- หน้าแรก
- เร้นกายสร้างตระกูลสวรรค์
- บทที่ 104 แผนการร้าย
บทที่ 104 แผนการร้าย
บทที่ 104 แผนการร้าย
บทที่ 104 แผนการร้าย
ราตรีมืดมิดดุจน้ำหมึก
ภายในบ้านของหวังซื่อหมิง ห้องไม่กี่ห้องยังคงมีแสงไฟสีเหลืองหม่นสลัวริบหรี่
ร่างผอมแห้งในเงามืดร่างหนึ่งเดินตรงไปยังประตูหลังอย่างคุ้นเคย ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ สามครั้งเป็นจังหวะ
ไม่นานนัก เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระแวงของหวังซื่อหมิงก็ดังมาจากหลังประตู “ใคร?”
“ท่านอา ข้าเอง” เงาดำนอกประตูตอบเสียงต่ำ
ประตูแง้มออกเป็นช่อง หวังซื่อหมิงโผล่ศีรษะออกมามองซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงรีบดึงร่างนั้นเข้ามาในบ้านแล้วลงกลอนอย่างรวดเร็ว
“เป็นอย่างไรบ้าง? เรื่องราวคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”
ทันทีที่เข้าบ้าน หวังซื่อหมิงก็ถามขึ้นด้วยความร้อนรน เขาถูมือไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังระคนวิตกกังวล
ชายผู้นั้นแสดงสีหน้าภาคภูมิใจพลางกดเสียงต่ำ “ท่านอา วางใจเถอะ จัดการเรียบร้อยแล้ว คนบ้านเฉินลากวัวไปผูกไว้ที่ต้นไม้ตรงแท่นหินซักผ้า ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว ท้องวัวถูกกรีด ของข้างในหายไปหมด คงถูกคนบ้านเฉินเอาไปแล้วเป็นแน่”
“ดี! ดี! ดี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหวังซื่อหมิงก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี เขาอุทานคำว่า “ดี” ติดต่อกันสามครั้งพลางตบไหล่ชายหนุ่มอย่างแรง “เจ้าช่วยข้าได้มากจริงๆ”
เขาตื่นเต้นจนเดินวนไปมาในห้องสองสามก้าว ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนส่งข้าวสารสามสือไปให้ที่บ้าน”
“ขอบคุณท่านอา”
…
ในห้องข้างที่อากาศขุ่นมัว
สู่ชีนั่งคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ราชครูสภาพเก่าคร่ำคร่าที่พิงติดผนัง ดวงตาเล็กหยีทั้งสองข้างหรี่ลงกึ่งหลับกึ่งตื่น
ยาจิ่วดูหงุดหงิดกว่ามาก ร่างกายกำยำของเขาสาวเท้าเดินไปมาในพื้นที่แคบๆ รองเท้าบูทกระทบพื้นดินขรุขระจนเกิดเสียงทึบหนักเป็นจังหวะ
“มารดามันเถอะ ที่เฮงซวยนี่ แม้แต่เหล้าดีๆ สักหยดก็ไม่มี!”
ยาจิ่วถ่มน้ำลาย พลางสบถพึมพำในลำคอด้วยความไม่สบอารมณ์ “สู่ชี เจ้าว่าไอ้คนแซ่เฉินนั่นจะติดกับหรือไม่?”
สู่ชีไม่ได้เงยหน้าขึ้นแม้แต่น้อย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “จะรีบร้อนไปใย? การตกปลาต้องอาศัยความอดทน เหยื่อของเราน่าดึงดูดขนาดนั้น ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไม่ฮุบหรอก”
ยาจิ่วโบกมืออย่างรำคาญจนเกิดกระแสลมพัดวูบ “อดทนบ้าบออะไรกัน มารดามันเถอะ ไม่รู้ว่าต้องทนอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน”
“อีกไม่นานหรอก อย่างมากก็แค่สองวันนี้”
สู่ชีค่อยๆ ลืมตาเล็กหยีขึ้นพลางลูบหนวดหนูบนริมฝีปากอย่างช้าๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ยาจิ่วหยุดชะงัก หันกลับมาจ้องหน้าอีกฝ่าย “ไม่ใช่ว่าต้องรอให้ไอ้แซ่เฉินนั่นฝึกเคล็ดวิชากลืนกินหยวนก่อนหรอกรึ เราถึงจะลงมือได้?”
สู่ชีเหลือบมองเขาด้วยสายตาหยามหยัน “เคล็ดวิชากลืนกินหยวนที่เราให้ไปนั้น ด้วยระดับพลังขั้นวิญญาณของเขา ต่อให้ฝึกไปจนถึงชาติหน้า ก็ใช่ว่าจะเกิดผลสะท้อนกลับได้โดยง่าย”
“หมายความว่าอย่างไร?” คิ้วของยาจิ่วขมวดเข้าหากันเป็นปม “ในเมื่อไม่เกิดผลสะท้อนกลับ แล้วเจ้าจะให้ข้าลำบากตรากตรำทำแผนนี้ไปเพื่ออะไร? ว่างมากนักหรือไง!”
“ก็ถึงได้บอกว่า สมองของเจ้าน่ะมันขี้เลื่อย”
สู่ชีหัวเราะเย็นเยือกด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายแฝงเล่ห์เหลี่ยม “หากตอนนี้เราจากไป แล้วปล่อยข่าวออกไปว่าเฉินลี่ครอบครองคัมภีร์ลับ เจ้าว่าพวกคนในยุทธภพจะไม่ออกตามล่าเขาหรอกรึ?”
ยาจิ่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างตกตะลึง “เจ้าหมายความว่า จะยืมมือคนในยุทธภพพวกนั้นมาฆ่าเขารึ?”
“ฆ่าได้ก็ดีที่สุด”
สู่ชีลูบหนวดที่คาง แววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์ “แต่ถึงฆ่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คนในยุทธภพดาหน้ากันเข้ามานับไม่ถ้วน ต่อให้สังหารเขาไม่ได้ ก็ต้องทำให้เขาวุ่นวายจนหัวหมุนแน่นอน”
“ยิ่งเขาร้อนใจ ก็จะยิ่งเร่งฝึกเคล็ดวิชากลืนกินหยวนนั่น อีกทั้งยังมีพวกยอดฝีมือมากมายที่พร้อมจะเป็น ‘ยาชั้นเลิศ’ ให้เขาสูบกิน เจ้าลองเดาสิว่าคนอย่างเขาจะหักห้ามใจได้หรือ?”
“ยิ่งเขาสูบกินมากเท่าไหร่ สติปัญญาก็ยิ่งเสื่อมทรามลงเร็วเท่านั้น ถึงตอนนั้นไม่ต้องถึงมือเรา เกรงว่าเขาคงจะระเบิดร่างตายไปเอง... หึๆ”
ยาจิ่วเข้าใจแผนการในที่สุด เขาตบต้นขาเสียงดังฉาดจนถ้วยชามบนโต๊ะสั่นสะเทือน “เยี่ยม! ถึงตอนนั้นเราก็แค่นั่งดูความพินาศ! สู่ชี เจ้ามันเจ้าเล่ห์เพทุบายเสียจริง!”
ขณะนั้นเอง นอกลานบ้านก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่พยายามกดให้เบาที่สุดดังขึ้น
“ใคร?” ยาจิ่วหยุดกะทันหัน มองไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง
ดวงตาเล็กหยีของสู่ชีทอประกายคมปลาบ
“ท่านเทพ ข้าเอง” เสียงของหวังซื่อหมิงดังลอดเข้ามา
เอี๊ยด!
ประตูห้องถูกผลักเปิดออก พาเอาลมเย็นวูบหนึ่งพัดเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงน้ำมันสั่นไหว
หวังซื่อหมิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี มือทั้งสองข้างขยี้ชายเสื้ออย่างคุมไม่อยู่ “ท่านเทพ ข่าวดี! สำเร็จแล้ว! เฉินลี่... เฉินลี่มันฮุบเหยื่อ เอาคัมภีร์ลับนั่นไปแล้ว!”
“สำเร็จจริงๆ รึ?” ยาจิ่วตบต้นขาอีกฉาด กล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นกระตุกด้วยความสะใจ เขาหัวเราะในลำคอ “ฮ่าๆ... สู่ชี แผนสำเร็จแล้ว! ไอ้แซ่เฉินนั่นติดกับเข้าเต็มเปา!”
ทว่าบนใบหน้าของสู่ชีกลับไร้ซึ่งความยินดี เขาขมวดคิ้วแน่น จ้องมองหวังซื่อหมิงด้วยสายตาแหลมคมดุจใบมีด “เจ้ารู้ได้อย่างไร? เล่ามาให้ละเอียด!”
หวังซื่อหมิงถูกจ้องจนเสียวสันหลังวาบ รีบเล่าเรื่องที่ส่งคนไปตรวจสอบสภาพซากวัวที่แท่นหินซักผ้าอย่างละเอียดยิบ
“แย่แล้ว!”
สู่ชีฟังจบสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนและโกรธเกรี้ยว “เจ้าโง่! เราถูกซ้อนแผนแล้ว! รีบไปเร็ว!”
“ไป?” ยาจิ่วชะงักค้าง รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า “ทำไมกัน? ในเมื่อสำเร็จแล้วไม่ใช่รึ? เราไม่รอให้มันฝึกวิชาจนพลังปราณภายในสะท้อนกลับแล้วค่อยลอบโจมตีหรืออย่างไร?”
“จะรอกินหัวบิดาเจ้าหรือ!”
สู่ชีโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าด่าหวังซื่อหมิงอย่างไม่ไว้หน้า “ไอ้โง่ที่ทำงานทำการไม่เป็นสับปะรด! เจ้าไปหาคนแบบไหนมาทำงานกัน! ข้ากำชับนักหนาว่าหากวัวนั่นไม่ได้หายไปจากคอกหรือหายไปในบริเวณบ้านเฉินลี่ ห้ามเคลื่อนไหวโดยพลการเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ไก่ตื่น! ตอนนี้อีกฝ่ายคงรู้ตัวและล่อเราติดกับแล้ว!”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้มั้ง?” ยาจิ่วยังคงลังเล “บางทีมันอาจจะแค่รำคาญวัวบ้า เลยจูงไปทิ้งไกลๆ ก็ได้”
“รีบไป!” สู่ชีคร้านจะอธิบาย เขาคว้าแขนยาจิ่วเตรียมพุ่งออกไปนอกประตู
หวังซื่อหมิงเห็นดังนั้นก็นึกใจหายวาบ
เขาวิตกกังวลอย่างหนัก หลายวันที่ผ่านมาเขาลงทุนลงแรงไปมหาศาล หากคนทั้งสองสะบัดก้นหนีไปตอนนี้ เขาไม่ขาดทุนย่อยยับหรอกหรือ?
ที่สำคัญ หากเฉินลี่รู้ว่าเขามีส่วนรู้เห็นในแผนชั่วนี้ มีหรือที่อีกฝ่ายจะไว้ชีวิตเขา หวังซื่อหมิงจึงรีบโผเข้าไปคว้าแขนเสื้อของสู่ชีไว้ “ท่านเทพทั้งสอง หากท่านไปแล้ว ข้า... ข้าจะทำอย่างไร? ถ้าเฉินลี่รู้เข้า มันไม่ปล่อยข้าไว้แน่ ได้โปรดพาข้าไปด้วยเถอะ! ข้าจะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่านทั้งสองเอง!”
สู่ชีถูกรั้งไว้ ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิตเหี้ยมเกรียม เขาสะบัดมือของหวังซื่อหมิงออกอย่างแรงพร้อมจิตสังหารที่แผ่ซ่าน “พาเจ้าไปรึ? ทำแผนการใหญ่ข้าพังแล้วยังคิดจะมีชีวิตอยู่อีกรึ? เจ้าโง่ ชาติหน้าก็เกิดมาให้มันฉลาดกว่านี้หน่อยแล้วกัน!”
หวังซื่อหมิงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
“ตายซะ!”
ฝ่ามือของสู่ชีดุจคีมเหล็ก พุ่งเข้าบีบคอของหวังซื่อหมิงอย่างแม่นยำ
“อึก... ฮือ...”
ดวงตาของหวังซื่อหมิงเบิกโพลง เสียงร้องไห้อ้อนวอนถูกกลืนหายไปในลำคอ เขาพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวังแต่ก็ไร้ผล
แครก!
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่น
ศีรษะของหวังซื่อหมิงพับไปข้างหนึ่ง แววตาที่เคยฉายความโลภเลือนหายไป ร่างกายอ่อนยวบลงกับพื้นดุจหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย
“สังหารให้หมด เร็วเข้า!”
สู่ชีแสยะยิ้มอำมหิต ก่อนจะทะยานร่างพุ่งไปยังห้องอื่นๆ ภายในบ้านของหวังซื่อหมิง
ยาจิ่วตามไปติดๆ โดยไร้ซึ่งความลังเล การเคลื่อนไหวของเขาดุดันและรวดเร็ว
ลูกชายของหวังซื่อหมิงที่ได้ยินเสียงชุลมุนเพิ่งจะโผล่หน้าออกมาดู ก็ถูกยาจิ่วพุ่งเข้าใส่และกระแทกฝ่ามือเข้าที่หน้าอกอย่างจัง พลังฝ่ามืออันมหาศาลทำลายขั้วหัวใจของเขาในทันที อีกฝ่ายสิ้นใจคาที่โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
ทั้งสองคนลงมืออย่างโหดเหี้ยมดุจเพชฌฆาต สังหารครอบครัวที่เหลืออยู่ของบ้านหวังจนหมดสิ้นภายในชั่วพริบตา
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมบ้าน
“ไป!”
สู่ชีคำรามเสียงต่ำโดยไม่ชายตาแลผลงาน ทั้งสองคนผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทิ้งไว้เบื้องหลัง พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่ติดตัว ก่อนจะหายลับไปในความมืดมิดของราตรีกาล