแวดระวัง
"ทหารส้นตีนอะไรล่ะ"
แววตาเลื่อนลอยของบัคกี้พลันกลับมากระจ่างใสในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนมุมปาก พร้อมกับคำสบถดุดัน!
ทว่าผู้บัญชาการยังไม่ทันได้ขยับตัวตอบสนอง ภาพสะท้อนในแววตาก็มีเพียงประกายเงาวับของโลหะทมิฬจากหมัดลุ่นๆ ที่พุ่งแหวกอากาศขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ผัวะ!
ความเจ็บปวดแสนสาหัสปะทะเข้าที่ใบหน้าก่อนจะลุกลามลงมาถึงลำคอ ทว่านั่นเป็นเพียงความรู้สึกเสี้ยวสุดท้าย... เพราะวินาทีต่อมา สติของเขาก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์
ร่างนั้นไม่ได้ล้มลงในทันที แรงกระแทกอันมหาศาลบิดหมุนศีรษะของเขาไปด้านหลังร้อยแปดสิบองศา จนคอพับห้อยต่องแต่งแนบกับแผ่นหลัง!
บัคกี้ปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมากะทันหัน เพียงแค่วาดหมัดท่อนแขนกลโลหะออกไป ก็สามารถเด็ดหัวศัตรูระดับสั่งการลงได้อย่างเฉียบขาด!
ร่างทมิฬไม่ปล่อยให้จังหวะขาดตอน มือขวาตวัดชักมีดสนามข้างเอวแล้วซัดขว้างออกไปเต็มแรง ประกายมีดสีดำพุ่งทะลวงเข้าที่ลำคอของทหารอีกนายจนมิดด้าม!
"บ้าเอ๊ย!!!"
"เวรตะไลเอ๊ย!!!"
ปังๆๆๆๆ!
ทหารสองนายสุดท้ายคำรามลั่นด้วยความเคียดแค้น กระหน่ำเหนี่ยวไกสาดกระสุนเข้าใส่ไม่ยั้ง!
ฉึกๆๆ!
ทว่าห่ากระสุนเหล่านั้นกลับเจาะเข้าที่ร่างไร้วิญญาณของผู้บัญชาการ ซึ่งบัคกี้ใช้ท่อนแขนโลหะยกขึ้นมาเป็นโล่กำบังไว้อย่างง่ายดาย
ฟ้าว!
บัคกี้ออกแรงผลักเพียงเล็กน้อย ทว่าด้วยพลังมหาศาลจากท่อนแขนกล ศพของผู้บัญชาการก็พุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่!
กระแทกร่างทหารนายหนึ่งจนลอยละลิ่วปลิวไปกระแทกพื้นอย่างรุนแรง!
ทหารนายสุดท้ายสูญเสียเป้าหมายในสายตาไปโดยสมบูรณ์!
"ไง"
ทว่ามัจจุราชร้ายกลับพุ่งมาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของมันตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้ ร่างนั้นโน้มตัวลงมาเป่าลมหายใจรดต้นคออย่างแผ่วเบา
และก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้หันกลับมามอง... กร็อบ! สองมือตวัดบิดคอศัตรูหมุนร้อยแปดสิบองศา บังคับให้ใบหน้านั้นหันกลับมาสบตากับเขาโดยตรง
"เดี๋ยวฉันช่วยต่อประโยคสุดท้ายให้จบเอง... ไฮล ไฮดรา"
สิ้นคำกล่าว บัคกี้ก็เหวี่ยงร่างไร้วิญญาณทิ้งลงพื้น ชักปืนพกเก็บเสียงที่ซองข้างต้นขาขึ้นมากระหน่ำยิงซ้ำเข้าที่กลางแสกหน้าของทหารที่เพิ่งโดนกระแทกกระเด็นไปเมื่อครู่ จากนั้นจึงเดินไปหาทหารนายแรกสุดที่นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่บนพื้น แล้วลั่นไกปิดบัญชีไปอีกสองนัด
จวบจนวินาทีนี้... หน่วยรบพิเศษทั้งสิบสองนายได้ถูกกวาดล้างลงอย่างราบคาบโดยไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว